ค่ำคืนคลี่คลุมทั่วทั้งทวีป
หลังจากเหตุการณ์ที่เฉินหยวนสะท้านเจตจำนงแห่งฟ้า
ข่าวลือแพร่กระจายไปทั่ว…อย่างรวดเร็ว
บางคนเรียกเขาว่า “ผู้ไม่ถูกตรา”
บางคนเรียก “ผู้ไร้เต๋าแห่งเงา”
แต่ในอีกมุมหนึ่งของโลก
ในห้องศิลาบรรจุยันต์พันปี
แสงจากตาเพียงข้างเดียวของเงาโบราณผู้หนึ่งเปิดขึ้นช้า ๆ
“ข้าััถึง ‘ช่องโหว่’ ของระบบเต๋า…ที่กำลังหายใจอยู่…”
กลุ่มนักลอบสังหารที่ไม่มีบันทึก
ไม่ขึ้นต่อสำนัก ไม่อยู่ภายใต้์
มีเพียงเงาของความว่าง — และหน้าที่เดียวคือ
“กำจัดผู้ที่ไม่ควรมีอยู่ในเต๋า”
เฉินหยวนพักชั่วคราวในโรงเตี๊ยมเก่าริมหุบเขา
ไม่ใช่เพื่อหลบหนี แต่เพื่อ “ฟังเสียงของโลก”
เขมรเงียบ กาแฟจืด ไม่มีใครกล้ามองตาเขา
ยามเที่ยงคืน — สายลมแปรเปลี่ยน
เสียงฝีเท้าหายไป
แม้กระทั่งเงาใต้แสงตะเกียง…ก็หายไป
มือสังหารในชุดดำสนิท ปรากฏกลางอากาศ
แม้ไม่มีพลังปราณแม้แต่น้อย
แต่เพียงก้าวเดียว…ดาบของเขาก็พุ่งผ่านมิติ
เฉินหยวนไม่ได้หันกลับ
ไม่ได้หลบ
ไม่ได้ใช้ปราณ
ดาบแทงทะลุผ่านแผ่นหลังเฉินหยวน
…แต่ไม่พบเนื้อเื
มือสังหารนิ่งงัน —
"เขาแทงถูก 'ตำแหน่งที่ไม่มีอยู่จริง' "
เฉินหยวนเอ่ยเบา ๆ:
“เ้ามาจากเงา…แต่มิใช่เงาอย่างข้า”
“ข้าไม่ฝังอยู่ในความมืดเพื่อรอคำสั่งของสิ่งใด…”
“ข้า…คือเงาที่แม้แต่แสงหรือความมืดก็ไม่มีสิทธิ์กำหนด”
มือสังหารผละถอย แต่ร่างของเขากลายเป็ผงฝุ่น
ไม่ใช่เพราะถูกโจมตี
แต่เพราะ เขาไม่สามารถอยู่ต่อในพื้นที่ที่ “ไม่รองรับการมีอยู่ของเจตจำนงตนเอง”
เื้ั มีเงาอีกคนหนึ่งปรากฏขึ้น
คือ “จอมเงาแห่งสุญญะ” ผู้นำกลุ่มนักฆ่าลับ
เขาไม่พูด ไม่มอง
แต่วาง "ยันต์สลายเต๋า" ไว้บนพื้น
– ยันต์ที่สามารถลบเต๋าของสิ่งใดก็ได้แม้แต่จักรพรรดิเซียน
เฉินหยวนมองเพียงแวบเดียว…
“สิ่งนั้น…ใช้กับข้าไม่ได้”
“เพราะข้าไม่มีเต๋าให้ลบ”
ยันต์ลุกไหม้…และกลายเป็เถ้าธุลี
ขณะที่ “จอมเงา” ถอยกลับเข้าความว่าง
ยามรุ่งเช้าเฉินหยวนออกจากโรงเตี๊ยม
โดยไม่มีผู้ใดสังเกตว่ามีการลอบสังหารเกิดขึ้นเมื่อคืน
เขาก้าวเดินต่อ…
โดยมีเงาเื้ัที่แตกสลาย และฟ้าเบื้องบนที่ยังคงเฝ้ามอง
เขาคือผู้ที่แม้ฟ้าและเงา...ต่างก็หวาดกลัวจะเข้าใจผิด