ไป่เจ๋อเดินมาตามััพลังปราณของหญิงชราในที่สุดเขาก็พบกับชายชรากับเด็กหนุ่มซึ่งเขาเคยเจอที่ร้านขายยาสมุนไพรคราวก่อน
“ปู่นั่นคนที่เราเจอที่ร้านขายยา”หลี่ซีหยานที่มองเห็นไป่เจ๋อก่อนเป็คนแรกกระตุกเสื้อหลี่เฟิงแล้วกระซิบบอก
หลี่เฟิงรีบหันมาทันทีสิ่งที่เขาเห็นคือเด็กหนุ่มที่เขาเจอที่ร้านขายยาเมื่อคราวก่อนครั้งนี้เด็กหนุ่มคนนี้อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์ม และกำลังเดินเข้ามาหาพวกเขาก่อนจะหยุดยืนอยู่ห่างจากพวกเขา 3 เมตร
“กำลังมีปัญหากันอยู่สินะ”ไป่เจ๋อถามขึ้น ก่อนจะมองไปทางประตูห้องผ่าตัด
‘หมอนี่สติดีรึเปล่าคนเข้าห้องผ่าตัดก็ต้องมีปัญหาอยู่แล้วไหม’ หลี่ซีหยานคิด
‘เด็กนี่ท่าจะเพี้ยน’หลี่เฟิงคิด
“แพทย์ที่ดูแลเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราณจิตหืม เ้าหน้าที่ทั้งหมดข้างในเป็ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดเหรอเนี่ย”ไป่เจ๋อจับััพลังของบุคลากรที่อยู่ภายใน ก่อนจะพูดออกมาทำให้หลี่ซีหยานและหลี่เฟิงถึงกับตกตะลึง เพราะการที่สามารถบอกถึงระดับได้นั่นหมายความว่าคน ๆ นั้นจะต้องมีระดับปราณที่เท่ากันหรือสูงกว่านอกจากนี้เด็กหนุ่มตรงหน้าพวกเขาสามารถััถึงผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นได้ในระยะที่ไกลกว่าผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปมากทีเดียว
“คนของตำหนักเทพรึ”หลี่เฟิงถาม
“ผมไม่ได้มาจากตำหนักเทพที่พบกันครั้งก่อนเพียงเพราะผมหาสมุนไพรทำโอสถส่วนครั้งนี้ผมมาตรวจร่างกายนิดหน่อยแต่ก็มาเจอพวกคุณพาผู้ป่วยวิ่งสวนเข้ามาซะก่อน ผมเห็นว่าอาการไม่ค่อยดีก็เลยตามมา”ไป่เจ๋อกล่าว
“อ้อแต่ว่านี่ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับเธอ ทำไมเธอถึงคิดจะสอดมือเข้ามายุ่งล่ะ”หลี่เฟิงถามด้วยสีหน้าจริงจังเพราะมีตระกูลในยุทธภพไม่น้อยที่คิดจะสังหารผู้นำตระกูลหลี่ที่กำลังป่วย
“หือข้างในทำอะไรกัน ใช้วิธีถ่ายปราณหยางเข้าไปเพื่อปรับสมดุล แต่ร่างกายของคนป่วยรับพลังปราณมากกว่านี้ไม่ได้แบบนี้ปราณหยินจะถูกขับออกมาก็จะเข้าเล่นงานคนที่อยู่ภายในห้องผ่าตัดน่ะสิ”ไป่เจ๋อไม่ได้ตอบหลี่เฟิง แต่กลับพูดถึงสถานการณ์ภายในที่เริ่มไม่สู้ดีนัก
