ตอนนี้อัสนีได้มานั่งอยู่บริษัทนักสืบเอกชนที่เขาจ้างบนโต๊ะมีรูปภาพของคนที่แต่งกายคล้ายกับคนของตระกูลเซี่ยมีภาพของหมวยเล็กที่ยังมีชีวิตอยู่ พร้อมกับเด็กชายวัยประมาณ 7 ปีภาพของเด็กชายช่างเหมือนกับเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน
“ คุณหมวยเล็กหรือคุณหนูเซี่ยอิงเป็ลูกสาวคนสุดท้อง ของเซี่ยจง เป็ผู้นำตระกูลเซี่ยยุคปัจจุบันเขามีบุตรชาย 6 คนลูกสาวหนึ่งคน หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ลูกสาวของเขาหายสาบสูญไป จนกระทั่งพบว่าใช้ชื่อหมวยเล็ก เป็ภรรยาของ คุณอัสนี
ตอนที่เธอได้รับาเ็ที่ศรีษะทำให้ความจำเสื่อม ในวันที่คุณหนูเซี่ยจงถูกพวกแก๊งเงินกู้พาทวงไปเพื่อไปรุมโทรม และจะนำไปขายต่อที่มาเลย์แต่คนของตระกูลเซี่ยมาช่วยเอาไว้ได้ทัน และพากลับตระกูลเซี่ยไป จนกระทั่งพบว่าคุณหนูเซี่ยจงท้อง จึงถูกส่งตัวไปรักษาอาการความจำเสื่อมและทำการคลอดลูกที่อเมริกา
ตอนนี้เธอกลับมาแล้วพร้อมกับลูกชายของคุณ แต่ได้ข่าวว่า เธอลืมความทรงจำที่อยู่กับคุณอัสนีไปจนหมดและนายท่านเซี่ยจง ก็ห้ามใครพูดถึงอดีตของคุณหนูเซี่ยอิง”
นักสืบอธิบายเื่ราวทั้งหมดพร้อมรูปภาพประกอบให้เขาฟังอย่างละเอียด
อัสนีถอนหายใจออกมาเขาจำได้ ในตอนที่เขาอยู่ในเรือนจำ มีนักโทษหลายคน เข้ามาหาเขาแล้วรุมอัดเขาอย่างยับเยิน พวกมันบอกว่านี่คือคำสั่งจากตระกูลเซี่ยและจะทำให้เขาไม่สามารถออกจากเรือนจำได้อีกเป็อันขาด ครั้งนั้นเขาต้องนอนอยู่โรงพยาบาลเรือนจำนับเดือน เขาไม่รู้ว่าเขาไปมีเื่กับตระกูลเซี่ยตอนไหนจึงคิดจะแก้แค้นเมื่อถึงเวลา บัดนี้เขาเข้าใจเื่ทั้งหมดแล้ว
เลยไม่คิดแก้แค้นตระกูลเซี่ยอีกแต่เขา้าภรรยาและลูกของเขากลับคืนมาเท่านั้นนี่คือเป้าหมายหลักของเขาในชีวิตนี้
อัสนีได้ที่อยู่ของคฤหาสน์ตระกูลเซี่ยแล้วเขาก็ขับรถไปในทันที
พอไปถึง รปภ.ก็ถามว่ามาหาใคร
“ ผมชื่ออัสนีขอพบคุณหนูเซี่ยอิงครับ”
รปภ. รีบวิทยุไปถามกับหัวหน้ารปภ. ทันที ไม่นานก็มีคำสั่งให้พา อัสนีเข้าไป
