เย่เฉินก้าวออกจากลานพิธี แผ่นหลังยังคงเปื้อนฝุ่นดินจากความอัปยศครั้งล่าสุด แต่ทว่ามันกลับตั้งตรงอย่างทระนง
เขาไม่ได้มุ่งหน้ากลับไปยังกระท่อมซอมซ่อ... ที่พักพิงหนึ่งเดียวของเขา... เพราะสถานที่แห่งนั้นไม่มีสิ่งใดให้อาลัยอาวรณ์อีกต่อไป
เท้าของเด็กหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่า "ระดับศูนย์" กลับมุ่งหน้าอย่างแน่วแน่ไปยังทิศทางตรงกันข้าม... สู่เขตป่าลึกตีนเขา "หุบเหวอสนีบาต"
"นั่นมัน...!" ชาวบ้านคนหนึ่งอุทานลั่น "นั่นมันทางไป 'ูเาฉินหลัน' ไม่ใช่รึ!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มิใช่เสียงหัวเราะเยาะ กลับเป็เสียงแห่งความตื่นตระหนก
"ูเาฉินหลัน"... ดินแดนต้องห้ามอันอยู่ลึกเข้าไปหลังหุบเหวอสนีบาต ลือกันว่าเป็ "สุสานอสนีบาต" สถานที่ซึ่งสายฟ้า์พิโรธจนผืนดินแตกแยก ไม่มีผู้ใดล่วงล้ำเข้าไป... แล้วได้กลับออกมาเล่าเื่ราว
"ฮ่าๆๆ!" หลิวเปา หัวเราะก๊าก "ไอ้ขยะนั่นมันสิ้นหวังจนสติฟั่นเฟือนไปแล้ว! คงคิดจะไปตายทีู่เาต้องห้าม!"
หลิวซานแค่นเสียงอย่างเ็า "ปล่อยมันไป อย่าให้ความอัปมงคลของมันมาแปดเปื้อนหมู่บ้านเราอีก"
ชาวบ้านคนอื่นๆ มองตามแผ่นหลังอันกำลังเดินห่างออกไปนั้นด้วยสายตาสมเพชระคนหวาดหวั่น ไม่มีใครคิดห้ามปราม พวกเขาปล่อยให้ "ตัวกาลกิณี" เดินเข้าสู่แดนพินาศด้วยตนเอง
แต่เย่เฉินไม่ได้กำลัง "หนีความเ็ป"
เขากำลัง "เลือก"
ในเมื่อโลกใบนี้ตัดสินว่าเขาคือ "ศูนย์" เขาก็จะไปยังสถานที่เดียวอันอาจมีคำตอบ... สถานที่ซึ่ง "หมูป่าขนเหล็ก" ถือกำเนิด... สถานที่ซึ่ง "ลูกปัดหินสีนิล" ของเขาสั่นะเืตอบรับ... ทุกครั้งที่เสียงฟ้าร้องดังมาจากทิศนั้น
เย่เฉินก้าวข้ามเขตแดนอันชาวบ้านขีดไว้เป็เส้นตาย ก้าวเข้าสู่ม่านหมอกพิษจางๆ ลอยอวลอยู่ตีนเขา ผืนป่าคุ้นตาบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็ดงไม้โบราณบิดงอผิดรูปทรง บรรยากาศรอบกายพลันอึดอัดหนักหน่วง เขาปีนป่ายไปตามทางลาดชันไร้ซึ่งเส้นทางเดิน
ยิ่งลึกเข้าไปเท่าใด หมอกพิษก็ยิ่งหนาทึบขึ้นเท่านั้น มันเริ่มกัดกร่อนการมองเห็นและทำให้ลมหายใจติดขัดหนักหน่วง ศีรษะเริ่มมึนงง พลังกายอันเคยคิดว่ามีมากมาย บัดนี้กลับถูกสูบออกไปอย่างรวดเร็ว
"อึก..."
เย่เฉินทรุดตัวลงพิงกับรากไม้ขนาดมหึมา เขาพยายามฝืนลุกขึ้น แต่ขากลับสั่นเทาจนไร้เรี่ยวแรง ร่างกาย "กายาเหล็กไหล" อาจทนทานต่อาแภายนอก แต่ไม่อาจต้านทานไอพิษแทรกซึมเข้าสู่ภายในได้
"ข้า... จะมาล้มลงที่นี่ไม่ได้..." เขาพยายามรวบรวมสติ แต่เปลือกตากลับหนักอึ้งจนมิอาจต้านทาน สุดท้าย ร่างเด็กหนุ่มล้มฟุบลงกับพื้นหญ้าชื้นแฉะ สติสัมปัญญะดับวูบลงสู่ความมืดมิด
เวลาผ่านไปนานเท่าใดมิทราบได้...
ท่ามกลางความไร้สติสัมปัญญะนั้นเอง "ลูกปัดหินสีนิล" อันซ่อนอยู่แนบหน้าอกเย่เฉิน พลันร้อนระอุขึ้นมาอย่างรุนแรง!
วูบ!
ไออุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านจากลูกปัดหิน ไหลเวียนไปทั่วร่าง ขับไล่ไอพิษสีเทากำลังกัดกินร่างกายเขาให้ออกไปจนหมดสิ้น จากนั้นพลังงานนั้นก็เริ่มบำรุงฟื้นฟูร่างกายอันอ่อนล้าอย่างรวดเร็ว
หลายชั่วยามต่อมา...
"อืม..."
เย่เฉินส่งเสียงครางแ่เบาในลำคอ ก่อนเปลือกตาจะค่อยๆ ขยับเปิดขึ้น
สิ่งแรก... เขารู้สึกถึงร่างกายอันสดชื่นอย่างประหลาด ความอ่อนล้าและอาการมึนงงจากไอพิษหายไปจนสิ้น
เขาดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว กวาดสายตามองไปรอบกายด้วยความระแวดระวัง
เขาไม่ได้อยู่ที่เดิม...
เขากำลังนั่งอยู่บนลานหินสะอาดสะอ้าน ใกล้กันคือ "ต้นสนพันปี" ขนาดมหึมาแผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมท้องฟ้า และเบื้องหน้า... คือม่านน้ำตกขนาดเล็กไหลซ่าลงมาปิดบังบางสิ่งไว้
เย่เฉินเดินเข้าไปใกล้ม่านน้ำตกนั้นอย่างสงสัย เขาใช้มือแหวกม่านน้ำเย็นจัดออก... และเขาก็ได้พบ...
"ศาลเ้าร้าง..."
ด้านหลังม่านน้ำตกนั้น คือซากปรักหักพังของศาลเ้าหินโบราณ... ถูกซุกซ่อนไว้ มันตั้งอยู่อย่างเงียบงันราวกับรอคอยบางสิ่งมานับพันปี
เย่เฉินก้มลงมองลูกปัดหินหน้าอก... ยังคงอุ่นจางๆ
‘เ้า... เ้านำทางข้ามาที่นี่’
เย่เฉินก้าวข้ามธรณีประตูผุพังของศาลเ้าร้างเข้าไปอย่างระมัดระวัง ภายในมืดสลัวและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความโบราณ ฝุ่นผงหนาเตอะปกคลุมทุกตารางนิ้ว
ทันทีที่เท้าเย่เฉินก้าวแตะพื้นหินใจกลางศาลเ้า...
ฟู่...
เปลวไฟสีฟ้าประหลาดพลันลุกพรึ่บขึ้นบนเชิงเทียนอันดับมอดไปนานแล้วทั้งสองข้าง!
เย่เฉินสะดุ้งสุดตัว จ้องมองไปยังมุมมืดที่สุดของศาลเ้า
"บังอาจนัก..."
เสียงแหบพร่าดุจเสียงลมกระซิบผ่านซอกหินดังขึ้น ร่างหนึ่งค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากความมืดนั้น... ร่างโปร่งแสงสีฟ้าจางๆ ของชายชราผู้หนึ่ง... "ิญญาเฒ่าปริศนา" เขาสวมอาภรณ์โบราณขาดรุ่งริ่ง ดวงตาขุ่นมัวจ้องมองมายังเย่เฉินด้วยแววตาไม่พอใจ
"ผู้ใดล่วงล้ำเข้ามาในสถานที่ผนึกแห่งนี้!" ิญญาเฒ่าคำรามเสียงต่ำ พลังกดดันเย็นะเืแผ่ออกมาจนเย่เฉินแทบหายใจไม่ออก
เย่เฉินเผลอยกมือกุมหน้าอกตามสัญชาตญาณ... การกระทำนั้นเองทำให้ชายเสื้อเขาเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็น "ลูกปัดหินสีนิล" และ "ปานอัสนีบาต"
ดวงตาขุ่นมัวของิญญาเฒ่าพลันเบิกกว้าง!
"นั่นมัน...! กลิ่นอายนี้... ปานอัสนีบาตนั่น... และลูกปัดนั่น..."
ฟุ่บ!
ก่อนเย่เฉินจะได้ทันตั้งตัว ร่างโปร่งแสงของิญญาเฒ่าก็พุ่งทะยานผ่านอากาศเข้ามาประชิดตรงหน้า!
นิ้วโปร่งแสงสั่นเทานั้น ยื่นตรงมา... แตะลงกลางหน้าผากเย่เฉิน
ร่างเย่เฉินแข็งทื่อราวถูกผนึกไว้
"ไม่ใช่... ไม่ใช่ผู้บุกรุก..." เสียงิญญาเฒ่าดังก้องสะท้อนอยู่ภายในหัวเย่เฉินโดยตรง
"ชะตาของเ้า… ์มิอาจลบ มารมิอาจกลืน!"
