เย่หยางหันศีรษะมองไปตามเสียงเห็นร่างสองร่างกำลังพุ่งมาทางนี้ ร่างหนึ่งที่อยู่ด้านหน้ากำลังวิ่งมาทางเขาอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองเคลื่อนไหวเร็วมาก ย่างกรายเข้ามาใกล้ทุกขณะทุกคนต่างเห็นชัดว่าคนตรงหน้าคือชายชุดเทาที่ปรากฏตัวก่อนหน้านี้
ผู้ติดตามมาอย่างใกล้ชิดคือชายวัยกลางคนที่ปลอมตัวเป็ผู้าุโคุมกฎทั้งยังเป็คนส่งเสียงร้องเตือน
แม้ทั้งสองจะต่อสู้อย่างเต็มกำลังอยู่ด้านนอกทว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งหมดของตระกูลเย่ก็อยู่ในสายตาของพวกเขา
ชายชุดเทาไม่คิดว่าเย่หยางจะสร้างปาฏิหาริย์ทั้งยังทำลายแผนการรวมถึงตัวหมากที่วางไว้ทั้งหมดของเขาทีละคน
เมื่อเห็นว่าแผนการกำลังจะล้มเหลวเขาจึงโจมตีชายวัยกลางคนด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มีจนกระเด็นถอยหลังออกไปแล้วหันกลับมาวิ่งเข้าใส่เย่หยาง
ชายวัยกลางคนตื่นตระหนกทันทีที่เห็นว่าชายชุดเทากำลังวิ่งเข้าไปหาเย่หยางฝีมือของพวกเขาทั้งสองทัดเทียมกันจึงเป็เื่ยากที่จะเอาชนะหรือต่อให้ฝ่ายตรงข้าม้ากำจัดเขาก็ไม่อาจทำได้เช่นกัน
เมื่อเห็นชายชุดเทามุ่งหน้าตรงไปยังเย่หยางก็เข้าใจทันทีว่าจะทำอันใดเขาจึงรีบร้องเตือนเสียงดัง
เย่หยางเห็นใบหน้าชายชุดเทาอย่างชัดเจน เขาเตรียมจะวิ่งหนีไปแต่ก็ต้องตื่นตระหนกเมื่อพบว่าร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ พลังมหาศาลกำลังผนึกร่างของเขาไว้รู้สึกราวกับถูกก้อนศิลาขนาดั์กดทับ
หลังจากถูกผู้ฝึกยุทธ์ระดับยอดยุทธ์ใช้ปราณผนึกร่างเอาไว้เย่หยางก็รู้ว่าไม่มีทางหลบหนีได้
เย่หยางกัดฟันระงับความหวาดกลัวในใจพยายามย่อตัวลงช้าๆ หยิบขวานเล่มใหญ่ที่เท้าขึ้นมา พลางจ้องเขม็งไปยังชายชุดเทา
ชายชุดเทาเห็นว่าเย่หยางถูกปราณผนึกแต่กลับไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ทั้งยังฝืนร่างกายหยิบขวานขนาดใหญ่ขึ้นมาชี้หน้าเขา
ชายชุดเทาพลันยิ้มอย่างดูถูก เขาปล่อยหมัดออกไปด้วยระยะไม่กี่จ้างหมัดที่มองไม่เห็นกลายเป็ราชสีห์พิโรธทะยานเข้าใส่เย่หยาง
ราชสีห์ที่ปรากฏมิใช่ราชสีห์ตัวจริง แต่เป็ความสามารถของผู้ที่ฝึกฝนถึงระดับยอดยุทธ์เปลี่ยนรูปปราณแท้
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ยุทธ์ทำได้แค่นำปราณแท้มาห่อหุ้มเป็เกราะไม่สามารถปล่อยออกมาเป็พลังโจมตีเช่นนี้ได้
ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ยุทธ์เย่หลิงเทียนรู้ดีว่าการโจมตีนี้ทรงพลังเพียงใดต่อให้อยู่ในระดับจอมยุทธ์ก็อาจาเ็สาหัสเจียนตาย
