ั้แ่เล็กจนโตซูเหล่ยเป็คนฉลาดหลักแหลมมาตลอด แต่ทำไมถึงไม่เข้าใจเื่นี้กัน หล่อนคิดไม่ได้จริงๆ หรือจงใจพุ่งเป้าไปที่ซูเฉียวกันแน่
“เหลยเหล่ย ลูกมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเส่าจัว แม่ก็ปลื้มใจ เพียงแต่ว่า ไม่ว่าอย่างไรซูเฉียวก็เป็คนในตระกูลซูของเรา เื่ที่ทำผิดไป ปู่ของลูกก็ลงโทษหล่อนไปแล้ว ถึงหล่อนจะทำอะไรที่ไม่ดีไม่ควร แต่จะปล่อยให้คนนอกมารังควานหล่อนไม่ได้” คำพูดนี้ซูอีิเอ่ยกับเธอด้วยตัวเอง เธอเพียงแค่มาส่งสารให้ซูเหล่ยเท่านั้น
ในตอนแรกเธอก็ไม่เข้าใจนักว่าทำไมอยู่ๆ สามีถึงเปลี่ยนความคิด พยายามปกป้องซูเฉียวลูกสาวนอกสมรสคนนั้นเป็อย่างมาก แต่เธอก็ค่อยๆ เข้าใจในภายหลัง เพราะว่าหลายปีมานี้ สี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองปักกิ่งแข่งขันกันอย่างดุเดือด ตระกูลเจียงนั้นได้ผลประโยชน์ไปไม่น้อย และได้แผ่ขยายอำนาจของตนให้ยิ่งใหญ่มากกว่าเดิม
เดิมทีตระกูลเจียงเป็เพียงบริวารของตระกูลซู แต่ตอนนี้ได้ก้าวขึ้นมาเป็หนึ่งในสี่ตระกูลยิ่งใหญ่และเริ่มลำพองตน ไม่นานมานี้ก็ยังเพิ่งฉวยเอาแิของตระกูลซูไปอย่างเงียบๆ แม้ว่าตระกูลซูจะไม่ได้้าโครงการนั่นมากมาย แต่การกระทำเช่นนี้ก็เป็การตบหน้าตระกูลซูเข้าอย่างจัง ถ้าหากไม่ขู่กำชับให้ดี นานวันก็จะยิ่งลำพองใจมากขึ้น และเมื่อถึงตอนนั้น เกรงว่าตระกูลซูอาจจะกลายเป็เป้าหมายของพวกเขาในที่สุด
ซูเหล่ยอยากให้ซูเฉียวไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีกตลอดกาล เธอได้ฟังคำของเซี่ยชิงอวี่อย่างจริงจังเสียที่ไหน “แม่คะ แม่ก็พูดให้ใเกินไปนะคะ ความสัมพันธ์ของตระกูลเจียงกับเราเป็ยังไง ทำไมถึงได้คิดว่าเป็คนนอกล่ะคะ...แต่ซูเฉียวน่ะ หล่อนไม่ได้เกิดออกมาจากท้องแม่ด้วยซ้ำ จะไปปกป้องเธอทำไมกัน...”
เมื่อเห็นซูเหล่ยยังมีทัศนคติเช่นนี้ สีหน้าของเซี่ยชิงอวี่ก็หม่นลงทันที “เหลยเหล่ย ลูกทำให้แม่ผิดหวังจริงๆ...ลูกมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเจียงได้ แต่ต้องอย่าลืมวงศ์ตระกูลของตัวเอง และอย่าลืมภาระหน้าที่ในฐานะสมาชิกครอบครัวตระกูลซูสิ!”
ซูเหล่ยเพิ่งเคยเห็นแม่แสดงอาการโกรธและมีหน้าตาถมึงทึงเช่นนี้ออกมาเป็ครั้งแรก ใบหน้าของเธอก็ซีดเผือดลงทันที “แม่คะ หนูผิดไปแล้วค่ะ...”
เซี่ยชิงอวี่หลับตาลงครู่หนึ่ง หลังจากต่อว่าซูเหล่ยไปเธอก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา
ไม่รู้ว่า่นี้ตัวเองเป็อะไรไป เธอมักจะมีความคิดแปลกๆ ผุดขึ้นมาในหัวอยู่บ่อยๆ นับวันก็ยิ่งควบคุมความโกรธของตัวเองไว้ไม่ได้
เหลยเหล่ยเป็ลูกสาวที่เธอตั้งท้องร่วมสิบเดือนกว่าจะให้กำเนิดออกมา เธอโกรธใส่ลูกได้อย่างไรกัน!
แต่เมื่อนึกถึงคำพูดเ่าั้ของลูกสาว ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโกรธขึ้นมาอีกครั้ง เหลยเหล่ยเป็คนฉลาดมาตลอดไม่ใช่หรือ ทำไมถึงยังสับสนเื่นี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก
เด็กคนนี้เกลียดชังซูเฉียวมากจนไม่เห็นความดีของเธอ หรือว่าถูกคนตระกูลเจียงทำให้สับสนไปหมดกันนะ ยังไม่ทันได้แต่งงานออกเรือนก็ปกป้องคนตระกูลอื่นเสียแล้ว?!
