
ตอนที่8 อันธพาลในผับ
[มินนี่ TALKS]
“ดื่มหน่อยสิครับน้องมินนี่ แค่นิดหน่อยเองไม่เป็ไรหรอกครับ ถ้าเมาเดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านเอง นะครับ”
พี่เจไดและเพื่อนๆ ของเขาพยายามคะยั้นคะยอให้ฉันดื่มเหล้าในแก้ว
“มินนี่ดื่มไม่เป็จริงๆ ค่ะพี่”
ฉันหาข้ออ้างบอกปัดพวกเขาไป เนื่องจากไม่อยากดื่มสักเท่าไหร่
“โถ่ทำเป็เด็กไปได้แค่นิดหน่อยไม่เมาหรอก ฉันยังดื่มไปตั้งหลายแก้ว ดูสิไม่เห็นจะเมา”
วาวาเริ่มทำเสียงอ้อแอ้ ใบหน้าของนางดูแดงแจ๋บวกกับท่าทางที่เปลี่ยนไปฉันกล้าเอาหัวเป็ประกันว่าวาวาเมาชัวร์ แต่เ้าตัวก็ยังยืนยันว่าไม่ได้เมาเลย ฉันจะบอกยังไงดีว่าที่ฉันไม่อยากดื่มเหล้าเข้าไปก็เพราะว่ายัยวาวานี่แหละ ถ้าฉันเมาไปอีกคนใครจะคอยดูแลนาง
ตอนนี้ทุกคนมองมายังฉันเป็ตาเดียวกันเหมือนพยายามจะให้ฉันดื่มเหล้าแก้วนั้นให้ได้
“แก้วเดียวเองครับน้องมินนี่คืนนี้เราจะได้สนุกกันเต็มที่”
เพื่อนของพี่เจไดที่ชื่อพี่เฟียสเอ่ยขึ้น
ฉันมองไปรอบๆ ตัว บรรดานักเที่ยวทั้งหลายต่างดื่มกินเต้นรำกันสนุกสนาน เอาจริงๆ นะฉันก็ไม่ได้ชอบมาเที่ยวผับแบบนี้สักเท่าไหร่ มันดูน่าอึดอัด และไฟแสงสีในนี่ก็ชวนให้ตาลาย ยังไม่รวมกับกลิ่นบุหรี่เหม็นๆ ที่ฟุ้งอยู่แทบจะทุกที่
“นะครับแก้วเดียวแล้วพี่จะไม่บังคับให้น้องมินนี่ดื่มอีกเลย”
พี่เจไดส่งยิ้มชวนใจละลายพร้อมกับยื่นแก้วเหล้ามาตรงหน้าของฉัน จนฉันคิดจะตัดความรำคาญด้วยการกระดกเหล้าในแก้วซะให้หมด ไอ้เื่ดื่มนี่ปกติตอนคุณพ่อยังอยู่เมืองไทยหลังจากเลิกงานพ่อมักชอบชวนฉันดื่มอินซัมจู (인삼주) เป็เพื่อนท่านเสมอ (อินซัมจูหรือ เหล้าโสม เป็เหล้าที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มผู้สูงอายุ และยังติดอันดับของขวัญยอดนิยมที่ชาวเกาหลีจะซื้อและมอบให้กับญาติผู้ใหญ่อีกด้วย)
“ก็ได้ค่ะ แต่มินนี่ขอดื่มแค่แก้วเดียวนะคะ”
“ได้สิครับแค่แก้วเดียวเท่านั้น ใช่ไหมพวกเรา”
“ดื่มเลยๆๆ”
พี่เจไดและเพื่อนส่งเสียงร้องเชียร์ฉันราวกับกองเชียร์
ฉันรับแก้วเหล้าจากมือพี่เจไดมาถือเอาไว้แล้วหันมองทุกคน
“งั้นมินนี่จะดื่มแล้วนะคะ”
ฉันยกแก้วเหล้าขึ้นจ่อที่ริมฝีปาก แต่ยังไม่ทันได้ดื่มมันลงไปก็มีมือใครบางคนมาแย่งแก้วเหล้าไปจากมือของฉัน แล้วสาดเหล้าในแก้วใส่ไปทางพี่เทพและพี่เฟียส
“เฮ้ย! อะไรวะ”
“เปียกหมดเลยสัส”
ทั้งพี่เฟียสและพี่เทพโวยวาย บรรยากาศสนุกสนานเมื่อครู่กลายเป็ตรงกันข้าม
“มึงหาเื่เหรอวะ”
“เออ! กูอยากมีเื่”
ผู้ชายที่เดินเข้ามายังโต๊ะของเราส่งเสียงดังซึ่งฉันเห็นเขาเพียงหางตาเท่านั้น ฉันเห็นว่าพอพี่เฟียสและพี่เทพเห็นหน้าของผู้ชายคนนั้นแล้วสีหน้าพวกเขาที่เหมือนจะเอาเื่ก็ดูเจื่อนลงไปทันที
“พี่แจสเปอร์!”
