สวนนี้มีชื่อคุณ

    บทที่ 9: ของที่ถูกลืม

    คำว่า ปลด ไม่ยอมออกจากหัวพฤกษ์


    มันไม่ได้ดังเหมือนเสียงในสวน ไม่ได้หวานเหมือนกลิ่นดอกไม้ แต่มันติดอยู่ใต้ผิว เหมือนเสี้ยนเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นแต่ขยับทีไรก็เจ็บ


    พฤกษ์นั่งอยู่ในห้องทำงานของศูนย์วิจัยตอนฟ้ายังไม่สว่าง สมุดบันทึกของปกรณ์วางเปิดอยู่ตรงหน้า ข้าง ๆ มีแก้วกาแฟที่เย็นไปแล้ว รอยตราฝากรากบนฝ่ามือขวายังไม่หาย มันจางลงตอนเขาอยู่ห่างจากต้นไม้ แต่ไม่ยอมกลับไปเป็๲ผิวธรรมดาอีก


    เขาเปิดสมุดพ่อทีละหน้า มองหาคำว่า ปลด


    หน้าแรก ๆ มีแต่บันทึกอาการของสวน ดอกไม้บานผิดฤดู เสียงเคาะ ประตูที่เปิดจากด้านใน รายชื่อคนที่ป่วยหลังเข้าใกล้กลิ่นหวาน


    หน้ากลาง ๆ เริ่มมีคำที่พฤกษ์ไม่อยากอ่าน


    เขาขีดเส้นใต้ไว้ในสำเนาที่ถ่ายจากสมุด ไม่แตะหน้าจริงมากเกินจำเป็๲


    ของที่ถูกลืมใต้รากเก่า


    อย่าเปิดถ้าไม่มีผู้รับฝากอยู่ด้วย


    ใต้ประโยคนั้นมีพิกัดเก่า ไม่ใช่ละติจูดลองจิจูดแบบปัจจุบัน แต่เป็๲การบอกตำแหน่งด้วยแปลง เพิง และต้นไม้


    หลังเรือนกระจกที่สาม


    ใต้ลำดวนที่ไม่ออกดอก


    พฤกษ์ถ่ายรูปโน้ตไว้ทันที


    โทรศัพท์เขาสั่นก่อนจะกดส่งให้ธาม


    ชื่อธามขึ้นบนหน้าจอ


    "คุณกำลังจะโทรหาผม?" ธามถามทันทีที่พฤกษ์รับ


    "กำลังจะส่งรูปให้" พฤกษ์ตอบธาม "คุณมีอะไร"


    "มีรายงานบุกรุกเรือนกระจกเก่าของเทศบาล" ธามพูด "พื้นที่นั้นเคยอยู่ในผังสวนวรพฤกษ์ก่อนถูกแบ่งออกจากทะเบียน"


    หลังเรือนกระจกที่สาม


    ใต้ลำดวนที่ไม่ออกดอก


    "ผมรู้ว่าต้องไปตรงไหน" พฤกษ์พูด


    ธามเงียบไปครึ่งวินาที "แน่นอน คุณรู้ก่อนตำรวจอีกแล้ว"


    "ไม่ใช่ก่อน" พฤกษ์ตอบ "พ่อผมรู้ก่อนเราทั้งหมด"


    ธามสั่งเสียงแข็ง "ส่งตำแหน่งมา แล้วรอผม"


    "ผมจะรอหน้าประตู" พฤกษ์ตอบ


    "พฤกษ์"


    การที่ธามเรียกชื่อเขาโดยไม่มีคำนำหน้าทำให้พฤกษ์หยุดมือ


    "อย่าแตะอะไรจนกว่าผมไปถึง" ธามพูด "รอบนี้ผมพูดในฐานะคนที่ไม่อยากเจอชื่อคุณในช่องผู้ตาย"


    พฤกษ์ตอบเบาลง "ผมจะพยายาม"


    เขากดวางสายแล้วเห็นข้อความใหม่จากอคิราห์


    ไม่มีคำถาม ไม่มีคำอธิบาย


    อคิราห์ตอบกลับทันที


    เพราะถ้าคุณเจอคำว่าใต้รากเก่า คุณจะไป


    พฤกษ์มองข้อความนั้นอยู่นานกว่าที่ควร แล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า


    เรือนกระจกเก่าของเทศบาลอยู่หลังอาคารเก็บอุปกรณ์สวนสาธารณะ พื้นที่ถูกล้อมด้วยรั้วตาข่ายสนิมขึ้น ป้ายห้ามเข้าเอียงจนตัวอักษรอ่านยาก แสงเช้าสีเทาคลุมกระจกแตกบนหลังคาให้ดูเหมือนเกล็ดปลาแห้ง


    ธามมาถึงพร้อมเ๽้าหน้าที่สองคน


    อคิราห์มาถึงพร้อมกล่องโลหะของเขา


    ไม่มีใครถามว่าทำไมทุกคนมาถึงเกือบพร้อมกัน


    เพราะตอนนี้คำตอบของคำว่า บังเอิญ เริ่มเหลือน้อยลงทุกที


    "จุดที่พ่อคุณเขียนอยู่ตรงไหน" ธามถามพฤกษ์


    พฤกษ์เปิดรูปโน้ตให้ธามดู "หลังเรือนกระจกที่สาม ใต้ลำดวนที่ไม่ออกดอก"


    เ๽้าหน้าที่คนหนึ่งมองไปรอบ ๆ "ที่นี่มีเรือนกระจกเหลือสองหลังครับ หลังที่สามถูกรื้อไปแล้ว"


    พฤกษ์มองพื้นที่โล่งหลังเรือนกระจกสองหลัง เห็นพื้นปูนแตกร้าวและวัชพืชขึ้นแทรก


    อคิราห์พูดขึ้น "ลองนับจากผังเก่า ไม่ใช่ของที่เหลืออยู่"


    ธามหันไปถามอคิราห์ "คุณมีผังเก่า?"


    อคิราห์ตอบ "จำได้บางส่วน"


    "แน่นอน" ธามพึมพำ "ทุกคนจำทุกอย่างได้ ยกเว้นตอนต้องตอบคำถาม"


    พฤกษ์เดินตามแนวฐานปูนเก่าที่แทบจมหญ้า เส้นหนึ่งลากยาวไปหลังพื้นที่โล่ง เขาหยุดเมื่อรอยตราบนฝ่ามือร้อนขึ้น


    ต้นลำดวนยืนอยู่ตรงมุมกำแพง


    มันสูงกว่าที่ควรสำหรับต้นไม้ที่ไม่มีใครดูแล ลำต้นบิดเป็๲เกลียว เปลือกแตกเป็๲ร่องลึก ใบสีเขียวเข้มแต่ไม่มีดอกแม้แต่ดอกเดียว ใต้โคนมีรากใหญ่โผล่พ้นดินเหมือนนิ้วมือที่พยายามกุมอะไรไว้


    พืชเล็กในรอยแตกกำแพงรอบ ๆ หันปลายใบเข้าหาพฤกษ์พร้อมกัน


    "ตรงนี้" พฤกษ์บอกธาม


    ธามสั่งเ๽้าหน้าที่ตั้งกล้องและถ่ายภาพก่อนขุด ทุกขั้นตอนช้ากว่าที่พฤกษ์อยากให้เป็๲ แต่เขาเข้าใจแล้วว่าความรีบทำให้คนตายในคดีนี้ง่ายแค่ไหน


    เมื่อดินรอบรากถูกเปิดออก กลิ่นไม้เก่าและกลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมา


    ตามด้วยกลิ่นดอกไม้


    เ๽้าหน้าที่หยุดมือทันที


    "ถอย" อคิราห์สั่ง


    ธามมองเขา "ผมเป็๲คนสั่งพื้นที่"


    "งั้นสั่งให้เขาถอย" อคิราห์ตอบธาม "กลิ่นขึ้นแล้ว"


    ธามสบถ แต่ยกมือให้เ๽้าหน้าที่ถอย


    พฤกษ์คุกเข่าลงใกล้หลุม ดินใต้รากมีหีบไม้เล็กฝังอยู่ ฝาหีบสลักตราฝากราก เส้นวงกลมซ้อนสามชั้นชัดกว่าทุกตราที่เขาเคยเห็น ก้านใบกลางวงไม่แทงขึ้นตรง ๆ แต่งอเหมือนกำลังเปิดทางให้บางสิ่งเลื้อยออก


    อคิราห์จับข้อมือเขาก่อนที่เขาจะยื่นมือไป


    "อย่าแตะ" อคิราห์พูดกับพฤกษ์


    "ถ้าไม่แตะ มันจะเปิดไหม" ธามถามอคิราห์


    ธามหันมาถามพฤกษ์ "คุณคิดว่าเปิดได้ไหม"


    พฤกษ์มองหีบ "มันรอผู้รับฝาก"


    "นั่นคือคุณ?" ธามถามพฤกษ์


    "ตอนนี้ทุกอย่างพยายามบอกแบบนั้น"


    อคิราห์บีบข้อมือเขาแน่นขึ้น "ทุกอย่างในสวนโกหกได้"


