สองขาของนางอ่อนล้ามานานแล้วไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่นั่งรถ การประจบประแจงแบบเด็กๆ ย่อมทำให้ผู้ใหญ่หัวเราะได้เย่ชิงชิงจึงกล่าวคำชื่นชมออกมาโดยไม่กระดากปาก
แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้ของนางทำให้คนขายเนื้อสกุลหูหัวเราะลั่นเขากล่าวว่า “แม่หนูคนนี้ช่างพูดกว่าหลิ่วิของเราเสียอีกนะ!”
“ไม่รู้ว่าเรียนรู้มาจากผู้ใด...” นางซูหวนนึกถึงคำพูดที่บุตรสาวของตนใช้ขายดอกไม้นางก็ส่ายหน้ายิ้มๆ พลางกล่าวว่า “ต้องรบกวนท่านแล้วเ้าค่ะ”
“เป็คนบ้านเดียวกัน แค่พากันไปไหนมาไหนไม่ถือว่ารบกวนหรอกน่า” คนขายเนื้อสกุลหูโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
นางซูประคองเย่ชิงชิงขึ้นรถเทียมวัวจัดวางสัมภาระของตนให้เข้าที่ แล้วนั่งลงอย่างระมัดระวัง หลังจากนั้นคนขายเนื้อสกุลหูฟาดแส้หนึ่งครั้ง บังคับวัวเหลืองตัวใหญ่ให้ก้าวเดินไปข้างหน้าเสียงล้อรถไม้เคลื่อนเสียดสีกันดังกุกกัก
รถลากที่ปกติใช้ขนเนื้อหมูมีรอยเืจางๆ สีดำติดอยู่ทั่วคัน แม้จะล้างทำความสะอาดทุกวันแต่กลิ่นคาวเืก็ยังคงรุนแรง
กลิ่นอันไม่พึงประสงค์อบอวลอยู่ในโพรงจมูกถนนลูกรังก็ขรุขระนัก เย่ชิงชิงจึงทำได้เพียงเบี่ยงเบนความสนใจนางพูดคุยกับคนขายเนื้อสกุลหูเื่ประเพณีพื้นบ้านและราคาสินค้าในหมู่บ้านเถียนซินเขาเองก็ไม่รังเกียจที่นางยังเด็กและมีความรู้ตื้นเขิน หัวเราะฮ่าฮ่าไปตลอดทาง
เมื่อมาถึงหมู่บ้านเถียนซินก็เป็เวลาย่ำค่ำแล้ว นางซูนำสัมภาระของตนลงจากรถ และกล่าวขอบคุณเขาหลายครั้ง
“คนเมืองอย่างพวกเ้านี่ไว้เนื้อไว้ตัวนัก เกรงใจอะไรกันนักหนา!” คนขายเนื้อสกุลหูแสดงความไม่เข้าใจ เขาเช็ดหน้าผากสักครู่แล้วบังคับรถเทียมวัวจากไป
ชาวบ้านในชนบทมักจะไม่มีเล่ห์เหลี่ยมซับซ้อนเช่นนั้นนางซูหัวเราะเล็กน้อย แล้วจูงมือเย่ชิงชิงกลับบ้าน
เมื่อกลับมาถึงเรือนน้อยมีรั้วไม้ไผ่กั้นนางซูก็เริ่มจัดการเครื่องในไก่และเป็ดกองโต
นางทำความสะอาดเครื่องในไก่และเป็ดทั้งหมดให้ปราศจากสิ่งสกปรก
จากนั้นนำเครื่องในทั้งหมดไปล้างให้สะอาดและแช่ในเหล้าข้าวผสมน้ำเพื่อดับกลิ่นคาวเย่ชิงชิงถือโอกาสนี้อธิบายวิธีการทำอาหารให้นางซูฟัง
วิธีการทำล่าช่วนคือ ใส่พริก ฮวาเจียว [*] อบเชย โป๊ยกั๊ก และเครื่องเทศอื่นๆ ลงไปเติมซีอิ๊วและเหล้าข้าวในปริมาณที่เหมาะสม แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนน้ำงวด
วิธีทำที่ง่ายดายเช่นนี้ทำให้นางซูสงสัย“ผู้ใดกันบอกว่าสามารถทำเช่นนี้ได้”
“เมื่อตอนที่ลูกป่วย มีคุณป้าท่านหนึ่งบอกลูกมาเ้าค่ะ” เย่ชิงชิงกะพริบตา ตอนนั้นผู้ป่วยไข้ทรพิษทั้งหมดถูกกักกันนางจึงกล่าวได้โดยไม่กังวลว่าเื่โกหกนี้จะถูกเปิดเผย
นางซูไม่ได้คิดมากนักเครื่องเทศมากมายขนาดนี้ หากนำมาปรุงอาหาร รับรองว่าต้องอร่อยเป็แน่
ด้วยใจที่อยากลองนางซูหยิบหม้อใบใหญ่ที่เพิ่งซื้อมา ล้างทำความสะอาดแล้วตั้งบนเตาจากนั้นเริ่มจุดไฟเย่ชิงชิงฉวยโอกาสตักน้ำพุวิเศษครึ่งกระบวยใส่ลงในหม้อเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบ
อีกเตาหนึ่งนางกำลังเตรียมอาหารกลางวันสำหรับคนในบ้านมีผักผัดสองจาน หัวใจเป็ดผัดพริก และเครื่องในไก่ผัดรสเผ็ดผักใบเขียวก็ดูสดใหม่น่าทานรสเผ็ดช่วยดับกลิ่นคาวของหัวใจเป็ดและเครื่องในไก่ได้อย่างดีเยี่ยมใส่พริกเล็กน้อยลงไปพร้อมกับต้นหอมและขิงซอย แล้วผัดในกระทะที่น้ำมันกำลังเดือดพล่านจนได้กลิ่นหอมเข้มข้นรสกลมกล่อมเผ็ดร้อนจนลิ้นชา!
สำหรับผู้ที่เคยอดอยากมานานมื้อเที่ยงนี้ช่างอุดมสมบูรณ์จนน่าหลั่งน้ำตา
“ไม่คิดเลยว่าเครื่องในที่ไม่มีใคร้าจะอร่อยได้ถึงเพียงนี้” นางซูประหลาดใจยิ่งนัก
เย่ชิงชิงรู้ว่าในสมัยโบราณไม่นิยมกินเครื่องในแม้แต่คนรวยก็ไม่เหลียวแล ส่วนคนยากจนก็ไม่ค่อยกินสิ่งนี้เช่นกัน
ทว่าเครื่องในสัตว์นั้นอุดมไปด้วยธาตุเหล็กสังกะสี และแร่ธาตุอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อนำมาปรุงหลากหลายวิธี จึงค่อยๆกลายเป็ที่นิยมบนโต๊ะอาหารของผู้คน
“อ...อร่อย...” เย่จื้อเฟิงพุ้ยข้าวอย่างตะกละตะกลาม
ปกติเขาไม่ค่อยพูดนานๆ ครั้งถึงจะเอ่ยปากพูดออกมา แต่ก็เป็คำพูดที่ไร้ความหมายทว่าในตอนนี้เขาพูดออกมาอย่างชัดเจน ทำให้นางซูดีใจเหลือเกิน
นางไม่รู้ว่าเป็เพียงความรู้สึกของนางหรือไม่แต่เย่ชิงชิงรู้สึกว่าเย่จื้อเฟิงดูไม่ทึ่มทื่อเหมือนเมื่อก่อนแล้วแม้ว่าเขายังคงเอาแต่ยิ้มซื่อบื้ออยู่ก็ตาม
สองแม่ลูกกินอาหารจนอิ่มหนำสำราญอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนหลังจากนั้น นางซูก็กลับไปทำงานต่อ
พวกนางตั้งใจจะรอให้เครื่องในไก่และเป็ดสุกแล้วค่อยนำมาหั่นเป็ชิ้นเล็กๆ เสียบไม้ เพื่อให้สะดวกในการหยิบกิน
นางซูออกไปตัดไม้ไผ่กลับมาสองลำโชคดีที่คราวนี้เข้าเมืองไปขายโสมและดอกไม้ ได้เงินมาหลายตำลึงเงินจึงมีเครื่องมือใช้อย่างนี้ มิเช่นนั้นต่อให้เป็ช่างฝีมือหากไม่มีอุปกรณ์ก็คงไม่อาจสร้างสรรค์สิ่งใด
สำหรับเื่นี้เย่ชิงชิงมิอาจช่วยเหลือได้นางได้แต่ดูแลไฟพลางมองนางซูนั่งเหลาไม้เสียบอยู่ข้างบ่อน้ำ
ไม้ไผ่ยาวๆถูกหั่นเป็ท่อนๆ แล้วผ่าครึ่งเป็ตอกไม้ไผ่ สุดท้ายก็นำมาเหลากลายเป็ไม้เสียบช่างเป็เื่มหัศจรรย์นัก
นี่เป็ครั้งแรกที่นางซูลองทำสิ่งนี้ตอกไม้ไผ่นั้นคมกริบ มือของนางจึงถูกบาดเป็แผลเล็กๆ น้อยๆ หลายแห่งเย่ชิงชิงเห็นแล้วก็ขมวดคิ้วแน่น
“เ้าเข้าไปนอนกลางวันเถอะ ตรงนี้ข้าดูเอง” นางซูกล่าวโดยไม่เงยหน้า
เย่ชิงชิงครุ่นคิดแล้วก็ไม่ได้ปฏิเสธนางยืนอยู่ตรงนี้ไปก็ไร้ประโยชน์ จึงช่วยตักน้ำมาหนึ่งชามแล้ววางไว้ข้างๆจากนั้นก็กล่าวว่า “ท่านแม่ทำงานเสร็จแล้วอย่าลืมล้างมือให้สะอาดนะเ้าคะ”
บ่อน้ำในบ้านหลังนี้นางแอบเติมน้ำพุวิเศษในมิติลงไปแล้ว ทุกวันใช้อาบ ดื่ม กิน รดน้ำผักในสวนได้รับประโยชน์มากมาย
เย่ชิงชิงกลับเข้าห้องปิดประตูแล้วนอนลงบนเตียงเพื่อเข้าสู่มิติ
สถานที่ยังคงเป็ลำธารเล็กๆและทุ่งหญ้าสีเขียว เมื่อสองวันก่อนเย่ชิงชิงหาเวลาว่างมาบุกเบิกแปลงผักขนาดประมาณสองตารางเมตร
เมล็ดผักที่หว่านลงไปเริ่มงอกแล้วเป็พืชสีเขียวปกคลุมพื้นดินราวกับพรมขนสัตว์เล็กๆ ที่นี่มีพลังธรรมชาติเข้มข้นพืชพรรณจึงเจริญเติบโตเร็วกว่าปกติเล็กน้อย
เชื่อได้เลยว่าอีกไม่นานนางจะได้ลิ้มรสผักที่ปลูกเองในมิติแล้ว!
เย่ชิงชิงใช้กระบวยตักน้ำรดแปลงผักเสร็จแล้วก็เดินมาที่กอต้นกุหลาบนางเล็งขวดเครื่องเคลือบนั้นไว้เพื่อนำมาทำน้ำกุหลาบปรุงเอง
เชิงอรรถ
[*]ฮวาเจียว (花椒) หมายถึงพริกไทยเสฉวน มีรสเผ็ดชา