ตอนที่ 9 ผู้คนเปลี่ยนไป สถานที่คงเดิม
สายสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็เื่ราวอันซับซ้อนละเอียดอ่อน เื่ราวหลากหลายรูปแบบที่เชื่อมโยงผูู้คนเข้าด้วยกัน จะร้ายก็ดี จะดีก็ช่าง มีเพียงตัวบุคคลเ่าั้เองที่ทราบชัดเจนที่สุด เสมือนกับเหล่าซันในยามนี้ที่น้ำตานองหน้าประครองอาเค่อที่ส้ินไร้สติขึ้นมาด้วยจิตใจที่แตกสลาย ครึ่งชีวตที่พวกมันร่วมเป็ร่วมตายฝากชีวิตแก่กันและกัน หล่อหลอมเป็สายสัมพันธ์ที่แแ่ยิ่งกว่าพี่น้องร่วมสายเื
“อาเค่อ อาเค่อ ฮือๆๆ เ้าต้องไม่เป็อะไร ข้าจะไม่ให้เ้าตายเด็ดขาด”เหล่าซันร้องไห้ดุจดั่งทารกน้อยที่ใจสลายถูกมารดาทอดทิ้ง น้ำมูกน้ำตาทำให้ภาพที่มันมองเห็นพล่าเลือน มือหนึ่งปาดเช็ดน้ำตามือหนึ่งตรวจหาสัญญาณชีวิตอย่างมีความหวัง
‘ยังมีชีพจร เ้ายังไม่ตายจริงๆ’เสมือนยกูเาออกจากออก ขวัญกำลังใจและสติสัมปชัญญะของเหล่าซันแจ่มใสขึ้น มันจดจำได้ภายในเสื้อคลุมตัวนอกของอาเค่อมีช่องลับซุกซ่อนสิ่งของมากมายอาจมีตัวยารักษาอยู่ หลังจากค้นหาจนทั่วเสื้อคลุมมีเพียงผงสมุนไพรสามสี่ชนิดที่เหล่าซันจดจำออก อาเค่อเคยใช้พวกมันเพื่อรักษาาแให้เหล่าซันอยู่บ่อยครั้ง เหล่าซันฉีกเสื้อใยไม้ทำแผลพอกสมุนไพรให้อาเค่อสุดความสามารถ ทั้งยังกรอกผงสมุนไพรรักษาอาการาเ็ทำทุกสิ่งที่คิดออกจนหมดสิ้น สุดท้ายตัวมันเองวุ่นวายจนาแอักเสบเ็ปจนสิ้นสติไปข้างกายอาเค่ออีกผู้หนึ่ง
ริมชายทะเลใต้สุดของดินแดนมนุษย์ ชายหาดทอดยาวสุดสายตา เกลียวคลื่นม้วนกระทบฝั่งสะท้อนแสงแดดระยิบระยับงามจับตา เรือรำน้อยสภาพทรุดโทรมประกอบขึ้นอย่างง่ายเคลื่อนตัวขึ้นเทียบท่า ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่พกพาดาบก้าวเท้าขึ้นท่าเรือ พริบตานั้นสายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องมาที่มันเป็จุดเดียว สภาวะนี้เป็สิ่งที่สั่งสมมาจากชัยชนะนับครั้งไม่ถ้วน ก่อเกิดเป็กลิ่นอายแห่งราชันย์ชนิดหนึ่งบรรดาลทำให้ผู้คนรู้สึกกริ่งเกรง กดดันอย่างไม่รู้ตัว แม้จะเร้นกายจากดินแดนมนุษย์ไปนานปี แต่ชายหนุ่มไม่คิดให้ผู้คนจดจำตนเองได้ มันรีบเดินผ่านถนนเข้าสู่ใจกลางเมืองหายลับไปท่ามกลางฝูงชน
ตงไห่เป็เมืองชายทะเลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ความอุดดมสมบูรณ์ของพื้นที่ดึงดูดให้มนุษย์สร้างที่อยู่อาศัยมาแต่ครั้งโบราณกาล เมื่อผ่านการเวลานานหลายร้อยปี ผ่านความรุ่งโรจเสื่อมสลายนับครั้งไม่ถ้วน จึงกลายเป็หนึ่งในสามเมืองขนาดใหญ่ที่สุดในดินแดนมนุษย์ ใจกลางเมืองตงไห่เป็ตลาดการค้าแลกเปลี่ยน ประกอบด้วยสินค้าหลายพันชนิด เพียงประชากรหลักหมื่นที่อาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้ก็รับประกันความ้าสินค้าจำนวนมหาศาลต่อวัน ไม่รวมพ่อค้า นักเดินทาง รถม้าเรือสัญจร ผู้คนที่ใช้เมืองแห่งนี้เป็ช่องทางแสวงหาผลกำไรอีกจำนวนนับไม่ถ้วน ในมุมหนึ่งของตลาดการค้า มุมที่มืดมิดไร้สิ้นความหวังที่สุด ผู้คนต่างวัย ต่างเพศ ต่างชาติพรรณ ถูกล่ามโซ่ตรวนต้อนขึ้นวทีสูงไม่ต่างจากปศุสัตว์ถูกต้นข้าโรงเชือด มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่โหดร้ายเพียงพอจะใช้ชีวิตของเพื่อนร่วมเผ่าพันธ์แสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองได้อย่างโหดร้ายเช่นนี้
“เร่เข้ามาๆ ทาสชั้นดี แข็งแรง ว่าง่าย เชื่อฟังวาจา เชิญเลือกสรรเสนอราคาตามพึงพอใจ นายท่านไม่ทราบสนใจทาสแบบใดเป็พิเศษหรือไม่”เหล่าพ่อค้าทาสปั้นหน้าแย้มยิ้มทักทายลูกค้าที่สัญจรไปมาในตลาดค้าทาส ในสถานที่ันดำมืดเช่นนี้ ผู้คนหาได้ให้ความสนใจผู้คนอื่นไม่ พวกมันเพียง้าหาซื้อทาสเพื่อตอบสนองความ้าตนเอง ผู้คนโดยรอบ กระทั่งตนเองยังแปรเปลี่ยน แต่โชคดีที่สถานที่ต่างๆยังคงคล้ายกาลก่อน เมืองตงไห่แห่งนี้ยังเป็เช่นเดิมตามความทรงจำ ชายหนุ่มอาศัยข้อดีนี้ของตลาดค้าทาสสัญจรผ่านเมืองไปยังจุดหมาย แต่สี่เท้ายังพลั้งพลาด ผู้ชำนาญการไหนเลยไม่พลาดพลั้ง สถานที่แห่งนี้กลับมีคนจดจำมันได้
“เอี้ยต้าอี เอี้ยต้าอีใช่เ้าหรือไม่”เอี้ยต้าอีที่ท่องพเนจรไปทั่วทั้งดินแดนมนุษย์ ผ่านศึกโชกโชนจนขึ้นทำเนียบผู้ฝึกตนอันดับหนึ่ง เมื่อมีคนเอ่ยนามที่มีชื่อเสียงเช่นนี้ออกมา หลายคนบนท้องถนนจึงเกิดความสนใจ แต่ชื่อเสียงยิ่งใหญ่ ใช่จะรู้จักตัวตน นอกจากทาสที่เอ่ยนามเอี้ยต้าอีออกมา ไม่มีใครผูกโยงเอี้ยตาอีที่ใช้หมัดเหล็กพิชิตร้อยสำนักในกาลก่อน กับหนุ่มใหญ่จอนผมแซมด้วยหงอกขาวพกพาดาบผู้นี้ได้ ผู้อื่นไม่สนใจได้ แต่มันทำไม่ได้เพราะมันคือเอี้ยตาอีเอง พริบตาที่ถูกจดจำออก มันก็จดจำฝ่ายตรงข้ามออกเช่นเดียวกัน ภาพความทรงจำครั้งอดีตไหลผ่านในชั่วพริบตา จะศัตรูคู่แค้นก็ช่าง มิตรสหายก็ดี การได้พบพานคนรู้จักหลังจากผ่านเวลายาวนานเพียงลำพังเป็รสชาดอันลึกล้ำนัก
“หลงฮุ่ย เหตุใดเ้ากลายเป็เช่นนี้แล้ว’
ห้วงนิทราอันยาวนาน อาเค่อที่สิ้นไร้สติได้เห็นนิมิตรลางเลือนอีกครั้งหลังจากผ่านวันเวลาจนแทบจะลืมเลือนไปจนหมดสิ้น นิมิตรครั้งนี้ชัดเจนกว่ากาลก่อน ใน่ท้ายของาอันโหดร้าย หลังจากพลังอำนาจไร้ขีตจำกัดกดทับลงมา ชายหนุ่มผมขาวก็เป็ดั่งทวยเทพผู้บังคับทิศทางของาในครั้งนี้ ไม่มีผู้ใดขวางกั้นมันได้อีกต่อไป ชายหนุ่มและหญิงสาวเปลี่ยนจากศัตรูเป็มิตรชั่วคราว พวกมันรุมโจมใส่ทวยเทพอันบ้าคลั้งนี้ ทั้งพลังดาบรุนแรงจนสามารถตัดมิติจนบิดเบี๊ยว สายฟ้า พายุเพลิง พายุเกล็ดน้ำแข็งที่จู่โจมโหมกระหน่ำทำได้เพียงช่วยยื้อเวลาให้พวกมัน
“หลังจากดูดกลืนโลหิตพวกเ้าจนหมดสิ้น ข้าจะเป็ผู้หลุดพ้นกฏเกณแห่งวัฏะ เข้าสู่วิถีไร้ขอบเขตอันแท้จริง”ชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งคู่ย่อมไม่ยินยอมให้สิ่งที่ชายหนุ่มผมขาวกล่าวเป็จริง บนเส้นทางแห่งการฝึกตนนี้ ไม่มีผู้ใดยินยอมถูกผู้อื่นใช้วิถีที่ตนยึดมั่น เป็บันไดเหยียบย่ำสู่ความสำเร็จ
“ข้ายินยอมตาย แต่ไม่ยินยอมเป็บันไดให้ผู้ใดเหยียบย่ำ หากต้องสูญสิ้น ข้าจะปิดกันวิถีไร้ขอบเขตอันแท้จริงของเ้าไปพร้อมกัน…อนันตกาลคืนกลับ”สิ้นคำกล่าวของหญิงสาวเปลวเพลิงสีเงินบนวงแหวนาลุกโหมโชด่ นางใช้ชีวิตและิญญาของตนเองทั้งหมดสังเวยให้กับวงแหวนากับดวงธาตุทั้งสี่ วงแหวนากลายเป็คุกแห่งห้วงเวลากักขังชายหนุ่มผมขาวเอาไว้ ดวงธาตุทั้งสี่หมุนวนด้วยความเร็วสูงบิดเบือนห้วงเวลาภายในวงแหวนาไหลย้อนกลับ เมื่อเห็นจักรพรรดิโลหิตถูกกักขังอยู่ใจกลางวงแหวนา นางก็เผยรอยยิ้มสุดท้ายที่แย่งชิงความงดงามทั้งมวลบนแดนดินไว้เป็ของตนเองออกมา ในห้วงอนันตกาลคืนกลับนี้สิ่งสุดท้ายที่เหลือไว้มีเพียงความว่างเปล่า ชะตากรรมของจักรพรรดิโลหิตเป็เช่นใดต่อไปหาทราบได้ เนื่องเพราะนิมิตจบลงแล้ว ตัวยารักษาที่เหล่าซันใช้รักษามันเริ่มออกฤทธิ์ สติของอาเค่อของฟื้นคืนกลับมา
ภายในถ้ำมืดมิดมีเพียงแสงสว่างเลือนลางจากตะไคร่แสงดาว สิ่งแรกที่อาเค่อรับรู้ได้คือกลิ่นเหม็นคาวโลหิต เมื่อขยับร่างกายความเ็ปจากาแทั่วร่างก็จู่โจมดุจสายฟ้าฟาดใส่จนใบหน้าที่ซีดขาวปรากฏม็ดเหงื่อผุดพราย นอกจากส่วนศรีษะแล้วอาเค่อแทบไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้
‘เ็ปยิ่งนัก’อาเค่อกัดฟันข่มกลั้นความเ็ป สายตาพลันไปพบเหล่าซันที่สิ้นสติอยู่ด้านข้าง
“เหล่าซัน เหล่าซันเ้าเป็ไรแล้ว เหล่าซันยังมีชีวิตอยู่หรือไม่”อาเค่อร้อนใจะโเรียกเราซันจนหลงลืมความเ็ปไปชั่วครู่ เสียงของอาเค่อค่อยๆดึงสติของเหล่าซันที่ล่องลอยไปไกลคืนกลับร่าง มันค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างเหนื่อยล้า
“อาเค่อ เ้าฟื้นแล้ว เป็เช่นไรบ้าง”เหล่าซันคลืบคลานเข้าหาด้วยความดีใจ
“ข้าคิดว่าเ้าจะตายเสียแล้ว ดีใจจริงๆที่เ้ายังรอดมาได้”
“ข้าก็ดีใจเช่นกันที่ไม่ตาย ดีใจที่เ้าปลอดภัยด้วย”
“ฮ่าๆๆ ดีใจจริงๆที่ยังมีชีวิตอยู่”ทั้งสองนอนเหงยหน้ามองเพดานถ้ำ หัวเราะให้กับชีวิตที่เก็บกู้กลับมาได้อีกครั้ง สายตาสองคู่จ้องมองเพดานถ้ำดุจดั่งมองทิวทัศน์ท้องฟ้าอันงดงามที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ห้วงวิกฤตเป็ตายผ่านไป สรรพสิ่งคล้ายงดงามจับตา
ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งอาทิตย์กว่าๆ ด้วยสรรพคุณของพืชสมุนไพรและฝีมือในการรักษาของอาเค่อ พวกมันทั้งคู่ต่างฟื้นฟูสภาพร่างกายได้สมบูรณ์กว่าเจ็ดส่วน หลังออกมาจากรังของเทพคุ้มครองอย่างยากลำบาก อาเค่อและเหล่าซันปักหลักใช้กระท่อมเป็ที่พักรักษาตัว เหล่าซันเล่าถึงกลไกแปลกประหลาดที่มันค้นพบสร้างความสนใจแก่อาเค่อจนคิดติดปีกโบยบินไปสำรวจ แต่าแพวกมันสาหัสเกินไปต้องรักษาตัวชั่วเวลาหนึ่ง ตอนนี้สภาพร่างกายของพวกมันทั้งคู่พร้อมออกสำรวจแล้ว
“เหล่าซัน แน่ใจว่าไม่หลงลืมสิ่งใดไว้ ถ้ากลไกนั่นเป็ทางออกไปจากที่แห่งนี้จริงๆ ไม่แน่พวกเราอาจกลับมาที่แห่งนี้ไม่ได้อีก”เหล่าซันสำรวจหีบห่อข้าวของตนเองตามที่อาเค่อกระตุ้นเตือน สิ่งของส่วนตัวไม่มาก มีเพียงคันธนูและลูกศรที่จัดเตรียมไว้จำนวนมากเป็พิเศษเพียงเท่านั้น
“ข้าพร้อมแล้ว อาเค่อเ้าสิ่งของมากกว่าข้าแน่ใจว่าครบถ้วนแล้ว”ห่อผ้าของอาเค่อทั้งขนาดและจำนวนยังเยอะกว่าเหล่าซันเท่าตัว
“เช่นนั้นก็ไปเถอะ ไม่้าสิ่งใดเพิ่มแล้ว”เหล่าซันหยิบฉวยห่อผ้าของอาเค่อไปถือห่อหนึ่ง น้ำใจของสหายเป็เช่นนี้เอง ทั้งอาเค่อและเหล่าซันเหลียวกลับไปมองโถงถ้ำลึกลับกว้างใหญ๋ พืชพรรณป่าไม้โบราณ วิหารทองคำเร้นลับ ที่แห่งนี้พวกมันอยู่อาศัยมาถึงครึ่งชีวิต เรียนรู้เื่ดำเนินชีวิตมานานนับประการย่อมผูกพันธ์อย่างลึกซึ้ง การไปครั้งนี้อาจไม่ได้หวนกลับ อาเค่อแหละเหล่าซัน ไหนเลยไม่เกิดอารมณ์สะทกสะท้อนใจ