หูชุนหยางเจ้าของเหลาอาหารสกุลหูได้รับข่าวก็ตื่นเต้นดีใจเกือบจะหัวเราะออกมาอย่างโง่เขลาเขาส่งพ่อบ้านนำข้ารับใช้ไปซื้อพริกสับดองที่เซียงเยวี่ยไจทันที
ขอเพียงมีพริกสับดองเหลาอาหารสกุลหูของเขาก็สามารถทําเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ได้การค้าของเหลาอาหารสกุลหูในเดือนแรกของปีหน้าต้องแซงหน้าเหลาอาหารสกุลหม่า!
หลงจู๊เหอต้องการซื้อพริกสับดองมอบให้กับเจ้าของเจียงหนานไจเช่นนี้ก็สามารถขายเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋จานนี้ในเหลาอาหารทั้งหมดของเขตเจียงหนาน!
“พริกสับดองหนึ่งขวดราคาสามสิบเหรียญทองแดงถ้าเจ้าคิดว่าแพง ปีหน้าค่อยมาซื้อใหม่ ปีหน้าจะถูกลง”
“พริกสับดองหนึ่งขวดหนักสามเหลี่ยงเงินสามสิบเหรียญทองแดงฟังดูแล้วแพงทว่าเพียงพอสำหรับนึ่งหัวปลาหนึ่งหัวหรือทําเซียงเฉิงซานเจิงสองชาม ผัดซวงเหมยโต่วเยี่ยนห้าจานถือว่าราคาไม่แพงมากนัก”
“หม่าชิงไม่อยู่ที่จวนเรื่องนี้ต้องเป็นความคิดของเฟิ่งซื่อแน่!”
คนของหูชุนหยางและหลงจู๊เหอรีบรุดมาที่เซียงเยวี่ยไจทันที
ชาวบ้านเหล่านั้นที่มาต่อแถวด้านหน้าพวกเขาซื้อเพียงไม่กี่ร้อยขวดสามหมื่นกว่าขวดที่เหลือถูกพวกเขาซื้อเอาไว้ทั้งหมด
เดือนล่าเยวี่ยวันที่ยี่สิบสามซึ่งเป็นเทศกาลปีใหม่เล็กของทางเหนือ เหลาอาหารสกุลหูแขวนป้าย “จี๋เสียงหรูอี้เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋”ในเวลาเดียวกันชั้นวางของเจียงหนานไจสาขาย่อยที่เมืองเซียงก็มีพริกสับดองวางอยู่มากมาย
จี๋เสียงหรูอี้เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ก็คือหัวปลาใส่พริกสับดองหูชุนหยางไร้ยางอายเพิ่มอักษรสี่คําอย่างจี๋เสียงหรูอี้เข้าไปหน้าคำว่าเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋จึงกลายเป็นอาหารของเหลาอาหารสกุลหูแล้ว
ราคาจี๋เสียงหรูอี้เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋จานนี้ก็ราคาสองร้อยเก้าสิบเก้าเหรียญทองแดงเช่นกัน
หลงจู๊เหอตั้งราคาพริกสับดองของเจียงหนานไจสาขาย่อยที่เมืองเซียงหนึ่งขวดราคาสี่สิบเหรียญทองแดงราคาที่ซื้อมานั้นหนึ่งขวดสามสิบเหรียญทองแดง แน่นอนว่าไม่อาจขายในราคาเดิมเขาจึงเพิ่มราคาขึ้นสิบเหรียญทองแดง
วันนี้การค้าของเหลาอาหารสกุลหูเพิ่มขึ้นสามเท่าจากยามปกติลูกค้าครึ่งหนึ่งสั่งจี๋เสียงหรูอี้เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋
หลงจู๊ของเหลาอาหารสกุลหูเอ่ยรายงาน“นายท่าน ลูกค้าบอกว่าชื่ออาหารของร้านพวกเราไพเราะเป็นสิริมงคลช่วงเฉลิมฉลองปีใหม่ทุกคนล้วนอยากฟังคำที่มีความเป็นสิริมงคลขอรับ!”
“ข้าบอกแล้วว่าขอแค่มีพริกสับดองเหลาอาหารเรามีจี๋เสียงหรูอี้เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋จานนี้ การค้าย่อมขายดีเป็นแน่ใช้เงินมากหน่อยก็ไม่เป็นไร ขอเพียงสุดท้ายได้กำไรก็พอ!”หูชุนหยางฮัมทำนองเพลงไปที่หอคณิกาด้วยจิตใจชื่นมื่น
การค้าของเจียงหนานไจสาขาย่อยที่เมืองเซียงก็เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานสี่เท่า
พึงรู้ไว้ว่าหนึ่งเท่าคือสามสิบห้าตำลึงสี่เท่าคือหนึ่งร้อยสี่สิบตำลึง ตัดต้นทุนแรงงานแล้ว กําไรสุทธิสูงถึงห้าสิบห้าตำลึง
หลงจู๊เหอคํานวณบัญชีเสร็จก็รู้สึกว่าเงยหน้าอ้าปากได้แล้วหลังตกอยู่ในสภาพลำบากมานาน “มารดามันเถิดการค้าในช่วงหลายเดือนนี้ถูกเซียงเยวี่ยไจกดจนหายใจหายคอไม่ได้ วันนี้เจียงหนานไจกลับมาฟื้นฟูในระดับของปีก่อนๆในที่สุดก็ได้กําไรแล้ว”
เสี่ยวเอ้อร์คนหนึ่งเดินเข้ามารายงานว่า“หลงจู๊ใหญ่ นายท่านหูของเหลาอาหารสกุลหูเชิญท่านไปพบที่หอจุ้ยเซียงขอรับ”
“หากไม่มีหูชุนหยางพริกสับดองก็เป็นของข้าทั้งหมด หูชุนหยางจะมาพบอันใดกับข้า ไม่พบ!”หลงจู๊เหอวางลูกคิดลงเสียงดัง
เมื่อวานคนของหูชุนหยางลงมือต่อยตีกับคนของหลงจู๊เหอเพื่อแย่งซื้อพริกสับดองของเซียงเยวี่ยไจ โชคดีที่ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บร้ายแรง
เสี่ยวเอ้อร์รีบล่าถอยกลับไป
หลงจู๊เหอทอดมองไปทางทิศเหนือเอ่ยกับตนเองว่า “เจ้าคนหนุ่มหม่าชิง จะโทษก็โทษเจ้าที่มักใหญ่ใฝ่สูงไม่ยอมทำการค้าที่เมืองเซียงดีๆ เจ้ากลับวิ่งเต้นไปลำบากตรากตรำที่เมืองหลวง เพ้ยเมืองหลวงเป็นสถานที่ที่พ่อค้าเล็กๆ อย่างเจ้าสามารถทำได้หรือแม้ว่าเบื้องหลังเจ้าจะมีตระกูลหม่า แต่ก็ไร้ประโยชน์เช่นกัน รอเจ้ากลับมาการค้าของเหลาอาหารเจ้าก็ถูกหูชุนหยางแย่งชิงไปแล้ว การค้าของเซียงเยวี่ยไจก็ถูกข้าแย่งไปเฮอะ เจ้าก็หลั่งน้ำตานองหน้าฉลองปีใหม่ไปเถิด”
คืนนี้ในที่สุดหูชุนหยางและหลงจู๊เหอก็นอนหลับได้อย่างสบายและยังฝันดีอีกด้วย
ไหนเลยจะรู้ว่าวันรุ่งขึ้นล่าเยวี่ยวันที่ยี่สิบสี่ก็เป็นเทศกาลปีใหม่เล็กของทางภาคใต้ด้านล่างของประตูเหลาอาหารสกุลหม่าแขวนกระดาษสีแดงไว้ด้านบนเขียนด้วยตัวอักษรสีดําสะดุดตาหลายบรรทัด เนื้อความคือราคาพิเศษต้อนรับปีใหม่ อาหารในรายการพริกสับดองทุกอย่างลดห้าส่วน!
เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋เซียงเฉิงซานเจิง ซวงเหมยโต่วเยี่ยนอาหารทั้งสามจานที่ทําจากพริกสับดองล้วนลดครึ่งราคา
ยิ่งมีเสี่ยวเอ้อร์คอยกล่าวกับลูกค้าที่มากินอาหารอย่างกระตือรือร้นว่า“ราคาของเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋จานนี้ไม่เปลี่ยนแปลงแล้วขอรับต่อไปก็เป็นหนึ่งร้อยสี่สิบเก้าเหรียญทองแดง”
“จริงหรือเช่นนั้นก็ดีมากแล้ว ข้ากับครอบครัวชอบกินเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ที่สุด!”
“ถูกลงหนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญทองแดงในคราวเดียวเหลาอาหารพวกเจ้าใจกว้างจริงๆ!”
“ข้ามาที่เหลาอาหารสกุลหม่าก็เพื่อกินเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ลดราคาลงมากขนาดนี้ ต่อไปข้าจะมาบ่อยๆ!”
“เมื่อวานภรรยาข้าซื้อพริกสับดองมาหนึ่งขวดเพียงนิดเดียวสามสิบเหรียญทองแดง ภรรยาข้ายังซื้อหัวปลามาด้วยทําเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ให้ข้ากินที่บ้าน สุดท้ายไม่ใช่รสชาตินั้นบ้านข้าไม่มีจานใหญ่ขนาดนั้น และไม่มีหม้อขนาดใหญ่ หัวปลาเล็กไม่อร่อยไม่อร่อยเหมือนที่เหลาอาหารสกุลหม่า”
“ตอนนี้พริกสับดองของเจียงหนานไจขายแพงยิ่งนักเหลาอาหารของพวกเจ้าจริงใจจริงๆ!”
“ข้าว่าต่อไปอยากกินอาหารที่ทําจากพริกสับดองไม่ต้องไปเหลาอาหารสกุลหู ยิ่งไม่ต้องไปเจียงหนานไจ มาที่เหลาอาหารสกุลหม่าได้เลยราคาถูกและยังอร่อย ที่สําคัญคือสะดวกสบาย ไม่ต้องทําความสะอาดภายหลัง”
“ราคาลดลงมากเพียงนี้ยังใช้พริกสับดองทำอยู่หรือ?”
เสี่ยวเอ้อร์ตอบลูกค้าอย่างอดทนยังเอ่ยอย่างภาคภูมิใจว่า “พริกสับดองของร้านพวกข้าส่งไปยังเมืองหลวงแล้วนายท่านของข้าไปเปิดเซียงเยวี่ยไจและเหลาอาหารสกุลหม่าที่เมืองหลวงแล้วขอรับ”
“นายท่านหม่านำอาหารเมืองเซียงของพวกเราไปขายที่เมืองหลวงแล้ว?”
“กล่าวเช่นนี้คนเมืองหลวงก็ได้กินเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋แล้ว?”
“นายท่านหม่าเป็นบุคคลมากความสามารถด้านการค้าจริงๆทำการค้าไปถึงเมืองหลวงแล้ว”
ลูกค้าต่างเอ่ยยินดีกับเสี่ยวเอ้อร์และหลงจู๊ยามพวกเขานั่งทานอาหารก็รู้สึกมีหน้ามีตายิ่งนัก
ราคาอาหารประเภทพริกสับดองของเหลาอาหารสกุลหม่าลดลงอย่างหนักเป็นข่าวดีอันยอดเยี่ยมสําหรับลูกค้า จากนั้นก็เป็นข่าวร้ายสำหรับเหลาอาหารสกุลหูและเจียงหนานไจ
เหลาอาหารสกุลหูเพิ่งเปิดตัวจี๋เสียงหรูอี้เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋อาหารจานนี้เพิ่งขายได้หนึ่งวัน หรือว่าจะต้องลดราคาและลดในคราวเดียวถึงห้าส่วนหรือ?
พริกสับดองที่เหลาอาหารสกุลหูซื้อแพงกว่าเหลาอาหารสกุลหม่าหลายเท่าเหลาอาหารสกุลหูซื้อราคาต่อเหลี่ยง แต่เหลาอาหารสกุลหม่าซื้อราคาต่อจิน
ต้นทุนของเหลาอาหารสกุลหูสูงกว่าเหลาอาหารสกุลหม่ามากกว่ายี่สิบเหรียญทองแดงและพริกสับดองของเหลาอาหารสกุลหูซื้อจากเซียงเยวี่ยไจ ร้านเซียงเยวี่ยไจเหลาอาหารสกุลหม่าล้วนเป็นของหม่าชิง หูชุนหยางซื้อพริกสับดองมากกว่าหนึ่งหมื่นขวดหม่าชิงอาศัยพริกสับดองทำเงินหนึ่งก้อนจากการขายให้เหลาอาหารสกุลหู
หูชุนหยางได้ยินข่าวนี้ที่หอคณิกาก็พลันโกรธขึ้นสมองถึงกลับลืมใส่เสื้อผ้าเปลือยกายหมายจะจากไป
หลงจู๊เหอของเจียงหนานไจสาขาย่อยในเมืองเซียงกําลังเจรจาการค้ากับลูกค้ารายใหญ่คนหนึ่งหลังจากฟังเสี่ยวเอ้อร์รายงานเรื่องนี้จบ พลันโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ทุบจอกน้ำชาในมือทันที จากนั้นก็เป็นหมดสติไป
เมฆดำบดบังดวงอาทิตย์ท้องฟ้ามีหิมะตกเล็กน้อย
ในช่วงสองสามวันสุดท้ายของล่าเยวี่ยในรัศมีร้อยลี้ของเมืองเซียงมีหิมะตกทุกวัน
เกล็ดหิมะบางๆ ร่วงลงสู่พื้นครึ่งหนึ่งละลายไปอย่างรวดเร็ว อีกครึ่งหนึ่งที่ยังไม่ละลายค่อยๆ สะสมรวมตัวกันถนนสายหลัก ป่าเขาและบ้านเรือนกลายเป็นสีขาวจากหิมะทั้งแถบ
ตระกูลหวังส่งซาลาเปาที่ลงนามสัญญาในปีนี้ถึงมือลูกค้าอย่างตรงเวลาในที่สุดงานแสนยุ่งทั้งหมดก็ผ่านพ้นไปแล้ว
ในเวลานี้เพิงขนาดใหญ่และเตาดินที่สร้างขึ้นชั่วคราวว่างเปล่าห้องครัวก็เงียบมาก
ทุกคนในตระกูลหวังล้วนนอนหลับสนิทหลับไม่รู้เรื่องราว ไม่รู้ชั่วยาม
ทันใดนั้นพัวลาลาที่อยู่ในคอกสุนัขก็วิ่งเหยาะๆออกมา เห่าใส่เหล่าคนที่อยู่นอกกําแพงรั้ว
“มีคนอยู่ในบ้านหรือไม่?”