“ผมไม่อยากเต้น!”
“นี่แกกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ!” เสียงกร้าวของธานุภาพดังขึ้น
“คุณท่านคะ ญาเต้นไม่เป็หรอกค่ะ” ศศริญารีบหาทางห้ามทัพ ไม่อยากเป็ปัญหาให้สองพ่อลูกทะเลาะกันอีก
“ถ้าเต้นไม่เป็ก็ไม่เป็ไรไม่ลองหัดดูหน่อยเหรอลูก”
“ไม่ค่ะ ญาไม่ค่อยชอบ...”
“งั้นไม่เป็ไรเดี๋ยวพาพ่อไปหาอะไรทานดีกว่าไปลูก”ชายชราบอกแล้วให้ว่าที่สะใภ้เข็นรถออกไป
ไม่วายคนเป็พ่อหันมาหาลูกเขาไม่อยากให้ไปเกลือกกลั้วกับผู้หญิงอย่างนภาลักษณ์มากนัก
“เ้าธานต์เลิกให้แม่นั้นเกาะแกเหมือนปลาหมึกสักทีเถอะ ฉันอายแขกในงาน!” ทิ้งะเิเรียบร้อยแล้วให้ศศิรญาพาไปหาอะไรทานต่อ
“เอ๊ะ!คุณพ่อ” นภาลักษณ์กำลังจะอ้าปากค้านต่อ แต่คนให้เถียงหายไปแล้ว
นภาลักษณ์หน้างอด้วยความไม่พอใจ ก่อนหันมาหาคู่หมั้นตนเองเพื่อออดอ้อน
“ธานต์คะคุณเห็นไหมว่าพ่อคุณโอ๋แม่นั่นซะขนาดไหนแหม... วันนี้แต่งตัวซะสวยเชียว แถมสร้อยเพชรบนคอแม่นั่นอีก!”
“พ่อเป็คนซื้อให้อย่าไปสนใจเลยนภา” ชายหนุ่มบอก
“ก็นภาอยากได้นี่ค่ะ!”
“ผมก็ให้คุณไปตั้งเยอะแล้วนี่คุณยังอยากได้อะไรอีก!” เขาเริ่มเบื่อหน่าย
“แต่สร้อยเพชรที่อยู่บนคอของแม่นั่นราคาแพงกว่าของนภาอีกนะคะ!”
“ไว้เดี๋ยวผมซื้อให้คุณก็แล้วกัน!” สุดท้ายจำต้องรับปากเพื่อตัดปัญหา
“จริงๆ นะคะ”
“อืม”
“ขอบคุณมากนะคะธานต์”นภาลักษณ์รีบจุ๊บที่แก้มเขาเบาๆ
นภาลักษณ์ยิ้มระรื่นควงแขนคู่หมั้นตนเองออกไปวาดลวดลายกลางฟอร์อย่างสนุกสนาน ไม่นานนักทั้งคู่พากันเดินออกมาหาเครื่องดื่มรับประทานเพื่อดับกระหายจีรดาสบโอกาสจึงเดินเข้ามาหาชายหนุ่มอีกครั้ง
“คุณธานต์คะ”
ธานต์เมธาหันไปตามเสียงเรียกยิ้มทักทายเมื่อพบว่าใครเป็คนเอ่ยเรียกเขา
“ครับคุณดา”
“เต้นรำกับดาสักเพลงได้ไหมคะ?”
“เอ่อ...ได้ครับ”
นภาลักษณ์จ้องมองหญิงสาวด้วยความไม่พอใจแต่หล่อนก็ไม่สามารถทำอะไรได้เมื่อสาวที่มาเชิญชวนชายหนุ่มนั้นเป็ถึงบุตรสาวรัฐมนตรีอาชาไชยสองร่างออกอยู่กลางฟอร์วาดลวดลายชวนสนทนากัน นภาลักษณ์ยืนมองแววตาขุ่น
“หนูนภาใช่ไหม?”อาชาไชยเดินเข้ามาทัก
นภาลักษณ์หันไปมองปรับสีหน้าตนเองให้เป็ปกติ
“ใช่ค่ะ” หล่อนตอบแล้วยิ้มยั่ว
“พอดีอาคุ้นหน้าหนูก็เลยอยากจะมาทักทาย”
“แหม... ท่านรัฐมนตรีล่ะก็นภาเป็เกียรติมากเลยล่ะค่ะที่ท่านลดตัวลงมาพูดคุยกับนภา” เสียงหวานปลายเย้าแหย่เลิ่กคิ้วเล็กน้อยประหนึ่งเชิญชวน ยิ่งทำให้อีกฝ่ายรู้สึกกระชุมกระชวยมากขึ้น
