17-ส่งดอกไม้ ...ดับฝัน
ลลิตาไม่ได้ย้ายข้าวของไปอยู่ที่คอนโดของรังสรรค์ทั้งหมด เธอนำไปเฉพาะของใช้จำเป็ กับชุดทำงานในแต่ละวันเท่านั้น คอนโดเขาโอ่อ่าสมฐานะ ตกแต่งห้องโทนสีฟ้าสลับเทา แบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำกับ 1 ห้องครัว มีห้องนั่งเล่น ทานข้าวอยู่ตรงกลางกั้นพื้นที่เป็สัดส่วน ลักษณะห้องเพดานสูงแบบชั้นครึ่ง มีชั้นลอยยื่นออกมาจากห้องนอนตรงนั้น นั่นคือห้องนอนของรังสรรค์ ส่วนห้องที่เธอพักอยู่คือชั้นล่างติดกับประตูเข้าออกห้อง ชีวิตนี้เธอก็นึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าต้องทำงานกี่ปีกันถึงจะมีคอนโดแบบนี้เป็ของตนเองได้ ที่นี่อยู่ติดรถไฟฟ้าบีทีเอส แค่เดินออกไปก็ถึงทางขึ้นสถานีที่ใกล้สุดแล้ว
วันนี้ล่วงเข้าวันที่สามแล้วที่เธออาศัยอยู่ในคอนโดหรูแห่งนี้ สาวหน้าหวานแต่งตัวแต่งหน้าบางเบาแบบสุภาพออกจากคอนโด จุดมุ่งหมายคือบีทีเอสสถานีตรงหน้านี้ ‘กลางวันแต่งตัวสไตล์สาวออฟฟิศสวยเก๋ออกไปทำงาน เดินเข้าเดินออกคอนโดหรูหรา ใครจะรู้ว่าเธอแค่มาเป็แม่บ้านทำความสะอาดห้องแลกเงินกับที่ซุกหัวนอนเท่านั้น’ ลลิตาคิดอย่างทดท้อ ยิ้มเยาะเย้ยให้กับชะตาชีวิต แต่นั่นก็คืออาชีพเสริมอีกทาง มีงานเพิ่มก็มีเงินเพิ่ม
หลายวันมานี้่เย็นเธอจะออกมาเดินเล่นที่สวนส่วนกลางคอนโด มัวแต่ใจลอยคิดไปเรื่อยเกี่ยวกับตนเอง ก็มีแมวตัวหนึ่งเดินนวยนาดมาถูไถอยู่ที่ปลายเท้า เธอสะดุ้งเล็กๆ ก่อนก้มหน้าสบกับดวงตาโตแสนเย่อหยิ่งเข้า
“หืม มาจากไหนเนี่ยคุณนาย อะ ถูกแล้ว แกเป็ตัวเมีย เป็ยัยแมวคุณนายสินะ” ลลิตานั่งยองพูดคุยเสียงเบากับแมวตัวอ้วนกลมสีส้ม เ้าของต้องเลี้ยงดูมันอย่างดีแน่ๆ แล้วตอนนั้นเองที่มีหนุ่มตี๋หน้าตาดีเดินเข้ามาหยุดตรงที่หนึ่งคนกับหนึ่งตัวคุยกันอยู่ เหมือนเป็หญิงสาวหน้าหวานมากกว่าที่คุย...อยู่คนเดียว
“เฉิงเซ่อ! หนีพ่อมาอีกแล้วนะ บอกกี่ทีแล้วว่าอย่าวาปไปทั่ว ขอโทษนะครับที่แมวผมรบกวนคุณเข้าแล้ว” ลลิตาเงยหน้าก็เจอกับชายหนุ่มสูงขาว เป็คนดูดีคนหนึ่ง
“อ้อ ไม่รบกวนหรอกค่ะ แมวของคุณดูสุขภาพดีมากเลย ฮึบ! นี่ค่ะ” ลลิตาลุกขึ้นพร้อมอุ้มแมวส้มเฉิงเซ่อขึ้นมายื่นให้เ้าของมัน ตัวหนักจริงๆ ตอนนี้เธอชักเมื่อยแล้ว
“ขอบคุณครับ ปกติเ้าเฉิงเซ่อไม่ค่อยให้ใครแตะตัวง่ายๆ สงสัยเ้านี่จะชอบคุณแล้วล่ะครับ คุณ...” ชายหนุ่มพ่อแมวถามชื่อสาวสวยอย่างเนียนๆ ถือว่าแมวของเขาสายตาแหลมคมใช้ได้ เขาคิดอย่างขบขันอยู่คนเดียว
