“ข้าไม่ไป! ข้าาเ็ขนาดนี้ยังจะไปพบคุณหนูของเ้าได้อีกหรือ แล้วอาหารวันนี้ก็เหมือนกัน เ้าไปบอกคุณหนูของเ้าด้วยว่าข้าลุกขึ้นมาทำไม่ไหว ให้นางกินน้ำกลั้วท้องไปก่อนก็แล้วกัน” ป้าสี่บอกกับหนิงผิง ทั้งนางยังนอนอยู่บนเตียงนิ่งไม่ยอมขยับ
“ใช่แล้วอาผิง พวกข้าถูกคุณหนูทำโทษจนได้รับาเ็ ความจริงแล้วเื่นี้พวกข้าควรที่จะต้องไปรายงานให้ฮูหยินใหญ่ทราบ แต่ก็เห็นแก่ที่คุณหนูเป็เ้านายของพวกเรา เ้าก็กลับไปบอกนางหน่อยก็แล้วกันว่า หากข้ากับป้าสี่ได้รับค่าปลอบใจเล็กๆ น้อยๆ เื่เมื่อวานพวกเราก็จะถือว่าให้มันแล้วไป” อี้จู้พูดเสริม
“ข้าจะกลับไปรายงานคุณหนูอย่างไม่ให้ตกหล่นเลยเ้าค่ะป้าสี่ พี่อี้จู้” หนิงผิงพูดจบก็เดินออกจากห้องพักของป้าสี่กับอี้จู้ไป
“ป้าสี่ ท่านว่าคราวนี้คุณหนูใหญ่ยังจะเหลือสมบัติมีค่ามาจ่ายค่าปลอบใจให้พวกเราอยู่ไหม พวกเราเคยเข้าไปค้นในห้องนอนของนางตั้งหลายรอบแล้ว แต่ก็ไม่เคยเห็นของมีค่าอะไรเหลืออยู่เลยนอกจากพวกเครื่องนอนเก่าๆ นั่น มิหนำซ้ำ เสื้อผ้าเนื้อดีของนางก็ถูกพวกเราเอาไปขายแลกเงินมาหมดแล้วด้วย”
“มีหรือไม่มีแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ข้าแค่อยากรู้ว่าถ้าไม่มีพวกเราคอยส่งข้าวส่งน้ำไปให้ นางจะยังมีชีวิตอยู่รอดได้อีกกี่วัน หนอย...กล้าลงมือทำร้ายข้า คอยดูเถอะ ข้าจะปล่อยให้อดข้าวจนตายเสียให้เข็ด”
“แต่ก็จริงอย่างท่านว่านะเ้าคะป้าสี่ หากคุณหนูใหญ่ตายไปเสีย พวกเราก็จะได้กลับเมืองหลวงเร็วขึ้น ความจริงข้าก็เบื่อที่จะต้องมาใช้ชีวิตในหมู่บ้านทุรกันดารนี่เต็มทีแล้ว”
“จะว่าไปแล้ว...คุณหนูใหญ่ก็ดูแปลกไปมากเหมือนกันนะ โดยปกตินางผอมบางจนแทบจะไม่มีเรี่ยวแรง แต่เมื่อวานนางลงมือกับพวกเราเสียหนัก ทั้งนางยังดูเหมือนว่าจะไม่กลัวเราเหมือนเมื่อก่อนแล้วด้วย” ป้าสี่ทำท่าคิด
“แล้วจะทำยังไงดีเ้าคะ ขืนนางยังเอาแต่สร้างปัญหาให้เราไม่เลิก มีหวังฮูหยินใหญ่ต้องไม่พอใจเราแน่ๆ ท่านก็รู้นะเ้าคะป้าสี่ว่าฮูหยินใหญ่ไม่ชอบที่สุดคือคนที่ทำงานผิดพลาด” อี้จู้ทำท่าทางหวาดกลัวเมื่อนึกถึงเ้านายของตน
“เราก็อย่าปล่อยให้นางสร้างปัญหาได้สิ วันนี้เราต้องทำให้นางกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเราให้ได้”
