บทที่6 าาอสูรา
เป็เวลาเดียวกับที่หลี่ิคงมาพอดีเขาเห็นหารอี๋เฟยก้มมองดูหน้าผาลงไปด้านล่าง "หารอี๋เฟย...เ้าเห็นเนี่ยฟงบ้างหรือไม่ข้าตามหาเข้ามาตลอดสามวันแล้ว" “หึ...ข้าไม่เห็นมันเลยข้าเห็นแต่อสูรวิ่งมาทางนี้เลยตามมาแต่ไม่พบมันหรืออสูร” ขณะที่เย่หวิ๋น มองเห็นกระบี่หักในมืออี๋เฟยนางจำได้ว่าเป็ของเนี่ยฟง"เ้าโกหก!!!...นั่นกระบี่เขาเ้าเอามันมาได้อย่างไรถ้าเ้าไม่พบเข้า""หึ....ข้าเห็นมันตกอยู่ขอบหน้าผา”เขาพูดด้วยเสียงต่ำ
หรือเขาสู้กับอสูรจนตกหน้าผาทั้งคู่นะหลี่ิคงคิด....
พวกข้าจะออกจากป่าแล้วข้าบรรลุภารกิจแล้วคนของข้าสร้างอาวุธและตัดผ่าน ขั้น ิญญาขั้นก่อกำเนิด แล้วไม่มีเหตุผลที่ข้าต้องอยู่ข้าไปล่ะ
แล้วเขาก็เดินผ่านไป "เดี๋ยว.... "อี๋เฟยเขาใรึว่ามันสงสัยเรา” ... "ส่งกระบี่นั่นมามันเป็ของสหายเรา" อี๋เฟยถอนใจแล้วโยนให้อย่างเ็า
"แค่กระบี่ที่หักใคร้ากัน”พูดจบเขาก็เดินจากไป" …
"หรือว่าเขาตกไปจริงๆไม่น่าเป็ไปได้ทักษะเขาสูงเจออสูรระดับหนึ่งไม่น่าเป็อันตรายประสาทััเข้ายังดีมากอีกด้วยแล้วยังกระบี่ที่หักอีกนี่มันยังไงกันแน่อสูรระดับ1ทำดาบชั้นดีหักเลยได้รึ" หลี่ิคงอดสงสัยไม่ได้ "ข้าว่าเราออกไปก่อนดีกว่าลองปรึกษาคนคุมการทดสอบดูว่าควรทำยังไงพวกเราคงลงไปด้านล่างไม่ได้"....
ขณะที่ผู้เข้าร่วมการทดสอบเริ่มทยอยกลับออกจากป่า ทุกคนเหนื่อยล้าในการล่าอสูรมาก อาวุธิญญามันเป็พลังของคนคนนั้นสามารถเรียกออกมาตอนไหนก็ได้หากไม่้าใช้มันก็จะหายไป ผู้ที่ทำภารกิจสำเร็จพากันออกจากป่า เนื่องจากตอนนี้ใกล้ค่ำบางคนก่อไฟพักนอนหนึ่งคืนค่อยเดินทางตอนเช้า
เหม่ยตู้ซาเดินมายังกระโจมตระกูลเนี่ย "ท่านเนี่ยฟิงหารข้าเหม่ยตู้ซามีเื่หารือกับท่าน" เมื่อกระโจมเปิดออก "อ่า...ท่านอาจารย์มิทราบมีเื่อันได้หารือกับข้า"เนี่ยฟิงหารทำหน้าแปลกใจ "ข้าว่ามีเื่เกิดขึ้นกับหนุ่มน้อยเนี่ยฟงเข้าแล้ว" ทั้งสองทำหน้าเสียเพราะก่อนหน้านี้เขาทั้งสองรู้สึกไม่สบายใจอยู่แล้ว "ท่านรู้ได้อย่างไร"ฟิงหารถาม "ข้าได้ให้ป้ายสำนักเขาไปมันเป็อุปกรณ์แจ้งเตือนเวลามีเหตุร้ายแต่อย่างไรก็ตามเขายังมีชีวิตอยู่เพราะการแจ้งตือนยังมีการสั่นไหวของพลังิญญาอยู่ตอนนี้พวกท่านใจเย็นก่อนเขาอาจาเ็เล็กน้อยมันจึงแจ้งเตือนไม่ถี่นัก รอดูว่าถ้าผู้ทดสอบออกมากันแล้วเนียฟงจะออกมาด้วยไหมข้าเชื่อใจหนุ่มน้อยที่ข้ามาบอกท่านกล้วว่าถ้าเนี่ยฟงอออกมาช้าท่านจะกังวลใจคิดว่าเขาเสียงชีวิต ที่ข้าจะบอกคือถ้าหากอันตรายถึงชีวิตช้าจะรับรู้ได้ทันทีและช่วยเขาได้ทันแน่”
เช้าวันที่สี่ทุกคนเริ่มออกเดินทางเพื่อออกจากม่านพลังกลับสู่สนามรวมตัว ทุกคนร่าเริงเนื่องจากจะได้เข้าสำนักในอีกสองเดือนข้างหน้าเมื่อมีอสวุธิญญาหรือจะเข้าตอนโตกว่านี้ก็ได้โดยมากถ้าได้รับเทียบเชิญจากสำนักใหญ่ก็จะเข้าทันที ไปถึงทางออกน่าจะเย็นพอดีเนื่องจากระยะทางค่อนข้างไกลตอนนี้ไม่มีใครกลัวอสูรระดับหนึ่งแล้วเพราะเป็กลุ่มใหญ่ กลุ่มของหลี่ิคลและหารอี๋เฟยก็ออกเดินทางกับกลุ่มใหญ่เช่นกัน สีหน้าของเย่หวิ๋นเศร้าหมองนางยังคงคิดถึงเนี่ยฟง
เขาค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ นี่ข้ายังไม่ตายหรือเนี่ยเมื่อเนี่ยฟง มองไปรอบๆมันเป็หนองน้ำ เขาลอยอยู่ในน้ำติดกับฝั่งหัวเข้านอนอยู่ในส่วนพื้นหินปลายเท้าจมลงไปในน้ำเข้าลองขยับตัวแขนขาไม่ได้หักเขาลุกขึ้นแล้วสำรวจไปรอบๆเพื่อหาทางขึ้นเขาเดินไปเจอปากถ้ำที่มีไอิญญาไหลออกมารอบปากถ่ำเขาค่อยๆเดินเข้าไปในถ้ำไม่มืดผนังถ้ำเป็สีฟ้าเงาๆเหมือนเกล็ดขนาดใหญ่เรียงซ้อนก้นเป็ชั้นๆ เขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆจนถึงชั้นในสุดสีของผนังถ้ำเริ่มเปลี่ยนเป็สีดำ ทันใดนั้นความรู้สึกกดดันมันกดเขาลงไปกับพื้รจนร่างกำลังจะแหลกสลายติดพื้น “อ๊าาา!!!!...นี่มันอะไรกันเนี่ยข้าจะตายอยู่แล้ว”
“ขอโทษที่ข้าลืมลดจิตสังหาร.”...เสียงอันทรงพลังพูดออกมาดังก้องภายในถ่ำ
เมื่อจิตสังหารลดลงเขายืนขึ้นแล้วมองขึ้นไป้า “พระเ้า...ทำไมก่อนหน้านี้ไม่รู้สึกถึงความน่ากลัวขนาดนี้” เบื้องหน้าเป็อสูรสูง3เมตรนั่งอยู่มีผมสีเงินยาวใบหน้าเป็สีม่วงและมีเกล็ดตรงแก้มเป็แสงสีฟ้า ดวงตามีแสงสีแดงออกมาเขาสีดำสองข้างงอกออกมาเหนือคิ้วมีฟันสีเงินแลมยาว ลำตัวเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อมีเกล็ดสีฟ้าเหมือนมีพลังไหลอย่างช้าๆภายในส่วนที่เป็สีฟ้า ที่แขนเหมือนมีหนามแหลมๆทั้งสองข้างมีเล็บยาวสีเงิน ที่ขาเต็มไปด้วยเกล็ดแบบเดียวกันกับที่ลำตัวและแขน ตัวเขาแข็งไม่ไหวติงได้แต่จ้องมองค้าง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้ามนุษย์...เ้ามาสายนะข้ารอเ้าจนกำลังจะตายอยู่แล้ว อีกไม่กี่ชั่วยามอายุขัยของข้ากำลังจะหมดและ” “เหมือนเนี่ยฟงตั้งสติได้ก็ป้องมือไม่ทราบว่าท่าน้าให้ข้าช่วยอะไร”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พลังต่ำต้อยของเ้าช่วยข้าไม่ได้หลอกเ้ามนุษย์....ข้าจะช่วยเ้าต่างหากล่ะ” เนี่ยฟง งงหนักเลยทีนี้ “ช่วยข้า...หมายความว่ายังไงผู้าุโท่านจะช่วยข้าเพราะเหตุใดจึงช่วยข้า” “เพราะมันสนุกยังไงล่ะ”
