เมื่อเห็นหญิงสาวหยิบเข็มทองออกมา เด็กสองคนด้านในก็สั่นสะท้านไปทั้งร่าง ขณะมองเห็นเด็กหญิงหน้าไม่อายถอดเสื้อเด็กชายที่หลับอยู่ เด็กชายด้านในถ้ำก็รีบหันไปปิดตาเด็กหญิงด้านข้างทันที
“อื้อๆ” เด็กหญิงเอ่ยค้าน แต่ก็ยืนนิ่งไม่ขยับตัว
“อื้อ” เด็กชายส่งเสียงตอบกลับไม่ให้นางดื้อ ตอนนี้พวกเขาไม่กล้าส่งเสียงดังกวนใจเด็กหญิงผู้เก่งกาจแม้แต่คำเดียว
ที่พวกเขาสงสัยก็เพียงแค่ .. เด็กหญิงผู้เก่งกาจคนนี้ตาบอดจริงๆงั้นหรือ? แล้วคนตาบอดฝังเข็มให้คนได้จริงๆหรือ?
ขณะที่ถูกสงสัยนั้น อ้ายเชียนก็ได้ลงมือไปแล้ว นางทำให้อาการเขาไม่แย่ไปกว่านี้ เืเสียต้องถูกถ่ายออก ทั้งยังต้องช่วยกู้อาการาเ็หนักจนร่างแหลกเหลวของเขาอีก
หากไม่ใช่เพราะเด็กชายผู้นี้หัวแข็ง จิตใจแข็งแกร่ง กระทั่งร่างแหลกเหลวหัวใจก็ยังไม่หยุดเต้นแม้เจ็บเจียนตาย อ้ายเชียนก็คงไม่อาจดึงเขากลับจากประตูนรกได้
ขณะที่ฝังเข็ม อยู่ๆนางก็ไอออกมา ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกตัวขึ้นมา แต่ดวงตาเขาหนักเกินกว่าจะลืมขึ้น เห็นเพียงเลือนลางว่ามีเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังยุ่มย่ามกับร่างกายตนเอง
ที่รับรู้ก็เพราะมืออ่อนนุ่มที่จับไปทั่ว บ้างกด บ้างทิ่มจนทำให้ร่างกายเขาสั่นสะท้าน ทั้งเ็ป หนาวสั่น รุ่มร้อนปะปนไปทั่ว
กว่าจะผ่านคืนวันที่แสนยาวนานไปได้ อ้ายเชียนใช้เวลารักษาเขาข้ามวัน กระทั่งได้ยินเสียงคำรามจากด้านในถ้ำ นางจึงหยุดมือ
โครก~ เสียงท้องร้องอย่างน่าอายทำให้เด็กชายหันไปถลึงตากับเด็กหญิงด้านข้าง
‘เ้าควบคุมท้องตนเองได้หรือไม่ หากผู้ยิ่งใหญ่้าฆ่าเราแค่เ้าหายใจก็ผิดแล้ว’
‘เ้าจะโทษข้าได้ยังไง ข้าก็แค่หิวเท่านั้นเอง’ เด็กหญิงชายคล้ายสามารถสื่อสารกันทางสายตาได้
อ้ายเชียนยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหยิบเอาถุงย่ามสีดำข้างตัว ซึ่งนางได้ปลดลงไว้นานแล้ว ในนั้นมีผลท้อและหัวมันสุกแล้วอยู่จำนวนหนึ่ง แน่นอนว่านี่เป็เพียงผลท้อธรรมดา
หญิงสาววางย่ามไว้อีกด้านของกองไฟ จากนั้นก็กวักมือเรียกเด็กทั้งสอง