“แล้วเราต้องทำยังไงหรือเ้าคะ”
“รอให้นางมาหาพวกเราแล้วข้าจะแสดงให้เ้าเห็นเอง”
ป้าสี่กับอี้จู้นอนอยู่ในห้องพักอย่างสบายใจ ต่างคนต่างก็คิดถึงสีหน้าของลู่อวิ๋นชย่าที่ไม่มีอะไรจะกิน ดูอย่างพวกนางที่นอนอยู่ในห้องพักนี้สิ ไม่ว่าจะเป็เนื้อแห้ง หรือขนมเปี๊ยะไส้เนื้อที่พวกนางทำตุนไว้มากมาย ต่อให้ไม่ลุกออกไปไหนเลยเป็สิบวัน พวกนางก็ไม่มีทางอดอาหารตายแน่นอน
“นี่เ้าค่ะคุณหนู ซาลาเปาไส้ผักดองเน่าที่คุณหนูสั่ง เอ่อ...ป้าขอถามคุณหนูได้หรือไม่เ้าคะว่าคุณหนูจะเอาของพวกนี้ไปทำอะไร” ป้าฝูถามลู่อวิ๋นชย่า หากคุณหนูของนางมาสั่งให้นางทำแค่ซาลาเปาไส้ผักดอง นางคงไม่นึกสงสัย แต่คุณหนูกลับให้นางทำซาลาเปาด้วยผักดองที่เน่าเสียแล้วนี่สิ มันน่าแปลกใจมาก
“อ้อ...พอดีว่าป้าสี่กับอี้จู้ป่วยอยู่น่ะ พวกนางฝากหนิงผิงมาบอกข้าว่าพวกนางไม่มีเรี่ยวแรงแม้กระทั่งจะลุกมาทำอาหาร ข้านึกสงสารก็เลยอยากเอาอาหารดีๆ ไปให้พวกนางกินสักหน่อย”
“คุณหนู!” ป้าฝูรีบดึงถาดซาลาเปากลับมากอดไว้อย่างไม่ยินยอม “คุณหนูทำเช่นนี้ไม่ได้นะเ้าคะ ท่านจะไปมีเื่กับสองคนนั้นไม่ได้เป็อันขาด หากเื่นี้รู้ไปถึงหูของฮูหยินคนใหม่ ป้า...ป้ากลัวว่าคุณหนูจะต้องไม่ได้รับความเป็ธรรมอีกแน่ คุณหนูเชื่อป้าเถอะนะเ้าคะ อย่าไปมีเื่กับสองคนนั้นเลย”
ลู่อวิ๋นชย่าแย่งถาดซาลาเปามาถือไว้เอง “ข้ารู้ว่าท่านเป็ห่วงข้า แต่ป้าฝูเชื่อข้าสักครั้งเถอะเ้าค่ะ ข้าไม่ใช่คนอ่อนแอเหมือนเมื่อก่อนแล้ว อีกอย่างข้าก็เป็ถึงคุณหนูใหญ่ของเสนาบดีกรมพระคลังเชียวนะเ้าคะ ข้าจะปล่อยให้สาวใช้มาทำตัวกำเริบกับข้าได้ยังไง สมควรสั่งสอนก็ต้องสั่งสอน สมควรลงโทษก็ต้องลงโทษ”
“พอเถอะยายเฒ่า พวกเราต้องเชื่อใจคุณหนูสิ” ลุงฝูห้ามภรรยา “อีกอย่างคุณหนูก็พูดถูก สองคนนั้นเป็สาวใช้ที่ถูกส่งมาให้ดูแลคุณหนู แต่พวกนางกลับไม่เคยทำหน้าที่ของตนเอง ทั้งยังคอยรังแกและเอาเปรียบคุณหนูอยู่ตลอด ถึงเวลาแล้วที่พวกนางจะได้รู้ว่าใครคือเ้านายและใครคือบ่าว”
“ข้าจะตามคุณหนูไปเองขอรับ พวกท่านรออยู่ที่นี่ก็แล้วกัน” ฝูเกาอาสาและรีบเดินตามลู่อวิ๋นชย่าและหนิงผิงไป
โครม!
