เมื่อวานนี้ฉันหลุดเข้ามาในนิยายเื่หนึ่งมาอยู่ในร่างของตัวละครที่ชื่อว่าเค่อฟ่านหรือซื่อไท่ไท เป็ตัวละครที่ไม่สลักสำคัญนักและใช้ชีวิตไปวันๆอย่างมีความสุข ทว่าพอฉันเข้ามากลับเกิดการต่อสู้หลายครั้งภายในเวลาเพียงหนึ่งคืนและสุดท้ายฉัน(กับซื่อไท่ไท)รอดมาได้แบบครบสามสิบสอง
ฉันมีสัมภาระน้อยกว่าที่คาดมีเงินติดตัวพออยู่ได้เป็เดือน และตอนนี้ฉันต้องออกเดินทางร่อนเร่กับไอ้หัวหงอกที่เพิ่งขอตัวฉันจากสามีแลกกับม้วนภาพประจำตระกูล
ติดที่ว่าไอ้หัวหงอกคนนี้... ดูเหมือนจะไม่ใช่คนของนิยายเื่นี้และการมีตัวตนของเขาทำให้นิยายที่ฉันอ่านมาไม่ได้ช่วยในการรับมือสถานการณ์ใดๆที่เกิดขึ้นรอบตัวเลย พูดอีกอย่างหนึ่งคือเนื้อเื่ตอนนี้ต่างจากนิยายที่ฉันเคยอ่านลิบลับและความรู้ที่ติดตัวมาจากโลกโน้นไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง
ตอนนี้เป็เวลาบ่ายแล้ว ผิงกั่วยืนโบกมือลาฉันคนอื่นทำเป็กระซิกขณะถีบส่งฉันไปผจญภัยเนี่ยนะ? ปัดโธ่ ซันเจ้ถ้าเจ้ไม่พูดตอนนั้นคงไม่มีใครกล้าไล่ฉันหรอก! ทำคุณบูชาโทษแท้! เขาว่าถนนสู่นรกถูกถางด้วยความหวังดี คือแบบนี้สินะ! ทุกคนเห็นหมอนี่เป็ราชบุตรหรืออะไรถึงได้พร้อมยกตัวฉันให้เขาจัง?
เจินจูพาฉันเดินไปยังรถที่เขาเช่าไว้พาเราเดินทางแบบโคลงเคลงห่างจากบ้านเรื่อยๆ
“กังวลรึ?” เขาถาม
“อยู่กันสองคนก็พูดปกติได้แล้ว”ฉันหรี่ตา “นายน่ะ...ไม่ใช่คนของโลกนี้ใช่ไหม?”
จบประโยค อีกฝ่ายก็คลี่ยิ้มเ้าเล่ห์ประจำตัว
“ปิ๊งป่อง~ แต่ถูกแค่ครึ่งเดียวนะครับ”เขาดีดนิ้ว “ความจริงคือฉันมาเกิดใหม่ในร่างนี้น่ะอยู่มาได้สิบเจ็ดปีแล้วแต่ยังรู้สึกเหมือนเด็กอยู่เลยจิตใจเราเป็ทาสของร่างกายจริงๆ นะเนี่ย”
“เอ๋...งั้นเรียกคุณน้าดีกว่าไหม?”ฉันถาม
“เรียกเจินจูแหละอย่างไรก็ดีในชาติภพนี้เราก็อายุพอๆ กัน แม่นางฟ่าน” เขาบอก“หรือจะให้เรียก...ฟ่านเอ๋อ?”
ฉันไม่รู้ว่าเอ๋อคืออะไร คงไม่ได้แปลว่าเอ๋อในแง่นั้นอ่านนิยายแล้วก็ยังงงๆ แต่คงเป็คำที่ไว้เรียกคนที่เราเอ็นดูละมั้ง?
“เรียกอะไรก็เรียกไปเถอะ... เดี๋ยวนะนิยายเื่นั้นเพิ่งถูกเขียนปีนี้เองไม่ใช่เหรอ?ทำไมนายถึงบอกว่าอยู่ในร่างนี้มาสิบเจ็ดปี?”
“นิยายอะไร?”
