หลังจากเผชิญฝนตกตกมาหลายวันบรรยากาศยามเช้าของกรุงลอนดอนเมืองใหญ่วันนี้ดูสดใสขึ้น แสงแดดอุ่นส่องลอดผ่านช่องตึกสูงขับไล่ความชื้นจากวันวานให้จากไป ยามนี้แม้จะผ่านชั่วโมงเร่งด่วนมาได้สักพักแล้ว แต่ท้องถนนก็ยังมีผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่ ร้านกาแฟริมทางทุกโต๊ะเต็มไปด้วยแขกที่มานั่งจับจองหามุมของตัวเอง บ้างก็มากับแล็ปท็อปจิบกาแฟพร้อมทำงานไปด้วย บางคนมาพร้อมกล้องถ่ายรูปมองหามุมสวยๆในการถ่ายภาพ หรือบางคนอาจจะมาแค่หากาแฟดีๆสักถ้วยดื่มเพื่อให้ตัวเองสดชื่นพร้อมทำงานในยามเช้า
มุมด้านนอกที่เป็มุมเปิดโล่งของร้าน ชายในชุดสูทสีเข้มนั่งจิบกาแฟไปพลางพร้อมกับสายตาที่กำลังจับจ้องยังเครื่องแท็ปเล็ตของตัวเอง ชายคนนี้คือ วิลเลี่ยม โคแฮน หรือวิล ผู้ประสานงานกรรมาธิการขององค์กรลับที่มีชื่ออย่างไม่เป็ทางการว่า WRAITH ซึ่งเป็องค์กรที่ทำงานใต้ดินเพื่อจัดการกับเหล่าอาชญากรที่กฎหมายเอื้อมมือแตะไปไม่ถึง หน่วยงานนี้เกิดจากการร่วมมือกันเป็การลับของประเทศมหาอำนาจในเครือนาโต้ซึ่งก็คือประเทศหลักทั้ง 15 ประเทศ โดยแต่ละประเทศจะมีเ้าหน้าที่ระดับสูง รับหน้าที่จากผู้นำประเทศโดยตรงเพียงคนเดียวเพื่อควบคุมองค์กรนี้ เป็ลักษณะผู้นำร่วม 15 คนโดยคนเหล่านี้เป็ทั้งลูกขุนและตุลาการ เพื่อพิพากษาชีวิตของคนบางคนโดยไม่ต้องอ้างอิงกฎหมายข้อใดทั้งสิ้น พวกเขาถูกเรียกว่า “กรรมาธิการทั้ง 15” โดยแต่ละคนจะไม่มีการเปิดเผยชื่อหรือหน้าตา แต่จะถูกเรียกว่า “ท่านกรรมาธิการ” แล้วตามด้วยชื่อเมืองหลวงของประเทศนั้นๆแทน
วิลนั่งจิบกาแฟในถ้วย อีกมือหนึ่งของเขาวางแท็ปเล็ตลงและยกนาฬิกาขึ้นมามองแทน แม้บนหน้าจอของแท็ปเล็ตจะมีเวลาแจ้งบอกที่มุมบน แต่ชายสูงอายุคนนี้ก็ยังติดนิสัยของคนเก่าแก่อยู่ การมองนาฬิกานี้จึงเป็ภาษาทางร่างกายบ่งบอกว่าเขากำลังรอใครสักคนอยู่
“สวัสดีครับท่าน ผมคง..ไม่ได้มาช้าใช่มั้ยครับ”
เบื้องหน้าของวิลปรากฏชายคนหนึ่งมายืนอยู่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำด้านในและทับด้วยโค้ตตัวยาวด้านนอก ร่างกายของเขานั้นดูบึกบึนล่ำสันใหญ่โตราวกับนักกีฬา ทรงผมที่สั้นเกรียน ประกอบกับการยืนที่เอามือไขว้หลังคล้ายท่าตามระเบียบพักเพื่อรอให้อีกฝ่ายเชิญให้นั่ง บ่งบอกว่าชายคนนี้น่าจะเป็ทหาร
“ไม่หรอกผู้กองเชิญนั่งสิ” วิลทักทายกลับและเชื้อเชิญให้ชายคนนั้นนั่ง
“ได้ข่าวว่าท่านเจาะจงเรียกผมมีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”
ชายคนดังกล่าวลงนั่งกับเก้าอี้ด้านตรงข้าม พร้อมกับถอดถุงมือหนังสีดำออก เผยฝ่ามือที่หยาบด้านและสันหมัดที่ปูดโปนหนา บ่งบอกว่าชายคนนี้เชี่ยวชาญด้านวิชาป้องกันตัว และอาจเคยใช้มือคู่นั้นทำร้ายหรือสังหารคนมาแล้ว
“ผม้าให้คุณจัดตั้งทีมเฉพาะกิจและงานนี้ไม่เป็ทางการ คุณมีปัญหามั้ย”
วิลขยับแว่นตาพร้อมกับจ้องหน้าชายคนนั้น ราวกับคำถามของเขาเป็คำถามที่ตอบยาก
“ปรกติงานเราก็ไม่เป็ทางการอยู่แล้วนี่ครับ”
เสียงทุ้มของชายคนนั้นตอบกลับ ท่าทีของเขาไม่มีวี่แวววิตกกังวลใดๆ อาจจะเป็เพราะความคุ้นชินในงานประเภทนี้อยู่แล้ว
“ผม้าฝีมือพระกาฬ เอาคนที่คุณไว้ใจที่สุดประเภทที่ว่าแม้จะตายความลับก็ไม่เผย แต่ถ้าไม่ชัวร์ผมสามารถอนุมัติงบสำหรับจ้างคนนอกได้ ขอประเภทคนที่ชอบงานโหด รอบจัด ที่สำคัญคือโลว์โปรไฟล์ ถ้าจบงานเราคงต้องเขี่ยลงหลุมเพื่อรักษาความลับจะเป็ปัญหามั้ยผู้กอง”
วิลใช้มือเขี่ยวนรอบๆปากแก้วกาแฟของตัวเองช้าๆ ก่อนเงยหน้ามาสบตาชายคนตรงกันข้าม แววตาของเขาตอนนั้นแม้จะนิ่งสงบแต่ก็แฝงด้วยความเอาจริง
“ใช้คนขนาดนี้ท่านจะจัดการคนในเหรอครับ” การเห็นแววตาของดังนั้นของผู้บังคับบัญชาทำให้เขาพลอยจริงจังซีเรียสขึ้นไปด้วย
“มีหัวหน้าระดับบริหารของเราคนนึงเขาบังเอิญชอบทำอะไรนอกแบบแผนจนเกินเลยไปหน่อย ทำให้ท่านกรรมาธิการหลายท่านไม่ค่อยพอใจนัก แต่เขาเป็คนมีฝีมือจะให้เกษียนก่อนเวลาก็ออกจะเป็เื่น่าเสียดาย เราเลยอยากส่งข้อความเตือนเขาสักหน่อย ว่าเขาไม่ควรท้าทายอำนาจของท่านกรรมาธิการทั้งหลาย” วิลตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ท่าน้าให้ส่งคำเตือนระดับไหนครับผมจะได้จัดการให้”
“ไม่ใช่เขาแต่เป็ลูกทีมของเขา เด็กสาวสามคน ผมจะแจ้งตำแหน่งลงมือให้ในอาทิตย์หน้า ก่อนหน้านั้นคุณก็เตรียมคนไว้ ผมอนุมัติให้คุณใช้คนได้ถึง 20 คน ลงมือฆ่าได้เลย แล้วจัดฉากทำให้ดูเป็การทรมาณรีดความลับ เขามั่นใจในลูกน้องทีมนี้ของเขามาก ผมเลยอยากลดดีกรีความมั่นหน้าของเขาลงหน่อย”
แววตาของวิลยามนี้ดูดุดันขึ้นมาจนสังเกตได้ ทำเอาชายตรงหน้าถึงกับหวาดไปวูบนึงเลยทีเดียว
“กับเด็กสาวแค่ 3 คนต้องใช้มือพระกาฬถึง 20 คนเลยเหรอครับ”
“ผม้าให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด กันไว้ดีกว่าแก้ คุณจัดการได้มั้ยผู้กอง”
“ทำงานนี้ผมจะไม่มีปัญหากับท่านกรรมาธิการใช่มั้ยครับ” ชายคนที่ถูกเรียกว่าผู้กองตั้งคำถาม
“วางใจได้เื่นี้เป็คำสั่งลับของท่านกรรมาธิการลอนดอนกับวอชิงตันท่านอนุมัติด้วยตัวของท่านเอง”
14.00 น. เมืองอิสตันบูล สาธารณรัฐตรุกี
“สวัสดีอิสตันบูลลลลลล…ย้าาา.”