“Hi! ป้าสี่ พี่อี้จู้” ลู่อวิ๋นชย่าโบกมือทักทายสองสาวใช้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“คุณหนูใหญ่ทำอย่างนี้หมายความว่ายังไง” ป้าสี่ดีดตัวขึ้นจากที่นอนด้วยความใ ก่อนที่จะมองสำรวจประตูบ้านพักของตนจากเสียงดังเมื่อครู่ “นี่ท่าน! มันจะมากเกินไปแล้วนะ อย่าคิดว่าตัวเองเป็คุณหนูแล้วจะมาทำลายข้าวของในบ้านพักของข้าได้ ทีแรกข้าตั้งใจจะเก็บเื่ที่ท่านกลั่นแกล้งข้ากับอี้จู้เมื่อวานไว้เป็ความลับ แต่คราวนี้คงไม่ต้องแล้ว ในเมื่อท่านอยากลองดีกับพวกเรา ข้าก็จะให้คนส่งข่าวไปบอกฮูหยินใหญ่ภายในวันนี้เลย”
“ท่านจะทำกับพวกเราเกินไปแล้วนะเ้าคะคุณหนูใหญ่ เื่เมื่อวานยังไม่ทันจะได้สะสาง วันนี้ท่านก็จะมาก่อเื่อีกแล้วหรือเ้าคะ” อี้จู้พูดจบก็เดินไปนั่งข้างป้าสี่
ลู่อวิ๋นชย่าเดินเข้าไปหาสาวใช้สองคนนั้นอย่างช้าๆ ก่อนที่จะดีดยาบางอย่างใส่ปากป้าสี่กับอี้จู้โดยที่สองคนนั้นยังไม่ทันได้ตั้งตัว
“ท่านเอาอะไรให้พวกเรากิน” ป้าสี่ถามพร้อมกับพยายามล้วงคอตัวเองให้อาเจียนออกมา แต่ก็ไร้ผล เพราะยาเม็ดนั้นนางได้กลืนลงท้องไปแล้ว
“แค่ยาแก้เจ็บคอน่ะ ก็ข้าเห็นว่าพวกเ้าชอบะโเสียเหลือเกิน” ลู่อวิ๋นชย่ายิ้มตอบ
“ไม่จริง! เมื่อครู่ข้าได้รสชาติของยาอย่างชัดเจน มันทั้งฝาดทั้งขม ท่านจะต้องวางยาพิษพวกเราแน่ๆ คุณหนูใหญ่...ท่านลงมือโเี้เช่นนี้ได้ยังไง ข้าจะไปแจ้งทางการ” ป้าสี่ะโขึ้น
“ไปสิ” ลู่อวิ๋นชย่ายิ้มเย็น “แต่ไม่รู้ว่าพวกเ้าจะเดินไปถึงจวนนายอำเภอหรือเปล่านะ เพราะยาของข้าค่อนข้างออกฤทธิ์เร็วน่ะ”
ป้าสี่กับอี้จู้หน้าซีดลงในทันที ก่อนที่ทั้งคู่จะมานั่งคุกเข่าโขกศีรษะให้กับลู่อวิ๋นชย่าด้วยความหวาดกลัว
“คุณหนูใหญ่โปรดไว้ชีวิตด้วยเ้าค่ะ ที่ผ่านมาข้าไม่ได้้าทำร้ายคุณหนู แต่ข้าทำตามคำสั่งของป้าสี่เ้าค่ะ” อี้จู้ชิงพูดขึ้นก่อน
“เ้า!” ป้าสี่ลุกขึ้นกระชากผมอี้จู้อย่างแรง “เ้าอย่าคิดที่จะโยนความผิดมาให้ข้าคนเดียว ไม่ใช่เ้าหรอกหรือที่บอกให้ข้าทำอาหารไม่ดีไปให้คุณหนูใหญ่กิน เ้าบอกกับข้าว่าหากคุณหนูใหญ่ตายไปเร็วๆ พวกเราก็จะได้กลับเมืองหลวงกันเร็วขึ้นไม่ใช่หรือ”
อี้จู้เถียงไม่ออก นางจึงพยายามเปลี่ยนเื่ไปประเด็นอื่น “แล้วเื่ขโมยเงินของคุณหนูเล่า ไม่ใช่ท่านหรอกหรือที่บอกให้ข้าเข้าไปค้นข้าวของและขโมยของมีค่าของคุณหนูมา”
“เ้าก็แอบยักยอกเงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวของคุณหนูเอาไว้ใช้เองเหมือนกัน” ป้าสี่เถียงกลับ
หลังจากนั้นป้าสี่กับอี้จู้ก็ลงไม้ลงมือกันอย่างไม่มีใครยอมใคร อีกทั้งสาวใช้ทั้งสองยังพูดถึงความผิดของแต่ละคนที่ทำให้กับลู่อวิ๋นชย่าออกมาไม่จบไม่สิ้น