ทันใดนั้นเย่หลิงเทียนก็ะเิพลังปราณแท้ทั้งหมดออกมาตวัดฟันออกไปในแนวนอนส่งผลให้ผู้าุโใหญ่กับจ้าวหย่งเซิงต้องถอยหลังห่างออกไปสองสามก้าวทันที
เย่หลิงเทียนใช้โอกาสนี้พุ่งเข้าไปหาเย่หยางพร้ะโกนว่า "หยางเอ๋อร์อย่าได้ตื่นตระหนกพ่อกำลังไปช่วยเ้า”
ชายชุดเทาที่ปล่อยหมัดออกไปเยาะเย้ยเย่หลิงเทียน "วันนี้ไม่มีผู้ใดช่วยลูกชายเ้าได้แล้วความพยายามของเ้าจะสูญเปล่า เตรียมผลิตลูกใหม่ได้เลย ฮ่าๆ"
หนามวารีในมือของเขาส่องแสงเจิดจ้าแทงไปยังเย่หลิงเทียน
เย่หลิงเทียนรู้สึกกังวลอย่างยิ่งเขาเห็นกับตาว่าชายชุดเทาปลดปล่อยหมัดพลังมหาศาลออกไปแต่ก็ยังมีพลังเหลือมากพอที่จะมาสกัดกั้นเขาไว้ส่วนชายวัยกลางคนที่ไล่ตามมาด้านหลัง แม้จะอยู่ห่างออกไปไม่ไกลแต่ก็เข้ามาช่วยเหลือเย่หยางไม่ทันอย่างแน่นอน
เขาไม่แยแสหนามวารีที่พุ่งเข้ามาหา แต่กลับตวัดดาบยาวในมือเฉือนตัดศีรษะชายชุดเทาตั้งใจเอาชีวิตเข้าแลกกับการต่อสู้ครั้งนี้
ชายชุดเทาขมวดคิ้วแม้ว่าเขาจะเป็นักรบระดับยอดยุทธ์ผู้แข็งแกร่งแต่ถ้าถูกเย่หลิงเทียนโจมตีก็อาจตายได้เช่นกันจึงไม่ยินดีแลกชีวิตสูญเสียทั้งสองฝ่าย
เขาตัดสินใจดึงหนามวารีกลับมาสกัดกั้นดาบยาวของเย่หลิงเทียน
บังเกิดเสียงดังเคร้ง ประกายไฟปลิวว่อน
ร่างของเย่หลิงเทียนถอยกระเด็นออกไปประมาณห้าหกก้าวเืลมพลุ่งพล่านอยู่ในอก โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปากปรากฏรูขนาดเท่าถั่วลิสงขึ้นบนดาบยาวในมือของเขา
เขารีบหันกลับไปมองลูกชายโดยไม่สนใจอาการาเ็ของตนเองเมื่อเห็นว่าการโจมตีใกล้ถึงเย่หยาง ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างจนแทบถลนจากเบ้าร้องเรียกชื่อบุตรชายอย่างเศร้าสร้อย "หยางเอ๋อร์!"
หัวใจของทุกคนจมดิ่ง ในความคิดของพวกเขา ตัวตนระดับยอดยุทธ์ล้วนเป็ตัวตนอันสูงส่งไม่คิดว่าจะกระทำเื่ไร้ยางอายอย่างการพยายามโจมตีชายหนุ่มที่ฝีมือยังไม่ถึงระดับนักรบด้วยซ้ำ
เด็กสาวหลายคนกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกทันทีที่เห็น
“เย่หยางระวัง!!!”
“รีบหนีไป!!!”
ดวงตาอันงดงามของเย่ชิงเสวียนปิดลง หัวใจเ็ปรวดร้าวน้ำตาใสรินไหลอาบแก้มอันไร้ที่ติของนาง
ผู้ที่สงบนิ่งที่สุดในเหตุการณ์นี้ก็คือเย่หยางสายตาอันเ็าของเขาจ้องเขม็งไปยังปราณรูปร่างราชสีห์เขารีบโคจรปราณแท้จากทั่วร่างให้ไหลเวียนอัดแน่นไปที่แขน
ครั้นััได้ถึงพลังปราณแท้ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในร่างเย่หยางก็ค่อยๆ ยกขวานขึ้นพลางตวาดกร้าว "รับไปซะ!"