“ก็ฉันหลุดเข้ามาในนิยายไง!สดๆ ร้อนๆ เลย! อ่านตอนเช้า พอตอนสายไปบ้านอาม่าล้วงแจกันข้างศาลแล้วก็หลุดมานี่เลย มันเหมือนนิยายที่ฉันอ่านยันชื่อตัวละครเลยนะ! แต่ในนิยายเื่นั้นไม่เห็นมีคนชื่อเจินจูเลย”
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่านิยายที่แม่นางเอ่ยถึงคือเื่ไหนที่รู้คือฉันโดนฆ่าแล้วมาเกิดใหม่เป็ลูกชายนักธุรกิจคนหนึ่งแล้วก็อยู่ในโลกนี้มานานแล้ว” เขานั่งเหยียดขา “แล้วสิบเจ็ดปีที่ผ่านมาฉันก็หาวิธีกลับโลกเดิมมาตลอด”
“...จริงดิ? หามาสิบเจ็ดปี?”
“โดยทางปฏิบัติก็เจ็ดปีเพราะสิบปีแรกฉันปลง จนกระทั่งได้ยินเื่ม้วนภาพของหลงเซียเมื่อเจ็ดปีก่อน...”
หลงเซีย...?
“นั่นมันนามปากกานักเขียนนี่!”ฉันอุทาน “นักเขียนนิยายเื่นั้นก็ชื่อหลงเซีย!สรุปคือนายกำลังตามหาม้วนภาพของหลงเซียที่กระจายอยู่ตามที่ต่างๆจะได้กลับโลกเดิมของเรา? แต่นายคืนม้วนภาพให้คุณชายไปแล้วนี่”
เขาหยักยิ้มก่อนจะวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงหยิบหมึกออกมาฝนแล้วลงมือวาดภาพทั้งที่ในตัวรถยังโคลงเคลง ฉันเห็นแล้วก็ทึ่งเพราะมันดูเหมือนภาพที่คุณชายใหญ่เก็บรักษาไว้อย่างกับถ่ายเอกสารมา
“ก็นะ ความสามารถติดตัวนิดหน่อยพอเกิดมาในร่างนี้อยู่ดีๆ ก็ทำอะไรแบบนี้ได้” เขาเก็บอุปกรณ์วาดภาพ“ภาพวาดของหลงเซียมีทั้งหมดเจ็ดภาพ รวมภาพนี้ก็ได้มาแล้วสาม ตอนนี้ยังแปลความหมายไม่ออกแต่ดูเหมือนมันจะรวมกันได้เป็ภาพทิวทัศน์ขนาดใหญ่ภาพเดียว”
“ถ้าสมมุติภาพทั้งหมดรวมกันแล้วกลายเป็ประตูมิติแล้วเราต้องเดินทะลุภาพเพื่อกลับโลกเดิมล่ะ?”
“ก็ไม่รู้สินะถ้าเป็อย่างนั้นจริงค่อยขอยืมดูภาพจากหนงเซียนเซิงก็ได้นี่” เจินจูยักไหล่
“อืม...ก็...ฟังดูมีเหตุผล” ฉันก็ไม่รู้จะว่ายังไง“เอาเป็ว่า...ขอบใจแล้วกัน ที่พาฉันมาด้วย”
“ตอนแรกค้านหัวชนฝาตอนนี้เห็นในความสุดยอดของข้าพเ้าแล้วหรือ? ฮะๆ ว่าไปนั่นเป็เื่เล็กน้อยยิ่งคุณภรรยา แต่ข้าพเ้าหวังสิ่งหนึ่งตอบแทน”เขาพูดแบบทีเล่นทีจริง “ประการแรก ท่านต้องช่วยข้าพเ้าตามหาม้วนภาพเหล่านี้และประการที่สอง หากคืนใดมิได้ค้างแรมในโรงเตี๊ยมหรือบ้านเรือนของผู้อื่นท่านต้องเป็ผู้หุงหาอาหารให้แก่ข้าพเ้า”
“ฉันทำอาหารจีนไม่เป็...”
“ใครว่าอยากกินอาหารจีน?อยากกินหมูกระทะจะตายอยู่แล้วเนี่ย!”
โอ้มายก้อด จริงด้วย!หมอนี่อยู่โลกนี้มาสิบเจ็ดปี คงอยากกินหมูกระทะสินะ!คงคิดถึงอาหารไทยมากสินะ! โธ่ คนน่าสงสาร! ส้มตำไก่ย่างข้าวเหนียวหมูปิ้งยังหากินไม่ได้!