“ลูกแต่งหน้าไปเถอะ แม่จะลงไปข้างล่างก่อน” เซี่ยชิงอวี่กลัวว่าถ้าหากอยู่ที่นี่ต่อไป เธออาจพูดสิ่งที่ทำให้แม่ลูกยิ่งบาดหมางกันออกมา จึงจำต้องออกไปสงบสติอารมณ์ของตัวเองให้เย็นลงเสียก่อน
เมื่อเห็นร่างของเซี่ยชิงอวี่จากไป ใบหน้าของซูเหล่ยก็พลันปรากฏความเ็ปบูดเบี้ยวขึ้นมาทันที ไม่อยากจะเชื่อว่าแม่จะพูดแบบนี้เพื่อซูเฉียว นางสารเลวนั่น! เธอเป็คุณหนูใหญ่สายเืแท้ๆ ของตระกูลซู ทำไมทุกคนถึงเอาแต่ปกป้องซูเฉียวแบบนี้!
ซูเหล่ยปัดขวดโหลบนโต๊ะเครื่องแป้งจนร่วงลงมากับพื้นอย่างโกรธเคือง น้ำตาแห่งความแค้นใจไหลพรั่งพรูเป็สาย
วันนี้ซูเฉียวสวมชุดกีฬาสีน้ำเงินและสวมหมวกแก๊ปสีดำบนหัว เธอค้นชุดนี้ออกมาจากตู้เสื้อผ้าชั้นล่างสุดตอนกลางดึกเมื่อคืน ถึงแม้ว่าตัวจะเล็กไปหน่อยแต่ก็ยังพอใส่แก้ขัดได้ ถ้าเทียบกับชุดลูกคุณหนูหรูหราพวกนั้นแล้ว เธอชอบชุดลำลองที่คล่องตัวแบบนี้มากกว่า
“เฮียเปียวครับ เธอออกมาแล้วครับ” พอซูเฉียวออกมาจากคฤหาสน์ได้ไม่นาน ก็ถูกคนบนรถคันหนึ่งจับตามอง
ชายที่มีรอยแผลเป็จากมีดบนใบหน้าลูบคลำแหวนที่อยู่บนนิ้วมือ “รอไปถึงที่ที่มีคนน้อยๆ แล้วก็จับตัวขึ้นรถเลย”
“ครับ” คนขับรถขานตอบ ติดเครื่องยนต์แล้วตามไปอย่างเงียบๆ
พวกเขาเฝ้าดูมาหลายวันแล้ว ในที่สุดเธอก็ออกมาคนเดียวเสียที
เธอติดนิสัยออกกำลังกายตอนเช้าทุกวัน พอเธอออกมาจากหมู่บ้าน ก็เริ่มออกวิ่งช้าๆ ทันที อัตราการวิ่งของเธอไม่เร็วมากนัก สองมือกวัดแกว่งเป็จังหวะ ใส่หูฟังสีขาวไว้ในหูทั้งสองข้าง วิ่งไปฟังเพลงไป ดูสบายใจเอามากๆ
ซูเฉียววิ่งไปตามถนนที่มีต้นไม้ขนาบสองฟากฝั่ง เพราะยังเช้าตรู่อยู่ บนถนนจึงไร้ซึ่งยานพาหนะและคนเดินถนนสัญจรไปมา
เริ่มวิ่งได้สักระยะหนึ่งก็มาถึงแยกไฟแดง ถนนไฮเวย์ทางตรงก็เริ่มแบ่งซอยเป็ทางแยกมากมาย แผ่ขยายออกไปสู่ทิศทางที่ต่างกัน
จังหวะฝีเท้าของซูเฉียวไม่เร็วไม่ช้าและเธอก็ไม่เคยหันมามองข้างหลัง ทว่าเมื่อมาถึงปากทางสี่แยก อยู่ๆ เธอก็เร่งฝีเท้าแล้ววิ่งไปบนถนนเล็กๆ ฝั่งซ้ายทันที
“ตามไป!” เฮียเปียวเห็นเธอวิ่ง จึงออกคำสั่งให้คนขับรถเหยียบคันเร่ง
“แต่ว่าเฮียเปียวครับ ตอนนี้ไฟแดงอยู่ ไม่น่าจะดีมั้งครับ...” ไม่รู้ว่าคนขับรถเป็มือใหม่หรืออย่างไรถึงได้ถามคำถามโง่ๆ ออกมา
ชายหน้าแผลเป็ยกแขนขึ้นตบหัวคนขับรถอย่างแรง แล้วจ้องเขม็งอย่างโกรธขึ้ง “ฉันสั่งให้แกตามไป แกไม่ได้ยินเหรอ”
คนขับรถหดคอกุมหัวอย่างเ็ป จากนั้นจึงจับพวงมาลัยให้มั่นอีกครั้ง แล้วไล่ตามซูเฉียวที่กำลังจะลับสายตาไป
แม้ว่าซูเฉียวจะวิ่งเร็ว แต่ก็ไม่สามารถวิ่งหนีรถยนต์สี่ล้อได้ เพียงชั่วครู่รถยนต์ก็ไล่ตามหลังซูเฉียวทัน อีกนิดก็เกือบจะชนเข้าให้แล้ว
ซูเฉียวหันมองเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นยิ้มหยันเบาๆ
คิดจะไล่ตามเธอเหรอ ไม่มีทางเสียหรอก!
เธอจึงฉวยโอกาสตอนที่พวกเขาจอดรถเพื่อจะมาจับตัวเธอเปลี่ยนไปอีกทางทันที เธออาศัยขอบปูนซีเมนต์ของแปลงดอกไม้ะโจนตัวลอยและข้ามกำแพงสูงที่อยู่บนทางเดินทันที
“ไม่จริงน่า เธอบินได้หรือไงกัน” เมื่อเห็นลูกไก่ในกำมือบินจากไป ทั้งยังหายไปต่อหน้าต่อตาพวกเขาอีก พวกเฮียเปียวก็ตะลึงงันกันถ้วนหน้า
“เฮียเปียว จะตามต่อไหมครับ” ลูกน้องถามออกไปอย่างระมัดระวัง
ชายหน้าแผลเป็หรี่ตาลง แล้วพูดคำตอบที่น่าประหลาดใจออกมา “ไม่ต้องแล้ว”
เมื่อลูกน้องได้ยินดังนั้น พวกเขาก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรอยู่พักใหญ่
ก็แค่กำแพง ทำไมถึงยอมแพ้ง่ายนักล่ะ
ราวกับมองเห็นความสงสัยของพวกเขา ชายหน้าแผลเป็ก็จ้องมองพวกเขาอย่างโเี้ “พวกแกไม่แหกตาดูล่ะ ว่านั่นเป็ถิ่นของใคร! นางเด็กนั่นกล้าบุกเข้าไปโดยพลการ เราไม่ต้องลงมือ คนในนั้นก็จัดการเธอได้!”
“อ้าว แล้วจะทิ้งเงินหนึ่งล้านไปเหรอครับ”
ชายหน้าแผลเป็ถอนหายใจแล้วพูดอย่างไม่เต็มใจว่า “ถึงจะไม่เต็มใจแล้วจะทำอะไรได้ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เราจะบุกรุกเข้าไปได้ ไป กลับไปรายงานนายใหญ่ก่อน”
ลูกน้องหลายคนมองตากันปริบๆ ทำสีหน้างงงวยกันถ้วนหน้า แท้จริงแล้วคนที่อยู่ที่นี่เป็ใครกันแน่ ขนาดแก๊งไห่เทียนถึงยังไม่กล้าเข้าไปยุ่งวุ่นวายแบบนี้
ซูเฉียวรอดพ้นจากพวกเฮียเปียวและกำลังจะถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ก็ได้ยินเสียงหมาเห่า ยังไม่ทันมองให้ชัด ก็มีเงาดำกระโจนเข้ามาใส่เธอ โจมตีอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนไม่ได้สามารถต้านทานได้
อะไรกัน ทำไมเลี้ยงหมาเยอะแบบนี้เนี่ย!
ซูเฉียวพยายามจะคิด แต่ก่อนที่ทิเบตันแมสติฟฟ์[4] พวกนั้นจะกระโจนใส่ เธอก็กลิ้งตัวหลบการโจมตีที่ร้ายแรงถึงชีวิตได้ทัน ทว่า ทิเบตันแมสติฟฟ์พวกนั้นไม่ใช่จะรับมือได้ง่ายๆ พวกมันตัวใหญ่มหึมา มีพละกำลังที่น่าทึ่ง และพวกมันก็ยังถูกคนฝึกมาอย่างเต็มรูปแบบ จึงมีการตอบสนองที่ว่องไวปราดเปรียว เมื่อโจมตีครั้งแรกไม่สำเร็จ พวกมันก็หันกลับมากระโจนเข้าใส่อีกรอบ และก็ไม่ได้มาแค่ตัวเดียวเท่านั้น แต่มากันเป็ฝูง
ซูเฉียวหลบซ้ายหลีกขวาพลางสบถด่าอยู่ในใจไม่หยุด
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/e45e3e408ff3bd98c5a99b49817436cb
[4] ทิเบตันแมสติฟฟ์ (Tibetan mastiffs) เป็สุนัขพันธุ์เก่าแก่มาก มีต้นกำเนิดในทิเบต ประเทศจีน มีความเชื่อว่าเป็สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ เป็สุนัขพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุด ดุที่สุด และแข็งแกร่งที่สุดในโลก