ท้องฟ้ายามราตรีประดับประดาไปด้วยดวงดาวพร่างพราย ซุนเสี่ยวเหยียนนั่งอยู่กลางห้องนั่งเล่น สายตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอทีวีอย่างเอาเป็เอาตาย ในมือของเธอกำลอตเตอรี่แบบสองสีที่ยับยู่ยี่เอาไว้แน่น
เสียงของพิธีกรหญิงในทีวีดังเจื้อยแจ้วเปี่ยมด้วยความตื่นเต้น ตัวเลขรางวัลแต่ละชุดหลุดออกจากปากเธอราวกับตัวโน้ตที่กำลังเต้นระบำ 01 10 22 25 28 32 และเลขพิเศษคือ 10
หัวใจของประธานสาวเต้นรัวตามจังหวะการประกาศรางวัล ยิ่งได้ยินตัวเลขบนลอตเตอรี่ของตัวเองถูกขานออกมาทีละตัว ลมหายใจของเธอก็แทบจะหยุดชะงักไป
ทุกตัวเลขที่หลุดออกมาเหมือนเสียงระฆังแห่งโชคชะตาที่กระหน่ำตีลงกลางใจ พวงแก้มของเธอแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น
กระทั่งเลขพิเศษตัวสุดท้ายถูกขานจบ สีหน้าของซุนเสี่ยวเหยียนก็แปรเปลี่ยนเป็ความตื่นตะลึง ก่อนที่ความปีติยินดีมหาศาลจะทะลักทลายเอ่อล้นขึ้นมา
วินาทีต่อมา เธอะโพรวดขึ้นจากโซฟา สองมือยกขึ้นปิดปาก ดวงตากลมโตเบิกกว้างราวกับไข่ห่าน แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
เป็อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด! เลขลอตเตอรี่ที่ฉินจงบอกมามันคือของจริง! พอมองกระดาษแผ่นบาง ๆ ในมือ ความเสียดายก็แล่นปรี๊ดขึ้นมาจับใจ รู้อย่างนี้เธอควรจะซื้อให้เยอะกว่านี้!
ซุนเสี่ยวเหยียนเริ่มหงุดหงิดตัวเองขึ้นมาตงิด ๆ ทำไมตอนนั้นเธอต้องมักง่ายซื้อมาแค่ห้าใบในราคาสิบหยวนด้วยเนี่ย? ถ้าอัดซื้อไปสักร้อยใบ ป่านนี้เธอไม่กลายเป็มหาเศรษฐินีไปแล้วหรือไง?
พอคิดได้แบบนั้น หัวใจก็เต้นกระหน่ำรัวเป็กลองรบ ความตื่นเต้นสูบฉีดพลุ่งพล่านไปทั่วอก
หญิงสาวยกมือขึ้นลูบคางพลางคิดคำนวณในใจ รางวัลต่องวดมันตกใบละเท่าไหร่กันนะ? แล้วห้าใบที่เธอมีจะได้เงินสักแค่ไหน? อย่างขี้เหร่น่าจะมีหลายล้านสินะ?
คิดได้ปุ๊บก็รีบคว้าโน้ตบุ๊กมาเปิดเน็ตเช็กข้อมูลทันที และเมื่อเห็นตัวเลขผลลัพธ์ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ ความตกตะลึงบนใบหน้าก็ยิ่งทวีคูณ
"ฉันนี่มัน..."
ซุนเสี่ยวเหยียนง้างมือเรียวงามเตรียมจะตบหน้าเรียกสติให้ตัวเองสักฉาด แต่พอฝ่ามือขยับเข้าใกล้แก้ม เธอกลับทำเพียงแค่ลูบมันเบา ๆ เท่านั้น จากนั้นเธอก็โยนโน้ตบุ๊กทิ้งลงบนโซฟา แล้วเริ่มะโโลดเต้นไปรอบห้องนั่งเล่นราวกับเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่ ไม่อาจเก็บงำความตื่นเต้นในใจได้อีกต่อไป
"สี่สิบห้าล้านหยวนเลยนะ! รวยเละแล้วงานนี้!"