“ถ้ามีเครื่องเดี๋ยวทำยำให้ด้วยเอ้าอยากกินยำอะไรไหม?”
“ยำขนมจีน!” เขาพูดชูแขนสองข้างด้วยท่าทางตื่นเต้นเหมือนเด็ก “แล้วก็อยากกินผัดกะเพราด้วย!”
“มาอยู่ตั้งนาน สั่งทำเตาหมูกระทะก็จบนี่ที่บ้านทำธุรกิจไม่ใช่เหรอ?”
“แต่น้ำจิ้มไม่อร่อย...”
“เป็งั้นไป... จะว่าไปพวกเรากำลังไปไหนกันน่ะ?” ฉันถามพลางโผล่หัวมองข้างนอก
“ตึกตระกูลไห่” เจินจูตอบ “เห็นว่าลูกชายคนโตของบ้านนั้นกำลังจะแต่งงาน”
“แล้ว? เนียนเข้าไปกินฟรี?”
“ไม่ใช่งานแต่งแบบอินเดียสักหน่อยนะคุณภรรยา”เขาพูดยียวน “ภาพของหลงเซียจะถูกนำมาตกแต่งในบ้านแน่นอนว่าเราไม่ได้จะไปขโมยแต่ขอมาหน้าด้านๆ”
“นึกว่าจะโขกหมากรุกพนันสินทรัพย์กันซะอีก...”
“ต่างคนก็ต่างวิธีการ ที่ต้องพนันชิงภาพกับหนงเซียนเซิงเพราะมีเื่จำเป็ก่อนหน้านี้น่ะแต่ี้เีเล่า”
เขาี้เีเล่าฉันก็ไม่รู้ว่าฟังไปจะได้อะไรไหม เลยถามต่อ
“ว่าแต่นายไปรู้เื่พวกนี้ได้ยังไง?”
“เจ็ดปีนี้ฉันไม่ได้อยู่เปล่าๆ สักหน่อย”เขาขยิบตาแต่ไม่อธิบายต่อ “เชื่อใจฉันเถอะ ฉันอยากกลับบ้าน”
“...กลับบ้านไปล้างแค้นคนที่ฆ่า?”
“อืม”
เงาดำพาดผ่านใบหน้าเขาท่าทางน่ากลัวจนฉันไม่กล้าถามต่อ
เขาถามเื่ครอบครัวฉันกับเื่ที่โลกเดิมไม่หยุดจนได้รู้ว่าเขาตายตอนอายุเท่าฉันพอดีแล้วเหมือนจะตายปีนี้ด้วย ไม่รู้ว่าทำไมไทม์ไลน์มันกลับไปกลับมาอย่างนี้แฮะ แล้วเขาไปทำอะไรอีท่าไหนถึงได้โดนฆาตกรรมตอนอายุแค่นี้ก็ไม่รู้หวังว่าเขาคงไม่ใช่มาเฟียหรืออะไรเทือกนั้นนะ...
คุยกันไปมาก็มาถึงโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งใน่เย็นพวกเราเข้าไปจองห้องแล้วลงมากินอาหาร ฉันนั่งจ้องเขาตาแป๋วเฝ้ารอฉากการสั่งอาหารในตำนานที่พบได้ในนิยายจีนการสั่งอาหารที่ทำให้เหล่าเสี่ยวเอ้อสับสนกันเป็ทิวแถว บ่งบอกชาติตระกูลของคนสั่ง!แล้วฉันก็จะได้กินอาหารเลิศรสของที่นี่!
เขายิ้มกริ่มให้ฉันบอกด้วยสายตาว่าพร้อมตอบสนองความคาดหวัง
“บะหมี่น้ำพิเศษสอง!”
“เฮ้ย!!!”
เดี๋ยวสิวะปกติฉากนี้เป็ฉากโชว์เทพของตัวละครโดยเฉพาะตัวละครสกุลผู้ดีที่ต้องสั่งอะไรที่ฟังดูฉลาดพิสดารที่ทำเอาคนครัวหัวหมุนไม่ใช่เหรอแบบ... สำรับดอกเหมยห้าอย่าง สำรับแม่น้ำตะวันออกสิบอย่างแล้วมานั่งอธิบายว่าแต่ละอย่างมีอะไรปรุงยังไง กินคู่กับเหล้าแบบไหนดูอย่างอึ้งย้งสิ! ดูอึ้งย้งเป็ตัวอย่าง! แล้วหมอนี่อะไรอย่างกับสั่งป้าร้านก๋วยเตี๋ยวปากซอย!เดี๋ยวสั่งเส้นเล็กต้มยำด้วยเลยเอ้า! ขอเกี๊ยวทอดด้วย!
“ทำไมล่ะ สั่งพิเศษเชียวนา”แล้วยังมีหน้ามาทำหน้าตาน่าสงสาร!
“เรามาภัตตาคารนะไม่ใช่ร้านก๋วยเตี๋ยวปากซอย!”
“คอยดู ไม่สิต้องพูดว่าไม่ลองชิมก็ไม่รู้” เขาประสานมือไว้ใต้คาง ยักคิ้วให้ฉันกวนๆสักพักพนักงานเดินกลับมาพร้อมบะหมี่น้ำสองชาม มีผักโปะมานิดหน่อยไม่เห็นพิเศษตรงไหนเลย ฉันมองค้อนเขาแรงๆ ก่อนจะคีบเส้นเข้าปาก
ปรากฏว่าฉันคิดผิดถนัด
“...อร่อย”
เส้นบะหมี่ทำมือเหนียวหนึบกำลังดีน้ำซุปร้อนๆ หวานเพราะเป็น้ำต้มผัก ทว่ายังมีรสอูมามิกลมกล่อมผักที่ใส่มาช่วยตัดรสเข้มข้นของน้ำซุปให้กำลังดีรู้ตัวอีกทีบะหมี่ในชามก็หายไปเยอะแล้ว
“อิ่มไหม?” เจินจูกินเอาๆ แป๊บเดียวก็หมด
“ยังกินได้ไม่ถึงครึ่งชามเลยหมดชามคงอิ่มมั้ง”
“งั้น...” เขาเรียกพนักงานมาสั่งอาหารอีก“ขอผัดผักไฟแดง ยำไก่ แล้วก็...เหล้าหิมะขาว”
พนักงานมองเขาแปลกๆ
“...ท่านแน่ใจหรือว่ามีเงินจ่าย?”
เขากระแทกเงินลงกับโต๊ะ
“ท่านเป็คนใหม่ของที่นี่หรือ?”เจินจูจ้องพนักงานคนนั้นตาไม่กะพริบ“ถามเถ้าแก่ได้ว่าข้าพเ้าใช่ลูกค้าขาประจำของที่นี่หรือไม่...หากท่านซักไซ้มากความ ก่อความเดือดร้อนรำคาญ เดี๋ยวท่านจะอดทิป จำเอาไว้”
พนักงานคนนั้นรีบพยักหน้ารัว
“อ้อ แล้วท่านช่วยบอกคนครัวให้ทำกับแกล้มมาสักอย่าง”เขาตบแขนพนักงานคนนั้นสองที ก่อนที่คนรับออเดอร์จะรีบผลุบหายเข้าไปในครัว
“ฉันไม่ดื่มนะ”ฉันสูดบะหมี่เส้นสุดท้ายเข้าปากก็รู้สึกอิ่มพอดี อา เส้นสดนี่มันสุดยอดจริงๆ“กินหมดแล้วแสดงว่าต้องมีคนร้ายบุกเข้ามาสู้กันในนี้ละสิ”
“โลกนี้สงบมากท่าทางพระเอกของเื่จะไม่ได้อยู่แถวนี้เลยไม่ค่อยมีคนตีกัน”เจินจูกล่าวสบายอารมณ์จะบอกว่าพระเอกของเื่คือคุณชายที่เขาเพิ่งไปขูดรีดมาเมื่อคืนนี้น่ะ...“พวกเราเป็ตัวเอกในเื่ราวของตัวเอง แต่สำหรับผู้อื่นเราอาจเป็เพียงตัวประกอบฉาก”