ไอริสพุ่งตัวลงกับเตียงนุ่มของห้องสวีทโรงแรมแกรนด์ไฮเอทอิสตันบูล หลังจากที่พึ่งเดินทางมาถึงและจัดของเสร็จ ไอร์แลนด์ขอแยกตัวไปทำธุระส่วนตัวอยู่ในห้องน้ำ เชอรี่ก็กำลังนั่งทำบางอย่างกับคอมพิวเตอร์ของตัวเองอยู่ที่ชุดโต๊ะรับแขก ทั้งสามสาวถูกส่งมาทำงานที่นี่เป็เวลาสี่วัน โดยเป็เวลาที่มีการเผื่อให้เตรียมตัวหาข่าวและลงมือไว้ด้วย
“เยี่ยมเลยคราวนี้คุณลุงถึงกับจองห้องสวีทให้เราเลยนะเนี่ย..เอ๋...ทำอะไรน่ะ”
ไอริสที่นอนกลิ้งเกลือกบนเตียงกว้างเหมือนเด็กๆเมื่อครู่ กลับพลิกตัวมานอนเท้าคางมองเชอรี่
“จัดการกับระบบรักษาความปลอดภัยของโรงแรมนี้อยู่...จะ..เสร็จ..ละ”
แทบจะพอดีกับที่เชอรรี่จัดการแฮคระบบของโรงแรมเสร็จ เสียงมือถือของไอร์แลนดที่วางทิ้งไว้หน้าห้องน้ำก็ดังขึ้น เพลงจากเสียงรอสายบอกว่าหมายเลขนี้คือหมายเลขของคุณลุงริชาร์ด ไอร์แลนด์ที่เดินออกจากห้องน้ำมาพอดีจึงรีบคว้าโทรศัพท์มากดรับ
“ว่าไงคะคุณลุง”
“ไอร์แลนด์...ถอนตัวด่วน...มีกลุ่มคนติดอาวุธเต็มอัตรากำลังขึ้นไปหาพวกเธอ”
“พวกหนูมีเวลาเท่าไหร่คะ”
“30 วินาที หรือ 45 วินาทีเต็มที่ ถอนตัวแล้วให้ไปเซฟเฮ้าส์หมายเลข 2 แค่นี้นะ”
พอสิ้นเสียงริชาร์ดสายก็ถูกวาง ไอร์แลนเดินมาอย่างรีบร้อนตรงไปหาเชอรี่กับไอริสในทันที
“เราถูกวางยา มีเวลา 30 วินาที”
ไอร์แลนด์เธอพูดในขณะที่ตัวเองก็เปิดกล่องอาวุธตัวเองขึ้นมา เด็กสาวทั้ง 3 ถูกฝึกระบบการทำงานมาเป็อย่างดีโดยริชาร์ด พวกเธอจะวางอาวุธและอุปกรณ์จำเป็ไว้ในจุดที่หยิบจับง่าย สามารถใช้ได้ทันทีและอุปกรณ์ทั้งหมดจะต้องพร้อมใช้งานโดยไม่ติดขัด เพราะริชาร์ดเตือนไว้เสมอว่าให้คิดว่าเหตุการณ์เลวร้ายอาจจะเกิดได้ทุกเมื่อ ดังนั้นพวกเธอต้องพร้อมตลอดเวลา และไม่ว่าจะทำอะไรทีมต้องมีแผนมากกว่า 2 แผนอยู่เสมอ
เชอรี่ขยับตัวรูดผ้าม่านปิดหน้าต่างด้านหลังเธอในทันที จากนั้นก็เปิดกระเป๋าอาวุธตัวเองบ้าง ไอร์แลนด์ที่รู้ตัวคนแรกเธอหยิบที่อุดหูกันเสียงปืนแบบแมคคานิกส์มาเสียบหู จากนั้นก็หยิบเข็มขัดปืนพกทั้งชุดมาคาดเอว ปืนพก FN57 ที่ติดระบบเลเซอร์และไฟฉายของ Viridian X5L gen 3 ถูกดึงขึ้นมากระชากลูกเลื่อนแล้วเสียบลงกับซองเหมือนเดิม ที่เอวอีกด้านมีซองะุสำรองอีก 4 ซองซึ่งเท่านี้ก็ถือว่าพอเพียงกับการต่อสู้แล้ว ลูกะเิมือ 2 ลูกถูกโยนมาจากเชอรี่ให้ไอร์แลนด์รับไว้ ผิวลูกะเิเขียนด้วยปากกาเมจิกเป็เลข 2 นั่นหมายความว่าะเิลูกนี้ถูกเชอรี่ดัดแปลงให้มันมีตัวหน่วงเวลาในการจุดะเิแค่ 2 วินาที
ไอริสเธอเปิดกระเป๋าอาวุธหยิบเอาชุดเข็มขัดปืนพกขึ้นมาคาดเอวเช่นเดียวกับไอร์แลนด์ แต่ไอริสเป็เด็กสาวที่เรียกว่ามีสไตล์การใช้อาวุธที่แปลกกว่าเพื่อนเพราะปืนพกบนซองปืนของเธอคือ Volquartsen Scorpion ขนาดะุ .22 WMR หรือ .22 magnum เป็ะุแรงสูงแต่หัวเล็กขนาดเท่าะุลูกกรด .22 ปืนกระบอกนี้มีระบบกลไกการทำงานคล้ายปืนพกประจำของเธอคือ Ruger mk4 ข้างบนรางแบบพิคาทินนี่ที่ยาวตลอดตัวปืนติดตั้งไว้ด้วยศูนย์เล็งจุดแดงขนาดเล็กของ vortex รุ่น viper หลังจากขึ้นลำปืนและเสียบเอียปลั๊กเข้าหูแล้ว เธอก็ดึงลากเอาผ้าห่มผืนหนาของโรงแรมที่คลุมเตียงออกมาขมวดเป็ก้อนโตๆไว้ในมือ
ส่วนเชอรี่ในยามนี้ล็อกเข้าระบบของโรงแรมที่เธอแฮคไว้ แต่พบว่าหน้าจอกล้องวงจรปิดเป็ภาพมืดทั้งหมด แสดงว่าคนลงมือในครั้งนี้ไม่ใช่เ้าหน้าที่ตำรวจแน่นอน เพราะตำรวจน่าจะเปิดกล้องไว้สอดส่องมากกว่าปิดมัน เธอจึงเปิดระบบอีกระบบมาเตรียมไว้ ก่อนเตรียมอาวุธของเธอบ้าง ปืนพก HK VP9L OR ที่ติดศูนย์เล็ง Leopold Deltapoint Pro ซึ่งเป็ศูนย์เล็งจุดแดงขนาดเล็กไว้ แม๊กกาซีนนั้นเป็แบบแม๊กเสริมส้นเพื่อให้จุะุได้ถึง 20 นัด แต่เธอไม่ได้เอาปืนเสียบไว้กับซองที่เอวเหมือนเพื่อน เธอกระชากขึ้นลำปลดเซฟแล้ววางไว้ข้างแล็ปท๊อปตรงหน้าของตัวเอง เชอรี่ชูนิ้วโป้งให้กับเพื่อนอีกสองคนเป็ท่าทีว่าพร้อมแล้ว
