คำว่า ปลด ไม่ยอมออกจากหัวพฤกษ์
มันไม่ได้ดังเหมือนเสียงในสวน ไม่ได้หวานเหมือนกลิ่นดอกไม้ แต่มันติดอยู่ใต้ผิว เหมือนเสี้ยนเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นแต่ขยับทีไรก็เจ็บ
พฤกษ์นั่งอยู่ในห้องทำงานของศูนย์วิจัยตอนฟ้ายังไม่สว่าง สมุดบันทึกของปกรณ์วางเปิดอยู่ตรงหน้า ข้าง ๆ มีแก้วกาแฟที่เย็นไปแล้ว รอยตราฝากรากบนฝ่ามือขวายังไม่หาย มันจางลงตอนเขาอยู่ห่างจากต้นไม้ แต่ไม่ยอมกลับไปเป็ผิวธรรมดาอีก
เขาเปิดสมุดพ่อทีละหน้า มองหาคำว่า ปลด
หน้าแรก ๆ มีแต่บันทึกอาการของสวน ดอกไม้บานผิดฤดู เสียงเคาะ ประตูที่เปิดจากด้านใน รายชื่อคนที่ป่วยหลังเข้าใกล้กลิ่นหวาน
หน้ากลาง ๆ เริ่มมีคำที่พฤกษ์ไม่อยากอ่าน
เขาขีดเส้นใต้ไว้ในสำเนาที่ถ่ายจากสมุด ไม่แตะหน้าจริงมากเกินจำเป็
ของที่ถูกลืมใต้รากเก่า
อย่าเปิดถ้าไม่มีผู้รับฝากอยู่ด้วย
ใต้ประโยคนั้นมีพิกัดเก่า ไม่ใช่ละติจูดลองจิจูดแบบปัจจุบัน แต่เป็การบอกตำแหน่งด้วยแปลง เพิง และต้นไม้
หลังเรือนกระจกที่สาม
ใต้ลำดวนที่ไม่ออกดอก
พฤกษ์ถ่ายรูปโน้ตไว้ทันที
โทรศัพท์เขาสั่นก่อนจะกดส่งให้ธาม
ชื่อธามขึ้นบนหน้าจอ
"คุณกำลังจะโทรหาผม?" ธามถามทันทีที่พฤกษ์รับ
"กำลังจะส่งรูปให้" พฤกษ์ตอบธาม "คุณมีอะไร"
"มีรายงานบุกรุกเรือนกระจกเก่าของเทศบาล" ธามพูด "พื้นที่นั้นเคยอยู่ในผังสวนวรพฤกษ์ก่อนถูกแบ่งออกจากทะเบียน"
หลังเรือนกระจกที่สาม
ใต้ลำดวนที่ไม่ออกดอก
"ผมรู้ว่าต้องไปตรงไหน" พฤกษ์พูด
ธามเงียบไปครึ่งวินาที "แน่นอน คุณรู้ก่อนตำรวจอีกแล้ว"
"ไม่ใช่ก่อน" พฤกษ์ตอบ "พ่อผมรู้ก่อนเราทั้งหมด"
ธามสั่งเสียงแข็ง "ส่งตำแหน่งมา แล้วรอผม"
"ผมจะรอหน้าประตู" พฤกษ์ตอบ
"พฤกษ์"
การที่ธามเรียกชื่อเขาโดยไม่มีคำนำหน้าทำให้พฤกษ์หยุดมือ
"อย่าแตะอะไรจนกว่าผมไปถึง" ธามพูด "รอบนี้ผมพูดในฐานะคนที่ไม่อยากเจอชื่อคุณในช่องผู้ตาย"
พฤกษ์ตอบเบาลง "ผมจะพยายาม"
เขากดวางสายแล้วเห็นข้อความใหม่จากอคิราห์
ไม่มีคำถาม ไม่มีคำอธิบาย
อคิราห์ตอบกลับทันที
เพราะถ้าคุณเจอคำว่าใต้รากเก่า คุณจะไป
พฤกษ์มองข้อความนั้นอยู่นานกว่าที่ควร แล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า
เรือนกระจกเก่าของเทศบาลอยู่หลังอาคารเก็บอุปกรณ์สวนสาธารณะ พื้นที่ถูกล้อมด้วยรั้วตาข่ายสนิมขึ้น ป้ายห้ามเข้าเอียงจนตัวอักษรอ่านยาก แสงเช้าสีเทาคลุมกระจกแตกบนหลังคาให้ดูเหมือนเกล็ดปลาแห้ง
ธามมาถึงพร้อมเ้าหน้าที่สองคน
อคิราห์มาถึงพร้อมกล่องโลหะของเขา
ไม่มีใครถามว่าทำไมทุกคนมาถึงเกือบพร้อมกัน
เพราะตอนนี้คำตอบของคำว่า บังเอิญ เริ่มเหลือน้อยลงทุกที
"จุดที่พ่อคุณเขียนอยู่ตรงไหน" ธามถามพฤกษ์
พฤกษ์เปิดรูปโน้ตให้ธามดู "หลังเรือนกระจกที่สาม ใต้ลำดวนที่ไม่ออกดอก"
เ้าหน้าที่คนหนึ่งมองไปรอบ ๆ "ที่นี่มีเรือนกระจกเหลือสองหลังครับ หลังที่สามถูกรื้อไปแล้ว"
พฤกษ์มองพื้นที่โล่งหลังเรือนกระจกสองหลัง เห็นพื้นปูนแตกร้าวและวัชพืชขึ้นแทรก
อคิราห์พูดขึ้น "ลองนับจากผังเก่า ไม่ใช่ของที่เหลืออยู่"
ธามหันไปถามอคิราห์ "คุณมีผังเก่า?"
อคิราห์ตอบ "จำได้บางส่วน"
"แน่นอน" ธามพึมพำ "ทุกคนจำทุกอย่างได้ ยกเว้นตอนต้องตอบคำถาม"
พฤกษ์เดินตามแนวฐานปูนเก่าที่แทบจมหญ้า เส้นหนึ่งลากยาวไปหลังพื้นที่โล่ง เขาหยุดเมื่อรอยตราบนฝ่ามือร้อนขึ้น
ต้นลำดวนยืนอยู่ตรงมุมกำแพง
มันสูงกว่าที่ควรสำหรับต้นไม้ที่ไม่มีใครดูแล ลำต้นบิดเป็เกลียว เปลือกแตกเป็ร่องลึก ใบสีเขียวเข้มแต่ไม่มีดอกแม้แต่ดอกเดียว ใต้โคนมีรากใหญ่โผล่พ้นดินเหมือนนิ้วมือที่พยายามกุมอะไรไว้
พืชเล็กในรอยแตกกำแพงรอบ ๆ หันปลายใบเข้าหาพฤกษ์พร้อมกัน
"ตรงนี้" พฤกษ์บอกธาม
ธามสั่งเ้าหน้าที่ตั้งกล้องและถ่ายภาพก่อนขุด ทุกขั้นตอนช้ากว่าที่พฤกษ์อยากให้เป็ แต่เขาเข้าใจแล้วว่าความรีบทำให้คนตายในคดีนี้ง่ายแค่ไหน
เมื่อดินรอบรากถูกเปิดออก กลิ่นไม้เก่าและกลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมา
ตามด้วยกลิ่นดอกไม้
เ้าหน้าที่หยุดมือทันที
"ถอย" อคิราห์สั่ง
ธามมองเขา "ผมเป็คนสั่งพื้นที่"
"งั้นสั่งให้เขาถอย" อคิราห์ตอบธาม "กลิ่นขึ้นแล้ว"
ธามสบถ แต่ยกมือให้เ้าหน้าที่ถอย
พฤกษ์คุกเข่าลงใกล้หลุม ดินใต้รากมีหีบไม้เล็กฝังอยู่ ฝาหีบสลักตราฝากราก เส้นวงกลมซ้อนสามชั้นชัดกว่าทุกตราที่เขาเคยเห็น ก้านใบกลางวงไม่แทงขึ้นตรง ๆ แต่งอเหมือนกำลังเปิดทางให้บางสิ่งเลื้อยออก
อคิราห์จับข้อมือเขาก่อนที่เขาจะยื่นมือไป
"อย่าแตะ" อคิราห์พูดกับพฤกษ์
"ถ้าไม่แตะ มันจะเปิดไหม" ธามถามอคิราห์
ธามหันมาถามพฤกษ์ "คุณคิดว่าเปิดได้ไหม"
พฤกษ์มองหีบ "มันรอผู้รับฝาก"
"นั่นคือคุณ?" ธามถามพฤกษ์
"ตอนนี้ทุกอย่างพยายามบอกแบบนั้น"
อคิราห์บีบข้อมือเขาแน่นขึ้น "ทุกอย่างในสวนโกหกได้"
"แต่หีบนี้อยู่ที่นี่ก่อนผมเกิด" พฤกษ์ตอบอคิราห์ "และพ่อผมทิ้งโน้ตให้หา"
"พ่อคุณก็เคยคิดว่าควบคุมมันได้" อคิราห์ตอบ
ประโยคนั้นเจ็บตรงเกินไป
พฤกษ์ดึงมือกลับจากอคิราห์ช้า ๆ ไม่ใช่สะบัด
"ผมจะไม่เปิดเพราะสวนเรียก" พฤกษ์พูด "ผมจะเปิดเพราะถ้าเราไม่รู้ว่ามีอะไรหายไป เราจะไม่รู้ว่าคนร้ายกำลังรวบรวมอะไร"
ธามมองทั้งคู่ ก่อนพูดเสียงต่ำ "ผมไม่ชอบเลย แต่เห็นด้วย"
อคิราห์หลับตาสั้น ๆ เหมือนพยายามกลืนคำค้านลงไป
พฤกษ์วางฝ่ามือขวาบนตราฝากราก
โลกกระแทกเขากลับไปสิบปีก่อน
ปกรณ์ วรากุลคุกเข่าอยู่ใต้ต้นลำดวนต้นเดียวกัน มือเปื้อนดินจนถึงข้อมือ ข้าง ๆ เขามีชายสวมเสื้อสูทสีเข้มคนหนึ่ง ใบหน้าถูกเงาฝนบัง แต่พฤกษ์เห็นแหวนสีดำในมือชัด
"คุณสัญญาว่าจะไม่ใช้เด็ก" ปกรณ์พูดกับชายคนนั้น
ชายคนนั้นตอบเสียงเย็น "เด็กเป็คนเดียวที่แหวนยอมจำชื่อ"
"เขาไม่เกี่ยว" ปกรณ์พูด
"เขาเกิดในบ้านกฤตเมธ เขาเกี่ยวั้แ่ก่อนมีชื่อ" ชายคนนั้นตอบ
ปกรณ์ปิดหีบแรงจนดินกระเด็น "ถ้าคุณเอาเด็กเข้าไป ผมจะปิดสวน"
"คุณปิดไม่ได้ถ้าไม่มีชื่อจริงของสิ่งข้างใน" ชายคนนั้นพูด
"ผมมีชื่อพอจะซื้อเวลา" ปกรณ์ตอบ
ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ "ซื้อเวลาให้ลูกคุณหรือให้ตัวเอง"
ปกรณ์หันมาทางพฤกษ์เหมือนเห็นเขา
ดวงตาพ่อแดงก่ำจากฝนหรือจากการร้องไห้ พฤกษ์ไม่รู้
"อย่าเปิดให้เสียงที่สงสาร" ปกรณ์พูด "ความสงสารเป็ประตูที่มันชอบที่สุด"
พฤกษ์กลับมาที่ใต้ต้นลำดวนพร้อมเสียงหีบดังคลิก
อคิราห์ยืนซีดอยู่ด้านหลังเขา ธามขยับเข้ามา แต่หยุดเมื่อเห็นสิ่งในหีบ
ข้างในมีผ้าดำห่อของสามชิ้น
ชิ้นแรกคือแหวนสีดำครึ่งวง
มันไม่ได้หักเหมือนของแตก แต่ถูกตัดอย่างตั้งใจ ครึ่งหนึ่งของวงแหวนหายไป เหลือหัวแหวนที่มีลายตราฝากรากเพียงครึ่งซีก
ชิ้นที่สองคือเศษสมุดพิธีเก่าขนาดเท่าฝ่ามือ กระดาษเปราะจนแทบหายใจใส่ไม่ได้
ชิ้นที่สามคือเมล็ดดอกไม้แห้งสามเมล็ดในขวดแก้วเล็ก
แม้อยู่ใต้ดินมานานสิบปี
ธามพูดเสียงต่ำ "บันทึกภาพทุกมุม"
เ้าหน้าที่ตอบ "ครับ"
พฤกษ์ไม่ได้มองกล้อง เขามองอคิราห์
อคิราห์มองแหวนครึ่งวงเหมือนมันเป็ศพคนรู้จัก
"คุณเคยเห็นมัน" พฤกษ์พูดกับอคิราห์
"เคย" อคิราห์ตอบ
"อีกครึ่งอยู่ที่ไหน" พฤกษ์ถามอคิราห์
อคิราห์กลืนน้ำลาย เสียงเขาเบาลง "ถ้าอีกครึ่งถูกใส่อยู่ เราไม่มีเวลามาก"
ธามหันขวับ "แปลว่าอะไร"
อคิราห์ตอบธาม "แปลว่าครึ่งที่อยู่กับเราเป็ตัวปิด อีกครึ่งอาจเป็ตัวเปิด"
"และถ้ามีคนใส่ตัวเปิด?" พฤกษ์ถาม
"ประตูจะเริ่มจำคนใส่" อคิราห์ตอบพฤกษ์
พฤกษ์นึกถึงเด็กชายในนิมิต
แหวนจำชื่อได้ดีกว่าคน
เขาขยับไปดูเศษสมุดพิธี บนหน้าที่เหลืออยู่มีข้อความสั้น ๆ เขียนด้วยหมึกซีด
ผู้รับฝากต้องให้เื
สิ่งที่ถูกฝากต้องถูกเรียกด้วยชื่อจริง
ธามสบถ "นี่เริ่มเหมือนคู่มือฆ่าคนมากกว่าบันทึกเก่า"
"หรือคู่มือปิดบางอย่าง" พฤกษ์พูด
อคิราห์มองเขา "อย่าเพิ่งเลือกข้างให้มัน"
"ผมไม่ได้เลือก" พฤกษ์ตอบ
"คุณเริ่มสงสารเสียงในสวน"
"ปกรณ์เคยบอกว่าคุณแพ้สิ่งที่กำลังจะตาย" อคิราห์พูดเบาลง "ต้นไม้ แมลง คนแปลกหน้า อะไรก็ตามที่คนอื่นคิดว่าสายไปแล้ว"
พฤกษ์มองเขา "พ่อผมพูดถึงผมเยอะขนาดนั้นเลยหรือ"
อคิราห์ไม่ได้ตอบทันที
"มากพอให้ผมรู้ว่าความสงสารของคุณไม่ใช่เื่เล็ก" เขาพูดในที่สุด "และมากพอให้กลัวเวลาสวนรู้เื่เดียวกัน"
ธามเรียกเ้าหน้าที่ให้ตรวจหลุมรอบราก เพิ่มอีกไม่กี่นาที เ้าหน้าที่คนหนึ่งชี้รอยดินฝั่งซ้าย
"มีรอยขุดใหม่ครับ ดินด้านนี้ถูกเปิดมาแล้ว" เ้าหน้าที่บอก
ธามเดินไปดู "นานแค่ไหน"
"ไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมง รอยถุงมือยังอยู่" เ้าหน้าที่ตอบ
พฤกษ์ก้มมองในหีบอีกครั้ง คราวนี้เขาเห็นช่องว่างด้านใน ผ้าดำถูกพับเป็รูปพอดีกับวัตถุอีกชิ้น ขนาดเท่าฝ่ามือ รูปร่างคล้ายแผ่นบาง ๆ หรือป้ายสลัก
แต่มันว่าง
"มีของหาย" พฤกษ์บอกธาม
ธามมองหีบแล้วสีหน้าแข็งขึ้น "กล้องพื้นที่นี้ยังใช้ได้ไหม"
เ้าหน้าที่ไอทีที่เพิ่งมาถึงเปิดแท็บเล็ต "กล้องเทศบาลเสียไปสองตัว แต่ตัวหน้าประตูเรือนกระจกสองยังเก็บภาพได้บางส่วน"
"เปิด" ธามสั่ง
ภาพบนจอแตกเป็เส้นและกระตุกเพราะกล้องเก่า เวลาในมุมจอคือเมื่อคืน 02:16 น.
ชายคนหนึ่งเดินออกจากเงาเรือนกระจก เขาสวมหมวกแก๊ปและหน้ากาก แต่ท่าทางเดินกับเสื้อสูทสีเทาทำให้พฤกษ์จำได้จากรูปแฟ้มอสังหาริมทรัพย์
ภาคิน อัศวเมธา
ในมือเขาถือวัตถุขนาดเท่าฝ่ามือ ห่อผ้าดำไว้ครึ่งหนึ่ง
ก่อนภาพตัด ภาคินหันมาทางกล้องเหมือนรู้ว่าถูกมอง
แล้วเขายกมือขึ้น
นิ้วนางข้างขวาของเขาสวมแหวนสีดำ
อีกครึ่งหนึ่ง
อคิราห์พูดเสียงเบาจนเกือบหายไปกับลม
"เขาใส่มันแล้ว" อคิราห์พูด