“มาหยิบไปคนละชิ้นเถอะ ลำบากพวกเ้าแล้ว” อ้ายเชียนรู้ดีว่าคนชุดขาวเ่าั้ไม่ได้มาตามล่าเด็กหนุ่มนี่เพียงเท่านี้แน่ ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะวนเวียนอยู่ในป่า ดังนั้นนางจึงต้องปิดถ้ำเอาไว้ก่อนเช่นนี้
“อย่าเสียงดังล่ะ คนด้านนอกนั้นไม่ใช่จะต่อกรได้ง่าย” อ้ายเชียนยังคงพูดด้วยเสียงสงบนิ่งเช่นเคย ก่อนจะไอออกมาอีกครั้ง
แค่กๆๆ คราวนี้เมื่อเอามือที่ปิดปากออก ปรากฎว่ามีเืติดออกมาด้วย ทำให้เด็กทั้งสองที่กำลังยื่นมือหยิบอาหาร รู้สึกผิดขึ้นมา
“...” ขณะที่เด็กหญิงกำลังจะเอ่ยปากพูด เด็กชายก็รีบปิดปากนางเอาไว้
“ถือว่าข้าจ้างพวกเ้าหาฟืนมาเติมไฟนี้แล้วกัน” อ้ายเชียนเอ่ยเบาๆ หาทางลงให้ทุกฝ่าย ทำให้เด็กหญิงชายตรงหน้าหยิบอาหารไปเสียที
อ้ายเชียนหันไปสนใจเด็กหนุ่มตรงหน้าต่อ ไม่รู้ว่าเขาลืมตาขึ้นมาั้แ่เมื่อใด แต่เขากลับมองนิ่งเพียงมือของนางซึ่งยังมีเืติดอยู่เท่านั้น
นางจึงนำมือไปซ่อนด้านหลังอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วเช็ดเืกับเสื้อ จากนั้นก็หยิบเข็มทองเล่มต่อไป
‘เ้านาย ร่างกายนั้นพิเศษนัก ความจริงเขาควรฝึกตนได้ใน่อายุ15-21ปี แล้วแต่ว่าพลังของเขาจะตื่นขึ้นเมื่อใด แต่เมื่อพลังถูกปลุกแล้วเขาจะเติบโตได้อย่างรวดเร็วกว่าผู้ใด และท่านสามารถใช้วิธีนั้นช่วยให้เขาฝึนตนได้ล่วงหน้า’
เสียงของเสี่ยวซ่งจูดังในหัวนางมาพักหนึ่งแล้ว พร้อมทั้งเขายังแนะนำให้นางลองฝังเข็มเพื่อปลุกให้พลังของชายหนุ่มตรงหน้าตื่นขึ้นมา
แต่ปัญหาก็คือ นางจะต้องใช้พลังิญญาเข้าช่วย เมื่อฝืนใช้พลังมากเกินไปสุดท้ายจึงาเ็ภายในเสียเอง
“คุณหนู ขอบคุณที่ช่วยเหลือข้าเอาไว้ ข้าหานคุนผู้นี้จะไม่ลืมบุญคุณคุณหนู” เสียงแหบพร่าของเด็กหนุ่มไม่ได้ทำให้อ้ายเชียนสนใจ
เมื่อเห็นนางไม่สนใจเขาก็ไม่ได้ซักไซร้ เพียงจับตามองการเคลื่อนไหวของนางอย่างแปลกใจปนชื่นชม ยิ่งเพ่งพิศมองดวงหน้าก็ยิ่งชมชอบในใจ คิดเผลอไผลอยากจะเห็นดวงตาที่ถูกผ้าขาวปิดเอาไว้
“คุณหนูพวกเรานำฟืนมาไว้ตรงนี้นะเ้าคะ” เสียงเล็กๆดังขึ้นขัดความสำราญ เด็กหนุ่มผู้ป่วยจึงหันไปมองอย่างขัดใจ แต่เมื่อเห็นการตอบกลับของคุณหนูผู้รักษาเขาอยู่ ในใจก็เย็นเฉียบ