ปราณแท้ภายในร่างไม่ถูกกักเก็บไว้อีกต่อไปขวานขนาดใหญ่ในมือของเขาฟาดเข้าใส่ราชสีห์ประดุจสายอัสนีฟาดผ่า
“ตูม” บังเกิดเสียงดังขึ้น
พลังปราณแท้เสมือนสายชลธีล้นตลิ่งจนพังทลายแพร่กระจายไปทั่วทุกสารทิศอย่างบ้าคลั่ง กรวดทรายกระเด็นปลิวว่อน
พลังปราณรุนแรงกวาดผ่านไปทั่วโดยมีเย่หยางเป็ศูนย์กลางสมาชิกตระกูลเย่บางคนที่อยู่ใกล้ถูกคลื่นพลังปราณพัดปลิวไปไกลสีหน้าของพวกเขาซีดเซียวขณะลุกขึ้นยืน
บางคนที่อยู่ไกลออกไปยังได้รับผลกระทบของคลื่นปราณจนต้องถอยหลังออกไปสองสามก้าวก่อนจะทรงตัวยืนหยัดได้
เมื่อคลื่นปราณหายไปทั่วบริเวณก็ตลบอบอวลไปด้วยฝุ่นฟุ้งกระจาย ผู้คนมองไปข้างหน้า ต่างอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
ตำแหน่งที่เย่หยางเคยอยู่บังเกิดคลื่นพายุดุจปล่องูเาไฟขนาดสามจ้างณ ใจกลางหลุม เสื้อแสงที่เย่หยางสวมใส่ขาดรุ่งริ่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิงทั่วร่างมีาแนับไม่ถ้วน โลหิตสีแดงสดไหลโซมกาย
ขวานั์ในมือพังทลายจนสิ้น หลงเหลือเพียงด้ามจับยาวหนึ่งฉื่อแม้สภาพของเขาจะดูน่าสังเวช แต่เย่หยางก็ยังยืนตัวตรงอย่างภาคภูมิใจกระแสลมพัดผ่าน เส้นผมยุ่งเหยิงปละปลิวเผยให้เห็นดวงตาพยัคฆ์คู่หนึ่งที่มีเจตจำนงแน่วแน่ไม่สั่นคลอน
‘พรวด’ โลหิตพุ่งออกมาจากปาก
เย่หยางพยายามป้องกันการโจมตีเต็มที่ทว่าการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามทรงพลังอย่างยิ่ง มันกระเทือนอวัยวะภายในของเขาจนได้รับความเสียหาย
“เย่หยาง!” เย่ชิงเสวียนร้องะโ นางรีบวิ่งไปหาเขาหยิบขวดหยกออกจากแขนเสื้อ ก่อนเทโอสถออกแล้วยัดใส่ปากเย่หยาง
เย่หยางที่เ็ปไปทั้งร่างเอนกายลงบนอ้อมแขนเย่ชิงเสวียนกลิ่นหอมอบอวลออกมาจากร่างของนางขณะที่เขากลืนกินโอสถก็มองไปที่ใบหน้าอันงดงามที่อยู่ใกล้ๆ ส่งยิ้มให้พลางพูด “เปี่ยวเจี่ยชิงเสวียนตระกูลของเราจะมอบโอสถคุณภาพสูงเช่นนี้เพียงปีละครั้งเท่านั้น เพราะข้าทำให้ท่านสูญเสียอย่างใหญ่หลวง”
เย่ชิงเสวียนปาดน้ำตาบนใบหน้าอันงดงาม แก้มนวลยามนี้ได้เปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อนางกล่าวด้วยความโกรธว่า"เจ็บปางตายขนาดนี้ยังจะพูดจาติดตลกอีก? ข้านึกว่าเ้าจะตายเสียแล้ว"
ขณะเย่หยางกำลังจะตอบกลับเขาก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างฉับพลัน รีบกอดร่างเย่ชิงเสวียนกลิ้งไปด้านข้าง
เย่ชิงเสวียนถูกเย่หยางกอดกลิ้งลงกับพื้นทันใดนั้นนางก็รู้สึกอ่อนระทวยไปทั้งกายใจ กลิ่นแปลกๆ อบอวลอยู่ในหัวใจจมูกของนางเต็มไปด้วยกลิ่นบุรุษเพศของเย่หยาง
นางเป็หญิงสาวพรหมจรรย์ผู้รักนวลสงวนตัวเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในที่สาธารณะ แล้วจะไม่ให้นางหน้าแดงระเรื่อได้อย่างไร
ขณะกำลังจะดุเย่หยางแสงเย็นะเืก็ห่อหุ้มทั่วร่างของทั้งสอง
‘ฉึก!’