“ลลิตาค่ะ เรียกลิ้นจี่ก็ได้ค่ะ” ลลิตายิ้มแป้นตอบอย่างคนอัธยาศัยดี เข้าได้กับทุกคน
“ครับ ผมน่านนทีครับ เรียกน่านเฉยๆ ก็ได้ครับ” สองหนุ่มสาวแนะนำตัวกันและกัน คุยไปคุยมาก็รู้ว่าพวกเขาพักอยู่ชั้นเดียวกัน ความจริงชายหนุ่มสังเกตเห็นลลิตามาหลายวันแล้วแต่ไม่กล้าเข้ามาทักทาย ทั้งสองคุยกันถูกคอ เป็ฝ่ายชายมากกว่าที่ชวนคุย จนรู้ว่าชายหนุ่มคือพนักงานแผนกไอทีของอิเล็กทรอนิกส์กรุป
“คุณอยู่อิเล็กทรอนิกส์กรุปเหรอคะ ฉันก็ทำงานที่นั้น แต่ไม่เคยเห็นคุณที่แผนกไอทีมาก่อนเลย” อยู่ใกล้แค่นี้ทำไมเธอไม่เคยเห็นเขามาก่อน หล่อแบบนี้จะพ้นหูตาเจ๊จอยและชาวแก๊งไปได้ยังไง ลลิตาสงสัยจนคิ้วเริ่มชนกัน
“ผมเพิ่งเข้ามาทำงานสาขาใหญ่ยังไม่ถึงสองเดือน ก่อนหน้านี้ทำอยู่สาขาตะวันออกครับ ว่าแต่คุณลิ้นจี่ทำแผนกไหนครับ ผมก็ไม่เคยเห็นคุณเลย” น่านนทีตอบสิ่งที่เธอสงสัย เขาก็ไม่เคยเห็นเธอที่บริษัทเหมือนกันจึงลองถามออกไป
“อ๋อ ก่อนหน้านี้ลิ้นจี่ทำแผนกวางแผนการตลาด อยู่ติดกับไอทีเลยค่ะ ไปๆ มาๆ ก็จับพลัดจับถูได้ทำงานเป็เลขาท่านรองค่ะ” เธอตอบตามจริง อีกคนก็คิดตาม หรือสาวหน้าหวานเลขาท่านรองที่เป็ประเด็นร้อนแรงก่อนหน้านี้คือหญิงสาวตรงหน้าเขาตอนนี้นะ น่านนทีได้แต่เก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจ
สองหนุ่มสาวเดินกลับห้องพักด้วยกัน แต่เหมือนฟ้าผ่ากลางวันของลลิตาเมื่อเดินมาถึงหน้าห้อง พอเปิดประตูเข้าไปดันเจอรังสรรค์ยืนหน้าเคร่งขวางทางเดินอยู่
“ท่านรอง สวัสดีค่ะ ลิ้นจี่ไม่รู้ว่าคุณจะมาพักที่นี่” ดีที่น่านนทีไม่รอส่งจนเธอเปิดประตู เขาจึงไม่เห็นรังสรรค์อยู่ในห้อง ถ้าเขาเห็นเื่ก็อธิบายให้เข้าใจยากแล้ว พูดมันง่าย แต่จะพูดยังไงให้คนเชื่อน่ะสิยาก เ้านายเล่นมาไม่บอกกล่าวล่วงหน้า หากรู้เธอจะได้เลี่ยงเจอรังสรรค์ในพื้นที่ส่วนตัวของเขาแบบนี้
“ลิ้นจี่ทำความสะอาดห้องทุกวันค่ะ ก่อนที่ท่านรองจะเข้ามาก็เพิ่งกวาดถูไป สามารถพักได้เลย ขอตัวก่อนนะคะ” ลลิตากลัวว่าเขาจะอึดอัดที่เห็นคนอื่นอยู่ในห้องของตัวเอง จึงพยายามหาทางออกให้ทั้งสองฝ่าย ชิงหลบฉากไปก่อนจะดีกว่า
“จะรีบหนีไปไหนล่ะ ไปทำอะไรผิดมาถึงรีบหนีหน้ากับแบบนี้คุณเลขา” ผิดคาดที่เขาไม่คิดแบบที่เธอกังวล รังสรรค์ต้อนลลิตาจนชิดผนัง ใช้แขนแกร่งกักขังเธอไว้ เหตุการณ์แบบนี้มัน...เดจาวูชัดๆ ลลิตาเริ่มทำตัวไม่ถูก ชายหนุ่มกระตุกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ ความจริงเขาตามเธอจนไปถึงสวนคอนโดแล้ว และทันได้เห็นคนหน้าหวานยิ้มแย้มพูดคุยกับหนุ่มหน้าจืดๆ คนหนึ่ง
“หมอนั่นเป็ใคร?” เสียงทุ้มถามพลางเลิกคิ้วเข้มอย่างใคร่รู้
“คะ?” คำถามที่ไม่มีที่ไปที่มาทะลุกลางปล้อง หญิงสาวงุนงง เ้านายหมายถึงใครอีกล่ะ
“คนที่เดินมาพร้อมคุณ ผู้ชายคนนั้น” รังสรรค์ถามเสียงเบาที่กดข่มอารมณ์แปรปรวนข้างในไว้
“อ่อ พี่น่าน เขาเป็เพื่อนบ้านที่นี่ค่ะ พักที่ชั้นนี้ด้วยนะคะ แล้วยังเป็พนักงานที่บริษัทด้วยค่ะท่านรอง พี่น่านอยู่แผนกไอที”
“คุณนี่ยังไง ใครเขาเข้าหาก็คุยได้หมด อัธยาศัยดีไม่เข้าท่า คนเราสมัยนี้ไว้ใจได้ง่ายๆ ที่ไหน เกิดเขาหลอกคุณไปทำร้าย ลวงทรัพย์จะทำยังไง...” ยิ่งรังสรรค์ได้ยินเธอบอกเล่าว่าหนุ่มคนนั้นเป็พนักงานที่บริษัทเขาด้วยก็เกิดเขม่นเข้าไปใหญ่ ให้โอวาทลลิตายาวเหยียด
คราวนี้เธอไม่คิดจะพูดขัดแล้ว แม้จะคับข้องใจก็ต้องปล่อยผ่านไป เกิดพูดไม่เข้าหูเขาได้โมโหกันไปใหญ่ รังสรรค์ก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองจะโกรธอะไรขนาดนั้น ยัยนี่ก็ไม่เด็กแล้ว จะคุยหรือคบใครก็เป็สิทธิของเธอ แต่ยิ่งคิดแบบนั้น เป็รังสรรค์เองที่ยิ่งร้อนใจ เกิดความไม่ยินยอมอย่างไร้สาเหตุ
“คุณชอบผู้ชายแบบหมอนั่นเหรอลิ้นจี่ สูง ตี๋ หน้าจืดๆ แบบนั้น เอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาปกป้องดูแลคนอื่นได้” ปากพูดสิ่งที่ขัดกับความจริง ถ้าผู้ชายอย่างน่านนทีอ่อนแอขนาดนั้น คงมีแต่แบบนักมวยปล้ำแล้วล่ะที่เรียกปกป้องคนอื่นได้ เขาหาเื่ทะเลาะกับเธอด้วยเื่ไม่เป็เื่
“ไปกันใหญ่แล้วค่ะท่านรอง คนเราเจอปุ๊บจะรักกันปั๊บได้ยังไง พี่น่านเขาเป็คนสุภาพ พูดเก่ง เขาชวนคุยจะให้ลิ้นจี่ไม่ตอบเหรอคะ” เจอปุ๊บรักปั๊บไม่ได้ แต่สามารถคลั่งไคล้ได้ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับเธอมาแล้ว ตอนทำพาร์ทไทม์ร้านคาเฟ่ หญิงสาวหวนคิดถึงอดีตแต่ไม่สามารถพูดให้เขารู้ได้
“หึ พี่น่าน เจอกันไม่ถึงชั่วโมงเรียกพี่ เจอทุกวี่ทุกวันแบบผมเรียกท่าน ผมเคยบอกแล้วนะ ว่าให้เรียกผมว่ายังไง” แววตาชายหนุ่มขุ่นมัว ว่าจะไม่ท้วงเื่นี้แล้ว แต่ทุกทีที่ได้ยินเธอเรียกเขา เทียบกับอีกคนที่เจอแค่ครั้งเดียวแล้ว มันระคายหูชะมัด
“ท่านรองควรใจร่มๆ นะคะ คุณเป็เ้านาย ลิ้นจี่เป็ลูกน้อง การเรียกเ้านายด้วยชื่อตำแหน่งถือเป็การให้เกียรติ ให้ชินไว้ เวลาเจอเพื่อนร่วมงาน เจอคู่ค้าจะได้เรียกให้เหมาะสม ลิ้นจี่เรียกท่านรองแบบนี้ดีกว่าค่ะ” เธอจะเรียกเขาแบบนี้ มันเป็การย้ำสถานะของตัวเองด้วย ลลิตาคิดอย่างเยาะเย้ยตนเองอยู่ลึกๆ