สิ้นเสียงนั้น พลังงานเย็นะเืสายหนึ่งก็ทะลักจากปลายนิ้วิญญาเฒ่าเข้าสู่ห้วงจิตสำนึก... โลกทั้งใบ... พลันดับวูบลง
สติของเย่เฉินจมดิ่งลงสู่ห้วงลึก... เขากลายเป็เพียงจิติญญาผู้เฝ้ามอง ล่องลอยอยู่ท่ามกลางพายุฝนบ้าคลั่ง... ในค่ำคืนเมื่อสิบปีก่อน!
เขาพุ่งทะลุผ่านผนังไม้เข้าไปภายในกระท่อม เห็นร่างบิดามารดาเลือนราง... กำลังกอดทารกน้อย... ตัวเขาเอง... ไว้แนบอก
"เปรี้ยงงงงง!"
ทันใดนั้น "สายฟ้าสีแดงฉาน" ดุจโลหิต พุ่งทะลุหลังคาลงมา! เป้าหมายของมันคือทารกน้อย!
สายฟ้าสีแดงนั้นฟาดลงบนหน้าอกทารกอย่างจัง! แต่มันไม่ได้มาเพื่อทำลาย... มันมาเพื่อ "สลัก"
บนหน้าอกเล็กๆ ของทารก ปรากฏ "ลายอักขระสีแดง" อันสลับซับซ้อนเรืองแสงวาบขึ้นมา
ในวินาทีนั้นเอง "ลูกปัดหินสีนิล" อันห้อยคอทารกอยู่ พลันส่องแสงสีดำทมิฬ!
วูบ!
ลูกปัดหินปล่อยพลังดูดกลืนมหาศาล มันดูด "อักขระสีแดงฉาน" นั้นออกจากหน้าอกทารก... ดูดกลืนมันเข้าไปเก็บไว้จนหมดสิ้น! ปานอัสนีบาตจึงได้ถือกำเนิดขึ้น... เป็เพียง "รอยแผลเป็" อันพลังถูก่ชิงไป
การกระทำนั้น ราวกับเป็การยั่วโทสะ์อย่างรุนแรง ท้องฟ้าพลันพิโรธอย่างบ้าคลั่ง! อสนีบาตสีขาวนับพันนับหมื่นสายฟาดกระหน่ำลงมา... ถล่มทุกสิ่งทุกอย่างจนสลายกลายเป็ผุยผง... ยกเว้นทารกน้อยสลบไสลอยู่กับพื้นดิน โดยมีลูกปัดหินสีนิลคอยปกป้องไว้
ภาพนิมิตทั้งหมดสลายไป...
สติของเย่เฉินถูกกระชากกลับคืนสู่ศาลเ้าร้าง เขาล้มลงหอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อกาฬแตกท่วมตัว
ดวงตาเขาเบิกกว้างด้วยความจริงอันน่าสะพรึงกลัว...
‘ไม่... ข้า... ข้าไม่ใช่ผู้รอดชีวิต...’
‘ข้าคือ... เป้าหมาย!’
เย่เฉินยังคงจมอยู่ในภวังค์แห่งความจริงอันน่าสะพรึงกลัวนั้น มือเขากุมหน้าอกแน่น ััได้ถึง "ลูกปัดหินสีนิล" กำลังเต้นตุบๆ อยู่ใต้ปลายนิ้ว
"อักขระสีแดง... อักขระนั่น..."
ดวงตาพร่ามัวค่อยๆ ปรับโฟกัส เขากวาดสายตามองไปรอบศาลเ้าร้าง... และสายตาพลันไปหยุดอยู่ที่ผนังหินด้านหลังแท่นบูชาอันพังทลาย
เขาหยุดหายใจไปชั่วขณะ...
บนผนังหินแกร่งนั้น... มี "ผนึกโบราณ" ขนาดใหญ่สลักลึกเข้าไปในเนื้อหิน และลวดลายของผนึก... คือลวดลายเดียวกับ "อักขระสายฟ้าสีแดง" อันเขาเพิ่งเห็นในนิมิต... ไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่ขีดเดียว!
ราวกับมีแรงดึงดูดประหลาด เย่เฉินค่อยๆ พยุงร่างลุกขึ้นยืน เดินโซซัดโซเซเข้าไปหาผนึกนั้น
ทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในระยะสามก้าว...
วูมมมม!
"ลูกปัดหินสีนิล" หน้าอกเขาพลันร้อนระอุราวเหล็กเผาไฟ มันสั่นะเือย่างรุนแรง!
และในเวลาเดียวกัน!
"ผนึกโบราณ" บนกำแพงหินอันดับมอดมานับพันปี... พลันส่องแสงสีแดงจางๆ ออกมาตอบรับ!
ครืด... ครืดดดด...
ศาลเ้าร้างทั้งหลังเริ่มสั่นะเือย่างรุนแรง เศษฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน ผนึกโบราณส่องแสงนั้นเริ่มแยกตัวออก เผยให้เห็นทางเดินลับมืดมิด ทอดลึกลงไปใต้ดิน...
ไอพลังงานเก่าแก่และทรงพลังอย่างเหลือคณานับ พวยพุ่งออกมาจากความมืดนั้น...
[จบตอนที่ 3]