มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 43 ห้องพักสองหมื่นเหรียญทอง

            เหตุการณ์นี้ได้สร้างชื่อให้ ขวานมหากาฬจางลี่ มีชื่อเสียงกระเดื่องดังในชั่วข้ามคืนภายในอาณาจักรเนตรอสูร ...แต่จากเหตุการณ์ครานั้น แม้กังลี่จะสังหารกลุ่มโจรจนหมดสิ้น

     

            แต่กังลี่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน จึงหลีกลี้ซ่อนนามเงียบหายไปตั้งแต่บัดนั้น ...เพราะทุกผู้คนต่างทราบว่ากลุ่มโจรป่าห้าทมิฬนั้นมีกลุ่มอิทธิพลหนุนหลังและคอยเก็บผลประโยชน์อยู่  ...

     

            ใครจะคาดว่าเถ้าแก่โรงเตี้ยมแชน์ฮ๊วงอันเลื่องชื่อที่ดูหน้าตามีเมตตาโอบอ้อมอารี จะเคยเป็นผู้เยี่ยมยุทธในอดีตที่เคยก่อเรื่องลือลั่นในชั่วข้ามคืน  ..

     

            เถ้าแก่จางลี่เมื่อเห็นบุรุษหนุมอ่อนวัยท่าทางสำอางค์แต่งตัวธรรมดาจู่ ๆ มาปรากฎขึ้นตรงหน้าตน จนผู้มีฝีมือระดับปราณขุนพลระดับแปดขั้นสี่เช่นตน ไม่อาจสัมผัสถึงพลังใด ๆ ได้ก็ตกตะลึงไปเช่นกัน เหลีอบมองไปยังพนักงานที่ยืนทำหน้าที่เฝ้าหน้าโรงเตี้ยมแวบหนึ่งแล้วรีบลุกขึ้นยกมือคารวะชายหนุ่มเบื้องหน้าพร้อมกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า

     

            "โรงเตี้ยมแชน์ฮ๊วงยินดีต้อนรับกงจื้อ มิทราบมีไรให้รับใช้ เชิญท่านบอกกล่าว ผู้รับใช้มีตาหามีแววมิทราบได้ล่วงเกินอันใดกงจื้อบ้างหรือไม่?"  

     

           เถ้าแก่ประเมินชายหนุ่มเยาว์วัยเบื้องหน้าจากท่าร่างอันรวดเร็วก่อนหน้านี้ ด้วยระดับฝีมือของตน ยังไม่สามารถมองออกว่าแท้จริงบุรุษหนุ่มเบื้องหน้ามีฝีมือแท้จริงระดับใด ...

     

            เนื่องจากจางลี่สำรวจได้จากระดับปราณที่สำรวจได้ ว่าเป็นแค่เด็กหนุ่มที่มีระดับปราณต่ำเตี้ยแค่ระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดเท่านั้น ..

     

            แต่ท่าร่างที่แสดงออกมาเมื่อกี้..!!.แม้แต่ผู้มีระดับปราณปราณขุนพลระดับแปด ขั้นสี่เช่นเขาก็มิอาจกระทำได้ !!.. จึงฉงนใจและอดมีความกริ่งเกรงถึงภูมิหลังของบุรุษหนุ่มเยาว์วัยผู้นี้มิได้

     

            กังหลงเห็นเช่นนั้นก็ฉุกคิดขึ้นว่าตนได้สวมสร้อยปิดลมปราณซ่อนชีพจรซึ่งปกปิดลมปราณที่แท้จริงให้ระดับปราณยุทธที่แสดงออกเพียงระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดเท่านั้น

     

            ครั้นครุ่นคิดได้ว่าตนเผลอใช้อารามณ์แสดงพลังที่มากมายเกินระดับที่แสดงอยู่ออกมาให้ผู้อื่นพบเห็นเข้าให้แล้ว..จึงได้แต่แย้มยิ้มกลบเกลื่อนและคารวะตอบ


            "มิมีไรเถ้าแก่ ..ข้าพเจ้าเพียงเพิ่งมาเยือนเมืองแห่งนี้เป็นคราแรก แค่อยากจะหาที่พัก เพื่ออยู่อาศัยสักชั่วคราว เถ้าแก่โปรดแนะนำด้วย...มีทราบที่นี่ยังมีห้องพักพร้อมอาหารการกินเหลืออีกหรือไม่...คิดค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร?"