“ขอให้เป็อย่างนั้นเถอะ...”ฉันใช้ตะเกียบคนชามบะหมี่ที่เหลือแต่น้ำ รอไม่นาน ยำไก่ก็มาถึงมันไม่ใช่ยำแบบไทยแต่เป็ยำแบบจีน ไก่ตอนเนื้อสะโพก ราดทับด้วยน้ำมันพริกสูตรพิเศษผักชีสับ ถั่วลิสง งาขาว กินชิ้นหนึ่งก็พบว่ามันเผ็ดจนไอกินกับข้าวสวยชามหนึ่งก็อร่อยกำลังดี
“นี่มันหม่าล่า...?”ฉันเลิกคิ้วเมื่อพบว่าน้ำมันพริกแดงๆ ที่ราดท่วมไก่ตอนขาวๆนุ่มหนึบนี่มันคือหม่าล่าชัดๆ อาหารไต้หวันไม่ใช่เหรอจานนี้
“ใช่” เขาพูดแค่นั้นก็ไม่อธิบายต่อและถึงเขาอธิบายฉันก็ฟังไม่รู้เื่อยู่ดีเพราะไม่ได้มีความรู้ด้านอาหารของภูมิภาคต่างๆของจีนขนาดนั้น
ผัดผักกรอบหวานอร่อยระหว่างฉันนั่งกินแบบไม่รู้อิ่มเพราะท้องว่างมาครึ่งวันเจินจูก็นั่งจิบเหล้าสบายใจทั้งที่ร่างอายุแค่สิบเจ็ด
“เดี๋ยวเถอะดื่มมากเดี๋ยวสมองเสื่อมพอดี”
“ขอบคุณสำหรับความเป็ห่วง คุณภรรยาแต่เห็นทีจะให้ข้าพเ้าเลิกสุราคงยากเสียแล้ว”
“...เลิกเรียกฉันว่าคุณภรรยาเถอะเราแทบไม่รู้จักกันเลยนะ”
“แต่ท่านเป็ภรรยาของข้าพเ้าแล้วเรียกท่านว่าภรรยาก็ไม่เห็นผิดตรงไหน” เขารินเหล้าใส่จอกและส่งให้ฉัน “ลองดื่มแล้วค่อยว่ากล่าว”
ฉันหมุนถ้วยและจิบจากฝั่งตรงข้ามกับที่เขาใช้ดื่มเมื่อครู่ฉันเคยดื่มเบียร์มาบ้างแต่ไม่รู้ว่าซื่อไท่ไทเคยดื่มหรือเปล่าและทนเหล้าได้แค่ไหนถ้าฉันแพ้เหล้า หวังว่าหมอนี่คงมียาแก้ผื่นให้นะ
ฉันต้องใอีกครั้งเพราะไอ้เหล้าแพงหูฉี่นี่อร่อยกว่าที่คาด รสชาติเหมือนดื่มน้ำโซดาความรู้สึกบนลิ้นเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว กลิ่นมันหอมเหมือนดอกไม้จิบแค่นิดเดียวแต่หอมฟุ้งไปทั้งปาก ลืมเบียร์ ลืมแชมเปญลืมน้ำอัดลมและชาผสมน้ำตาลขวดละสามสิบบาทได้เลย
“มันทำจากธารน้ำแข็งทางเหนือเชียว”เขาโฆษณา “ฟ่านเอ๋อ ถูกใจของราคาแพงเลิศรสเช่นนี้ระวังคนที่กระเป๋าแฟบจะเป็ท่านเสียเอง”
ฉันค้อนเขาอีกทีก่อนจะส่งถ้วยคืนเขาหมุนดื่มจากด้านเดียวกับฉัน
“ทำอะไรของนาย?!”
“ก็ดื่มต่อไง ไม่ดื่มให้หมดก็เสียของ”
“ฉันหมายถึงทำไมนายดื่มด้านเดียวกับฉัน...โอ๊ยช่างเถอะ”
“คิดมาก”แต่สีหน้าเขาฟ้องว่าเขาคิดเหมือนกัน
“ไม่พูดด้วยแล้ว”
ไอ้หมอนี่มันจงใจจูบทางอ้อมกันชัดๆ! ให้ตาย ตอนแรกก็คิดว่าเป็คนดูมีปริศนาน่าค้นหาหรอกไหงกลายเป็ไอ้ม่อแบบนี้?!