เสียงของวาวาร้องขึ้นสีหน้าของนางเหมือนเห็นผี พอฉันหันกลับไปมองก็พบว่าคนที่ชื่อแจสเปอร์ยืนซ้อนหลังฉันอยู่ เขาตัวสูง ผิวขาว มีรอยสักเต็มตัว และหน้าตาดี แต่ท่าทางโคตรจะกวนบาทา
“นึกว่าใคร”
พี่เจไดยิ้มมุมปาก ก่อนจะลุกขึ้นยืน จากนั้นพี่เฟียสและพี่เทพก็พากันยืนอยู่ข้างหลังของพี่เจไดเสมือนกองหนุน
“ที่แท้ก็ขาใหญ่ประจำมหาลัยฯ นี่เอง คืนนี้เหงาเหรอถึงได้เข้ามาหาเื่พวกกู”
“มินนี่ มานี่เร็ว”
วาวาดึงฉันให้หลบไปจากการเผชิญหน้าของพวกหนุ่มๆ นางดึงแรงมากจนฉันแทบเซเข้าไปหานาง
“กูก็แค่คันไม้คันมือนิดหน่อย นี่มึงออกมาเที่ยวขออนุญาตแม่มึงแล้วหรอไอ้ลูกแหง่ เดี๋ยวแม่มึงโทร.ตามจะอายหญิงเอานะโว้ย” คนที่ชื่อแจสเปอร์อมยิ้มปากเขาคาบบุหรี่เอาไว้
“ไอ้แจสเปอร์ ปากดีนักใช่ไหมมึง”
จู่ๆ พี่เจไดก็กำหมัดพุ่งเข้าหาผู้ชายคนนั้น แต่ยังไม่ทันถึงตัวเขาอีกฝ่ายก็ยกเท้าขึ้นถีบหน้าอกจนพี่เจไดกระเด็นไปชนโต๊ะข้างๆ ล้มลงไปกองหมดสภาพ ตอนนี้ผู้คนรอบๆ โต๊ะของเราเริ่มหยุดกิน หยุดดื่มแล้วหันมาให้ความสนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ไอ้ไก่อ่อน”
คนที่ชื่อแจสเปอร์เดินเข้าไปหาพี่เจไดที่ยังล้มอยู่ พี่เฟียสและพี่เทพแทนที่จะเข้ามาช่วยเพื่อนพวกเขากลับเดินถอยหลังออกไปเหมือนจะกลัวนายอันธพาลคนนี้ จนฉันคิดว่าต้องทำอะไรบางอย่างแล้วสินะ ก่อนที่พี่เจไดจะถูกเขารังแก แล้วฉันก็หันไปเห็นแก้วเหล้าที่โต๊ะข้างๆ ฉันหยิบมันและเดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างพี่เจไดและผู้ชายอันธพาลคนนั้น
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
เขาหันมองหน้าฉันแล้วฉันก็สาดเหล้าใส่หน้าของเขาทันที
“ซวยห่าแล้ว… มินนี่”
วาวาร้องเสียงหลงพร้อมกับยกมือขึ้นป้องปากของนาง