    "แต่หีบนี้อยู่ที่นี่ก่อนผมเกิด" พฤกษ์ตอบอคิราห์ "และพ่อผมทิ้งโน้ตให้หา"


    "พ่อคุณก็เคยคิดว่าควบคุมมันได้" อคิราห์ตอบ


    ประโยคนั้นเจ็บตรงเกินไป


    พฤกษ์ดึงมือกลับจากอคิราห์ช้า ๆ ไม่ใช่สะบัด


    "ผมจะไม่เปิดเพราะสวนเรียก" พฤกษ์พูด "ผมจะเปิดเพราะถ้าเราไม่รู้ว่ามีอะไรหายไป เราจะไม่รู้ว่าคนร้ายกำลังรวบรวมอะไร"


    ธามมองทั้งคู่ ก่อนพูดเสียงต่ำ "ผมไม่ชอบเลย แต่เห็นด้วย"


    อคิราห์หลับตาสั้น ๆ เหมือนพยายามกลืนคำค้านลงไป


    พฤกษ์วางฝ่ามือขวาบนตราฝากราก


    โลกกระแทกเขากลับไปสิบปีก่อน


    ปกรณ์ วรากุลคุกเข่าอยู่ใต้ต้นลำดวนต้นเดียวกัน มือเปื้อนดินจนถึงข้อมือ ข้าง ๆ เขามีชายสวมเสื้อสูทสีเข้มคนหนึ่ง ใบหน้าถูกเงาฝนบัง แต่พฤกษ์เห็นแหวนสีดำในมือชัด


    "คุณสัญญาว่าจะไม่ใช้เด็ก" ปกรณ์พูดกับชายคนนั้น


    ชายคนนั้นตอบเสียงเย็น "เด็กเป็๲คนเดียวที่แหวนยอมจำชื่อ"


    "เขาไม่เกี่ยว" ปกรณ์พูด


    "เขาเกิดในบ้านกฤตเมธ เขาเกี่ยว๻ั้๹แ๻่ก่อนมีชื่อ" ชายคนนั้นตอบ


    ปกรณ์ปิดหีบแรงจนดินกระเด็น "ถ้าคุณเอาเด็กเข้าไป ผมจะปิดสวน"


    "คุณปิดไม่ได้ถ้าไม่มีชื่อจริงของสิ่งข้างใน" ชายคนนั้นพูด


    "ผมมีชื่อพอจะซื้อเวลา" ปกรณ์ตอบ


    ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ "ซื้อเวลาให้ลูกคุณหรือให้ตัวเอง"


    ปกรณ์หันมาทางพฤกษ์เหมือนเห็นเขา


    ดวงตาพ่อแดงก่ำจากฝนหรือจากการร้องไห้ พฤกษ์ไม่รู้


    "อย่าเปิดให้เสียงที่สงสาร" ปกรณ์พูด "ความสงสารเป็๲ประตูที่มันชอบที่สุด"


    พฤกษ์กลับมาที่ใต้ต้นลำดวนพร้อมเสียงหีบดังคลิก


    อคิราห์ยืนซีดอยู่ด้านหลังเขา ธามขยับเข้ามา แต่หยุดเมื่อเห็นสิ่งในหีบ


    ข้างในมีผ้าดำห่อของสามชิ้น


    ชิ้นแรกคือแหวนสีดำครึ่งวง


    มันไม่ได้หักเหมือนของแตก แต่ถูกตัดอย่างตั้งใจ ครึ่งหนึ่งของวงแหวนหายไป เหลือหัวแหวนที่มีลายตราฝากรากเพียงครึ่งซีก


    ชิ้นที่สองคือเศษสมุดพิธีเก่าขนาดเท่าฝ่ามือ กระดาษเปราะจนแทบหายใจใส่ไม่ได้


    ชิ้นที่สามคือเมล็ดดอกไม้แห้งสามเมล็ดในขวดแก้วเล็ก


    แม้อยู่ใต้ดินมานานสิบปี


    ธามพูดเสียงต่ำ "บันทึกภาพทุกมุม"


    เ๽้าหน้าที่ตอบ "ครับ"


    พฤกษ์ไม่ได้มองกล้อง เขามองอคิราห์


    อคิราห์มองแหวนครึ่งวงเหมือนมันเป็๲ศพคนรู้จัก


    "คุณเคยเห็นมัน" พฤกษ์พูดกับอคิราห์


    "เคย" อคิราห์ตอบ


    "อีกครึ่งอยู่ที่ไหน" พฤกษ์ถามอคิราห์


    อคิราห์กลืนน้ำลาย เสียงเขาเบาลง "ถ้าอีกครึ่งถูกใส่อยู่ เราไม่มีเวลามาก"


    ธามหันขวับ "แปลว่าอะไร"


    อคิราห์ตอบธาม "แปลว่าครึ่งที่อยู่กับเราเป็๲ตัวปิด อีกครึ่งอาจเป็๲ตัวเปิด"


    "และถ้ามีคนใส่ตัวเปิด?" พฤกษ์ถาม


    "ประตูจะเริ่มจำคนใส่" อคิราห์ตอบพฤกษ์


    พฤกษ์นึกถึงเด็กชายในนิมิต


    แหวนจำชื่อได้ดีกว่าคน


    เขาขยับไปดูเศษสมุดพิธี บนหน้าที่เหลืออยู่มีข้อความสั้น ๆ เขียนด้วยหมึกซีด


    ผู้รับฝากต้องให้เ๣ื๵๪


    สิ่งที่ถูกฝากต้องถูกเรียกด้วยชื่อจริง


    ธามสบถ "นี่เริ่มเหมือนคู่มือฆ่าคนมากกว่าบันทึกเก่า"


    "หรือคู่มือปิดบางอย่าง" พฤกษ์พูด


    อคิราห์มองเขา "อย่าเพิ่งเลือกข้างให้มัน"


    "ผมไม่ได้เลือก" พฤกษ์ตอบ


    "คุณเริ่มสงสารเสียงในสวน"


    "ปกรณ์เคยบอกว่าคุณแพ้สิ่งที่กำลังจะตาย" อคิราห์พูดเบาลง "ต้นไม้ แมลง คนแปลกหน้า อะไรก็ตามที่คนอื่นคิดว่าสายไปแล้ว"


    พฤกษ์มองเขา "พ่อผมพูดถึงผมเยอะขนาดนั้นเลยหรือ"


    อคิราห์ไม่ได้ตอบทันที


    "มากพอให้ผมรู้ว่าความสงสารของคุณไม่ใช่เ๱ื่๵๹เล็ก" เขาพูดในที่สุด "และมากพอให้กลัวเวลาสวนรู้เ๱ื่๵๹เดียวกัน"


    ธามเรียกเ๽้าหน้าที่ให้ตรวจหลุมรอบราก เพิ่มอีกไม่กี่นาที เ๽้าหน้าที่คนหนึ่งชี้รอยดินฝั่งซ้าย


    "มีรอยขุดใหม่ครับ ดินด้านนี้ถูกเปิดมาแล้ว" เ๽้าหน้าที่บอก


    ธามเดินไปดู "นานแค่ไหน"


    "ไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมง รอยถุงมือยังอยู่" เ๽้าหน้าที่ตอบ


    พฤกษ์ก้มมองในหีบอีกครั้ง คราวนี้เขาเห็นช่องว่างด้านใน ผ้าดำถูกพับเป็๲รูปพอดีกับวัตถุอีกชิ้น ขนาดเท่าฝ่ามือ รูปร่างคล้ายแผ่นบาง ๆ หรือป้ายสลัก


    แต่มันว่าง


    "มีของหาย" พฤกษ์บอกธาม


    ธามมองหีบแล้วสีหน้าแข็งขึ้น "กล้องพื้นที่นี้ยังใช้ได้ไหม"


    เ๽้าหน้าที่ไอทีที่เพิ่งมาถึงเปิดแท็บเล็ต "กล้องเทศบาลเสียไปสองตัว แต่ตัวหน้าประตูเรือนกระจกสองยังเก็บภาพได้บางส่วน"


    "เปิด" ธามสั่ง


    ภาพบนจอแตกเป็๲เส้นและกระตุกเพราะกล้องเก่า เวลาในมุมจอคือเมื่อคืน 02:16 น.


    ชายคนหนึ่งเดินออกจากเงาเรือนกระจก เขาสวมหมวกแก๊ปและหน้ากาก แต่ท่าทางเดินกับเสื้อสูทสีเทาทำให้พฤกษ์จำได้จากรูปแฟ้มอสังหาริมทรัพย์


    ภาคิน อัศวเมธา


    ในมือเขาถือวัตถุขนาดเท่าฝ่ามือ ห่อผ้าดำไว้ครึ่งหนึ่ง


    ก่อนภาพตัด ภาคินหันมาทางกล้องเหมือนรู้ว่าถูกมอง


    แล้วเขายกมือขึ้น


    นิ้วนางข้างขวาของเขาสวมแหวนสีดำ


    อีกครึ่งหนึ่ง


    อคิราห์พูดเสียงเบาจนเกือบหายไปกับลม


    "เขาใส่มันแล้ว" อคิราห์พูด