“เหตุผลบ้าบออะไรของเธอวะ” ชายหนุ่มปวดหัวกับเลขาคนนี้แล้วจริงๆ คำพูดก็แปรเปลี่ยนตามอารมณ์ ฉับพลันกับการกระทำของเขาที่ประชิดเธอมากขึ้น
“อื้อๆๆๆ ปล่อยนะท่านรอง อื้มมม” แล้วเขาก็จู่โจม กอดรัด ใช้ปากหยักทาบทับบนปากเล็กของเธออีกจนได้ คราแรกรุนแรงด้วยความโมโห ไม่นานกลับกลายเป็อ่อนหวานเย้ายวน ลลิตาก็เผลอไผลจูบตอบชายหนุ่ม ไม่พยายามผลักไสเหมือนตอนแรก
อารมณ์วาบหวิวนำพาทั้งคู่กอดรัดกันจนถึงโซฟากลางห้อง เป็ลลิตาที่ตั้งสติได้เมื่อแผ่นหลังเอนััโซฟา สถานการณ์ ท่าทางแบบนี้ล่อแหลมเกินไป
“เราจะทำแบบนี้กันในฐานะอะไรคะ เ้านายกับเลขา แม่บ้าน หรือแค่คู่นอนลับๆ แอบแซ่บงี้เหรอคะ” คำพูดตัดพ้อ แววตาที่เย้ยหยันตนเองของลลิตานั้นดึงสติรังสรรค์กลับมาได้ในทันที
“พูดเหลวไหล!” ชายหนุ่มถอยห่างจากเธอ ไม่มีคำพูดอะไรหลังจากนั้น มีเพียงความเงียบแทนคำตอบ แล้วเขาก็เดินเข้าห้องตนเองไป
ระยะนี้รังสรรค์มักมีภาพของลลิตาผุดขึ้นมาในห้วงความคิดจนน่าใ แบบนี้มันเป็สัญญาณอันตรายเกินไปสำหรับเขา ทำให้รังสรรค์นึกถึงหญิงสาวอีกคนที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานระยะหนึ่งแล้ว
“คุณลิ้นจี่ สั่งช่อดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่ให้ผม ขอการ์ดแนบมาด้วย อ้อจองโต๊ะร้านอาหารอิตาเลียนด้วย เป็โต๊ะดินเนอร์แบบส่วนตัว” เขาจัดการนัดดินเนอร์ และสั่งดอกไม้ให้ปวริศา เขามีเป้าหมายที่ทำมาหลายปี และมันต้องสำเร็จเท่านั้น คือจีบปวริศามาเป็แฟน แล้วขอเธอแต่งงาน
“ได้ค่ะ ท่านรอง” มือเรียวที่เริ่มสั่นจิกเข้าที่ต้นขาใต้โต๊ะทำงาน เื่ราวที่ไม่คิดว่าจะได้รับรู้ในเร็วๆ นี้ทำเอาลลิตาต้องดึงสติตอบกลับผ่านอินเตอร์คอมไป รังสรรค์สั่งการภารกิจครั้งนี้ผ่านเลขาหน้าห้อง ความจริงเขาโทรนัดปวริศาโดยตรงเลยก็ได้ แต่นี่เพื่อย้ำเตือนตนเอง และตอกย้ำไปถึงอีกคนให้รับรู้ด้วย ‘รังสรรค์ เกียรติไพศาล มีหญิงสาวที่อยู่ในใจแล้ว’
แต่เขาไม่ฉุกคิด แยกแยะ ว่าความรักไม่มีสูตรสำเร็จ ความรักไม่สามารถวางแผนให้เป็ไปตามเป้าได้เหมือนยอดขายของบริษัท รักก็คือรัก มันใช้หัวใจนำทาง เมื่อรักก็จับมือไปด้วยกัน หมดรักแล้วก็แยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเอง หากไม่รู้สึกแล้วยังฝืน ดึงดันจะไปต่อ ผลที่ตามมาก็มีแต่ความทนทุกข์ ทรมานตัวเอง ทรมานไปถึงคนรอบข้าง
__________
อ้าวเห้ย...การกระทำกับคำพูด สวนทางกันเลยน้าาา อิพ่อจะจีบสาวคนอื่นแน่ใช่มะ จะไม่สนลิ้นจี่แน่ละมะ? งั้นก็ไปเถอะ ไม่ส่งนะ ไรท์เกียมหาผู้ใหม่ให้ลูกสาวแปบ