“ข้าเกิดแล้วแตกดับมานับครั้งนับไม่ถ้วน ในอีกหมื่นปีข้าจะกลับมาเกิดใหม่และข้าก็ตาหาคนที่จะได้พลังของข้าไปเ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร”
“ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็ใครแต่ข้าเดาว่าท่านคือาาอสูรา ข้าเคยอ่านเจอในหอหนังสือของตระกูล เป็อสูรระดับ11ไม่มีใครเคยได้พบผู้อยู่เหนือทุกสิ่งจะไม่ยุ่งกะปัญหาของโลกนี้เว้นแต่จำเป็เท่านั้น แล้วเหตุใดท่านจึงมาช่วยข้าล่ะ"
"ฮ่า ฮ่าข้าบอกแล้วว่ามันสนุก ข้าหาคนที่มีพลังิญญาน้อยเช่นเ้ามานานแล้วเ้ารู้ใช่หรือไม่พลังเ้าไม่สามารถทำให้ทักษะแสดงพลังได้เ้าแค่ทำได้ตามกระบวนท่าเท่านั้น" เนี่ยฟงยอมรับด้วยความขมขื่น "มันเป็การดีที่พลังเ้าน้อยเ้าจะได้รองรับพลังจิตาาอสูราเป็พลังต้นดำเนิดที่ใช้ไม่มีวันหมด"
"ทักษะที่เ้าเรียนมาจะแสดงพลังอำนาจอย่างทรงพลัง"
ทันใดนั้นาาอสูราชี้นิ้วขึ้นพลังกระแทกไปที่หน้าอกเนี่ยฟงทำให้อ้าปาก จากนั้นเขาสะบัดเืเข้าไปในปากเนี่ยฟงสามหยด ทันใดนั้นร่างของเนี่ยฟงมีควันสีดำลอยขั้นาแหายหมด ิัมีแสงออกมาเป็สีทองแล้วมันเริ่มลอกออกกายเป็ผิวใหม่ควันสีดำวิ่งไปรอบๆตัวเนี่ยฟงเร็วขึ้นเร็วขึ้น “ผิวเ้าจะแข็งดังทองแดงดูกเ้าจะทนเหมือนเหล็กเืข้าจะรวมกับเืเ้ามันจะทำให้พิษทำอะไรเ้าไม่ได้”เนี่ยฟงตะลึงความแข็งแกร่งตัวเอง
"ข้าใกล้จะหมดอายุขัยแล้วเ้าจงใช้กระบี่ที่เ้าเต่าให้มาแทงข้าเ้าจะได้เป็ผู้สังหาราาอสูราพลังต้นกำเนิดจะเข้ามาในตัวเ้าเมื่อข้าตายจงกินเปลวไฟสีดำ แล้วเ้าจงใช้หินสีม่วงควบแน่นเป็อาวุธ และจงบ่มเพาะพลังไปทางอสูรมันจะช่วยให้เ้าสำเร็จไวขึ้น และข้าจะมอบทักษะอสูรให้" าาอสูรายิงแสงสีม่วงไปที่หน้าผากนี่คือทักษะชั้นสูงสุดกระบี่เงาอสูร เข้ารู้สึกเหมือนว่าทักษะนี้คุ้นเคยบอกไม่ถูก “เอาล่ะได้เวลาแล้วแท่งเข้ามา”
เนี่ยฟงไม่ลังเลต่อไปเขาพุ่งไปพร้อมดาบาาเต่า
ฉึก!!!!!...
ควันสีดำมหาศาลไหลเข้ามาในร่างเนี่ยฟงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด...ย๊ากกกกกกก.....!!!!!!!!