“อาต่างหากที่เป็เกียรติ ที่ได้พูดคุยกับผู้หญิงสวยๆอย่างหนู...”อาชาไชยยิ้มกรุ่มกริ่ม
“ค่ะ นภายินดีมากเลยล่ะค่ะ”
“หนูนภาอยากจะไปเที่ยวไหนต่อไหมวันนี้อาว่างพอดี ขอเป็ไกด์พาหนูนภาไปเองนะจ๊ะ” รัฐมนตรีเฒ่าถามพลางเอื้อมไปจับมือหล่อนไว้
“แหม... ท่านค่ะ คนอย่างนภาเวลาจะออกไปไหนกับใครคนนั้นต้องกระเป๋าหนักหน่อยนะคะ” นภาลักษณ์บอก
“ไม่มีปัญหาหรอกจ๊ะอาจะตามใจหนูนภาเต็มที่เลย... ขอเพียงหนูนภาตามใจอาเล็กๆ น้อยๆ ก็พอ”
เสียงเพลงหยุดลงจีรดาและธานต์เมธาเดินออกมาทั้งสองเดินตรงไปยังนภาลักษณ์และรัฐมนตรีเฒ่า อาชาไชยรีบปล่อยมือลงก่อนหันไปยิ้มให้กับบุตรสาวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เป็ไงบ้างลูก?”อาชาไชยถามบุตรสาว
“สนุกดีค่ะพ่อคุณธานต์เต้นรำเก่งมากเลยค่ะ” เสียงหวานของจีรดายังคงเจื้อยแจ้วชมชายหนุ่มเปราะ
ธานุภาพมองดูสั่งให้หญิงสาวเข็นรถไปร่วมวงสนทนานั้นเพราะเขาไม่้าให้อาชาไชยรู้ว่านภาลักษณ์กับบุตรชายมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแม้ใจหล่อนไม่อยากพบเจอความวุ่นวายแต่ดูเหมือนตนไม่อาจหลีกเลี่ยงมันได้
“เ้าธานต์เดี๋ยวพ่อจะกลับบ้านแล้วพาหนูญานั่งรถกลับไปด้วยนะ” ธานุภาพสั่งบุตรชาย
ธานต์เมธาขมวดคิ้วมองพ่อด้วยความไม่เข้าใจ บอดี้การ์ดของธานุภาพเข้ามาเพื่อทำหน้าที่เข็นรถแทนศศิรญาหน้าซีด หล่อนไม่้ากลับไปกับเขา
“คุณท่านคะ!”
“ไม่เป็ไรลูก กลับกับพี่เขาเถอะนะ” เขาบอกแล้วสบตาให้กำลังใจหญิงสาวที่ให้กลับกับบุตรชายเพราะ้าประกาศให้สาวเล็กสาวใหญ่ทั้งหลายรู้ว่าบุตรชายเขามีเ้าของแล้ว
“แต่ญา เอ่อ...”
“ไม่เป็ไรเชื่อพ่อเถอะไม่มีปัญหาอะไรหรอก” ธานุภาพพยายามปลอบ
หญิงสาวพยักหน้าช้าๆหล่อนไม่อยากเื่มากทำให้ใครลำบากใจความ้าของคุณท่านมันสวนทางกับบุตรชายเขา แล้วหล่อนมักตกเป็จำเลยทุกทีธานต์เมธาหันมาสบตาหล่อน ขนในกายพากันลุกชัน แค่มองผาดๆก็รู้ว่าเขาไม่พอใจอย่างมาก กระนั้นก็ไม่คิดต่อปากต่อคำพ่อในที่รโหฐานโชคดีที่ธานต์เมธายังรู้จักแยกแยะ
หล่อนรู้สึกเหมือนตัวคนเดียวมันไม่ใช่สถานที่ที่หล่อนควรจะมาเลยจริงๆ สายตาหลายคู่จับจ้องมาแสดงถึงความรู้สึกหลากหลาย บางคนคงไม่คุ้นหน้าหล่อนเลยมองบางคนอาจสงสัยว่าเป็อะไรกับคุณธานุภาพแต่กลับรัฐมนตรีอาชาไชยมันมีบางอย่างน่าหวาดหวั่นเคลือบแฝงอยู่ในเมื่อคุณท่านกลับไปแล้ว หล่อนคงไม่ต้องพึ่งพาเขาให้ลำบากใจกันทั้งคู่ร่างบางเดินตรงไปหาชายหนุ่ม
“คุณธานต์คะ”
“มีอะไร!” ตอบกลับเสียงห้วน
“ญาขอกลับเองดีกว่านะคะ”
“ไม่ได้!”
“เอ๊ะธานต์แม่นี่อยากกลับเองก็ให้กลับไปสิ เดี๋ยวคุณต้องไปส่งนภาอีกนะคะ” นภาลักษณ์ขัดขึ้นทันที
จีรดาและอาชาไชยมองการปะทะคารมของทั้งสามด้วยความสนใจแล้วลอบยิ้มออกมาเหมือนตนเองจะปะติดปะต่อเื่ราวได้ลางๆ
“ผมไม่อยากถูกพ่อตำหนิอีกนภาบอกตามตรงว่าเบื่อ...” สีหน้าเขาติดรำคาญตามด้วยการถอนหายใจเฮือกใหญ่
“หนูญากลับกับอาไหมเดี๋ยวอาไปส่ง” อาชาไชยรับอาสาพลางส่งสายตาโลมเลีย
ศศิรญาหันมองอาชาไชย เบือนหน้าหนีสายตาซึ่งกำลังส่งมา
“ไม่เป็ไรค่ะญากลับเองได้ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธทันที
หล่อนไม่จำเป็ต้องขออนุญาตเขาไม่ใช่ผู้ปกครองสักหน่อย ร่างบางเร่งฝีเท้าออกจากงาน หล่อนไม่อยากอยู่ให้รัฐมนตรีเฒ่าแสนทุเรศใส่ธานต์เมธาชะงักชักสีหน้าแล้วก้าวตามด้วยความหงุดหงิด
“ศศิรญา!”เขาเรียกแล้วเร่งฝีเท้าตาม
ร่างบางยังคงเดินต่อไม่หยุด แม้ได้ยินเสียงเขาก็ตามหล่อนไม่อยากให้ใครไปส่งทั้งนั้น ไม่ว่าเขาหรือรัฐมนตรีอาชาไชยก็ตาม
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”ธานต์เมธาสั่งเสียงลั่น
ธานต์เมธาตรงไปกระชากท่อนแขน ร่างบางเซมาปะทะแผงอกชายหนุ่มขบกรามแน่นจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวด้วยความไม่พอใจ
“ฉันบอกให้เธอหยุดไม่ได้ยินเหรอ!” ธานต์เมธาตวาดลั่น
“ได้ยินค่ะแต่ญาบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรือคะว่าจะกลับเอง”
“แล้วฉันไม่ได้บอกเธอหรือว่าถ้าเธอกลับเองฉันจะเดือนร้อน!”
“ฉันจะไปอธิบายกับคุณท่านเองคุณไม่ต้องเป็ห่วงหรอกค่ะ” บอกพลางบิดท่อนแขนให้พ้นการเกาะกุม
“เธอคิดว่าอธิบายแล้วพ่อฉันจะเชื่อหรือไงสุดท้ายแล้วพ่อก็ต้องโทษว่าเพราะฉันอยู่ดี!”
“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงคะ!”
“กลับไปกับฉัน!” เสียงเขาเริ่มแข็งขึ้น รู้สึกไม่สบอารมณ์กับอาการดื้อดึงของอีกฝ่าย
“แล้วคุณนภาลักษณ์ล่ะคะ” หญิงสาวถามด้วยความไม่สบายใจ
“นั้นเป็ปัญหาของฉัน!”
หญิงสาวในบทสนทนากำลังก้าวเข้ามาร่วมวงเมื่อเห็นการยื้อยุดราวกับละครในโทรทัศน์เลยไม่อาจทนได้นภาลักษณ์กึ่งวิ่งกึ่งเดินตรงมายังคู่หมั้น
“ธานต์คะ” นภาลักษณ์ส่งเสียงเรียกแล้วสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้
เขาหันมองคู่หมั้น “นภาเดี๋ยวคุณกลับบ้างเองก่อนนะผมต้องกลับบ้านก่อน”
“อะไรนะคะธานต์ ไม่เอาหรอกค่ะนภาไม่ได้เอารถมา”นภาลักษณ์ปฏิเสธเสียงลั่น
“ผมไปก่อนนะนภา เอาไว้เราค่อยคุยกัน”
ธานต์เมธาไมได้ฟังเสียงโวยวายที่ไล่หลังมาอีกแล้วชายหนุ่มรั้งข้อมือหล่อนไว้ ก่อนลากหญิงสาวให้มาที่รถด้วยกันลูกสาวรัฐมนตรีลอบยิ้มออกมาด้วยความพอใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
“เรายังพอมีหวัง”จีรดาคิดในใจแล้วเดินกลับเข้าไปในงาน
อาชาไชยรีบเดินเข้ามาหานภาลักษณ์ที่กำลังยืนกระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจแล้วยิ้มให้กับหล่อน
“เป็อะไรไปหรือเปล่าหนูนภา?”
นภาลักษณ์หันไปตามเสียงหยุดกิริยาที่กำลังทำอยู่พร้อมกับปรับสีหน้าแล้วยิ้มพรายออกมา
“เปล่าค่ะแค่รู้สึกเบื่อนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะท่าน”
“เบื่อเหรอ ไปเที่ยวกับอาต่อไปไหมละหนูนภา...”
“จะดีเหรอคะท่านจะไม่เหนื่อยเหรอวันนี้ก็อยู่ในงานทั้งวัน...”นภาลักษณ์ออดอ้อนแล้วสาวเท้าเข้าหา
“ดีสิจ๊ะ เห็นแบบนี้อาน่ะแข็งแรงออกนะ”
“ถ้าท่าน้านภาก็ยินดีจะไปเป็เพื่อนดื่มกันท่านค่ะ”
อาชาไชยยิ้มออกมาโบกมือเรียกบอดี้การ์ดตนเองไม่นานนักรัฐมนตรีเฒ่าก็เข้าไปนั่งอยู่ในรถพร้อมกับสาวสวยจัดจ้าน