ในขณะนี้ไอร์แลนด์ยืนพิงตัวอยู่ข้างประตูเธอถอดสลักะเิมือทั้ง 2 ลูกออก แต่มือยังคงกำไว้กับกระเดื่องนิรภัย ถัดมามีไอริสที่ยืนห่างจากไอร์แลนด์โดยเธอหลบอยู่หลังชุดบาร์เครื่องดื่มและหอบผ้าห่มกองโตอยู่กับอก ถัดไปจากไอริส ตรงโซนทางเดินไปมุมรับแขกของห้องสวีทหรูของโรงแรม เชอรี่อยู่หลบตรงชุดรับแขกที่ด้านหลังเป็กระจกชมวิวที่ปิดม่านไว้
ที่ด้านนอกชายในชุดปฏิบัติการทางยุทธวิธีสีดำคล้ายตำรวจหน่วยสวาท 10 นาย กำลังเดินช้าๆมาตามโถงทางเดิน กลุ่มคนเหล่านี้แม้มาด้วยอุปกรณ์คล้ายหน่วยปฏิบัติการพิเศษของตำรวจแต่ตามชุดกลับไม่ได้ติดเครื่องหมายหน่วยงาน หรือป้ายชื่อใดๆไว้เลย คนที่เดินนำหน้าถือโล่กันะุและปืนพกเป็หัวแถวส่วนคนอื่นๆที่เรียงตามหลังมาก็มาพร้อมอาวุธาเต็มอัตราศึก
เมื่อมาถึงหน้าห้องที่เหล่าสามสาวพักอยู่ คนในทีมจู่โจม 3 คนขยับย้ายตำแหน่งไปยืนอยู่อีกฟากของประตูเขาหยิบะเิสตันออกมาดึงสลักแล้วพยักหน้าให้เพื่อนร่วมทีมอีกคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ชายคนนั้นนำคีย์การ์ดที่แฮคมาแตะเข้ากับล็อกดิจิตอลของประตูแล้วผลักเปิดประตูอย่างรวดเร็ว จากนั้นชายคนที่ถือะเิสตันเตรียมอยู่ก็โยนะเิสตันเข้าไปในห้อง เขากะประมาณให้มันกลิ้งไปหยุดและะเิบริเวณกลางห้อง
แต่ทว่าท่ามกลางหน่วยรบที่ถูกฝึกมาอย่างดีแค่ไหนก็คงคาดไม่ถึงว่าจะถูกโต้กลับ เพราะในจังหวะที่พวกเขาเปิดประตูเพื่อโยนะเิสตันเข้าไป ไอร์แลนที่หลบมุมอยู่ข้างประตูแทบจะฝั่งตรงข้ามของทีมสังหารนั้นก็โยนะเิมือ 2 ลูกสวนออกมาโดยเธอโยนไปทางซ้ายและขวาด้านละลูก
ด้านะเิสตันที่กลิ้งเข้าห้องไปไอริสที่รอจังหวะอยู่แล้วเธอทิ้งผ้าห่มหนาคลุมมันไว้ก่อนจะล้มตัวลงหลบหลังบาร์เครื่องดื่ม อุดหูและหลับตาไว้
เกิดเสียงะเิดังสนั่นสองลูกซ้อนๆที่หน้าห้องสวีทของโรงแรม แต่กลับกันะเิสตันที่ฝ่ายผู้บุกรุกโยนเข้าในห้องกลับไม่สามารถทำงานได้เต็มความสามารถ เพราะะเิสตันนั้นออกแบบมาให้สร้างเสียงดัง แสงจ้า และแรงดันอันมหาศาลให้เกิดความมึนงง เด็กสาวทั้ง 3 ใช้ระบบป้องกันหูที่จะกันเสียงดังที่เป็อันตรายต่อหูได้ทุกชนิด แต่กับเสียงที่เบาหรือดังปกตินั้นยังได้ยินเหมือนเดิม และการคลุมะเิด้วยผ้าห่มนั้นทำให้แสงจ้ากับแรงดันมหาศาลของะเินั้นถูกลดทอนลง แสงที่ควรจะจ้ากลับถูกบังด้วยผ้าห่ม แรงดันมหาศาลที่ควรกระจายออกมากลับต้องทำหน้าที่ฉีกผ่านผ้าห่มแทน
ด้วยเหตุนี้เด็กสาวทั้ง 3 จึงแทบไม่มีใครเป็อะไรแต่หน่วยจู่โจมทั้ง 10 คนหน้าห้องนั้นกลับร่วงลงไปกองกับพื้นทั้งทีมเพราะแรงะเิสังหาร 2 ลูกซ้อน ไอร์แลนด์เดินออกไปหน้าห้องอย่างใจเย็นชักปืน FN57 ออกมาจากซอง และเริ่มบรรจงยิงเจาะใบหน้าของหน่วยจู่โจมหน้าห้องที่ล้มลงไปกองทีละคนๆ
ทันใดนั้นกระจกหน้าต่างด้านหลังของเชอรี่ก็เกิดการะเิ มีหน่วยจู่โจมอีก 2 คนโหนเชือกเข้ามาทางนั้น แต่พวกเขาไม่ได้รู้สถานการณ์ที่เกิดภายใน อาจคิดแค่ว่าเข้ามาสมทบกับเพื่อนและงานนี้คง “ไม่ยาก” ทันทีที่ทั้ง 2 ผ่านเข้ามาก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคผ้าม่านหลังกระจก และกว่าจะปัดผ้าม่านให้พ้นสายตา เชอรี่ที่นั่งอยู่ตรงนั้นคว้าปืน HK VP9L ของเธอกระหน่ำเข้าใส่ร่างทั้ง 2 นั้น 8 นัดซ้อนเรียกว่าแจกไปคนละ 4 นัด อีกทั้งยังมีไอริสที่กำลังจะออกไปช่วยไอร์แลนด์หน้าห้องยิงช่วยอีก 2 นัด ซึ่งนัดนึงเจาะเข้าเบ้าตาชายคนนึงอย่างพอดิบพอดี จากนั้นไอริสก็เดินออกไปช่วยไอร์แลนด์ ส่วนเชอรี่วางปืนหันหน้าเข้าคอมพ์ต่อ ทิ้งศพชายทั้ง 2 คนนอนตายไว้ด้านข้างอย่างไม่สนใจอีก
หน่วยปฏิบัติการพิเศษเจนสนามถึงสิบคนที่นอนกองถูกเด็กสาวสองคนบรรจงเจาะะุเข้าเบ้าตาและลำคอด้วยปืนสั้นอย่างไร้ทางต่อสู้ เสียงปืนดังหน้าห้องหลายนัดจนกระทั่งเงียบลง ทั้งไอริสกับไอร์แลนด์เดินกลับเข้ามาในห้อง ทั้ง 2 เปลี่ยนซองะุและเสียบปืนกลับไปในซอง
“ 12 คน อาจจะมีอีกก็ได้” ไอร์แลนด์หันไปพูดกับไอริส
“อื้อ...อย่างน้อยก็ต้องมีคนส่งพวกนี้มา อาจจะมีมากกว่านี้ก็ได้” ไอริสตอบอย่างเห็นด้วย