     

            เถ้าแก่ได้ฟังเช่นนั้นก็แย้มยิ้มและกล่าวขึ้น ...

     

           "กงจื้อต้องการที่พัก นับว่าหาถูกที่แล้วขณะนี้เมืองเหอหนานจะมีการจัดงานโดยสมาคมโอสถเพื่อค้นหาอัจฉริยะขึ้นในวันพรุ่งนี้..ห้องพักใกล้เคียงเกือบทุกที่เต็มเกือบหมด..นับว่าที่นี่มีห้องเหลืออยู่เพียงสองห้องเท่านั้น  "

     

            "ห้องหนึ่งโรงเตี้ยมจะสำรองไว้ต้อนรับอาคันตุกะผู้ทรงเกียร์ติซึ่งอยู่แยกออกไปทางเชิงเขาเป็นที่พักสันโดษ ไม่วุ่นวาย  "

     

            "ส่วนอีกห้องเป็นเรือนชั้นดีเยี่ยมอยู่ทางเชิงเขาใกล้เคียงกันเช่นกัน  ....เรือนรับรองอาคันตุกะราคาอยู่ที่ห้องละสองหมื่นเหรียญทอง...เรือนชั้นดีเยี่ยมราคาอยู่ที่ห้องละหนึ่งหมื่นเหรียญทองหากกงจื้อสนใจ เพื่อเป็นเกียรติที่ท่านเพิ่งเข้ามาครั้งแรก ข้าจะลดให้เป็นกรณีพิเศษ" 

     

            กังหลงได้ยินเช่นนั้นถึงกับสะอึก...ครุ่นคิดในใจ...

     

            "ห้องบัดซบอันใดถึงได้แพงขนาดนี้.ห้องละสองหมื่นเหรียญทอง..นี่มันจะขูดเลือดขูดเนื้อผู้มาใช้บริการมากไปไหม..เฮอะๆ ถ้าข้าเอาห้องกาลเวลามาให้บริการไม่ทราบว่าจะคิดวันละเท่าไร..หรือจะมีอะไรที่เลอเลิศพิเศษอยู่ถึงได้แพงขนาดนี้..." 

     

            ครุ่นคิดดังนั้นจึงถามขึ้น

     

           "ไม่ทราบว่าเหตุใดราคาห้องพักถึงราคาสูงขนาดนี้หรือราคาห้องพักของเมืองเหอหนานจะเป็นเช่นนี้ทั้งหมดรึเถ้าแก่ ?" 

     

            เถ้าแก่ยิ้มเจื่อน..กล่าวด้วเล็กน้อยความเกรงใจ..

     

           "เอ่อ..ราคาห้องพักโดยทั่วไปภายในเมืองเหอหนานโดยทั่วไปมักจะอยู่ที่หนึ่งพันถึงสามพันเหรีญทองต่อคืน แต่ของโรงเตี้ยมแชน์ฮ๊วงจะพิเศษแค่สองห้องนี้เท่านั้นกงจื้อ "

     

            " ห้องอื่น ๆที่เหลืออยู่ที่ราคาห้องละสามพันเหรียญทองทั้งสิ้น ..ยกเว้นเรือนรับรองอาคันตุกะราคาอยู่ที่ห้องละสองหมื่นเหรียญทอง "

     

            "เนื่องจากในเรือนนี้มีห้องโอสถสำหรับปรุงโอสถพร้อมเตากลั่นโอสถให้บริการและมีห้องฝึกลมปราณที่ชักนำลมปราณฟ้าดินอันหนาแน่จากภูเขาด้านหลังมารวมไว้ในห้องเพื่อให้ผู้พักได้ฝึกปรือซึ่งมีปริมาณปราณฟ้าดินหนาแน่นกว่าภายนอกถึงสามเท่า..."

     

            "ส่วนเรือนชั้นดีเยี่ยมราคาอยู่ที่ห้องละหนึ่งหมื่นเหรียญทองห้องนี้ก็มีห้องโอสถให้บริการเพิ่มเช่นกันแต่จะไม่มีห้องฝึกลมปราณให้บริการเหมือนเช่นเรือนรับรองอาคันตุกะ"

     

            กังหลงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจเหตุผลถึงราคาของห้องแต่ตนตอนออกจากตระกูลมามีเงินทองติดตัวเป็นค่าเดินทางที่บิดาให้มาเพียงห้าพันเหรียญทอง

     

            เพื่อไว้ใช้จ่ายในระยะเวลาประมาณหกเดือนนี้เท่านั้นก่อนหน้านั้นตอนอยู่ในตระกูลค่าใช้จ่ายต่าง ๆผู้เป็นบิดาและมารดาล้วนเป็นผู้ใช้จ่ายให้ทั้งสิ้น..มิน่าผู้เป็นบิดาจึงได้พยายามขวนขวายปรุงโอสถระดับต่างๆตามกำลังเพื่อหาเงินเข้าตระกูลไม่เคยหยุดหย่อน ไม่นึกว่ายามตนเองต้องออกมาดำรงชีวิตภายด้านนอก...เงินทองถึงกับมีความสำคัญปานนี้  รำพึงเบา ๆ ว่า...

     

            "ไม่มีเงินทองต้องอยู่เฉกเช่นยาจก...แม้หากมีเงินทองยังสามารถใช้ผีโม่แป้งได้...เป็นเช่นนี้จริง ๆ"

     

            เถ้าแก่ได้ยินคำรำพึงเบาๆของกังหลงก็ขมวดคิ้วนิดหนึ่ง...ครุ่นคิดและพูดขึ้นด้วยความเห็นใจเนื่องจากประเมินดูแล้วบุรุษหนุมอ่อนวัยท่าทางสำอางค์แต่งตัวธรรมดาผู้นี้น่าจะไม่มีกำลังเช่าห้องทั้งสองได้..

     

           "อันค่าห้องพักนั้นนอกจากชำระด้วยเงินทองแล้วยังสามารถใช้ของมีค่าอย่างอื่นเช่น ทักษะยุทธ อาวุธ อุปกรณ์ต่าง ๆ หรือแม้แต่โอสถ ชำระแทนเงินทองได้..แต่ของเหล่านั้นต้องได้รับการประเมินราคาจากสำนักประมูลที่รับรองว่าของแต่ละอย่างมีค่าเท่าใด!!"

     

            กังหลงได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มมีความหวังขึ้นมา..เนื่องจากระหว่างการเดินทางที่ผ่านมาได้เริ่มรู้สึกว่าคอขวดที่ไม่สามารถทะลุทะลวงผ่านไปได้ และจากการใช้พลังลมปราณพุ่งทะยานเหินบินมานี้

     

            การถ่ายเทพลังไหลเวียนในร่างกายยามใช้ปีกฟ้าวายุคำรณอันยาวนานได้เริ่มก่อเกิดพลังหนาแน่นขึ้นจนจับสัมผัสพลังได้ว่าใกล้เติมเติมคอขวดและมีโอกาสที่จะทะลวงไปยังระดับต่อไปได้ทุกเมื่อ...จึงคิดจะหาเวลาหลอมโอสถปราณเมฆินทร์ซึ่งเป็นโอสถยกระดับปราณระดับสี่ ระดับสูง

     

            และตอนนี้ตนก็มีส่วนประกอบสำหรับสำหรับหลอมโอสถปราณเมฆินทร์..จากการฝึกฝน ตนสามารถหลอมโอสถระดับห้าขั้นต่ำได้แล้ว ..โอสถระดับสี่ระดับสูงซึ่งเป็นโอสถระดับต่ำกว่าโอสถระดับห้าขั้นต่ำตนย่อมมีโอกาสหลอมสำเร็จได้เช่นกัน และมีโอกาสสำเร็จมากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน ...

     

            ก่อนหน้านี้ที่ตนไม่คิดจะหลอมโอสถปราณเมฆินทร์ซึ่งเป็นโอสถยกระดับปราณระดับสี่ ระดับสูง เป็นเพราะส่วนประกอบสำหรับหลอมโอสถมีน้อยและตนเพิ่งหลอมโอสถระดับสี่ระดับสูงสำเร็จจึงยังไม่สามารถหลอมโอสถระดับห้าได้ ..

     


    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน