ชายหนุ่มแตะไปที่กำไลมิติก่อนจะค้นหาอาวุธและอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้วยืนให้อีกฝ่าย
"ใช้มันซะ แล้วเอาผูกเชือกเข้ากับหางด้วย มันอร่อยมาก!!"
ชายหนุ่มเช็ดมุมปากก่อนจะผูกเชือกเช่นกัน
ร่างแยกรับดาบใหญ่สีเงินพร้อมกับธนูเล็ก ๆ สพายไว้กลางหลังก่อนจะเดินลากเชือกไปพร้อมกับชายหนุ่ม
ด้วยพลังพิเศษ เขาสามารถอำพรางกลิ่นอายเอาไว้ได้ และกลิ่นอายของัที่ยังคงอยู่ ทำให้ไม่มีสัตว์อสูรหรือมอนเตอร์ตัวไหนกล้าเข้ามาใกล้ การเดินทางของทั้งสองจึงราบลื่นเป็อย่างมาก
เพียงไม่นาน ทั้งสองก็เข้ามาถึงป้อมปราการที่ 3 ซึ่งเป็เขตคุมกัน
"หยุดก่อน แสดงตัวตนด้วย" เสียงของชายในเครื่องแบบดังขึ้น
เกิดเป็เสียงสัญญาณเตือนเมื่อชายหนุ่มมาถึง ทหารและผู้ใช้พลังพิเศษมากมายยืนดักพวกเขาเอาไว้ แม้แต่บนกำแพงก็ยังคงเตรียมอาวุธชุดใหญ่เอาไว้ด้วย
"หยุดก่อน ..." ชายหนุ่มพูดขึ้นส่งสัญญาณให้กับร่างแยก
เมื่อได้ยินคำสั่ง ร่างแยกก็หยุดลงในทันที แต่ท่าทีที่แข็งกร้าวทำให้ผู้พิทักษ์เกรงกลัวขึ้นมา พวกเขาต่างภาวนาไม่ให้เป็ศัตรู
ชายหน้ากากยิ้มเดินเข้าไปหาเ้าหน้าที่
"มีอะไรหรือเปล่าครับ?"
"ช่วยยืนยันตัวตนด้วยครับ"
"อ่อ ถ้าหมายถึงบัตรประจำตัว ละลายไปแล้วละครับ"
"ละลาย? "
"ครับ พอดีผมต้องไปต่อสู้กับเรดอายมา นี่ไงหางของมัน หวังว่าจะเข้าใจนะครับ"
"เรดอาย!!! ัคลั่งเสียสติในเขตภัยพิบัติเหรอครับ"
"รอสักครู่นะครับ"
เ้าหน้าที่ที่เข้ามาสอบถามได้วิ่งหายเข้าไปในประตูเล็ก ๆ ทันที ก่อนจะมีเ้าหน้าที่ที่เป็ราวกับหัวหน้าเดินออกมา
"สวัสดีครับ ผมชื่อแบล็คไค หัวหน้าผู้พิทักษ์ที่เฝ้าป้อมปราการที่ 3 ในเขตนี้ครับ" แม้ว่าจะพูดออกมาด้วยท่าที่สบาย ๆ แต่ก็ยังมองเห็นถึงอาการสั่นเล็ก ๆ จากฝ่ามือของเขา
เขาผู้เป็ถึงหัวหน้าผู้คุ้มกันป้อมปราการที่ 3 หรือเรียกอีกอย่างว่า ผู้พิทักษ์ของทวีปเอเชีย พลังอำนาจของเขานั้นสามารถปฎิเสธได้แม้แต่ผู้นำของตระกูลใหญ่ เพราะไม่ใช่ใครก็สามารถมาเป็ได้ ทั้งพลังอำนาจ ความแข็งแกร่ง ชื่อเสียง พลังแฝง ทุกสิ่งอย่างต้องเหมาะสมกับการอยู่อาศัยที่พื้นที่รอบดึกใกล้กับเขตสีส้ม ที่มีโอกาสพบเจออันตรายก่อนเป็อันดับแรก แต่ว่า ชายผู้สังหารัคลั่งได้นั้น อย่าว่าแต่ตระกูลใหญ่เลย แม้แต่องค์กรเสเว่นทีมก็ยังนับเป็ผู้ทรงเกียรติ
เขาเหลือบมองชายที่สวมหน้ากากดุร้ายเป็ระยะ ๆ แรงกดดันจากอีกฝ่ายทั้งลึกลับและน่ากลัว ตอนนี้แม้แต่คำพูดสักคำเขาก็ยังไม่ได้ยินจากอีฝ่าย สพายดาบใหญ่ที่หาได้ยากพร้อมกับธนู ผู้ที่เชี่ยวชาญการโจมตีระยะประชิดที่แข็งแกร่ง และการจู่โจมระยะไกล แม้แต่ผู้ใช้พลังพิเศษที่เชี่ยวชาญ หรือทหารผ่านศึกก็ยังนับว่าหายาก
"ครับ ผมอาจจะแนะนำตัวเองไม่ได้ แต่รหัสของผมคือ 0326 ครับ สามารถตรวจสอบได้เลย"
"ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือนะครับ กรุณารอสักครู่"
เ้าหน้าที่ด้านหลังหยิบอุปกรณ์บางอย่างออกมา มันมีลักษณะคล้ายกับเครื่องสแกน แต่เครื่องนี้จะแตกต่างออกไปเล็กน้อย มันเอาไว้ตรวจลักษณะเฉพาะของบุคคล เพื่อตรวจสอบข้อมูล
เ้าหน้าที่นำมาสแกนชายหนุ่มเพียงไม่นานก็พบว่าข้อมูลที่ให้มานั้นตรงกัน และที่สำคัญ ข้อมูลยังขึ้นเพียงเล็กน้อย เพราะมันถูกกำหนดเอาไว้ว่าเป็ความลับระดับที่ 5 ซึ่งถือว่าสูงมาก ๆ เมื่อเทียบกับลำดับอื่น ๆ
ข้อมูลระดับ 5 นั้น เป็รองเพียงระดับ 6 ซึ่งเป็ผู้นำของประเทศต่าง ๆ ในแถบเอเชีย และจะมีมากกว่าระดับ 6 เพียง 2 เลเวลเท่านั้น คือ 7 และ 8 ซึ่งเป็ความลับระดับสูง หากมีข้อมูลรั่วไหลในชุดนั้น ๆ แม้แต่ผู้นำประเทศก็อาจจะต้องโดนสั่งเก็บในทันที และที่สูงยิ่งกว่า อาจจะต้องจัดระเบียบทางสังคมกันใหม่เลยทีเดียว
"เรียบร้อยแล้วครับ เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ ขอบคุณที่ทำเพื่อประเทศชาติ"
เ้าหน้าที่มากมายทำความเคารพก่อนที่จะเปิดประตูขนาดใหญ่ บาเรียตรงช่องประตูเปิดออกมาเล็กน้อยก่อนที่พวกเขาจะเดินออกไป
"หัวหน้าครับ พวกเขาคือ ..."
"แม้ว่าจะต้องตายอยู่ที่นี่ ฉันคิดว่า คงไม่เสียชาติเกิดแล้วละ พวกเขาคงจะเป็ทีมจู่โจมหลัก"
"จู่โจมหลัก!!!"
"อืม และนั้นก็คงจะเป็หางเรดอายจริง ๆ เพราะไม่มีัตัวไหนจะมีเกล็ดแบบนั้น พวกเขาทั้งสองต่อส้กับมันจนถึงสภาวะเปลี่ยนร่าง ที่เรียกว่าแข็งแกร่งเทียบเท่าัที่แท้จริง(เป็ัที่โตกว่าเรดอายอีกหนึ่งขั้นแต่ยังไม่ใช่ัโบราณ) พวกมันมีเอกลักษณ์เป็ของตัวเอง แม้ว่าเรดอายจะเป็ัเสียสติที่ล่าได้ง่ายกว่าตัวอื่น ๆ เพราะยังคงเป็ัหนุ่มที่เติบโตมาได้ไม่นานเมื่อเทียบกับัที่เก่าแก่ แต่พลังโจมตีของมันนั้นไม่เป็รองัที่แท้จริงเลยแม้แต่น้อย"
ชายหนุ่มที่ได้ยินต่างก็กลืนน้ำลาย การเปลี่ยนร่างของเรดอายนั้นล้ำลือกันว่า ขนาดตัวของมันจะเล็กลง สีเกล็ดเปลี่ยนไป แต่ทุกสิ่งอย่างนอกจากขนาดตัวของมันนั้น เทียบเท่าได้กับัที่แท้จริง ทั้งความเร็ว พละกำลัง ความถึกทน และแม้แต่ลมหายใจั มันเปลี่ยนให้1ใน4ของทวีปเอเชียเป็พื้นที่อันตราย เขตสีดำ สีแดง สีส้มและรอบข้างสีเขียว ผู้คนต่างพากันอพยพในทันทีและใช้งบประมาณมหาศาลเพื่อใช้จัดการ ทุก ๆ ปีต้องสังเวยผู้คนไปจำนวนมากทั้งทีมสำรวจและผู้พิทักษ์
หัวหน้าผู้พิทักษ์หันไปมองโดยรอบก่อนจะะโขึ้น
"ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่โดยเด็ดขาด ห้ามแพร่งพรายเื่นี้ที่ไหนทั้งสิ้น เมื่อข้อมูลของมันเล็ดลอดออกไปแม้จะน้อยนิดแค่ไหนก็ตาม พวกเรารวมถึงครอบครัวจะถูกสั่งเก็บทั้งหมดทันที"
คำพูดของหัวหน้าผู้พิทักษ์ต่างก็ทำให้ทุกคนแข้งขาสั่น แม้ว่ามันจะเป็เื่ราวที่สุดยอดแค่ไหน แต่พวกเขาก็ไม่สามารถนำไปพูดที่ไหนได้เลย
เขาได้กลับเข้าไปในห้องพักของตัวเองก่อนจะรายงานไปยังป้อมปราการที่ 2 และ 1 แต่ข้อมูลนั้นก็นับเป็ข้อความเล็ก ๆ ที่แทรกกไปเพื่อความถูกต้อง แต่ไม่ได้บ่งบอกอะไรชัดเจนเลยแม้แต่น้อย อำนาจของเขาเมื่อเทียบกับคนที่อยู่สูงกว่าก็นับว่าน่ากลัวเป็อย่างมาก เปรียบเทียบกับพนักงานและหัวหน้า คนที่อยู่สูงกว่าระดับหัวหน้านั้นก็นับว่ายิ่งใหญ่กว่าไม่รู้ต้องเท่าไหร่
ชายหนุ่มและร่างแยกลากหางัออกมาจากป้อมนอกแล้วหาที่พัก แม้ว่าจะเหนื่อยเล็กน้อยก็ตาม แต่เขากลับรู้สึกหิวมากกว่า ปัจจุบันชายหนุ่มกินมากกว่าคนปกติ 20-40เท่า และหิวบ่อยมากกว่าเดิม ถ้าปล่อยไว้นานเกินไปจะทำให้เขาเกิดสภาวะที่หลากหลาย มันคงจะไม่เหมาะสมมากนักถ้าเขากลับเข้าไปอยู่ในเมืองหลัก ถ้าเกิดข้อผิดพลาด เขาจะถูกสอบสวนโดยเสเว่นทีมฝ่ายตรวจวินัยในทันที และเป็ทีมที่สามารถตรวจสอบได้แม้แต่ผู้นำสาขาย่อยของเสเว่นทีม เพราะข้อบังคับที่ใช้นั้นทำขึ้นเพื่อควบคุมความไม่สงบสุขจากผู้ใช้พลังพิเศษด้วย
"เอาละ พักแถวนี้ก่อน"
ชายหนุ่มออกคำสั่งกับร่างแยก พื้นที่โดยรอบเป็ที่โล่งกว้างกลางป่าเขา มันคือพื้นที่ชนบทก่อนที่จะเข้าเมืองหลัก แม้ว่าที่นี่จะไม่มีอันตรายเกิดขึ้นมากนัก แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกัน การควบคุมผู้คนให้อยู่ในพื้นที่โดยรอบและปกครองพื้นที่ปลอดภัยเป็ทางเลือกเดียวในปัจจุบัน นอกจากเขตพื้นที่ที่ 1 ก่อนเข้าเมืองหลักแล้ว พื้นที่อื่นเป็เพียงพื้นที่สำรวจและการทหารเท่านั้น
"นายไม่ต้องกินอะไรสินะ นั่งรอไปก่อนก็แล้วกัน"
ชายหนุ่มมองหางัพร้อมกับเช็ดปาก เขาห้ามความอยากอาหารที่เกิดขึ้นไม่ได้ และเขาไม่จำเป็ต้องหลีกเลี่ยง ความสุขไม่กี่อย่างในชีวิตของเขา หนึ่งในนั้นคือการกิน และการกนได้มาก ๆ โดยไม่มีปัญหานั้นคงจะเป็ความสุขง่าย ๆ ที่ดีที่สุด
ชายหนุ่มใช้พลังพิเศษเสาะหาสมุนไพรต่าง ๆ ก่อนจะมาเริ่มทำอาหาร และเมนูวันนี้คือหางัอบสมุนไพร
มันทั้งนุ่มและเด้ง กลิ่นของสมุนไพรช่วยดับความคาวของเนื้อัได้อย่างดี และรสชาติในครั้งนี้ดีกว่าก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด เพราะครั้งก่อนเป็เพียงการย่างบนหินร้อนโดยไม่มีอะไรเลย
ผ่านไปไม่นาน หางของัก็เกือบหมดในทันที ชายหนุ่มเก็บหางัที่เหลือเพียงน้อยเข้าไปในกำไลก่อนจะเริ่มออกเดินทางต่อ
"โทษทีนะ แต่นายกลับมาก่อนก็แล้วกัน ไม่จำเป็ต้องแบกอะไรแล้ว"
ร่างแยกเริ่มสลายไปช้า ๆ ก่อนจะกลับมารวมเป็หน้ากากอีกครั้ง
ชายหนุ่มััได้ถึงความเหนื่อยล้าเล็กน้อยที่เพิ่มขึ้นมา
"นี่สินะผลเสียของมัน คงต้องระวังการใช้งานให้ระวังมากกว่านี้ ตอนนี้รีบกลับดีกว่า"
ชายหนุ่มเตรียมตัวก่อนจะเร่งรีบออกเดินทางอีกครั้ง เพราะเขาจะต้องผ่านป้อมปราการที่ 2 และ 1 ก่อนจะถึงเมืองหลัก