“ไม่ทะเลาะกันต่อแล้วเล่า ข้ากำลังฟังพวกเ้าเพลินอยู่เชียว” ลู่อวิ๋นชย่าถามขึ้นอย่างเกียจคร้านเมื่อเห็นสาวใช้ทั้งสองเลิกตบตีกันแล้ว
“ป้าสี่ พี่อี้จู้ ตกลงว่าที่ผ่านมาพวกท่านตั้งใจทำอาหารเสียๆ ไปให้คุณหนูกิน ทั้งยังแอบเข้าไปขโมยของ และแอบยักยอกเงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวของคุณหนูด้วยหรือเ้าคะ ความผิดขนาดนี้ หากไม่ขายพวกท่านออกไป คุณหนูก็สามารถส่งพวกท่านให้กับทางการได้เลยนะเ้าค่ะ” หนิงผิงพูดขึ้น
“ความผิดร้ายแรงเพียงนี้ต้องหนีไม่พ้นถูกส่งตัวไปใช้แรงงานในถิ่นทุรกันดารตลอดชีวิตแน่ขอรับคุณหนู” ฝูเกาพูดเสริม
“ข้ารู้ว่าความผิดของพวกข้าคงไม่อาจอภัยได้” ป้าสี่สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อรวบรวมความกล้า แม้ความหวังจะมีน้อยนิดแต่นางก็อยากจะลองดู “แต่ถึงอย่างไรพวกข้าก็เป็คนที่ถูกส่งมาพร้อมสินเดิมของฮูหยินใหญ่ หากคุณหนูคิดจะลงโทษพวกข้าจริงๆ ขอให้คุณหนูส่งคนไปแจ้งกับฮูหยินใหญ่ก่อนจะดีหรือไม่เ้าคะ”
“อ้อ...ได้สิ เื่นี้ควรแจ้งกับ ‘เจินอี๋เหนียง’ ก่อนจริงๆ” ลู่อวิ๋นชย่ายิ้มขึ้น “ว่าแต่พวกเ้าเถอะ ทะเลาะกันมาตั้งนาน ไม่หิวกันบ้างเลยหรือ วันนี้ข้าอุตส่าห์เอาซาลาเปามาฝากเชียวนะ”
“เอ่อ...อาหารของคุณหนูพวกเราไม่อาจรับได้เ้าค่ะ” อี้จู้รีบปฏิเสธ รสชาติของขนมเปี๊ยะก้อนดำๆ เมื่อวานยังคงค้างอยู่ในความรู้สึก หากวันนี้คุณหนูใหญ่เอาซาลาเปารสชาติแปลกๆ มาให้กินอีก มีหวังว่าชาตินี้นางกับป้าสี่คงกินอะไรไม่ลงอีกแล้ว
“ทำไมเล่า เมื่อครู่พวกเ้าก็พูดขึ้นมาเองว่าเคยทำอาหารไม่ดีมาให้ข้ากินไม่ใช่หรือ ข้าต้องทนกินอาหารพวกนั้นมาตั้งหกเดือน คราวนี้พวกเ้าก็มาลองกินอาหารที่ข้าคิดค้นเพื่อพวกเ้าโดยเฉพาะบ้างก็แล้วกัน” ลู่อวิ๋นชย่าหันไปสั่งฝูเกา “พี่เกา ท่านไปป้อนซาลาเปาถาดนี้ให้พวกนางกินให้หมด ข้าจะนั่งดูอยู่ตรงนี้จนกว่าท่านจะป้อนพวกนางเสร็จ”
“คุณหนูใหญ่!” ป้าสี่กับอี้จู้ะโขึ้นพร้อมกัน
“อยากได้ยาถอนพิษหรือไม่เล่า หากอยากได้ยาถอนพิษก็รีบกินซาลาเปาพวกนี้ให้หมด หรือถ้าหากอยากตายเร็วก็...นอนมองเพดานอยู่เฉยๆ ไปก็แล้วกัน”
ป้าสี่กับอี้จู้นึกถึงยาเม็ดที่ตนกลืนลงคอไปก่อนหน้านี้แล้วก็รู้ว่าตนเองคงไม่มีทางเลือก ซาลาเปาไส้ผักดองเน่าจึงถูกพวกนางกินไปจนหมดไม่มีเหลือ
“ยาถอนพิษนี้ต้องกินติดต่อกันหนึ่งเดือน หลังจากนี้ก็พยายามอย่าสร้างปัญหาให้ข้า แล้วก็รีบเอาเงินที่พวกเ้ายักยอกของข้าไป เอามันมาคืนให้หมด และต่อไปนี้หน้าที่ทำอาหาร ข้าจะให้ป้าฝูเป็คนจัดการ พวกเ้าแค่นอนหายใจอยู่เงียบๆ ก็พอ” ลู่อวิ๋นชย่าเอายาเม็ดสีส้มรสเปรี้ยวนิดๆ ให้ป้าสี่่กับอี้จู้คนละเม็ด ‘นึกแล้วก็เสียดายวิตามินซีดีๆ ที่ให้พวกเ้ากินจริงๆ’