“โอเคฉันลบประวัติการมาการเข้าพัก กับกล้องวงจรปิดของเราแล้ว ลิฟต์ตัวอื่นก็ล็อกไว้ให้ลงไปจอดชั้นล่างสุดและไม่ให้เรียกได้อีก เรารีบไปกัน”
เชอรี่กดปุ่ม enter แล็ปท็อปของเธอแรงๆ 1 ครั้งก่อนลุกออกจากที่นั่ง คว้าแจ็คเก็ตมาสวมเพื่อปิดบังเข็มขัดปืนที่เอว และหยิบกระเป๋าเป้ใบหนึ่งสะพายหลังไว้ ก่อนเดินไปหยิบกระเป๋าเป้คล้ายๆกันอีก 2 ใบมาโยนให้ไอริสกับไอร์แลนด์ แน่นอนในกระเป๋าเป้เ่าั้คือเซทอุปกรณ์สำหรับหนีที่เตรียมไว้แต่เนิ่นๆแล้ว
ทั้งสามคนเดินออกจากห้องไปได้ครู่เดียวเสียงะเิดังสนั่นก็เกิดขึ้นในห้องพัก คอมพิวเตอร์ของเชอรี่นั่นเองที่เกิดะเิขึ้น ะเินั้นมันเป็ะเิเพลิงที่ออกแบบมาเพื่อเผาทำลายหลักฐานโดยเฉพาะ เธอย้ายมันมาวางไว้บนกระเป๋าข้าวของทั้งหมดของทีมเพื่อะเิทำลายหลักฐานนั้น เสียงสัญญาณไฟไหม้ดังขึ้นทั้งชั้นและหัวฉีดดับเพลิงก็เริ่มทำงานแต่ทั้งสามสาวก็ไม่ได้กังวลมากนักเพราะการหาหลักฐานในสถานการณ์ไฟไหม้นั้นยากมากเพราะ ไม่ว่าอะไรก็ทำลายหลักฐานได้ทั้งนั้นไม่ว่าไฟ น้ำ หรือแม้แต่พนักงานดับเพลิงเอง
ชายที่ถูกเรียกตัวเองว่าผู้กองยามนี้นั่งนิ่งอึ้งด้วยความตะลึง เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าหน่วยทหารรับจ้างค่าตัวแพงลิ่วที่ถูกจ้างมา 12 นายถูกละลายภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาที แถมไม่สามารถทำอะไรฝ่ายตรงข้ามที่เป็เด็กสาวตัวเล็กๆ 3 คนได้เลยแม้แต่รอยข่วน ทำให้บัดนี้ทีม 20 คนเหลือแค่ 8 คน เป็ทหารรับจ้างอยู่แค่ 4 คน อีก 4 คนรวมทั้งตัวเขาเป็คนมาจากหน่วย WRAITH ซึ่งตัวเขาเริ่มทำใจแล้วว่า ยามนี้คนที่พึ่งพาได้จริงๆก็อาจจะเป็ลูกน้องของเขาเอง มากกว่าหน่วยรบรับจ้างที่เหลืออยู่
“ผู้กองพวกมันจะหนีไปแล้วนะครับ เราจะไม่ไปดักที่ทางออกเหรอครับ” เสียงลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยถาม
“เราเหลือกันแค่ 8 คน โรงแรมนี้มีทางออกมากเกินไป ถ้าแยกกันเราก็น่าจะจัดการพวกมันทั้งหมดไม่ได้ ปกติหลังจากจบงานหรือถ้างานผิดพลาดทีมน่าจะหลบไปกบดานที่เซฟเฮ้าส์ เราจะตามไปเก็บพวกมันที่เซฟเฮ้าส์น่าจะง่ายกว่า เซฟเฮ้าส์ที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน”
“จากนี้ขึ้นไปทางเหนือที่โบยาซิคอยครับ”
“งั้นไปรอที่นั่น” ผู้กองออกคำสั่ง
ทีมของผู้กองเคลื่อนที่จากเขตโอซาลโซคากิมุ่งหน้าไปเขตโบยาซิคอยที่อยู่ถัดไปไม่ไกล เพื่อไปซุ่มรอที่บ้านพักหลังหนึ่งที่หน่วยงานใช้เป็เซฟเฮ้าส์ลับ โดยพวกเขากะจะวางกับดักกลุ่มเด็กสาว พอมาถึงเซฟเฮ้าส์พวกเขาเตรียมอาวุธและวางกับดักเอาไว้เพื่อคอยโอกาสในทันที ทั้งทีมทำงานแข่งกับเวลา และความเป็มืออาชีพทำให้พวกเขาใช้เวลาวางกับดักแค่ 1 นาทีเท่านั้น ซึ่งมีทั้งกับดักเสียงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ และกับดักเพื่อสังหารอย่างะเิเคลยมอร์
“ผู้กองครับ ผู้กองต้องมาดูนี่” เสียงลูกน้องคนนึงเรียกในวิทยุ
“มีอะไรรายงานเลย”
“พวกมันแวะที่บ้านหลังหนึ่งห่างจากนี้ 4 กิโลเมตร และหยุดที่นั่นมากกว่า 5 นาทีแล้ว ผมเช็กบนแผนที่แล้วไม่ใช่ปั๊มน้ำมัน ที่นั้นเป็บ้าน”
“บ้าชิบ...พวกมันมีเซฟเฮ้าส์อื่น ถอนตัวไปที่นั่นด่วน”
จากโทรศัพท์ของริชาร์ดที่โทรมาเตือนและบอกให้พวกเธอใช้เซฟเฮ้าส์หมายเลข 2 ทำให้เด็กสาวเข้าใจในทันทีว่าเธออาจจะถูกดักทำร้ายด้วย “คนใน” เธอจึงเปลี่ยนแผนไปใช้เซฟเฮ้าส์อีกหลัง ซึ่งเ้าเซฟเฮ้าส์อีกหลังนี้ไม่ได้เป็เซฟเฮ้าส์ของหน่วยงานของเธอ แต่เป็เซฟเฮ้าส์ที่ริชาร์ดหาไว้เพื่อเป็แผนสำรองตามแบบฉบับที่เขาเคยสอนเหล่าเด็กสาวไว้