อัสนีเองก็ไม่คิดว่าจะให้เข้าพบง่ายๆ เช่นนี้ แต่พอเข้าไปถึงหน้าคฤหาสน์ มีชายหนุ่มวัยประมาณ 27ปีรุ่นราวคราวเดียวกับเขา ก้าวออกมายืนเผชิญหน้ากับเขา ด้านหลังมีรปภ.ที่แต่งกายคล้ายชุดทหาร 10 คน ยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่
“ได้เห็นหน้าตาแกชัดๆ เสียที อัสนี คนชั่วช้าอย่างแกยังมีหน้ามาหาน้องเล็กของฉันคงรู้แล้วใช่ไหม ว่าน้องเล็กเป็ใคร คิดจะมาเกาะน้องเล็กของฉันใช่ไหม”
“ ผมแค่มาขอพบกับหมวยเล็กผมอยากขอโทษเธอ”
อัสนีพยายามจะพูดแต่พี่หกเซี่ยลิ่วของหมวยเล็กกลับปล่อยหมัดตรงเข้าใส่หน้าของอัสนีเต็มๆอัสนีถึงกับเซถอยหลังไปหลายก้าว เืไหลออกปากแม้ว่าเขาจะหลบได้อย่างสบายแต่ครั้งนี้เขาตั้งใจที่จะไม่หลบเอง
อัสนีถ่มเืลงพื้นแล้วก้าวเท้าเข้าไปหา พี่หกของน้องเล็กต่อ
“ ผมขอยืนยันขอพบกับหมวยเล็ก เพื่อขอโทษเธอเท่านั้น”
“ไอ้บ้านี่พูดไม่รู้เื่หรือไง บ้านเซี่ยไม่ต้อนรับคนชั่วอย่างแก”
หมัดของเซี่ยลิ่วประเคนเข้าใส่อัสนีปานพายุ ทั้งเข่าศอก ร่างของอัสนีถึงกับฟุบไปกับพื้นเซี่ยลิ่วยังกระทืบที่ลำตัวของเขาไปอีกหลายครั้ง
“ ไง ยังอยากจะพบกับน้องสาวฉันอีกไหม” เซี่ยลิ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหอบหมดแรงคิดว่าอัสนีไม่มีทางลุกขึ้นมาได้อีกแล้ว
แต่เซี่ยลิ่วคิดผิดอัสนีลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยเืดวงตาแดงกล่ำ
“ ผมขอยืนยันอีกครั้งผมจะขอพบกับหมวยเล็ก”
“ แม่งเอ้ยอัดมันเลย”
เซี่ยลิ่วไม่มีแรงทำอะไรแล้วแต่รปภ.ทั้งสิบต่างเข้ามาแล้วใช้ไม้ตะบองฟาดเข้าใส่ร่างของอัสนีจนน่วมไปทั้งตัวจมกองเืล้มแน่นิ่งไปกับพื้น
บนหน้าต่างชั้นที่สามมีสายตาสวยงามคู่หนึ่ง จ้องมาที่ภาพของอัสนีที่ถูกอัดล้มซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำตาพลันเอ่อไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“ แม่ครับแม่เป็อะไร ร้องไห้ทำไมครับ”
“ ไม่เป็ไรลูกแม่รู้สึกสงสารผู้ชายคนนั้น ทำไมพี่หกถึงทำร้ายเขาแบบนั้น”
“ ลุงหกเป็คนดีคนที่ถูกลุงหกทำร้ายต้องไม่ใช่คนดีแน่ๆ”
เด็กชายเอ่ยออกมาอย่างไร้เดียงสา
“ ทำไมถึงไม่กลับไป เจ็บขนาดนี้แล้วจะทนไปเพื่ออะไรกัน” เซี่ยอิงหรือ หมวยเล็กเริ่มสงสัยเช่นกัน
“งั้นเราลงไปดูกันดีไหมครับ”
“ อืม ก็ได้”
“ โยนมันออกจากตระกูลเซี่ยเราให้ไกลๆมันคงไม่กล้ากลับมาอีกแน่นอน” พี่หกเอ่ยออกมา ทันใดนั้นก็มีรถปสอร์ดสีแดง ขับรถเข้ามาก็ลงจากรถสอบถามเื่ทั้งหมด พอทราบก็ปรี่เข้าไปจะทำร้ายอีกคน แต่ถูกพี่เซี่ยลิ่วห้ามเอาไว้
“ พอเถอะพี่ห้ามันไม่ไหวแล้ว หากมันตายพวกเราจะเดือดร้อนนะพี่”
“ สมควรตายมันมีหน้ามาทำไมอีก”เซี่ยอู่คุณชายห้ามองหน้าอัสนีแล้วโมโหจัด
“ก็คงคิดจะมาหลอกน้องเล็กให้ช่วยมันหาเงินอีก คนชั่วอย่างมันในหัวไม่เคยมีเื่ดีๆอยู่แล้ว”
“ รีบพามันออกไป”
เซี่ยอู่สั่งออกไปแต่ว่า อัสนีกลับค่อยๆ ลุกขึ้นมาอีกอย่างช้าๆ
“ให้ผมพบหมวยเล็กสักครั้งได้ไหม”
“ไอ้บ้านี่มันกินยาอะไรมาวะ ทำไมมันยังลุกขึ้นมาได้อีก ตีขามันให้หักไปเลย”
คราวนี้รปภ.ชายทั้งสิบจับไม้พลองแน่น เตรียมตัวฟาดใส่อัสนี แต่ครั้งนี้อัสนีไม่ยอมแล้วเพราะยอมมามากเกินไปแล้ว
ไม้พลองเริ่มฟาดใส่จุดสำคัญแต่ทว่าคราวนี้อัสนีหลบหลีกได้ทัน แถมยังจู่โจมใส่ รปภ. ทั้งสิบอย่างรวดเร็วแค่เพียงพริบตา รปภ. ทั้งสิบก็ลงไปนอนกองกับพื้นสลบเหมือด
“ นี่แก แกทำได้ยังไง” เซี่ยลิ่ว เห็นอย่างนี้ก็เริ่มหวาดกลัวแล้ว
“ หากไม่เรียกหมวยเล็กมาผมจะขึ้นไปหาเธอเอง”
คราวนี้น้ำเสียงของอัสนีนั้นไม่มีวี่แววว่าจะได้รับาเ็เลยแม้แต่น้อย เขาก้าวเดินเข้าไปอย่างช้าๆ เซี่ยอู่ปล่อยหมัดเข้าหาอัสนี แต่ถูกเขาจับหมัดเอาไว้ได้
เซี่ยลิ่ว พุ่งตัวเข้าไปพร้อมกับชกหมัดเข้าใส่ใบหน้าของเขา แต่ว่าช้าไป ถูกถีบกระเด็นไปลงไปกองคุกเข่ากับพื้นเซี่ยอู่ก็ใช้หมัดซ้ายเหวี่ยงใส่หน้าอัสนีแต่ถูกอัสนีบีดหมัดจนร้องออกมาเสียงดังลั่น
“ หยุดปล่อยพี่ชายของฉันนะ”
“ปล่อยลุงของผมเดี๋ยวนี้นะคนชั่ว”
อัสนีเห็นหน้าหมวยเล็กที่ไม่ได้เจอกันเกือบหลายปีก็ยิ้มออกมา เด็กชายวัยหกขวบก็ถือว่าโตพอแล้ว เข้ามาต่อยท้องของเขาไม่หยุดเพื่อให้ปล่อย ลุงห้าของเขา
อัสนีรู้สึกยินดียิ่งที่เห็นพวกเขายังแข็งแรง เขาผลักร่างของพี่ห้า กระเด็นกลิ้งไป
“ หมวยเล็ก”
“ คุณเป็ใครมาบ้านฉันทำไม”
“ พี่ เอ่อผมชื่ออัสนี เมฆา์ พวกเราเคยรู้จักกันมาก่อน จำได้ไหม”
“ น้องเล็กอย่าไปฟังคนชั่วช้าสารเลวอย่างมันไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวด้วย” เซี่ยลิ่วรีบเอ่ยออกมาแล้วมายืนขวางหน้า
“ฉันรู้สึกคุ้นเคยชื่อหมวยเล็ก แต่ไม่รู้จัก คุณคงเข้าใจผิดแล้ว”
“ ผม..แค่อยากมาขอโทษหมวยเล็กในสิ่งที่ผมทำผิดพลาดไป ผมรู้ว่าเธอคงไม่ให้อภัยผม”
“ ไม่ต้องห่วงหมวยเล็กต้องเข้าใจ และให้อภัยในสิ่งที่คุณทำผิดไปอย่างแน่นอน”
อัสนียิ้มพร้อมกับปล่อยมือเด็กน้อยที่พยายามจะสลัดหลุดแต่อัสนีไม่ยอมปล่อย สักที เด็กน้อยวิ่งเข้าไปยืนข้างแม่พร้อมแลบลิ้นให้กับเขา
ครั้งนี้อัสนีเหมือนมีอะไรมาปิดกั้นที่คอเขาไม่สามารถพูดออกมาได้ ได้แต่ยิ้ม แล้วก็ค่อยๆ หันหลังกลับไปแล้วเดินเท้าออกจากตระกูลเซี่ยไป เขาพบหมวยเล็กแล้ว
เขาได้พบกับหมวยเล็กแล้วเธอไม่เป็อะไร เธอดูมีความสุขดี
เขาพบลูกชายพวกเขามีความเป็อยู่ที่ดีไม่ควรเลยที่จะทำให้พวกเขารับรู้เื่ความเลวที่เขาได้ทำกับเธอน้ำตาลูกผู้ชายกลับไหลซึมออกมา
“ เป็อย่างนี้ก็ดี”
อัสนีได้แต่ยิ้มเย้ยฟ้าที่ทำให้เขากลับมาเกิดใหม่ ทำให้เขามีของวิเศษที่อยู่เหนือผู้อื่นเขาสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ราวกับผู้วิเศษมีเกราะระฆังทองป้องกันแม้แต่ะุปืนได้ มีพลังปราณบริสุทธิ์ช่วยรักษาผู้คนได้ใช้วิชาเปลี่ยนเส้นเอ็นรักษาคนได้ร้อยแปดพันโรค
แต่...เขาไม่สามารถอยู่กับลูกเมียที่รักของเขาได้
ภาพเงาหลังของอัสนีที่เดินจากไปคุณหนูเซี่ยอิงพลันน้ำตาอดไหลออกมาอีกครั้ง
“ แม่ร้องไห้อีกแล้ว”
“ หากแม่เป็หมวยเล็กคงให้อภัยเขาแน่”
พี่ชายทั้งสองได้ยินก็ถึงกับมองหน้ากันอย่างไม่พอใจ
“ น้องเล็กอย่าไปสนใจคนบ้าอย่างมันเลย กลับเข้าบ้านดีกว่า” พี่ชายหกเอ่ย ส่วนพี่ชายห้า ก็รีบโทรไปหา หัวหน้าตระกูลเซี่ยทันที
เซี่ยจงหัวหน้าตระกูลกำลังทำงานอยู่ที่สำนักใหญ่ พอรู้เื่ ก็เรียกลูกชายอีกสี่คนมาพบ
“ มันมาได้ยังไงหมวยเล็กอุตส่าห์กลับมาโดยที่เราไม่ได้เปิดเผยกับใครมาก่อนเลย”
“ เื่นี้ไม่ยากแค่จ้างนักสืบ ก็สามารถค้นพบเจอได้ไม่ยาก”
“ส่งคนไปส่งสอนมันสักหน่อยดีไหมครับ” พี่ชายรองเอ่ยเสียงเครียด
“นี่แกไม่ได้ฟังน้องห้าบอกมาเร๊อะ รปภ. ที่บ้านสิบคน ยังล้มมันไม่ได้เลย
หากจะต้องทำก็ต้องจ้างมืออาชีพเท่านั้น”