“วะ...ว่ายังไงนะ”หลี่เฟิงแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เด็กหนุ่มตรงหน้ากล่าวมา แต่การพูดของอีกฝ่ายนั้นตรงกับวิธีการรักษาที่หมอประจำตัวแม่เฒ่าหลี่บอกเขาไว้ก่อนหน้าที่จะเข้าไปในห้องผ่าตัดซึ่งตอนนั้นไม่มีใครอยู่ตรงนั้นนอกจากเขากับหลี่ซีหยาน
“ให้พวกเขาเปิดประตูซะหยินที่เสียสมดุลพร้อมจะปลดปล่อยความเย็นมหาศาลแบบนี้ อันตรายมาก ด้วยพลังระดับปราณนภาผู้บริสุทธิ์ในโรงพยาบาลจะต้องตายกันหลายคนแน่ รวมถึงพวกคุณ 2 คนด้วย”ไป่เจ๋อเห็นคนทั้ง 2 ไม่ได้เคลื่อนไหวใด ๆเขาจึงเลิกสนใจแล้วเดินไปหน้าประตูห้องผ่าตัด
“โซ่ตรวนทั้งหลายจงพังทลายด้วยอำนาจแห่งเรา”ไป่เจ๋อใช้พลังจิติญญาพังระบบล็อกประตูของห้องผ่าตัดทันทีทำให้หลี่เฟิงกับหลี่ซีหยานรีบเข้าไปห้ามไม่ให้ไป่เจ๋อเข้าไปรบกวนการรักษา
แต่ทันทีที่ประตูถูกเปิดออกไอเย็นได้แผดพุ่งออกมาปะทะหลี่เฟิงกับหลี่ซีหยานทันที ทั้ง 2คนต่างโคจรลมปราณเพื่อสลายน้ำแข็งที่เกาะตามตัวพวกเขาขณะที่พวกเขายังคงเห็นเด็กหนุ่มที่เป็คนเปิดประตูยืนสงบนิ่งััไม่ได้ถึงปราณคุ้มกันใด ๆแต่ตามตัวของเด็กหนุ่มกลับไม่มีน้ำแข็งเกาะเลยสักนิด
“เขาทำได้ยังไงกัน”หลี่ซีหยานหันไปถามหลี่เฟิง
ส่วนหลี่เฟิงได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะเดินตามไป่เจ๋อเข้าไปในห้อง สภาพตอนนี้พวกเ้าหน้าที่ต่างนั่งโคจรลมปราณเพื่อรักษาตัวจากพลังหยินที่ถูกขับออกมาจากตัวแม่เฒ่าหลี่
“ผมถึงได้บอกไงว่าทำแบบนั้นมันอันตราย”ไป่เจ๋อเดินไปที่กำแพง จากนั้นก็กรีดนิ้วไปตามกำแพง แล้วเอานิ้วจิ้มเข้าไปที่กำแพงก่อนจะดึงมันออกมาวางไว้ภายในห้องโดยรอยกรีดที่ไป่เจ๋อทำไว้นั้นเรียบกริบราวใช้เพชรตัดกระจก
“คุณปู่รบกวนเข็นเตียงผู้ป่วยไปทางรูที่ผมเจาะไว้โดยหันปลายเท้าของผู้ป่วยไปทางรูนั่น” ไป่เจ๋อรีบสั่งหลี่เฟิง
หลี่เฟิงคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้น่าจะรู้วิธีรักษาตอนนี้ไม่มีเวลาให้เขาคิดมากนัก เพราะเหล่าแพทย์ที่ทำการรักษาตอนนี้ยังนั่งรักษาตัวอยู่เลย อีกทั้งอาการของแม่เฒ่าหลี่ก็ไม่สู้ดีนักในตอนนี้เขาจึงรีบทำตามที่เด็กหนุ่มบอกทันที