หนามวารีพุ่งเข้ายังบริเวณที่ทั้งสองเคยอยู่ถ้าเย่หยางไม่รีบจับตัวนางพลิกไปด้านข้างเพื่อหลบลี้เขากับนางคงถูกหนามวารีสังหารตายไปแล้ว
เนื่องจากชายชุดเทาเห็นเย่หยางรอดชีวิตจากการโจมตีแรกจึงปล่อยหนามวารีออกไปปลิดชีพอีกครั้งอย่างเงียบเชียบไม่คาดคิดว่าเย่หยางจะหลบเลี่ยงมันได้อีกคราทั้งที่ไม่รู้ตัวล่วงหน้า
"บัดซบ!"
"เ้าคนต่ำช้า!"
เสียงก่นด่าดังขึ้นสองครั้งเย่หลิงเทียนกับชายวัยกลางคนปรี่เข้าไปหาชายชุดเทา
ก่อนหน้านี้ชายชุดเทาโจมตีเย่หยางทั้งที่ตนอยู่ในระดับยอดยุทธ์ก็นับเป็การกระทำไร้ยางอายอยู่แล้วหลังจากที่เขาไม่สามารถปลิดชีพเย่หยางภายในการโจมตีเดียวได้ยังทำตัวน่ารังเกียจด้วยการแอบลอบโจมตีเขาอีกครั้ง การกระทำต่ำช้าเช่นนี้ทำให้คนทั้งสองขุ่นเคืองใจอย่างยิ่ง
เมื่อพบว่าตนเองล้มเหลวในการสังหารเย่หยางสองครั้งติดสีหน้าท่าทางของชายชุดเทาก็ดูน่าเกลียดยิ่งขึ้น
เขาเป็คนที่น่านับถือคนหนึ่งยามนี้แค่สังหารมือใหม่ที่ไม่ใช่ระดับนักรบก็ยังทำไม่ได้ ช่างน่าอัปยศยิ่งนัก
หากจะกล่าวว่าเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงก็ดูจะเป็ข้อแก้ตัวบัดนี้เขาล้มเหลวถึงสองครั้งสองครา หากผู้อื่นรู้ตลอดชีวิตนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
เขารู้สึกเดือดดาลไม่สนการโจมตีจากทั้งสองที่อยู่ด้านหลัง รีบพุ่งตรงไปยังเย่หยาง
คนทั้งสองไม่คาดคิดว่าชายชราชุดเทาจะเพิกเฉยต่อการโจมตีอาวุธของพวกเขาฟาดลงบนหลังของชายชราชุดเทาทันที
พวกเขารู้สึกราวกับเชือดเฉือนลงไปในทะเลสาบอาวุธของทั้งสองแฉลบออกไปด้านข้าง โดยเฉพาะดาบของเย่หลิงเทียนที่ถูกสกัดกั้นจนไม่อาจเข้าถึง
กระบี่ยาวของชายวัยกลางคนฟันลงไปบนแผ่นหลังของชายชุดเทาอย่างแรงแม้พลังบางส่วนของเขาจะถูกสกัดกั้น ทว่าส่วนหนึ่งก็ทะลวงเข้าสู่ร่างของชายชุดเทา
ชายชราชุดเทากระอักโลหิตออกมาคำใหญ่แต่ก็ยังไม่หยุดพุ่งโจมตีเข้าใส่เย่หยาง
เมื่อเย่ชิงเสวียนเห็นชายชุดเทาพุ่งมาหาเย่หยางนางจึงกัดฟันพลิกตัวกอดเย่หยางไว้ในอ้อมแขน เอาตัวบังร่างของเย่หยางเอาไว้
ทันใดนั้นก็มีเสียงอ่อนโยนดังขึ้นข้างหูนาง “ขอบคุณเปี่ยวเจี่ยชิงเสวียนแต่เย่หยางไม่ใช่พวกชอบหลบซ่อนตัวอยู่หลังผู้อื่น”
นางััได้ถึงมือที่อ่อนโยนลูบไล้บนศีรษะจากนั้นร่างของนางก็สั่นสะท้าน เย่ชิงเสวียนถูกผลักกระเด็นออกไปด้วยพลังอันแข็งแกร่ง
เย่หยางมองดูร่างของเย่ชิงเสวียนกระเด็นออกไปไกลหลายจ้างด้วยสายตาลึกซึ้งในมือขวาของเขาถือปิ่นปักผมสีทองที่ก่อนหน้านี้เสียบบนศีรษะของนาง
เย่หยางจ้องมองชายชุดเทาที่กำลังทะยานเข้ามาหาเขาด้วยสายตาเ็ารวบรวมพลังปราณแท้ทั้งหมดไว้ในมือขวา มุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่ตาขวาของฝ่ายตรงข้าม
เมื่อเห็นเย่หยางมองตนเองด้วยสายตาเ็าชายชุดเทาก็โกรธจัด นี่เป็ครั้งแรกที่เขาถูกชายหนุ่มฝีมือไม่ถึงระดับนักรบดูิ่
ฝ่ามือทั้งสองกลายเป็กรงเล็บเปี่ยมล้นไปด้วยพลังปราณแท้ แสงเย็นเยียบวิบวับขึ้นที่ปลายนิ้ว แล้วคว้าไปยังไหล่ของเย่หยาง
หากเขาจับเย่หยางได้ เย่หยางจะถูกฉีกเป็ชิ้นๆ ในพลัน
พอชายวัยกลางคนกับเย่หลิงเทียนเห็นการโจมตีอันรุนแรงของชายชุดเทาก็วิตกกังวลอย่างยิ่ง "หยางเอ๋อร์รีบหนีเร็ว!!!"