เสียงหัวเราะกังวานใสเสนาะหูดังลั่นไปทั่วห้อง เธอะโหมุนตัวพร้อมกับชูลอตเตอรี่ในมือขึ้นสุดแขน วินาทีนี้กระดาษแผ่นบาง ๆ ดูเหมือนจะเปล่งประกายระยิบระยับ สะท้อนอนาคตอันแสนสว่างไสว
ครู่ใหญ่เมื่ออารมณ์เริ่มเข้าที่ ซุนเสี่ยวเหยียนก็นั่งขัดสมาธิแหมะลงบนโซฟา ใช้ศอกยันคางทอดสายตามองแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาอย่างเงียบ ๆ
ไม่นึกเลยว่าเลขนี้จะถูกรางวัลจริง ๆ... ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องเอาจริงเอาจังกับการซื้อขายครั้งนี้สักหน่อยแล้ว ใช่! พรุ่งนี้ไปขึ้นเงิน จากนั้นก็กว้านซื้อของล็อตใหญ่ มีเงินทั้งทีถ้าไม่ถลุงให้สมฐานะ ก็เสียดายลอตเตอรี่ใบนี้แย่!
พอคิดได้ดังนั้น เธอก็อดไม่ได้ที่จะประทับริมฝีปากบางลงบนเศษกระดาษนำโชค พร้อมกับะโลั่น
"พรุ่งนี้แม่จะช็อปปิ้งให้แหลกเลย!"
...
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมากระทบตัวซุนเสี่ยวเหยียน อารมณ์ของประธานสาววันนี้สดใสเบิกบานไม่แพ้แสงอาทิตย์เจิดจ้า
วันนี้เธอสวมแว่นตากันแดดโอเวอร์ไซซ์ ใช้หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง แถมยังสวมหมวกและพันผ้าพันคอมิดชิด ต่อให้เป็คนสนิทมายืนจ้องหน้า ก็ไม่มีทางจำประธานซุนคนนี้ได้แน่
เธอมายืนอยู่หน้าศูนย์ขึ้นเงินลอตเตอรี่ สายตามองผ่านกระจกเข้าไปในโถงอาคาร สองมือกำลอตเตอรี่ที่ยับย่นเล็กน้อยเอาไว้แน่น หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกฝีก้าวที่เดินเข้าไป
หลังจากสูดหายใจลึกรวบรวมสมาธิ ซุนเสี่ยวเหยียนก็เดินฝ่าฝูงชนในห้องโถงตรงดิ่งไปยังช่องรับรางวัล เธอโทรศัพท์ประสานงานล่วงหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว พอเ้าหน้าที่เห็นการแต่งตัวที่ปิดมิดชิดของเธอ ก็รีบเดินออกมาต้อนรับทันที
"สวัสดีค่ะ ฉันมาขึ้นเงินรางวัลค่ะ"
แม้ว่าบริษัทเทียนไห่ฟาร์มาซูติคอลที่เธอรับ่ต่อจะมีขนาดไม่เล็ก แต่การได้จับเงินก้อนโตขนาดนี้ในคราวเดียวก็ยังถือเป็ครั้งแรก น้ำเสียงของเธอจึงสั่นเครือเล็กน้อย ทว่าสิ่งที่ชัดเจนกว่าคือความตื่นเต้นยินดี
"สวัสดีครับ คุณซุนใช่ไหมครับ? ยินดีด้วยจริง ๆ ครับ รบกวนขอตัวลอตเตอรี่และบัตรประชาชนด้วยครับ"
เ้าหน้าที่ทักทายด้วยรอยยิ้ม ซุนเสี่ยวเหยียนรีบยื่นลอตเตอรี่และบัตรประชาชนให้ด้วยแววตาเปี่ยมความคาดหวัง
เขาเพ่งตรวจสอบหมายเลขบนกระดาษและข้อมูลในบัตรประชาชนอย่างละเอียด ยิ่งขั้นตอนดำเนินไปนานเท่าไหร่ หัวใจของเธอก็ยิ่งเต้นรัวแรงจนแทบจะได้ยินเสียงสะท้อนของมัน
ไม่นานนัก เ้าหน้าที่ก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้
"ยินดีด้วยครับ คุณถูกรางวัลที่หนึ่ง รางวัลพิเศษทั้งหมดห้าใบ เงินรางวัลรวมคือ 45.32 ล้านหยวนครับ"
เพราะเช็กข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตมาล่วงหน้า ประกอบกับความตื่นเต้นทะลุปรอทไปั้แ่เมื่อคืนแล้ว ตอนนี้เธอจึงพยายามปั้นหน้าขรึม สะกดกลั้นความดีใจและพยักหน้าตอบรับเบา ๆ
จากนั้นเ้าหน้าที่ก็นำทางซุนเสี่ยวเหยียนไปดำเนินขั้นตอนตามลำดับ เซ็นเอกสารยืนยัน ประทับตรา ทุกอย่างเป็ไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น
"คุณซุนครับ ผมขอแจ้งให้ทราบว่าตามระเบียบของรัฐ รายได้จากการถูกลอตเตอรี่ถือเป็รายได้จากเหตุบังเอิญ ซึ่งต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายยี่สิบเปอร์เซ็นต์จากยอด 45.32 ล้านหยวน หักภาษีไป 9.064 ล้านหยวน ยอดสุทธิที่คุณจะได้รับคือ 36.256 ล้านหยวนครับ... ไม่ทราบว่าเงินจำนวนนี้จะให้โอนเข้าบัญชีไหนครับ?"