“พวกคุณดูเฉยๆ อย่ารบกวนผมล่ะ” ไป่เจ๋อยื่นมือไปในอากาศ มือของเขาหายไปในอากาศที่บิดเบี้ยวก่อนไป่เจ๋อจะถอนมือกลับมาพร้อมกับกล่องที่ถูกบุด้วยผ้าไหมปักลวดลายสีทอง
“ท่านปู่นั่นคืออะไรกัน เขาหยิบของออกมาจากอากาศได้ยังไง หรือจะเป็แหวนมิติ”หลี่ซีหยานถามขึ้น เพราะสิ่งที่เขาเห็นตรงหน้าเหมือนกับลักษณะการใช้งานแหวนมิติที่ทุกวันนี้ผู้มีจำนวนแทบจะนับนิ้วได้
“ผู้ที่สำเร็จขั้นปราณจิตสามารถใช้ศาสตร์นี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งแหวนมิติหากแต่ต้องมีการฝึกฝนภายใต้การชี้แนะจากอาจารย์ผู้ชำนาญไม่อย่างนั้นิญญาอาจเสียหายและคน ๆ นั้นอาจจะเป็บ้า ไม่ก็ตาย” ไป่เจ๋อตอบข้อสงสัยของหลี่ซีหยานทันทีพร้อมกับเปิดห่อผ้าออก เผยให้เห็นเข็มเงินที่แผ่พลังปราณออกมา
“นั่นมัน”หลี่เฟิงมองด้วยสายตาตกตะลึงเข็มที่เด็กหนุ่มใช้จะต้องทำจากเหล็กลมปราณขั้นสูงเป็แน่เพราะพลังที่ปลดปล่อยออกมานั้นมากกว่ากำไลที่พวกเขาใส่ที่ข้อมือเสียอีก
ส่วนไป่เจ๋อไม่รอช้าเขาเริ่มทำการฝังเข็มตามจุดต่าง ๆ อย่างชำนาญ การเคลื่อนไหวมือลื่นไหลเขาสามารถฝังเข็มลงไปตามจุดต่าง ๆบนร่างกายของแม่เฒ่าได้โดยไม่ต้องถอดเสื้อของแม่เฒ่าออก
“พวกคุณจะนั่งดูอีกนานไหมรักษาตัวเองแล้วก็มาช่วยทางนี้ และทำตามที่ผมบอกอย่างระมัดระวัง”ไป่เจ๋อหันไปสั่งเหล่าแพทย์ที่รักษาตัวกันเสร็จแล้วให้ลุกขึ้นมาช่วยเขาในการรักษาแม่เฒ่า
“ถ่ายปราณหยางของพวกคุณลงไปบนเข็มจากนั้นค่อย ๆ ไล่ไปจนถึงปลายเท้า” ไป่เจ๋อกล่าว
หลังจากทำตามที่ไป่เจ๋อกล่าวพวกแพทย์พบว่าไอเย็นถูกขับออกทางปลายเท้าของแม่เฒ่าหลี่และเพราะมันถูกขับออกไปข้างนอกห้อง ทำให้พวกเขาไม่ได้รับอันตรายใด ๆจนเมื่อขับไล่ออกไอเย็นออกจนหมดแล้ว แพทย์ได้หันมาหาไป่เจ๋ออีกครั้งเพื่อขอคำแนะนำ
“วิธีของเธอ...เอ่อคุณยอดเยี่ยมมาก แต่ว่าร่างกายของแม่เฒ่าอ่อนแอมาก คุณพอจะแนะแนวทางการรักษาและฟื้นฟูร่างกายให้ด้วยได้ไหม”หัวหน้าแพทย์กล่าวขอคำแนะนำ
“นำผู้ป่วยกลับเข้ามาที่เดิมใช้น้ำผึ้งทาให้ทั่วตัว จากนั้นใช้ใบกะหล่ำปลีแปะให้ทั่วตัวทั้งสองสิ่งนี้ปกติจะใช้กับผู้ป่วยที่เป็ไข้น้ำผึ้งกับสารในใบกะหล่ำปลีจะช่วยทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นเมื่ออุณหภูมิร่างกายกลับมาเป็ปกติแล้ว ให้เตรียมสมุนไพรที่ผมเขียนให้นี้มา”ไป่เจ๋อกล่าวขึ้น พร้อมกับหยิบปากกากับกระดาษออกมาเขียนรายการสมุนไพรและส่งให้กับหลี่เฟิง
“พอจะหาได้รึเปล่า”ไป่เจ๋อถามหลี่เฟิง
“สมุนไพรพวกนี้มีอยู่ที่ตระกูลหลี่เดี๋ยวฉันจะโทรให้คนนำมาให้”หลี่เฟิงพูดพร้อมกับหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาโทรไปสั่งให้จัดเตรียมสมุนไพรตามที่ไป่เจ๋อ้า
“อ้ออย่าต้มมาเด็ดขาด” ไป่เจ๋อกล่าวถึงข้อห้ามทันทีหลี่เฟิงกับหลี่ซีหยานมองหน้ากันด้วยความงุนงงพวกเขาต่างติดว่าถ้าไม่ต้มแล้วจะมีวิธีไหนสามารถสกัดตัวยาออกมาได้อีก
“เตรียมซึ้งกับเตาถ่านให้ด้วยไม่ต้องใส่น้ำ สมุนไพรมาถึงเมื่อไหร่ ผมถึงจะเริ่มปรุงโอสถ”ไป่เจ๋อเริ่มสั่งงานโดยไม่มีความเกรงใจสักนิด
แม้หลี่ซีหยานจะไม่พอใจที่ไป่เจ๋อสอดมือเข้ามายุ่งแล้วยังชี้นิ้วสั่งปู่ของเขาราวกับเป็คนรับใช้ แต่เขาก็ต้องอดทนอดกลั้นเอาไว้เพราะเห็นได้ชัดว่าที่แม่เฒ่าหลี่พ้นขีดอันตรายในครั้งนี้เป็เพราะคนที่กำลังชี้นิ้วสั่งคนอื่นอยู่ตอนนี้
ผ่านไปไม่นานทั้งสมุนไพรซึ้งกับเตาถ่านก็มาวางอยู่ตรงหน้าของไป่เจ๋อ ไป่เจ๋อไม่รอช้าเขาเริ่มจุดเตาไฟโดยใช้ถ่านเป็เชื้อไฟเพียงก้อนเดียวเท่านั้น
เมื่อไฟติดแล้วไป่เจ๋อก็ใช้ปราณของเขาแทนเชื้อเพลิงที่เป็ถ่านพร้อมกับใช้พลังจิติญญาทำให้ซึ้งลอยขึ้นมาวางบนเตา ฝาซึ้งถูกเปิดขึ้นพร้อมกับสมุนไพรที่ลอยเข้ามาอยู่ในหม้อซึ้ง ก่อนที่ฝาซึ้งจะปิดลง
“จากนี้อยู่เงียบๆ อย่ารบกวนผม การปรุงโอสถด้วยไฟลมปราณต้องใช้สมาธิในการควบคุมไฟเหวินอู่หากผิดพลาดขึ้นมา สิ่งที่ได้คือขี้เถ้ายาเท่านั้น”ไป่เจ๋อหันมากำชับทุกคนในห้องผ่าตัดก่อนจะหันกลับไปใช้สมาธิกับการปรุงโอสถ
ใช้เวลาเพียงครู่เดียวพวกแพทย์กับหลี่เฟิง และหลี่ซีหยาน ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ บางอย่างลอยมาเข้าจมูกทันทีที่พวกเขาสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าไปพลังปราณในร่างของพวกเขาก็ฟื้นฟูขึ้นทีละนิดอย่างน่าอัศจรรย์
“แค่กลิ่นของมันก็ให้ผลพอๆ กับโอสถเสริมลมปราณที่ดีที่สุดของตระกูลหลี่แล้วท่านปู่หรือว่านี่คือวิธีปรุงโอสถแบบโบราณที่หายสาปสูญไปเมื่อ 3 พันปีก่อน”หลี่ซีหยานกระซิบถาม
“อาจจะใช่ทุกวันนี้แม้แต่พวกตำหนักเทพเองก็ใช้วิธีต้มสมุนไพรเอา ไม่ได้ใช้วิธีแบบนี้หากโอสถที่ปรุงใช้ได้ผลดีจริง หลานก็ควรจะคบหาเขาเป็เพื่อน การมีเพื่อนที่มีความสามารถเช่นนี้หลานจะต้องได้ประโยชน์ไม่น้อยแน่” หลี่เฟิงกระซิบตอบ ส่วนหลี่ซีหยานก็พยักหน้ารับ
“เสร็จแล้ว”ไป่เจ๋อวาดมือ 1 ครั้ง ฝาซึ้งถูกเปิดออกพร้อมกับวัตถุทรงกลมโปร่งแสงลอยมาอยู่ในมือของไป่เจ๋อ พวกแพทย์หลี่เฟิงและหลี่ซีหยานรีบเข้ามาดูทันที
“นี่คือโอสถที่ถูกปรุงตามวิธีที่หายสาปสูญไปนานรูปลักษณะตรงตามตำราโบราณที่เหลืออยู่ไม่ผิดเพี้ยน” มีแพทย์คนหนึ่งกล่าวขึ้น
“แต่สมุนไพรพวกนี้เราก็เคยใช้รักษาแม่เฒ่าหลี่มาก่อนอาการก็แค่ทรงตัวเท่านั้นวิธีปรุงที่แตกต่างกันจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันด้วยเหรอ” หลี่ซีหยานถามขึ้น
“การต้มจะสามารถดึงสรรพคุณของสมุนไพรออกมาได้แค่1 ใน 1,000 ส่วนเท่านั้นแม้จะใช้วิธีการสกัดตัวยาที่ใช้กันในปัจจุบันก็ยังไม่สามารถดึงมันออกมาได้ถึง 100ใน 1,000 ส่วนแต่ไฟที่มีพลังปราณเป็เชื้อเพลิงจะเปลี่ยนสารในสมุนไพรให้เป็ตัวยาที่ให้ผลดีกว่าเดิมหลายเท่าโดยสมุนไพรแต่ละชนิดจะใช้อุณภูมิและชนิดของไฟแตกต่างกันไปเมื่อกลั่นตัวยาได้ต้องควบคุมไฟและใช้ปราณอีกสายขจัดสิ่งสกปรกที่ปนอยู่กับตัวยาออกให้หมดหรือคือการทำให้บริสุทธิ์ แล้วจึงทำการหลอมขึ้นรูปโอสถ ส่วนคุณภาพโอสถนั้นคิดว่าพวกคุณคงรู้จากตำราโบราณแล้ว” ไป่เจ๋ออธิบายถึงกระบวนการหลอมโอสถคร่าว ๆแต่เขาไม่คิดจะสอนคนพวกนี้อยู่แล้วโดยเฉพาะการใช้ไฟลมปราณที่เป็พื้นฐานสำคัญสุดของการปรุงโอสถ
“เธอพอจะสอนพวกเราได้รึเปล่า”หลี่เฟิงลองถามดู
“คงจะไม่ได้เพราะผมจะใช้มันในการสร้างฐานะในอนาคต” ไป่เจ๋อกล่าวพร้อมกับเดินไปทางแม่เฒ่าหลี่ที่เริ่มรู้สึกตัว
“อืมนี่ฉันรอดแล้วใช่ไหม” หลี่โจวหม่าค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นเธอเริ่มรู้สึกตัวขึ้นเมื่อได้กลิ่นหอมจากบางสิ่งซึ่งทุกครั้งที่เธอสูดลมหายใจเข้าไปร่ายกายของเธอก็เหมือนได้รับการฟื้นฟูพละกำลังทีละนิด