ครานี้ชายชุดเทาไม่ได้ใช้ปราณแท้ผนึกร่างของเย่หยางอันที่จริงเย่หยางสามารถหลบหนีได้ หรือไม่ก็รอให้คนทั้งสองมาถึง
แต่เป็เพราะเหตุผลบางอย่างเย่หยางจึงจ้องมองชายชุดเทาอย่างเ็า ไม่คิดจะหลบหนีแม้แต่น้อย
“ไปลงนรกซะไอ้หนู!”
“ไปลงนรกซะไอ้แก่”
ทั้งสองร้องคำรามขึ้นพร้อมกันชายชุดเทาตั้งกรงเล็บตะปบลงไปบนไหล่ของเย่หยาง หมายฉีกกระชากเขาเป็ชิ้นๆเพื่อบรรเทาความเกลียดชังในใจตน
ขณะชายชุดเทากำลังโจมตีเย่หยาง เย่หยางก็ใช้ปิ่นปักผมสีทองที่อยู่ในมือขวาแทงแหวกอากาศทะลวงเข้าไปยังดวงตาขวาของชายชุดเทาอย่างรวดเร็ว
ชั่วขณะนั้นกระบี่หักที่อยู่ในทะเลแห่งจิตสำนึกของเย่หยางสั่นไหวเล็กน้อยแสงที่มองไม่เห็นแผ่กระจายไปทั่วร่างกายของเขาอย่างฉับพลันแม้แต่เย่หยางก็ยังไม่อาจตระหนักถึง
เดิมทีชายชุดเทาไม่สนใจการโจมตีของเย่หยางแม้แต่น้อยด้วยคิดว่าทันทีที่เย่หยางแทงปิ่นเข้ามาเขาจะใช้พลังปราณผลักมันออกไปทว่าทันใดนั้นเขาก็ััถึงพลังแหลมคมที่ผนึกลงมายังตาขวาของเขาโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง
เมื่อถูกผนึกปราณ หัวใจของเขาก็อึ้งตะลึงเพราะผู้ที่ทำเช่นนี้ได้จะต้องมีฝีมืออยู่ในระดับราชันยุทธ์เท่านั้นแต่สถานการณ์ปัจจุบันไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเื่นี้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดผลเสียกับทั้งสองฝ่าย
แม้ชายชุดเทาจะสามารถฉีกเย่หยางเป็ชิ้นๆ ได้แต่เย่หยางก็จะทำให้เขาตาบอดก่อนตาย เขารู้สึกเสียใจที่สถานการณ์ในตอนนี้เหมือนจะสายเกินไปแต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอดทนรับ
แต่แล้วดวงตาของเขาก็พร่ามัว อยู่ๆเย่หยางก็หายไปต่อหน้า ชายชุดเทาตื่นตระหนกรีบเหลียวซ้ายแลขวามองหาแต่ก็ไม่เห็นเย่หยาง
เสียงน่าเกรงขามพลันดังกังวานมาจากท้องฟ้า "เ้ากล้ามายังเมืองปาฮวงของข้าทั้งยังวิ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไร"