หลังจากคิรินและแก้วกานต์ออกมาส่งพ่อกับแม่ของหญิงสาวกลับบ้านแล้วแก้วกานต์ก็โดนคิรินฉุดลากขึ้นห้องทันที
“นี่คุณ!ปล่อยแก้วนะ ปล่อย!”
“ได้ปล่อยแน่แต่ไม่ใช่ตรงนี้ ต้องเป็ห้องนี้” คิรินดึงแก้วกานต์เข้าไปในห้องผลักเธอลงที่เตียงนอนแล้วกันไม่ให้เธอลุกไปไหนได้
“คุณ!!”
“เธอต้องบอกฉันมาก่อนวันนี้ทำไมไม่ให้ลูกน้องฉันมาส่ง หือม์?” คิรินพูดขนาดที่คล่อมอยู่บนตัวชองแก้วกานต์เธอพยายามต่อสู้ให้หลุดพ้นการเกาะกุมของเขา
“คุณ!ปะปล่อยสิ” คิรินไม่ได้ล็อกตัวอย่างเดียวเขายังแกล้งเธอโดยการเอาจมูกมาหยุดตรงซอกคอของเธอ “เธอก็ตอบฉันสิ ทำไม?”
“กะก็เพื่อนของแก้วจะกลับวันนี้พอดี แก้วแค่ไม่อยากให้พี่ธิปเสียเวลานะนะไหนก็มาทางเดียวกันแล้ว” แก้วกานต์ตอบอย่างกุกกักพยามยามดิ้นให้หลุดพ้นพันธนาการของชายหนุ่ม
“หึ!พี่ธิปหรอ เหอะ! แล้วไอ้การถ่ายรูปบ้าๆ นั่นลงโซเชียลละเธอลืมไปแล้วหรอว่าเธอมีผัวแล้ว ไม่ควรไปใกล้ชิดชายอื่น และประจานตัวเองอย่างนี้หือม์?” คิรินลากจมูกมาที่คอกคออีกข้าง
“ก็เพื่อนกันหรือไม่ใช่เพื่อนแก้วจะทำไรก็ได้ เพราะคุณบอกกับแก้วเองว่าเราแต่งกันแค่ให้ผู้ใหญ่สบายใจไม่มาวุ่นวายกัน เพราะฉะนั้นแก้วจะไปยุ่งกับผู้ชายที่ไหนก็เื่ของแก้วเราไม่ได้เป็อะไรกัน” แก้วกานต์ะโใส่คิรินอย่างไม่กลัวว่าชายหนุ่มจะโกรธทางด้านคิรินที่ได้ยินคำพูดออกจากปากของหญิงสาวก็ของขึ้น
“เราไม่ได้เป็อะไรกันหรอ?ห๊ะ! แล้วเมื่อคืนละ ไหนจะเื่ก่อนหน้านี่ละเธอบอกไม่ได้เป็อะไรกับฉันหรอแก้วกานต์” คิรินเรียนชื่อเธอด้วยความโมโห“งั้นก็มาฟื้นความทรงจำหน่อย เธออาจจะอย่างแบบสติเต็มร้อยดูเผื่อจะจำได้ว่าฉันเป็ผัวเธอ และไม่ควรไปสนิทกับชายอื่นนอกจากผัวของตัวเอง”
“มะมะไม่นะคุณคิริน ไม่” แก้วกานต์พยายามผลักเขาออกจากตัวเธอ “ไม่...อืม..อ๊ะ...คุณคิริน”คิรินไม่สนใจเสียงร้องห้ามของหญิงสาวเขายังคงทำต่อไป ‘ติ๊ดๆติ๊ด’ คิรินหยุดมองตัวต้นเสียงที่มาขัดจังหวะของเขามันคือนาฬิกาปลุกที่แก้วกานต์ตั้งไว้เตือนให้กินยาคุมเม็ดที่สองเมื่อคิรินเห็นข้อความแจ้งเตือนเขาก็เืขึ้นหน้าถามแก้วกานต์ด้วยความโมโห “อ่อที่เธอหายออกไปจากเมื่อเมื่อเช้าเพราะไปกินไอ้ยาบ้าๆ นี่หรอ? ได้ไม่อยากท้องใช่ไหมได้!” คิรินปาโทรศัพท์ของแก้วกานต์ทิ้ง ‘เพล้ง’