ด้วยความที่ริชาร์ดในวัยหนุ่มเป็อดีตสายลับมือดีของ CIA มาก่อน แต่ด้วยความผิดพลาดเพราะมีเพื่อนร่วมองค์กรเอาความลับไปขายให้ศัตรู ทำให้รายชื่อสายลับหลายคนรวมทั้งริชาร์ดถูกเปิดเผย เขาถูกจับขณะทำงานลับในจีนและถูกทรมาณอยู่หลายสัปดาห์ ริชาร์ดรู้แน่ว่าองค์กรจะทอดทิ้งเขาและปล่อยให้เขาตาย เขาจึงตัดสินใจขายความลับเพื่อให้ตัวเองรอดบ้าง เขาให้ความร่วมมืออย่างดีจนจีนเชื่อใจคิดว่าเขาแปรพักตร์อย่างแน่นอน จึงปล่อยให้เขาเป็อิสระ ระหว่างนั้นเขาก็ดำเนินการขโมยความลับของจีนกลับบ้าง เขาหนีไปอยู่หลายประเทศใช้การขายข่าวสร้างเส้นสายและคอนเนคชั่นจากโลกมืด เขาขายข่าวลับของสหรัฐให้จีนกับรัสเซีย และขายข่าวจีนกับรัสเซียให้สหรัฐกับอังกฤษ บางครั้งก็ปลอมตัวสร้างข้อมูลเป็พ่อค้าอาวุธาเ้าใหญ่ ขายะเิให้กลุ่มผู้ก่อการร้ายในดาร์คเวบ แล้วติดตามข้อมูลผู้ก่อการร้ายจากการส่งของ เป็ตัวกลางประสานงานทั้งนายหน้าให้นักฆ่าและบ้างก็ลงมือด้วยตัวเอง หลังจากลงมือเขาก็เก็บข้อมูลผู้ว่าจ้างไว้เพื่อคุ้มกันตัวเองอีกทอด เรียกว่าเื้ัเหตุการณ์ใหญ่ๆในโลกมีน้อยครั้งนักที่เขาจะไม่รู้หรือไม่เกี่ยว กลับกันนั้นเขาก็กำความลับของทั้งนายจ้างและหน่วยงานทั้งในกฎหมายนอกกฎหมายของประเทศต่างๆไว้มากมาย โดยที่หน่วยงานเ่าั้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็ใคร เพราะั้แ่ริชาร์ดถูกจับได้ที่จีนเขาก็ตั้งปณิธานว่าจะไม่ยอมถูกจับอีก เขาจึงกลายเป็คนที่จะทำอะไรก็รัดกุมรอบคอบและมีแผนมากมายอยู่ตลอดเวลา ด้วยความสามารถระดับนี้ทำให้ WRAITH ้าตัวเขามาเข้าร่วมทีมเพื่ออาศัยความสามารถเขา แต่ก็ดูเหมือนก็เพื่อที่จะพยายามสอดส่องเขาไปด้วย แต่ทว่าเหตุผลในการที่เขายอมเข้าร่วมกับ WRAITH ยังคงเป็ปริศนา
“ทิ้งของที่ติดตัวมาจากหน่วยเราให้หมด มันอาจจะมีเครื่องติดตาม”
เสียงไอร์แลนด์บอกในขณะที่เธอถอดเสื้อผ้าโยนเข้าเตาผิงที่มีไฟลุกอยู่ ไอริสที่อยู่ถัดไปเธอกำลังสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ ก่อนหอบเอาเสื้อชุดเก่ามาโยนใส่เตาผิงต่อจากไอร์แลนด์เช่นกัน ในบ้านหลังนี้แม้จะเรียกว่าเป็เซฟเฮ้าส์ที่ แต่มันก็เป็บ้านธรรมดาที่เตรียมไว้เพื่อให้เธอแวะเปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมเสบียงเพื่อใช้หนีต่อเท่านั้น ในบ้านโล่งไร้เฟอร์นิเจอร์ มีกล่องใหญ่แค่ 2 กล่องวางอยู่ตรงกลางห้อง โดยที่กล่องแรกเป็เสื้อผ้าและเงิน ส่วนกล่องที่ 2 เป็อาวุธและอุปกรณ์จำเป็
ไอริสหยิบปืนไรเฟิล Ruger 10/22 ขนาด .22 LR ซึ่งทั้งตัวของปืนกระบอกนี้แต่งด้วยชุดแต่งของ Volqartsen พานท้ายรุ่น Inferno ทำจากอลูมินั่มที่สามารถปรับระดับให้เข้ากับไหล่ผู้ยิงได้ทุกรูปแบบและยังมีช่องเสียบแม๊กสำรองแบบ 10 นัดอีก 2 แม๊ก ส่วนตัวปืนเสียบด้วยแม๊ก BX 25 ที่ใส่ะุได้ 25 นัด ลำกล้องถูกเปลี่ยนเป็ลำกล้องเกรดแข่งขันรุ่น snake ไกปืนถูกเปลี่ยนให้เป็ไก BFS3 ของ Franklin Armory ซึ่งไกปืนตัวนี้เป็ไกปืนที่มีตัวปรับให้สามารถยิงได้ 2 แบบ คือยิงทีละนัดและแบบยิงทีละสองนัด โดยเหนี่ยวไปเข้ามา 1 ครั้งะุจะลั่น 1 นัดแต่พอปล่อยนิ้วคืนไกก็จะลั่นอีก 1 นัด ซึ่งหากเหนี่ยวไกได้ไวพอะุก็จะลั่นออกไปเป็ปืนกลเลยทีเดียว ด้านศูนย์เล็งเธอเลือกใช้ Vortex Razor HD Gen 2 E กำลังขยาย 1-6 เท่า หน้าเลนส์ 24 มม. เท่านั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับทั้งงานยิงใกล้และยิงไกล
เชอรี่เธอยังคงเก็บไอแพทของเธอไว้เพราะมันคือของส่วนตัว เธอเชื่อมั่นว่าไม่มีใครหน้าไหนจะแฮคไอแพทเครื่องนี้ของเธอไปได้แน่นอน หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเธอจึงเตรียมอาวุธใหม่เพิ่ม ปืนลูกซอง SIX 12 ลูกซองบลูพับแบบลูกโม่รุ่นใหม่ ลำกล้องปืนปรับใส่ที่เก็บเสียงรุ่น Salvo ที่ออกแบบให้กลืนเป็หนึ่งเดียวกับปืน ราง้าติดตั้งศูนย์แบบ reflexsight ยี่ห้อ Holosun รุ่น HE512T-RD ความน่ากลัวของปืนกระบอกนี้กลับไม่ได้เป็หน้าตาอันดุดันของมัน แต่มันคือะุที่บรรจุอยู่ภายในโม่ทั้ง 6 นัดต่างหาก เชอรี่เลือกใช้ะุลูกโดดแบบ 12 GUAGE HESH EXPLODING SLUGS ซึ่งคือะุลูกโดดของลูกซองที่หากยิงกระทบเป้าจะเกิดการะเิขนาดย่อมๆขึ้น
หัวะุจะเป็ลูกบอลโลหะทรงกลมที่มีครีบหาง ภายในบรรจุด้วยดินะเิและส่วนหัวเป็ตัวจุดะเิโดยใช้ะุแบล็งค์ของปืน .22short ติดตั้งไว้ที่ส่วนปลายหัวของลูกะุ จากการทดสอบะุชนิดนี้สามารถสร้างแรงะเิเป็วงกว้างขนาดเผาผิวหน้าและสร้างรอยขีดข่วนบนแผ่นเหล็กขนาด 20 นิ้วได้ทั้งแผ่น และแรง ปะทะจากการะเิของมันสามารถกระชากแผ่นเหล็กนั้นให้ขาดหลุดจากโซ่เหล็กสองเส้นที่คล้องติดกับตัวมันออกไปได้เลยทีเดียว
ส่วนด้านของไอร์แลนด์เธอเลือกเอาปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติแบบลำกล้องสั้นของ SIG SAUER รุ่น MCX Rattler ด้วยตัวปืนมีลำกล้องสั้นกะทัดรัดแถมยังมีพานท้ายที่พับเก็บแนบไปกับตัวปืนได้ ปืนรุ่นนี้มีขนาดะุ .300 blackout โดยะุชนิดนี้มีความเร็วถึง 310 เมตรต่อวินาทีและแรงปะทะ 498 ฟุต/ปอนด์ ด้วยความเร็วและแรงปะทะที่หนักหน่วงใกล้เคียงกับะุปืนพก .45 ACPที่ได้ฉายาว่า “แมนสต๊อปเปอร์”(ะุหยุดคน) ะุชนิดนี้ยังให้ระยะยิงไกลนับร้อยเมตรในระดับปืนไรเฟิล บนรางติดตั้งกล็องเล็งจุดแดงของ SIG เองรุ่น Romeo 4T และปากกระบอกติดที่เก็บเสียงของ Mil-SRD762 เอาไว้เพื่อการปิดบังเสียงและแสง
นอกจากอาวุธร้ายกาจแล้วริชาร์ดยังทิ้งรถคันงามไว้ให้ไอร์แลนด์ที่เป็นักขับประจำทีมด้วย ในโรงจอดรถมี Porche Panamera ซูเปอร์คาร์แบบซีดาน 4 ประตูสีขาว เครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ 550 แรงม้า ที่ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 300 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ได้ใน 3.2 วินาที
“ว้าว…” ไอริสทำตาโตที่เห็นรถงามคันนี้
“ไปเถอะขึ้นรถกัน”
ไอร์แลนพูดพลางเปิดประตูเข้านั่งที่คนขับทันที เชอรี่ขึ้นนั่งยังที่นั่งข้างคนขับและไอริสที่ใช้ปืนยาวที่สุดในกลุ่มโดนเนรเทศไปนั่งด้านหลัง
ทันทีที่ประตูโรงรถของเซฟเฮ้าส์เปิด ไอร์แลนด์ก็เหยียบคันเร่งส่งเ้ารถคันสีขาวพุ่งทะยานออกไปตามถนนทันที แต่หลังจากขับมาแค่ครู่เดียวเธอก็สังเกตเห็นรถ SUV สีดำ 2 คันที่ตามหลังมาด้วยความเร็วใกล้เคียงกัน Mercedes-Benz GLS 350 d ทั้ง 2 คันนั้นเหมือนกำลังเร่งความเร็วจี้ไล่หลังกระชั้นเข้ามาอย่างมีพิรุธ ไอร์แลนด์ทดลองเร่งความเร็วรถให้เพิ่มขึ้น แต่ทั้ง 2 คันด้านหลังก็ยังเร่งความเร็วตาม แม้แต่ตอนหักเลี้ยวรถพวกนั้นก็เลี้ยวตาม ทำให้เธอมั่นใจว่าพวกนี้ตามเธอมาจากหน้าเซฟเฮ้าส์ บทเรียนจากการเสียคนไป 12 คนที่โรงแรมทำให้พวกนั้นไม่บุ่มบ่ามบุกเข้าไปที่บ้าน และการตามมาบนถนนทำให้เธอแน่ใจว่าคนพวกนั้นมีแผนบางอย่างซ่อนไว้
“พวกนั้นเหรอ” ไอริสถามขณะมองผ่านกระจกด้านหลัง
“ SUV 2 คันน่าจะเหลือกัน 8 คน” ไอร์แลนด์ว่า
“เอาไงจัดการเลยมั้ย” ไอริสพูดพลางใช้นิ้วเขี่ยเซฟของปืนไปที่โหมด Binary (ยิงทีละสองนัด)
“อย่าพึ่งรถคันนั้นเป็เบนซ์ GLS แต่กลับไล่รถเรามาติดๆได้ ฟิล์มหน้ากระจกสีแปลกๆ แถมแม๊กซ์กับล้อก็ไม่ใช่ของโรงงาน โมดิฟายมาหนักขนาดนี้อาจจะเป็รถหุ้มเกราะก็ได้”
ไอร์แลนด์สันนิษฐานสภาพรถของศัตรูได้อย่างแม่นยำ เพราะรถที่ตามเธอมาทั้ง 2 คันคือรถที่ถูกดัดแปลงเป็รถกันะุ นอกจากตัวถังที่หนาเป็พิเศษ ล้อที่เจาะไม่รั่ว และกระจกแบบพิเศษที่ติดฟิล์มซึ่งกันได้แม้ะุเจาะเกราะ มันยังถูกวางเครื่องใหม่ให้แรงและเร็วชนิดที่ว่าไม่กลัวเปลืองน้ำมันอีกด้วย
“จี้เข้าไปอีกเราต้องดันมันให้พ้นจากเขตเมืองก่อนค่อยจัดการ”
เสียงของผู้กองและทีมที่นั่งอยู่บนรถคันหลังะโสั่งผ่านวิทยุไปยังรถคันหน้าที่มีอีกทีมที่เป็ทหารรับจ้างให้จ่อท้ายเพื่อกดดันรถของเหล่าสาวๆ แต่ยังไม่ทันสิ้นเสียงเขากลับพบว่ารถคันหน้ามีการเปิดกระจกมีลูกน้องในทีมโผล่ตัวออกมาพร้อมปืน HK MP5 SD
“ไอ้หอกนั่นมันทำบ้าอะไรของมัน ให้มันกลับเข้ารถมา!!”
ผู้กองะโใส่วิทยุแต่ไม่เป็ผล ชายคนนั้นเริ่มยิงะุเป็ชุดๆใส่รถพอร์ชสีขาว ะุขนาด 9 มม.เจาะกระจกด้านหลังของรถพอร์ชจนแตกละเอียด ไอริสที่นั่งด้านหลังรีบก้มตัวหลบ
“เชอรี่!!”
ไอร์แลนด์ะโเสียงดังก่อนหักรถเลี้ยวเข้าโค้ง เธอใช้เบรกมือช่วยรถจึงเข้าโค้งแบบดริฟ เสียงล้อบดไถลกับถนนดังแผดทั่วบริเวณ ก่อนเชอรี่จะกดกระจกข้างคนขับที่หันหน้าไปทางรถของศัตรูให้เปิดออก ปืนลูกซอง Six12 ในมือเล็งหยาบๆอย่างรวดเร็วแล้วะเิะุใส่รถคันที่ติดตามไปหนึ่งนัด
เสียงะเิตูมดังสนั่นตามมา ะุ HESH EXPLODING SLUGS กระทบกับกระจกหน้าด้านข้างคนขับแล้วะเิใกล้กับใบหน้าของชายคนที่โผล่ตัวออกมา เสียงชายคนนั้นแผดร้องด้วยความเ็ปเพราะถูกสะเก็ดะเิกระเด็นใส่ใบหน้าและดวงตา ปืนในมือหลุดตกลงบนพื้นถนน เขารีบหดตัวกลับไปร้องครวญครางด้วยความเ็ปต่อในรถ
“เตือนแล้วทำไมไม่ฟังวะไอ้โง่!! คราวหน้าใครโผล่หัวออกมาจากรถอีกฉันจะยิงมัน พวกแกเข้าใจมั้ย”
ผู้กองะโใส่วิทยุไปยังรถคันหน้าด้วยความโมโห ในความคิดเขาภารกิจนี้มันควรจะเป็เื่ง่ายๆ แต่ในยามนี้มันกลับยากจนเขาคาดไม่ถึง ประสบการณ์ที่เขาทำงานมานับหลายสิบปีทำให้งานทุกงานลุล่วงได้หมดไม่ว่ายากแค่ไหน เขาฆ่าคนมาแล้วเป็ร้อยแต่ในยามนี้กับการไล่ฆ่าเด็กผู้หญิงอายุ 16 แค่ 3 คน ที่เป็มือใหม่มันกลับยากจนเหลือเชื่อ ในใจเขายามนี้เริ่มมีความคิดที่ไม่สู้ดี เป็ความคิดที่เขาไม่กล้าจะยอมรับ “หรือว่าเขาจะสู้พวกเด็กเหล่านี้ไม่ได้จริงๆ”
ยามนี้รถทั้ง 3 คันยังวิ่งไล่กันไปเรื่อยๆและเริ่มออกห่างจากเขตชุมชนสู่ถนนหลวง สภาพถนนแปรเปลี่ยนเป็ถนนเส้นยาวที่สองข้างทางเป็ท้องทุ่งกว้าง อุปสรรคชิ้นใหม่เกิดขึ้นกับฝ่ายไล่ล่าอีกครั้ง เพราะถึงแม้ว่ารถของพวกเขาจะถูกดัดแปลงมาดีแค่ไหนแต่ในยามถนนโล่งเช่นนี้ มันไม่อาจเทียบได้เลยกับรถที่เกิดมาเพื่อทำความเร็วโดยธรรมชาติอย่างพอร์ช เ้ารถคันสีขาวเริ่มทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆจนกระทั่งในที่สุดมันก็แทบหายไปจากสายตา
“ทำไงดีครับผู้กองมันหายไปแล้ว”
“ใจเย็นๆยังไงพวกมันก็ต้องหนีไม่ทางไหนก็ทางหนึ่งสถานีรถไฟ ท่าเรือ หรือไม่ก็เครื่องบิน ลองหาดูว่าพวกนี้ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน”
เสียงผู้กองออกคำสั่งทำให้ลูกน้องคนหนึ่งในทีมเปิดแล็ปท็อปขึ้นมาเพื่อค้นหา
“เครื่องบินท่าจะไม่ได้เพราะมีสนามบินในอิสตันบูลกับอิซมิต แต่พวกมันตรงขึ้นเหนือน่าจะมีปัญหาครับ อิสตันบูลเป็เมืองเลียบน้ำและทางเหนือติดกับทะเลดำ พวกมันจะขึ้นเรือที่จุดไหนก็ได้เราไม่มีทางรู้เลยครับ”
“เริ่มจากแยกข้างหน้าก่อน แฮคระบบกล้องจราจรฉัน้ารู้ว่ามันจะเลี้ยวไปไหน”
ผู้กองสั่งลูกน้องของตัวเองเพราะเขาเหลือบเห็นในแผนที่แล้วว่ามันมี 3 แยกอยู่ไม่ไกลด้านหน้านี้ หากตามกระชั้นชิดไม่ได้เขาก็ขอเลือกจะตามห่างๆเพื่อวางแผนรับมือต่อ
“ว่าไง” ผู้กองถาม
“พวกมันยังไม่ได้ผ่านไปครับ...น่าแปลกทั้งที่ความเร็วรถขนาดนั้นไม่น่าจะถึงแยกนั้นช้าขนาดนี้ ผมวนภาพเก่าเมื่อหลายนาทีก่อนก็ไม่เจอครับ พวกมันหายไปเฉยๆเลย”
ลูกน้องรายงานขณะที่สายตายังคงไม่ละจากแล็ปท็อปนั้น ผู้กองครุ่นคิดอยู่ในใจครู่นึงจนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นทางสายเล็กที่เป็ทางดินด้านข้างถนนหลวง เขารีบหักพวงมาลัยเลี้ยวลงถนนดินสายนั้นในทันที
“มันไม่ได้หนีมันซ่อน!! พวกมันจะหลบอยู่แถวนี้หลอกให้เราเลยไปแล้วย้อนกลับไปขึ้นเครื่องที่อิสตันบูล”
เสียงผู้กองพูดขณะที่เร่งความเร็วรถผ่านถนนดิน สายตาเขาสังเกตว่าข้างทางที่ผ่านมาไม่มีมีถนนแยกเลยยกเว้นทางดินตรงนี้ เขาจึงมั่นใจว่าเหล่าสามสาวจะต้องหลบอยู่ที่นี่เพื่อรอพวกเขาผ่านไปแล้วจึงหนีย้อนกลับเข้าเมืองเป็แน่ และแล้วเขาก็คาดการณ์ไม่ผิด สุดทางดินเป็ทุ่งหญ้ากว้างพื้นที่หลายร้อยตารางเมตรและปลายทางถนนก่อนเข้าสู่ทุ่งหญ้านั้นมีพอร์ชคันสีขาวจอดสงบนิ่งอยู่ เขาจึงเลือกจอดรถห่างจากพอร์ชคันนั้นมาทางด้านหลังราวสิบเมตร
“พวกแก 2 คนลงไปเช็กรถคันนั้นซิ” ผู้กองออกคำสั่งผ่านวิทยุไปยังรถอีกคัน
“จะบ้าเหรอวะพวก ไม่เห็นไอ้ปืนะุหัวะเินั่นเหรอ ลงไปก็โง่สิอยากลงไปแกก็ลงไปเช็กเองสิวะ”
เสียงตอบกลับมาทางวิทยุจากกลุ่มทหารรับจ้างที่นั่งบนรถอีกคัน ยามนี้พวกมันเสียเพื่อนไปเยอะจนเริ่มมีอาการปอดแหกออกมาให้เห็น
“ฟังนะไอ้โง่..พวกมันไม่กล้าเอาไอ้ปืนโตนั่นยิงแกหรอก รอบๆนี้เป็ทุ่งโล่งถ้ามันยิงมันจะเผยตัวแล้วเราก็จะฆ่ามัน แกควรดีใจที่เพื่อนแกตายเกือบหมด เพราะถ้าเราฆ่ามันได้แกจะได้ส่วนแบ่งของคนอื่นไปด้วย ทีนี้เลิกทำใจตุ๊ดแล้วลงไป 2 คนเดี๋ยวนี้!!”