ซุนเสี่ยวเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอตัดสินใจไม่เอาเงินก้อนนี้เข้าบัญชีบริษัท แต่เลือกให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัวโดยตรง
เมื่อได้เลขบัญชีไป เ้าหน้าที่ก็ดำเนินการโอนเงินผ่านระบบธนาคารทันที เพียงไม่กี่อึดใจ โทรศัพท์ของเธอก็สั่นแจ้งเตือนยอดเงินมหาศาลที่ถูกโอนเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว
ซุนเสี่ยวเหยียนกล่าวลาเ้าหน้าที่ด้วยความเบิกบาน ทันทีที่เดินพ้นประตูศูนย์ลอตเตอรี่ เธอก็กำหมัดชูขึ้นฟ้าเบา ๆ ด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะรีบปรับสีหน้ากลับมาเยือกเย็นดังเดิม
สเต็ปต่อไปคือการจัดซื้อตามแพลนที่วางไว้เมื่อคืน หญิงสาวก้าวขึ้นรถ สตาร์ตเครื่อง แล้วเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตเท่อิ่วอย่างรวดเร็ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ณ ศูนย์จัดซื้อสินค้ารายใหญ่ของซูเปอร์มาร์เก็ตเท่อิ่ว
"อะไรนะครับ? คุณบอกว่ายอดจัดซื้อเท่าไหร่นะ?"
ผู้จัดการซูเปอร์มาร์เก็ตที่หัวล้านไปแล้วครึ่งซีกแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เขาเอ่ยถามย้ำด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
ซุนเสี่ยวเหยียนปรายตามองอีกฝ่ายอย่างเสียอารมณ์ เธอชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ
"สิบล้านหยวน"
หวังเหมิ่ง ผู้จัดการซูเปอร์มาร์เก็ตหัวล้านเพิ่งจะมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้หูฝาดไป ยอดสั่งซื้อสิบล้านหยวนทำเอาหัวใจของเขาเต้นกระดอนกระเด็นจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
ให้ตายเถอะ พวกเศรษฐีเขาเล่นใหญ่กันเบอร์นี้เลยเหรอ?
นึกคึกเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตปุ๊บก็สั่งของสิบล้านปั๊บ! สินค้าทั้งร้านของเขารวม ๆ กันแล้ว มูลค่าก็คงได้ประมาณนี้แหละมั้ง!
วินาทีนั้น ในหัวของหวังเหมิ่งมีเพียงประโยคเดียวที่แล่นเข้ามา... พวกเศรษฐีนี่มันรวยจนไร้มนุษยธรรมจริง ๆ!
เมื่อเห็นผู้จัดการหัวล้านตรงหน้ายืนเบิกตาโพลงจ้องเธออย่างเหม่อลอย ซุนเสี่ยวเหยียนก็ขมวดคิ้วมุ่น ชักเริ่มสงสัยแล้วว่าเธอเลือกซัพพลายเออร์ผิดที่หรือเปล่า
ตอนแรกเธอคิดว่าจะไปติดต่อโรงงานอาหารหรือโรงฆ่าสัตว์โดยตรงเพื่อเหมาเสบียงที่ฉินจง้า แต่มาคิดดูอีกทีก็รู้สึกว่ามันยุ่งยากซับซ้อนเกินไป สู้พุ่งเป้าไปหาซูเปอร์มาร์เก็ตเครือข่ายระดับบิ๊ก ๆ เลยน่าจะดีกว่า
ห้างแบบนี้ย่อมมีเครือข่ายซัพพลายเออร์อยู่ในมือเพียบ สิ่งที่เธอไม่ขาดคือเงิน แต่สิ่งที่ขาดคือ 'คนเดินเื่' เธอถึงได้โยนบิลสั่งซื้อไซซ์ั์นี้มาให้ห้างจัดการ เพราะเชื่อว่าเพื่อแลกกับเงินก้อนโต ทางซูเปอร์มาร์เก็ตต้องทุ่มสุดตัวเพื่อบริการเธออย่างแน่นอน
ทว่าพอมาเห็นสภาพผู้จัดการหัวล้านที่ยืนตาค้างแทบจะน้ำลายสออยู่ตรงหน้า... ประธานสาวคนสวยก็ชักจะเริ่มหวั่นใจขึ้นมาเสียแล้ว