“จากที่เ้าหกเล่าให้ฟัง มันแค่มาขอโทษน้องเล็กเท่านั้น มันคงรู้ว่า มันไม่คู่ควรมันถึงได้กลับไปแบบนั้น”
“ มันอาจมาดูลาดเลาก็ได้ไม่แน่ว่ามันคิดจะปล้นบ้านของเรานะพ่อ”
“ ให้คนสืบประวัติมันตอนนี้มันทำอะไร มีปัญหาเื่เงินหรือไม่ หากมัน้าเงินจริงก็ไม่ใช่เื่ยาก ฉันจะจ่ายให้มันเอง” เซี่ยจงออกคำสั่งไป พี่ใหญ่ก็เริ่มรับคำสั่งไปปฏิบัติทันที
ณ บาร์ชิซุกะ เป็ร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดไฟสลัวสีชมพู มีเด็กให้บริการพูดคุยด้วยแต่ไม่อนุญาตให้แตะต้องตัวน้องๆ ค่าเครื่องดื่มเหมาจ่ายเป็เวลา สามชั่วโมงสี่ชั่วโมง ไปจนถึงปิดร้าน คือ 6 โมงเช้า น้องๆ จะมีการแต่งตัวด้วยคอสเพลย์หลากหลายสีสันมีทั้งนักเรียนญี่ปุ่น แม่บ้าน อานิเมะ เซเลอร์มูน โลลิต้า
ภายในมุมเงียบสงบของร้านมีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งดื่มชาเขียวญี่ปุ่น กับ ถั่วแระญี่ปุ่นจนกระทั่งมีน้องแต่งตัวด้วยชุดเซเลอร์มูนคนหนึ่งเข้ามานั่งด้วย
“ พี่หมอ ไม่ได้มาหามูมู่นานเลยนะคะ”
“ ไปนั่งตรงข้ามเดี๋ยวมาม่า ก็ว่าเอาหรอก” เป็อัสนีที่นั่งหงอยๆอยู่คนเดียว
“ ไม่เป็ไรมาม่าไม่ว่าหรอก ถ้ารู้ว่าเป็พี่หมอ” กฏของร้านนั้นแขกไม่สามารถแตะต้องต้องน้องๆได้ ยกเว้นน้องๆ จะยินยอม
“ อยากกินอะไรก็สั่งเลยวันนี้พี่เหมาดริ๊งให้”
“ ว้าวพี่หมอวันนี้ทำไมใจดีจัง” น้องๆเหล่านี้รายได้หลักก็คือให้แขกเลี้ยงดริ๊งให้เท่านั้นซึ่งร้านนี้สามารถเหมาดริ๊งให้กับน้องคนไหนแล้วน้องคนนั้นจะไม่สามารถออกไปขอดริ๊งโต๊ะอื่นได้อีก แต่การเหมาดริ๊งแบบนี้แขกต้องจ่ายในอัตราเหมาถึง
300 ดริ๊ง 30,000 บาท
“ มูมู่นวดให้พี่หมอนะคะ”มูมู่ มาด้านหลังอัสนี แล้วเริ่มนวดไหล่ให้กับเขา แต่ทันใดนั้นเองก็มีชายห้าคนเดินเข้ามาในร้าน ชายคนเดินหน้าะโออกมาเสียงดังว่า
“ มูมู่ อยู่ไหนออกมาเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้น วันนี้ร้านนี้พังแน่”
มูมู่ถึงกับสะดุ้งหวาดกลัวตัวสั่นอัสนีหันไปมองหน้าคนที่พูด แม้นจะมีแต่แสงไฟชมพูสลัวสลัว แต่ก็จำได้แม่นว่า มันคือนายภูผา คุณชายห้าแห่งตระกูลกิเลนทองนั่นเอง........