“เอาวางรวมไว้ตรงนั้น วางสิ่งใดไว้ที่ใดให้บอกข้าด้วย” ว่าแล้วมือน้อยก็ละไปจากตัวของเด็กหนุ่ม จากนั้นก็ควานไปทั่วบริเวณจนอยู่เหนือกองฟืน นางจึงพยักหน้าพึงพอใจ
นี่ยืนยันได้ว่าคุณหนูตรงหน้าตาบอดจริงๆ ทำให้ดวงใจของทุกคนในถ้ำเย็นเยียบลง พวกเขามองเด็กหญิงราวกับมองของแปลก
อ้ายเชียนผู้แกล้งตาบอดสามารถเห็นดวงหน้าแข็งทื่อของทุกคนได้อย่างชัดเจน นางลอบยิ้มในใจเมื่อตนเองตีบทแตก
‘ตีบทแตกมาก แต่จะแตกกว่านี้หากท่านไม่สามารถฝังเข็มให้คนได้ แหม แหม คนตาบอดกลับฝังเข็มได้ตรงจุด’
‘ข้าก็ใช้มือคลำอยู่นี่ไง’ อ้ายเชียนขมวดคิ้วน้อยๆ ตอกกลับเสี่ยวซ่งจูในใจ
“คุณหนูท่าน...”
“ข้าตาบอด ทำไมหรือ? หรือพวกเ้าคิดว่าข้าปิดตาเอาไว้แกล้งๆ หรือเ้ากลัวว่าข้าจะทำเ้าตาย” อ้ายเชียนเอ่ยคำถามแรกกับทุกคน ส่วนคำถามหลังนั้นนางเอ่ยถามกับเด็กหนุ่มที่ตนช่วยชีวิตเอาไว้
“ชีวิตข้าได้ท่านช่วยเหลือไว้ ต่อไปนี้ชีวิตนี้ย่อมเป็ของท่าน ข้าไม่กังขาในวิชาแพทย์ของคุณหนู” คำพูดยืนยันหนักแน่นจริงใจ ทำให้อ้ายเชียนต้องมองเด็กหนุ่มคนนี้ใหม่อีกรอบ
“พวกเราเช่นกัน” เด็กชายรีบนั่งคุกเข่าลง ดึงมือเด็กหญิงนั่งข้างกัน อ้ายเชียนไม่แม้แต่เงยหน้าขึ้นมองพวกเขา แต่เพียงได้เห็นใจจริงของพวกเขาซึ่งไม่หน้าไหว้หลังหลอกต่อหน้านางก็พอใจแล้ว ค่อยเหมาะสมนำมาเลี้ยงไว้ข้างกายเสียหน่อย
“กล่าวเช่นนี้พวกเ้าอยากติดตามข้ารึ” อ้ายเชียนเอ่ยถามเสียงเบา เด็กทั้งสองมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พวกเขาเพียงแสดงความจริงใจตามเด็กหนุ่มอีกคนเท่านั้น ด้วยกลัวอ้ายเชียนจะหันมาเล่นงานพวกตนหากไม่แสดงท่าที
“นับแต่ท่านช่วยเหลือข้าเอาไว้ชีวิตข้าก็เป็ของท่านแล้ว ไม่ผิด ข้าอยากติดตามท่าน” เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นอีกครั้งเพื่อแสดงจุดยืน ทำให้เด็กทั้งสองเริ่มมองเห็นอนาคตที่มืดมนของตนหากไม่รีบแสดงท่าทีบ้าง
“ข้า...” ก่อนที่เด็กหนุ่มด้านในถ้ำจะได้เอ่ย อ้ายเชียนก็เอ่ยขัดเสียก่อน
“ข้าไม่้าคนไร้ค่ามาติดตาม...คนไร้ค่าไม่ได้หมายถึงคนยากจน คนไร้พร์ หรือคนที่ไม่สามารถฝึกตนได้ แต่หมายถึงคนที่ไม่เคารพเชื่อฟังข้า”
“ดังที่พวกเ้าเห็น ข้านั้นแข็งแกร่งมาก” เมื่ออ้ายเชียนเอ่ยคำนี้ เสี่ยวซ่งจูก็กระแอมขึ้นข้างหูนาง