“คุณ!!อุ๊บส์” แก้วกานตไม่ทันได้พูดสิ่งใดออกมา คิรินก็จัดการปิดปากเธอด้วยปากของเขามือของเขาก็ยังทำหน้าที่ััร่างการของเธอไปเรื่อยๆ “ไม่ไม่ อืออ๊ะ ปล่อยสิคุณอืมมมม” แก้วกานต์ที่พยายามร้องห้ามก็ไม่เป็ผล เขานำพาเธอเคลิ้มไปกับรสจูบมือที่พยายามผลักอกหนาออกห่าง ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาััร่างกายของชายหนุ่มแทนชายหนุ่มจูบไปทั่วร่างกาย แก้วกานต์ก็ไม่สามารถคุมตัวเองได้อีกครั้งได้แต่ปล่อยให้เป็ไปตามแต่ชายหนุ่มจะพาเธอไป
เสียงนกน้อยที่ตื่นเช้าพร้อมใจกันส่งเสียงดังอยู่บนกิ่งไม้ช่วยปลุกหญิงสาวให้ตื่นจากนิทรา แก้วกานต์เด้งตัวลุกขึ้นนั่งเธอหายง่วงแบบปลิดทิ้ง เมื่อเห็นท้องฟ้าข้างนอกสว่างสดใส“ตื่นสายจนได้ไอ้แก้วเอ้ย” แก้วกานต์บ่นกับตัวเอง พลางมองไปรอบๆห้องก็ไม่เห็นคิรินอยู่ เธอก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำแล้วอาบน้ำอย่างรวดเร็วเพื่อลงไปช่วยแม่ของเธอเตรียมอาหารเช้าให้เ้าของบ้าน
เมื่อลงไปถึงข้างล่างของบ้านแก้วกานต์ก็สอดส่องมองหาสามีว่าอยู่ส่วนไหน เธอยังไม่อยากเจอเขาเวลานี้เธอยังโกรธเขาอยู่ที่ทำโทรศัพท์พัง และยังเื่บ้าๆ นั่นอีก
“มองหาอะไรแก้ว”กิ่งแก้วที่เดินออกมาจัดโต๊ะอาหารเห็นลูกสาวเหมือนมองหาอะไรสักอย่าง“ถ้ามองหาคุณคิรินละก็โน้น ออกไม่วิ่งั้แ่เช้ามืดแล้วลูก ว่าแต่ทำไมตื่นสายละวันนี้”กิ่งแก้วบอกลูกสาวอย่างรู้ทันว่าเธอนั้นมองหาใคร ก็คงไม่พ้นมองหาสามีแต่ไม่วายถามไถ่ลูกสาวต่อ ปกติถ้าลูกสาวกลับมาจากกรุงเทพฯจะมาช่วยเธอทำอาหารไม่เคยสายสักวันแต่วันนี้ทำไมถึงสาย
“อากาศมันดีอะแม่ ขอสายสักวันนะ มามีอะไรเหลือให้หนูช่วยบ้าง”แก้วกานต์พยายามเปลี่ยนเื่กลบเกลื่อนเื่ที่ตัวเธอลงมาช้า
“พอดีเลย แม่กำลังจะเอาข้าวไปให้คุณผู้ชายกับพ่อรอแปปเดี๋ยวแม่ไปยกมาให้เราไปเอารถมารอเลย” กิ่งแก้วบอกลูกสาวแล้วเดินไปหยิบปิ่นโตมาให้ลูกสาว แก้วกานต์รับปิ่นโตมาจากแม่เธอปั่นจักรยานไปส่งกับข้าวให้พ่อสามีและพ่อของเธอ
“พ่อคะข้าวมาส่งค่ะ แก้ววางไว้ตรงนี้นะคะ”แก้วกานต์เห็นพ่อกำลังทำงานอยู่เธอเลยะโบอกแล้ววางไว้บนโต๊ะใต้ร่มไม้“แก้วไปนะคะพ่อ บาย” ก่อนกลับแก้วกานต์หันไปบอกพ่อแล้วปั่นจักรยานกลับระหว่างทางกลับเธอก็มองไปเห็นคิรินกำลังยืนคุยกับคนงานอยู่เธอคิดจะรีบปั่นหนีชายหนุ่มทันทีแต่ก็ไม่ได้เป็อย่างที่คิด
“หยุดเดี๋ยวนี้แก้วกานต์” เสียงดังลั่นะโมาแต่ไกลคิรินรู้ว่าหญิงสาวเห็นเขายืนอยู่แต่แกล้งทำเป็ไม่เห็นมีหรือเขาจะปล่อยให้เธอผ่านไปง่ายๆ “ถ้าไม่หยุดเธอโดนหนักแน่”คิรินไม่วายขู่หญิงสาวที่ทำท่าจะไม่หยุด ‘เอี๊ยด’เป็ไปตามคาดแก้วกานต์หยุดรถจักรยานทันทีเมื่อได้ยินคำขู่ของชายหนุ่มทางด้านคิรินก็ยิ้มพอใจที่เห็นหญิงสาวทำตามที่เขาบอก
“จิ เก่งแต่ขู่นะ” แก้วกานต์หยุดรถทำเสียงไม่พอใจแต่ก็ทำตามที่ชายหนุ่มบอก“มีอะไรไม่ทราบ พูดมาแก้วรีบ” แก้วกานต์หันไปถามชายหนุ่ม
“ฉันไปกลับด้วย ไปนั่งหลังลุก”คิรินเดินมาบอกแก้วกานต์แล้วให้เธอไปนั่งซ้อนทายแทน
“อะไรของคุณเนี่ย คุณมายังไงก็กลับอย่างนั้นสิ จิ”
“เกาะดีๆ แก้วกานต์” คิรินไม่ตอบคำถามหญิงสาวแต่สั่งให้เธอเกาะเขาและก็พาเธอกลับบ้านไป ตอนแรกแก้วกานต์ทำท่าจะไม่กอด แต่คิรินก็แกล้งเบรคตลอดทางเธอกลัวจะตกลงไปเลยยอมกอดเอวของชายหนุ่ม
“ทำไมไปฝึกงานที่ไร่ชมวิว” คิรินถามแก้วกานต์แบบใจเย็นเพราะเมื่อคืนหญิงสาวยังไม่ทันได้บอกเขา “ตอบแบบดีดีไม่ประชด”
“แก้วไม่อยากให้ใครมองว่าแก้วมาฝึกเพราะเป็เด็กเส้น เพราะใครๆเมื่อแก้วเป็ลูกคนงาน แต่ตอนนี้ทุกคนก็รู้ว่าแก้วเป็ใครถ้าแก้วยังฝึกที่นี่อีกคะแนนที่ออกมามันก็ไม่ถูกต้อง”แก้วกานต์ยอมบอกเหตุผลของการฝึกงานไปแบบดีดีอย่างที่ชายหนุ่มบอก
“แล้วไปฝึกกับใครบ้าง”
“มีแก้วมะปราง และอาม” คิรินหยุดรถทันทีเมื่อได้ยินชื่อคนที่สาม ‘เอี๊ยด’
“โอ้ยคุณมันเจ็บนะเบรคทำไม” แก้วกานต์ร้องด้วยความเจ็บหัวเธอไปโขกทีหลังของชายหนุ่มเต็มๆแต่คิรินกลับไม่รู้สึก แต่หันมามองเธอด้วยสายตาดุ
“ทำไมมันมาฝึกด้วยไม่ไปฝึกที่อื่น เธอชวนมันมาด้วยหรอ”คิรินถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเมื่อรู้ว่าอธิชัยมาฝึกงานกับแก้วกานต์ด้วยแค่ไปฝึกงานที่ไร่ชมวิวก็ไม่พอใจอยู่แล้วไหนจะเพื่อนของเธอที่มันชอบเมียเขาอยู่อีก
“ใช่ทั้งแก้วกับมะปรางชวนมา ทำไมคุณต้องดุด้วย เนี่ยๆ แล้วบอกให้แก้วพูดดีดีพอแก้วพูดดีคุณก็ดุ” แก้วกานต์ต่อว่าคิรินกลับ
“เธอ!!!”
“อ้าวกลับมาแล้วหรอลูกมาๆ มากินข้าวกันแม่กิ่งเตรียมเสร็จพอดีเลย”แพรพลอยที่ออกมาเจอลูกชายกับลูกสะใภ้มาถึงบ้านพอดี พอเสร็จก็เดินเข้าบ้านไปทีนทีส่วนแก้วกานต์เมื่อแย่รังแตนเสร็จก็รีบลงจากรถแล้ววิ่งเข้าบ้านไปทันทีเช่นกันปล่อยให้คิรินโมโหอยู่คนเดียว
หลังจากทานอาหรเช้าเรียบร้อยแล้วคิรินก็แยกตัวไปทำงานต่อ เมื่อวานเขารีบกลับมางานยังเคลียร์ไม่เรียบร้อยดีส่วนทางด้านแก้วกานต์ก็ช่วยแม่ของเธอเก็บความเรียบร้อย แล้วขึ้นไปเตรียมตัววันนี้เธอมีนัดกับมะปรางและอามเอาไว้ ว่าจะไปพาอามไปซื้อของใช้
“แก้วไปแล้วนะคะแม่จะรีบกลับมาค่ะ” แก้วกานต์บอกลาแม่ของเธอแล้ววิ่งออกไปขึ้นรถของเพื่อนทางด้านคิรินที่กำลังคุยโทรศัพท์กับเลขาอยู่ตรงหน้าต่างก็เห็นแก้วกานต์ขึ้นรถออกไปข้างนอก ได้แต่สงสัยว่าเธออกไปไหน
“สักครู่นะคุณสุ”คิรินบอกเลขาก่อนแล้วเรียกชนาธิปเข้ามาแล้วสั่งงาน“แกลงไปสืบสิแก้วกานต์ไปไหนกับไอ้หมอนั่น”
“ครับ”ชนาธิปรับคำส่งแล้วลงไปสืบให้เ้านาย
‘ก๊อกก๊อกก๊อก’
“ว่าไง”เมื่อเห็นชนาธิปเข้ามาแล้วชายหนุ่มถามทันที
“คุณแก้วพาเพื่อนไปซื้อของในเมืองครับนาย”เมื่อคิรินได้ยินคำบอกเล่าของลูกน้องก็ทำหน้าหงุดหงิดทันทีและทำท่าจะกดโทรศัพท์ไปต่อว่าแก้วกานต์ แต่ยังไม่ทันได้กดโทร ก็มีสายเข้ามาก่อน
“ว่าไง”
“นายครับที่โรงแรมเกิดเื่ครับ” กันต์มือซ้ายของคิรินที่อยู่คุมงานที่กรุงเทพฯโทรมารายงานเื่โรงแรมของชายหนุ่มดูแลมีปัญหาทำให้คิรินต้องตัดใจจากเื่แก้วกานต์มาหงุดหงิดเื่งานแทน“แกคนดูแลไปก่อนเดี๋ยวฉันจะรีบกลับไป”
“ครับ”กันต์รับปากเ้านาย
“ไปธิปกลับกรุงเทพฯไอ้พวกนั้นเล่นงานเราอีกแล้ว”คิรินสั่งลูกน้องแล้วออกจากห้องทำงานไปเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ
แพรพลอยที่นั่งอยู่ห้องรับแขกเห็นลูกน้องของลูกชายรีบร้อนออกไปเตรียมตัวก็ได้แต่สงสัยพอดีที่คิรินลงมาพอดี แพรพลอยเลยทักถามลูกชาย
“จะรีบไปไหนลูกดูรีบร้อนเชียว”
“พอดีโรงแรมที่กรุงเทพฯมีปัญหานิดหน่อยครับแม่ ยังไงผมฝากดูแก้วด้วยนะครับ เดี๋ยวรีบกลับมาไปละครับหวัดีครับแม่ ฟอด” ก่อนออกไปคิรินแวะหอมแก้มแม่แล้วเดินออกไปทันที
“เดินทางดีดีนะลูก”