ในอดีตกาลโลกมนุษย์ประกอบไปด้วยสองส่วนคือมหาสมุทรแดนใต้ที่เต็มไปด้วยอันตรายและแผ่นดินแผ่นใหญ่ซึ่งถูกเรียกว่า’เทียน’ในภายหลังการต่อสูแย่งชิงดินแดนของเผ่าพันธุ์โบราณได้ทำให้แผ่นดินเทียนถูกแบ่งแยกออกเป็แปดส่วนขุมอำนาจที่สืบสายเืมาจากบรรพชนผู้พิชิตต่างปกครองแผ่นดินทั้งแปดมาตามยุคสมัยและถูกผลัดเปลี่ยนไปเมื่อผู้แข็งแกร่งยิ่งกว่าได้ปรากฏตัว
เช่นเดียวกับในอดีตที่นิกายันพเก้าขึ้นเป็ผู้ปกครองอำนาจบนแผ่นดินเทียนเหอมานับล้านปีก่อนจะผลัดเปลี่ยนไปเป็ราชวงศ์ต้าไห่สืบมาจนถึงทุกวันนี้อย่างไรก็ตามที่ราชวงศ์ต้าไห่ได้ขึ้นปกครองอำนาจนั้นเป็เพราะครั้งหนึ่งประมุขของนิกายันพเก้าปิดประตูนิกายกว่าหมื่นปีโดยไม่ทราบสาเหตุจนสุดท้ายเมื่อประตูเปิดออกอีกครั้งนิกายันพเก้าก็มิได้ออกหน้าแย่งชิงอำนาจใดๆอีกทำให้ขุมกำลังอันดับสองอย่างราชวงศ์ต้าไห่สร้างเทียนไห่ขึ้นมาและตั้งตนเป็ราชวงศ์จักรพรรดิสืบมาั้แ่นั้น
อย่างไรก็ตามในอดีตแผ่นดินเทียนเหอนั้นมีขนาดใหญ่กว่าแผ่นดินทั้งเจ็ดอย่างเทียบไม่ติด!แน่นอนว่าทั้งหมดเป็เพราะประมุขรุ่นแรกของนิกายันพเก้าใช้สองมือกวาดล้างไปทั้งโลกมนุษย์ก่อนจะก่อตั้งนิกายขึ้นมาเป็สัญลักษณ์แห่งผู้ปกครองในยุคนั้นทว่าเวลาเพียงไม่กี่หมื่นปีที่ราชวงศ์ต้าไห่ขึ้นปกครองมาจนถึงตอนนี้...แผ่นดินเทียนเหอนั้นกลับมีขนาดเล็กที่สุด!ในทั้งแปดแผ่นดินที่แยกออกนั้นมีเพียงแผ่นดินเดียวที่ยังสามารถของสายเืของผู้ปกครองจากอดีตมาจนถึงตอนนี้และก็เป็แผ่นดินที่มีอำนาจและมีขนาดใหญ่ที่สุดด้วยเช่นกัน!
ภายในแผ่นดินเทียนเหอเมืองเทียนไห่นั้นกินพื้นที่ไปถึงสามส่วน!และหนึ่งในสามนั้นก็คือที่ตั้งของพระราชวังเทียนไห่!
ปัง!
เสียงฝ่ามือทุบลงบนพนักพิงของเก้าอี้ตัวใหญ่ที่ถูกทำมาจากทองคำและอัญมณีล้ำค่าผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นคือชายหนุ่มอายุราวสามสิบปีใบหน้าของเขาคมเข้มหล่อเหลาราวกับเทพ์เมื่ออยู่ในชุดคลุมกิเลนสีทองยิ่งขับส่งให้บารมีแก่กล้าสะกดข่มให้ผู้คนต้องสยบลงที่แทบเท้า
ในมือของเขามีแผ่นหยกถือเอาไว้ขณะที่เขากำมือลงไปบดขยี้จนมันแหลกสลายไปเป็เถ้าธุลีใบหน้าของเขามืดครึ้มลงก่อนจะบิดเบี้ยวไปมาด้วยความโกรธ...ที่อยู่ในแผ่นหยกที่แหลกสลายไปนั้นก็คือคำปฏิเสธที่ถูกส่งมาจากนิกายันพเก้า!
“นิกายชั้นต่ำเช่นพวกมันกลับกล้าปฏิเสธข้อเสนอของข้า!? ดี!ในเมื่อพวกมันกล้าลองดีข้าก็จะให้พวกมันรู้ว่าตอนนี้ต่อหน้าราชวงศ์ต้าไห่พวกมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากหนอนแมลงที่ไร้ค่า!”
เขากล่าวออกมาด้วยเสียงที่ดังราวกับสายฟ้าภายในห้องโถงนี้มีทหารกว่าหนึ่งร้อยคนยืนเรียงสองข้างทอดยาวไปจนถึงหน้าประตูทหารเหล่านี้ยืนนิ่งราวกับเป็รูปปั้นและไม่แม้จะกะพริบตาเมื่อเสียงของชายหนุ่มดังตวาดออกมาอย่างไรก็ตามในสถานที่แห่งนั้นยังมีชายชราในชุดเกราะรบหนักสีทองตัดดำยืนอยู่ด้วยเช่นกันเขายืนอยู่เบื่องหน้าชายหนุ่มผู้นั้นและมีใบหน้าซีดลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำกล่าวนี้
“องค์ชาย...เื่นี้ไม่ควรผลีผามควรรอให้องค์จักรพรรดิออกจากการเก็บตัวก่อนแล้วค่อย...”
“ผลีผาม!?นิกายชั้นต่ำเช่นพวกมันกล้าปฏิเสธข้อเสนอจากราชวงศ์ต้าไห่อันทรงเกียรติเ้ายังบอกว่าข้าผลีผาม?หากพระบิดาอยู่ก็คงตัดสินใจเช่นเดียวกับข้า!”
เสียงตวาดของชายหนุ่มดังออกมาอีกครั้งตัดบทของชายชราในชุดเกราะชายชราที่เห็นท่าไม่ดีก็เตรียมจะกล่าวบางอย่างออกมาแต่สุดท้ายเขาก็กลืนคำพูดนั้นกลับไปและเงียบลงองค์ชายไห่หยวนพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวของจักรพรรดิไห่หลิงผู้ปกครองแผ่นดินเทียนเหอนี้...เขาเป็ชายหนุ่มที่พร์เป็เลิศและถึงแม้จะไม่ได้ยอดเยี่ยมที่สุดในแผ่นดินนี้แต่ก็ยังติดอยู่ในหนึ่งร้อยรายชื่อของผู้แข็งแกร่งเทียนเหอรุ่นนี้ด้วยการถูกฟูมฟักจากองค์จักรพรรดิทำให้เขามีนิสัยเย่อหยิ่งและยังเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจที่แม้แต่ผู้เป็บิดาก็ยังไม่สามารถขัดได้!
“ถ่ายทอดคำสั่งออกไป!พรุ่งนี้ข้าจะนำทัพต้าไห่บุกไปยังแดนใต้เพื่อกวาดล้างนิกายันพเก้า!”
เสียงตวาดนี้ไม่เพียงดังก้องอยู่ในห้องโถงเท่านั้นแต่มันยังดังออกไปทั่วทั้งพระราชวังของเขาชายชราในชุดเกราะทำได้เพียงถอนหายใจออกมาก่อนจะประสานมือขึ้นกล่าวตอบรับคำสั่งของชายหนุ่มผู้เอาแต่ใจเบื้องหน้า
“น้อมรับบัญชาฝ่าา!”
หลังจากชายหนุ่มกล่าวจนพอใจแล้วชายชราชุดเกราะจึงเดินออกจากพระราชวังมุ่งไปยังปราสาทหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ห่างไปร้อยลี้ทันทีที่เขาเข้ามาก็เต็มไปด้วยเสียงกล่าวทำความเคารพจากทหารชุดเกราะตลอดทางเดินจนสุดท้ายแผ่นหลังของเขาก็หายลับเข้าไปด้านในและหยุดลงในห้องๆหนึ่งก่อนจะนำแผ่นหยกที่สลักสัญลักษณ์ของราชวงศ์เอาไว้ออกมา
“ลี่กวงรับคำสั่ง!จัดตั้งขบวนทัพเกราะเหล็กและเรียกตัวกองร้อยเืเหล็กมาด้วย...พรุ่งนี้เราจะเดินทัพมุ่งหน้าไปสู่นิกายมังนพเก้า!”
“นิกายันพเก้า?ท่าขุนพล้ากำลังพลเท่าไหร่ขอรับ!?”
เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากแผ่นหยกในมือเขาพร้อมกับคำถามคำถามนี้ทำให้ชายชราเงียบไปครู่หนึ่ง กองทหารรบของราชวงศ์ต้าไห่นั้นประกอบไปด้วยสิบกองทัพซึ่งแต่ละกองทัพนั้นประกอบไปด้วยกองพันหนึ่งถึงสองร้อยกองพันหลังจากลังเลเล็กน้อยสุดท้ายชายชราก็กล่าวออกมาอย่างจริงจัง
“สามกองทัพ!”
ราวกับมีภาพปรากฏขึ้นในดวงตาเขารู้ว่าอีกฝ่ายต้องตกตะลึงกับคำสั่งนี้ดังนั้นจึงตัดการติดต่อไปทันทีในยุคนี้นั้นนิกายันพเก้าตกต่ำลงจนถึงขีดสุดและความตกต่ำนี้ทำให้ตำนานของนิกายถูกบดบังไปจนผู้คนแทบจะลืมเลือนอย่างไรก็ตามชายชราผู้นี้รู้เป็อย่างดีว่านิกายันพเก้านั้นไม่ใช่กระดูกอ่อนที่จะสามารถเคี้ยวได้ง่ายๆถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ในยุคที่นิกายรุ่งเรืองที่สุดแต่อย่างน้อยก็ยังอยู่ในยุคของประมุขรุ่นที่สิบ!
“ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง...เวลาช่างผ่านไปเร็วเสียจริง...ครั้งสุดท้ายพวกเราพบกันก็คือที่ลานประลองยุทธ์ในวัยยเยาว์น่าเสียดายที่การพบกันคราวนี้กลับต้องเป็สนามรบ!”
ดวงตาของเขาหวนย้อนกลับไปยังภาพในอดีตงานประลองยุทธ์ที่เหล่าหนุ่มสาวเข้าห้ำหั่นกันเพื่อชิงชัยและประลองความแข็งแกร่งเงาภาพของชายหนุ่มสามคนที่ครองอันดับหนึ่งถึงสามซึ่งมาจากนิกายเดียวกันและยังถูกขนานนามว่าเป็รุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคนั้น!
***
ภายในสุสานโบราณเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและจนถึงวันนี้ก็เลยกำหนดที่เย่ฉีบอกกับพวกกู่หยาไว้มาหลายวันแล้วหลังจากเย่ฉีออกจากูเาลูกที่สองเม็ดยาฟื้นฟูก็ได้หมดลงทำให้เขาต้องเดินขึ้นไปยังยอดเขาที่หนึ่งด้วยกำลังของตัวเองซึ่งมันทำให้เขาเสียเวลาไปหลายวันเพราะร่างกายที่อ่อนแอของเขาจนถึงตอนนี้ก็เข้าวันที่สิบหกแล้ว...
บนถนนที่ทอดยาวเชื่อมผ่านระหว่างูเาลูกที่สามและสี่ชายหนุ่มชุดดำยังคงยืนหลับตานิ่งอยู่เช่นนั้นไม่จากไปไหนเขาเฝ้ารออยู่เช่นนี้มาตลอดนับั้แ่เย่ฉีขึ้นไปบนูเาลูกที่สามจนกระทั่งวันนี้ในที่สุดเปลือกตาของเขาก็เปิดขึ้นก่อนจะเห็นร่างของชายหนุ่มชุดขาวที่ทั่วทั้งตัวถูกชโลมไปด้วยเหงื่อ
“นายท่าน...”
ร่างของเขาหายวับไปก่อนจะไปปรากฏที่ด้านข้างเย่ฉีและช่วยพยุงเขาไว้เย่ฉีมองมาที่ชายหนุ่มชุดดำอย่างเรียบเฉยก่อนจะกล่าวถามออกมา
“เ้าตัดสินใจแล้ว?”
ชายชุดดำไม่ได้กล่าวตอบกลับมาทว่าภายในดวงตาของเขานั้นฉายชัดถึงความเด็ดเดี่ยวก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นมาตบลงไปที่หน้าอกตัวเองอย่างแรงทีหนึ่งโลหิตสดๆ พ่นกระจายออกจากปากของเขารวมไปถึงผลึกโลหิตก้อนเล็กๆขนาดเท่านิ้วก้อยที่ลอยค้างอยู่บนอากาศส่องประกายแสงสีแดงราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนอยู่ท่ามกลางความมืด...
มันคือ...ผลึกชีวิต!
ชายหนุ่มชุดดำคว้าจับไปยังผลึกโลหิตด้วยมือข้างหนึ่งก่อนที่มืออีกข้างจะปรากฏเป็ก้อนศิลาสีดำขนาดใหญ่ที่พบเห็นได้ทั่วไปในสุสานแห่งนี้ออกมาเขานั่งคุกเข่าลงเบื้องหน้าของเย่ฉีก่อนจะยกมือทั้งสองขึ้นไปด้านหน้าเพื่อส่งมันให้กับเย่ฉี
“นับจากวันนี้ไป...ข้าจะติดตามท่านไปทุกที่ไม่ว่าจะเป็เก้าโลกสิบ์หรือแม้แต่หนึ่งนรกก็ตาม!”
ดวงตาของเย่ฉีหลี่ลงไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าครั้งหนึ่งและคว้าเอาผลึกชีวิตรวมไปถึงก้อนศิลามาไว้ในมือถึงแม้ว่าก้อนศิลาสีดำนี้จะมีขนาดใหญ่แต่มันกลับไม่ทำให้เย่ฉีรู้สึกหนักเลยแม้แต่น้อย
“พาข้าไปยังลานหินกลางสุสาน...นับจากนี้ไปข้าจะเล็กเ้าว่าเสี่ยวเฮย”
เย่ฉีกล่าวออกมาอย่างแ่เบาก่อนที่ชายหนุ่มชุดดำจะกลายร่างเป็ด้วงตาทองขนาดเล็กพอให้เขาสามารถนั่งได้อยู่บนหลังและบินไปยังลานหินอย่างรวดเร็วใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้นเย่ฉีก็มาปรากฏตัวที่ลานหินเขาเดินไปยังแท่นบูชาที่ตั้งอยู่ตรงกลางก่อนจะนำศิลาสีดำออกมาวางไว้้า
เสี่ยวเฮยมองไปยังเย่ฉีด้วยความสนใจตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าศิลานั่นคือสิ่งใดทว่าในอดีตเขาได้ทำสัญญากับชายคนหนึ่งว่าจะปกป้องศิลานี้เพื่อแรกกับการหลบซ่อนอยู่ในสุสานโบราณแห่งนี้
เย่ฉีเปิดปากแผลที่ฝ่ามือของเขาอีกครั้งเช่นเดียวกับที่นำกระดูกโลหิตออกมาจากยอดเขาทั้งเก้าโลหิตของเขาค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากาแก่อนจะหยดลงไปที่ก้อนศิลาสีดำเบื้องหน้า
ติ้ง!
อย่างน่าประหลาดใจพื้นผิวสีดำของศิลาดำค่อยๆหลุดร่อนลงอย่างช้าๆ กลายเป็ฝุ่นผงปลิวไปในอากาศ จนสุดท้ายเมื่อมันหายไปสิ่งที่อยู่ในก้อนศิลาดำก็เผยออกมาพร้อมกับคลื่นที่มองไม่เห็นระลอกหนึ่งกระจายออกไปทั่วทั้งจักรวาล!สิ่งที่อยู่ด้านในนั้นก็คือสิ่งเดียวกับที่ปรากฏอยู่บนหน้าถ้ำของทั้งเก้ายอดเขามันคือหินที่มีรอยกรงเล็กสลักตัวอักษรเอาไว้...เย่ฉี!
ในเวลาเดียวกันกับที่เย่ฉีอยู่ในสุสานโบราณคลื่นที่มองไม่เห็นที่กระจายออกไปนั้นก็คือกลิ่นอาย...กลิ่นอายของราชันัผู้เกรียงไกลในอดีตใน่เวลานี้คนกลุ่มหนึ่งที่คงอยู่มานานผ่านหลายยุคก็ได้ลืมตาขึ้น...มันเป็เพียงชั่วขณะเท่านนั้นที่พวกเขาจะหลับตาลงอย่างไรก็ตามยังมีอยู่สามคนที่ต่างออกไป
หนึ่งคือชายวัยกลางคนที่สวมชุดสีทองนั่งอยู่บนบัลลังก์เมฆเหนือขึ้นไปบน์ชั้นที่สิบ!เขาลืมตาขึ้นมาก่อนจะกล่าวออกมาอย่างแ่เบาเพียงประโยคเดียวและหลับตาลงไปอีกครั้ง
“ราชันั...”
อีกคนคือชายชราร่างกายผอมแห้งสวมชุดคลุมสีขาวที่นั่งอยู่ในพระราชวังใต้ดินของตระกูลผู้ปกครองแผ่นดินอันยิ่งใหญ่ของโลกมนุษย์เสียงแหบพร่าของเขาดังออกมาอย่างแ่เบาเช่นกันแต่มันกลับดังก้องไปทั่วทั้งพระราชวังแห่งนั้น!
“ห้ามคนตระกูลต้วนยุ่งเกี่ยวกับนิกายันพเก้าเด็ดขาด...หากผู้ใดมีปัญหากับนิกายนั้นเพียงเล็กน้อยให้ตัดสัมพันธ์ทันที!”
และสุดท้าย...ลึกลงไปในนรกโลกันตร์พื้นที่ที่เต็มไปด้วยูเาไฟและมหาสมุทรลาวาในส่วนลึกของูเาไฟลูกหนึ่งปรากฏเป็เงาดำขนาดใหญ่!มันกรีดร้องออกมาเป็เสียงเล็กแหลมก่อนจะะโออกมาอย่างเกรี้ยวกราดราวกับว่า้าฉีกกระชากเ้าของนามนี้เป็หมื่นชิ้น
“เย่ฉี!!!”