‘แฮ่ม นายท่าน ท่านยังอ่อนหัดนักในฐานะผู้ฝึกตน เด็กหนุ่มนั่นก็มาจากทวีปอื่นที่สูงกว่าแผ่นดินนี้ ท่านหลอกเขาไม่ได้’
‘ข้าไม่ได้หลอกเขา ข้าหลอกเ้าเด็กโง่ทั้งสองนั่นต่างหาก’ อ้ายเชียนใช้เวลาเพียงอึดใจดุกระรอกน้อย มันจึงเงียบเสียงไป
“ข้าไม่ได้้าคนที่ข้าต้องเสียสละปกป้อง หากอยากติดตามข้าเ้าจะต้องปกป้องข้า และข้าก็จะปกป้องคนที่ปกป้องข้า” อ้ายเชียนเงยหน้าขึ้น หันไปทางเด็กทั้งสองในถ้ำ พวกเขาสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดกลัว ทั้งๆที่มองไม่เห็นดวงตานางกลับรับรู้ถึงความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมา
“อายุเพียงเท่านี้...บนแผ่นดินนี้ คุณหนูกลับแข็งแกร่งเพียงนี้ ข้าละอายเหลือเกินที่ต้องขอร้องเพื่อติดตามท่าน ข้าเป็เพียงสวะไร้ค่าจริงๆ แต่ข้าจะไม่ทำให้คุณหนูผิดหวัง แม้ข้าจะฝึกตนไม่ได้แต่ข้าจะดูแลรับใช้คุณหนูเอง”
เสียงของเด็กหนุ่มยังคงกระตือรือร้นที่จะมอบตนเองให้อ้ายเชียน นางไม่ได้สนใจแต่กลับหยิบย่ามที่วางไว้บนพื้นขึ้นมา เมื่อยกมือออกมาก็เห็นโอสถขวดหนึ่ง
“ข้ายังไม่มีหม้อหลอมดังนั้น เ้าติดหนี้ศิษย์พี่ข้าครั้งหนึ่ง” อ้ายเชียนเผยรอยยิ้มเศร้าเป็ครั้งแรก ทำให้คนที่มองหัวใจกระตุก ก่อนที่นางจะกรอกยาเข้าปากหนุ่มผู้ป่วยอย่างรุนแรง
“แค่กๆๆ ข้า..” ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะพูดอะไร เขาพลันรู้สึกเหมือนพลังกลุ่มหนึ่งกำเนิดขึ้นในกาย จากนั้นก็ค่อยๆกระจายไปทั่วร่าง ความอบอุ่นขุมนั้นทำให้เขารู้สึกเบาสบายๆ และบีบบังคับให้เขาหลับลงในที่สุด
“เอาล่ะ หากตัดสินใจได้ว่าจะติดตามข้าหรือไม่ ก็ให้มาเล่าเื่ราวที่ผ่านมาของตนให้ข้าฟังตรงนี้ แล้วข้าจะตัดสินอีกทีว่าควรจะรับหรือไม่รับพวกเ้าดี” อ้ายเชียนเอ่ยขู่ขวัญเด็กน้อยไปอีกประโยคหนึ่ง ก่อนจะเบี่ยงกายไปด้านข้าง ทิ้งตัวลงนอนไป
เด็กทั้งสองมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พวกเขาไม่อาจตัดสินใจได้ในเร็ววันเนื่องจากความไม่มั่นคง ให้นับถือหญิงตาบอดเป็เ้านายงั้นหรือ? นี่ก็ไม่ได้ต่างจากการถูกขายเป็ทาสไม่ใช่หรือ?