“น้ำครับ”ไป่เจ๋อยื่นน้ำส่งให้แม่เฒ่าหลี่ ทำให้เธอแปลกใจเล็กน้อยเพราะเธอไม่เคยเห็นหน้าเด็กหนุ่มคนนี้มาก่อนแต่เธอก็ลุกขึ้นแล้วรับแก้วน้ำจากมือเด็กหนุ่มมาดื่ม ก่อนจะมองไปรอบ ๆและพบหลี่เฟิงกับหลี่ซีหยาน รวมถึงคณะแพทย์ที่เธอคุ้นเคย
“ซีหยานเพื่อนเหลนเหรอ” หลี่โจวหม่าถามขึ้น หลี่ซีหยานส่ายหน้าก่อนจะตอบกลับ
“เปล่าครับคุณย่าทวดเขาปรากฏตัวมาตอนที่คุณย่าทวดกำลังอยู่ในขั้นวิกฤตและเป็คนที่รักษาคุณย่าทวดครับ” หลี่ซีหยานตอบ
“งั้นเหรอท่านหมอ ฉันขอทราบชื่อของท่านได้หรือไม่” หลี่โจวหม่าพอรู้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็คนรักษาเธอเธอจึงอยากรู้ชื่อ เพื่อที่ภายหน้าจะได้ตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้
“ตัวผมชื่อไป่เจ๋อและผมไม่ใช่หมอ เป็เพียงผู้ฝึกปราณที่พอมีความรู้ด้านการรักษานิดหน่อยเท่านั้น”ไป่เจ๋อไม่คิดปิดบังชื่อจริงแต่อย่างใดเพราะยังไงเขาก็ไม่สามารถหลบกล้องวงจรปิดในห้องผ่าตัดนี้ได้อยู่ดี อีกอย่างหลังจากนี้คนพวกนี้อาจส่งคนไปสืบว่าชื่อที่เขาบอกเป็ชื่อจริงหรือไม่ด้วย
“อ้อว่าแต่ท่านไป่เจ๋อ ปีนี้ท่านอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ” หลี่โจวหม่าถาม
“15ครับ” ไป่เจ๋อตอบ พร้อมกับยื่นขวดกระเบื้องให้ พร้อมกับโอสถสีโปร่งแสง 1 เม็ด
“สิ่งนี้คือ...”หลี่โจวหม่ามองสลับระหว่างโอสถกับขวดกระเบื้องในมือและใบหน้าของเด็กหนุ่มด้วยความสงสัยแต่ที่รู้อย่างหนึ่งคือโอสถที่อยู่ตรงหน้านั้นเป็โอสถความบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วนตรงตามตำราโบราณไม่มีผิดเพี้ยน
“มันคือยาหยางสำหรับปรับสมดุลลองกลืนมันลงไปก่อน” ไป่เจ๋อกล่าว หลังจากเห็นว่าแม่เฒ่ากลืนโอสถลงไปแล้วไป่เจ๋อก็เดินเข้ามาจับข้อมือของแม่เฒ่า
“จากนี้ผมจะส่งปราณเข้าไปในตัวคุณอย่าให้ปราณของคุณต่อต้านปราณของผม และให้สังเกตวิธีที่ผมโคจรปราณไปย่อยสลายโอสถแล้วนำไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ผมจะทำซ้ำให้ 3 รอบ จากนั้นคุณต้องทำด้วยตัวเอง”ไป่เจ๋อกล่าว ก่อนจะเริ่มส่งปราณเข้าไปในร่างของแม่เฒ่าหลี่
ด้านหลี่โจวหม่าตั้งสมาธิคอยสังเกตการใช้ปราณย่อยสลายโอสถรักษาด้วยความตื่นเต้นเธอทรมานกับพลังหยินบกพร่องมานานด้วยโอสถที่เธอใช้อยู่ตอนนี้ทำให้เธอเริ่มเห็นทางรอดที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปซึ่งเธอไม่ยอมพลาดโอกาสนี้แน่
“เสร็จแล้วครับมีอะไรสงสัยไหมครับ” ไป่เจ๋อถามขึ้นพร้อมกับปล่อยข้อมือของแม่เฒ่าหลี่ส่วนหลี่โจวหม่าส่ายหน้าเป็คำตอบ เพราะเธอจำวิธีได้แล้ว
“ดีแล้วครับจากนี้ให้ใช้วันละ 1 เม็ดจนกว่าจะหมด งดฝึกปราณจนกว่ายาจะหมด ตรงนี้ห้ามเด็ดขาดไม่อย่างนั้นอาการจะกำเริบอีก” ไป่เจ๋อย้ำถึงสิ่งที่ห้ามทำในระหว่างการพักฟื้น
“ขอบใจมากนะท่านหมอไป่ ฉันติดหนี้ท่านแล้ว” หลี่โจวหม่ากล่าว ก่อนจะหันมาหาหลี่เฟิง
“หลี่เฟิงไปเอาเช็คมาให้ท่านหมอ ท่านหมอจะคิดค่ารักษาเท่าไหร่ก็เขียนลงไปได้เลย”หลี่โจวหม่ากล่าวจบ หลี่เฟิงก็รีบนำสมุดเช็คออกมายื่นให้หลี่โจวหม่าทันทีแต่ยังไม่ทันที่หลี่โจวหม่าจะเปิดสมุดเช็ค ไป่เจ๋อก็พูดขัดขึ้นซะก่อน
“ผมคงรับไว้ไม่ได้หรอกเพราะอุปกรณ์ก็ของโรงพยาบาล สมุนไพรเองก็เป็ของตระกูลพวกคุณ” ไป่เจ๋อกล่าวตอนนี้เขาไม่ได้เดือดร้อนเื่เงินการตอบแบบนี้จะทำให้อีกฝ่ายยื่นข้อเสนออื่นเพื่อตอบแทนเขา ซึ่งเขาได้เตรียมข้อเสนอเื่ค่าตอบแทนนี้ไว้แล้ว
“แต่โอสถแห่งปาฏิหาริย์นี้มีเพียงท่านหมอไป่ที่ปรุงมันได้” หลี่โจวหม่าพูดขึ้น พร้อมกับเขียนตัวเลข 8 หลักลงไปบนเช็ค ก่อนจะเซ็นชื่อ แล้วส่งให้ไป่เจ๋อทันที
“คุณย่าทวดนั่นมันไม่มากเกินไปเหรอครับ” หลี่ซีหยานท้วงขึ้น เงินตั้ง 10 ล้านหยวนมันมากเกินไป แต่หลี่โจวหม่าที่ได้ยินก็หันขวับมามองเหลนของเธอด้วยสายตาเชิงตำหนิ
“ซีหยานเหลนเห็นชีวิตย่าทวดคนนี้มีค่าน้อยกว่าเงิน 10 ล้านนี้รึไง”หลี่โจวหม่าดุเหลนของเธอทันที เพราะถ้าไม่ระวังคำพูดแล้วหมอไป่ไม่พอใจขึ้นมาหากเธอเกิดอาการกำเริบขึ้นอีก หมอไป่อาจไม่ยอมรักษาเธอก็ได้
“ปะ...เปล่าครับคุณย่าทวดชีวิตของคุณย่าทวดไม่อาจประเมินค่าได้” หลี่ซีหยานรีบปฏิเสธทันทีเขาแค่คิดว่าคุณย่าทวดไม่ควรจ่ายเงินให้คน ๆ นี้เยอะนัก
“หากไม่สบายใจเื่ค่าตอบแทนก่อนอื่นผมขอถามก่อนว่าพวกคุณรู้จักชายวัยกลางคนที่ชื่อเหลาเหล่าไหมครับ”ทันทีที่ไป่เจ๋อพูดจบ หลี่ซีหยานสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะเอามือปิดก้นของตนทันทีแน่นอนว่าไป่เจ๋อสังเกตเห็นมัน