“ไอ้เวรเอ๊ย”
แม้จะมีเสียงสบถออกมาจากวิทยุ แต่พวกมันก็ยอมลงจากรถโดยดี ชาย 2 คนลงจากประตู SUV พร้อมอาวุธ พวกมันเดินช้าๆเข้าหารถคันสีขาวที่จอดสงบนิ่ง โดยที่คนหนึ่งเข้าทางด้านซ้ายและอีกคนเข้าทางขวา ทันทีที่พวกมันถึงรถ ก็พบว่าบนรถไม่มีใครอยู่ ชายคนที่อยู่ด้านซ้ายของรถหันกลับไปทางผู้กอง แล้วทำสัญญาณมือว่าไม่มีใครอยู่บนรถ
“อะไรวะทิ้งรถเดินเท้าเหรอ..หรือพวกมันมีคนมารับไปอีกต่อจากตรงนี้”
ความสงสัยยังไม่ทันจางหาย ะุ .300 blackout ของไอร์แลนด์ พุ่งฝ่าอากาศด้วยความเร็ว 310 เมตรต่อวินาที เจาะทะลวงผ่านลำคอของชายคนที่ยืนด้านซ้ายของรถ เืสีแดงฉานนั้นสาดกระจายลงเปรอะรถสีขาวพร้อมกับร่างที่ล้มฟาดไปกับประตู
ชายคนด้านขวาพุ่งตัวหลบโดยใช้ตัวรถเป็กำบังในทันที เขาเห็นเพื่อนถูกยิงจากด้านซ้ายของตัวรถ จึงคิดว่าตนเองอยู่ด้านขวาน่าจะปลอดภัย ชายคนนี้ฉลาดพอที่จะใช้ซุ้มล้อรถกำบังตัวเพื่อที่จะไม่ถูกยิงลอดใต้ท้องรถ แต่ความปลอดภัยนั้นอยู่ได้เพียงไม่กี่วินาที เขาก็ถูกยิงเจาะที่กกหูซ้ายด้วย ะุ .22lr ที่มีความเร็วถึง 1,640 ฟุต/วินาที จากระยะที่ไกลกว่าร้อยเมตรจากด้านหน้าของตัวซึ่งเป็ทุ่งหญ้า
แม้ะุนัดแรกนั้นจะหาที่มาไม่ได้เพราะไอร์แลนด์ซ่อนตัวและใช้ที่เก็บเสียง แต่นัดที่ 2 นั้นยิงจากปืนของไอริสที่นอกจากไม่ได้ใส่ที่เก็บเสียงแล้ว ปลายลำกล้องยังมีมัสเซิลเบรกที่มันทำให้เสียงดังกว่าเดิม แม้สถานที่โดยรอบจะเป็ทุ่งโล่งที่เต็มไปด้วยหญ้าสูงเลยเข่า สามารถให้การซ่อนพรางที่ดีได้ แต่แรงดันที่กระจายรอบทิศของมัสเซิลเบรกนั้นเป่าหญ้าด้านหน้าให้ไหวในจังหวะยิง ทำให้ผู้กองซึ่งเป็นักรบเจนสนามสังเกตเห็นจุดยิงของไอริสได้ในทันที
“มันอยู่นั่น..ออกรถเลยพวกมันเดินเท้าไม่มีทางหนีพ้นแน่”
ผู้กองสั่งให้ใช้รถไล่ล่าในทันที่ สภาวะเช่นนี้พวกเขาจะเป็ต่อเพราะนั่งอยู่ในรถที่เคลื่อนที่เร็วกว่าและมีเกราะหนา ฝ่ายตรงข้ามไม่มีทางที่จะหยุดพวกเขาได้อย่างแน่นอน รถทั้งสองคันสตาร์ทรถครางกระหึ่มก่อนทะยานตัวออกไป
แต่ในจังหวะที่รถทั้ง 2 คันปาดออกด้านซ้ายและขวาของพอร์ชคันสีขาวเพื่อจะพุ่งตรงไปด้านหน้าที่ไอริสซ่อนอยู่ พอร์ชสีขาวก็พลันะเิตูมดังสนั่น มันคือะเิ C4 ของเชอรี่นั่นเองที่ซ่อนไว้ในพอร์ช แรงะเินั้นะเิแผ่กระจายแรงดันด้วยความเร็วถึง 26,400 ฟุตต่อวินาที แรงอัดนั้นมหาศาลพอจะผลักรถทั้งสองคันปลิวเหมือนเศษใบไม้ แม้จะเป็รถหุ้มเกราะแต่ก็ดัดแปลงมาจากรถบ้านไม่ใช่ยานเกราะ พวกมันไม่ได้ออกแบบมาให้ทานทนกับการะเิระดับนี้ ทุกคนที่อยู่ในรถมีสภาพเหมือนหนูที่ถูกขังในกล่องเหล็กและถูกมือั์จับเขย่า รถที่กระเด็นปลิวไปกลิ้งอยู่บนพื้นหลายตลบจนในที่สุดก็มาหยุดนิ่งสนิทในสภาพหงายท้อง และฉับพลันนั้นสติของผู้กองก็วูบดับลง
ผู้กองลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในห้องสีขาว รอบตัวเขามีเครื่องมือทางการแพทย์ต่อตามตัวระโยงระยางเต็มไปหมด มีทั้งสายสำหรับวัดชีพจรติดอยู่ที่นิ้ว สายน้ำเกลือกับเืเจาะที่แขน สายออกซิเจนติดอยู่ที่จมูก แขนข้างขวาของเขาก็เข้าเฝือกอยู่ และรู้สึกปวดแปล๊บที่ซี่โครงซ้าย
“นอนนิ่งๆซี่โครงคุณร้าวน่ะ”
เสียงชายคนเดิมที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างเตียง ผู้กองเหลือบสายตาไปพบกับวิลที่นั่งไขว่ห้างอยู่หน้าตานั้นบอกบุญไม่รับเลยทีเดียว
“ผมรอดมาคนเดียวเหรอครับ”
“มีแจคสันนอนโคม่าอยู่ที่ไอซียูส่วน โธมัสเขาคงต้องเกษียนหมอตัดขาเขาออกทั้ง 2 ข้างและตาซ้ายเขาก็บอด”
วิลเล่าอาการของลูกน้องในทีม ผู้กองที่ได้ยินดังนั้นถึงกับถอนหายใจ
“พวกนั้นเห็นหน้าคุณมั้ย รู้มั้ยว่าพวกคุณเป็ใคร” วิลตั้งคำถาม
“คิดว่าไม่ครับเราไม่ได้เผชิญหน้ากันตรงๆ ตอนรถะเิพวกนั้นน่าจะไม่ได้มาเช็กที่รถ เพราะถ้าพวกนั้นมาเช็กคงซ้ำพวกผมให้ตายแล้ว”
วิลทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ
“เอาเป็ว่าคุณหายหน้าไปรักษาตัวก่อนพักนึงก็แล้วกัน ผมจะลงบันทึกว่าส่งคุณไปภารกิจลับที่ไม่เปิดเผย แค่นี้แหละถ้าคุณหายดีแล้วค่อยติดต่อผมกลับมาเอาให้หายสนิทก่อนนะผมไม่อยากให้ใครสงสัยเื่นี้”
“ท่านครับพวกนั้นเป็ใครและถูกฝึกมายังไงกันแน่ ตลอดเวลาที่พวกเราไล่ล่าพวกมัน ผมมีความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าไม่ได้ก้าวนำพวกมันเลยแม้แต่ก้าวเดียว เราเหมือนคนโง่ที่ถูกหลอกมาติดกับดัก พวกมันมีกระทั่งเซฟลับส่วนตัวที่ไม่ใช่ของบริษัท ทั้งแผน ทั้งเทคนิคการต่อสู้ ทั้งอาวุธของพวกมัน ผมไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนเลย”
“อย่าคิดมากผู้กอง วันนี้เราจะปล่อยเื่นี้ไปก่อนส่วนคุณรักษาตัวให้หายซะ เวลาแก้แค้นจะต้องมาถึงแน่ และวันนั้นผมอยากให้คุณพร้อม ส่วนวันนี้ทำใจให้สบาย”
วิลยิ้มให้ผู้กอง แต่สีหน้าแววตาของเขาราวกับมีแผนบางอย่างซ่อนไว้ในใจ เขาหยิบเสื้อคลุมที่พาดไว้ที่เก้าอี้แล้วเดินออกจากห้องพยาบาลไป