ตอนนี้ในหัวสมองของโนว่า เริ่มทำงานแบบไม่ต่อเนื่องสักเท่าไร และด้วยความคิดหนึ่งที่ว่า เธอรู้ได้ยังไงว่าเขาจะมา มันไม่น่าจะเป็ไปได้นี้น่าที่เธอจะรู้
“อะไรกันละ นายก็รู้นี่ว่าสายตาของฉันนะมันดีแค่ไหน แล้วเวลาที่นายไปไหนพวกสัตว์ที่อยู่ใกล้ก็ต่างมีท่าทีแปลกๆด้วย และนั้นทำให้ฉันรู้ได้ในทันทีว่านายกำลังจะมานะ” ซีเรไม่พูดเปล่าชี้นิ้วไปที่แมลงที่อยู่ตามพื้น ที่กำลังพากันออกห่างจากบริเวณนั้นโดยด่วน
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เธอสบายดีสินะตอนนี้ แล้วเทช่าละตอนนี้หมอนั้นอยู่ไหน” เมื่อเขาได้สติกลับมาก็รีบทักทายทันที แล้วยังไม่ลืมถามหาเทช่าด้วย
“หมอนั้นอยู่ที่นี่แหละ นายเข้ามาหาอะไรกินก่อนสิ เดี๋ยวจะเป็ลมไปก่อนที่จะพูดเองสำคัญหรอก” เธอถามเขาพลางเดินนำทางเข้าไปในปราสาท
“เธอรู้อย่างงั้นเหรอ ว่าฉันมาที่นี่ทำไม” โนว่าถามแบบงงๆ
“ก็ถ้าไม่มาเพราะเื่สำคัญ นายคงไม่ได้อยากจะมานั่งเล่นอยู่ที่นี้ใช้ไหมละ
แต่ก่อนนายก็อยู่แต่บนเขาไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าฉันไม่ไปเจอเข้าตอนนั้นจะเป็ยังไงล่ะเนี่ย” ซีเรพาโนว่ามานั่งที่โต๊ะรับแขก ก่อนจะสั่งให้คนรับใช้ไปเอาอาหารมาเสริบโดยไว แล้วให้ไปตามเทช่ามาด้วย
“ตอนนี้เ้านั้นเป็ไงบ้างละ”
“ก็ดูหง่อยไปั้แ่ที่นายกลับูเาไปนั้นแหละ”
“งั้นเหรอ แล้วเธอละ่นี้เป็ไงบ้าง” เขาเปลี่ยนคำถามไปมา เพื่อรอเทช่าก่อน
“ก็จากนั้นอีกสิบปี ฉันก็ได้รับปราสาทมาดูแลเป็ของตัวเอง หรือก็คือปราสาทหลังนี้นี่แหละ ท่านพ่อกับท่านแม่พวกท่านไปอยู่ที่อื่นเลยให้ฉันดูแลที่นี่แทน ฉันก็เลยให้เทช่ามาอยู่ด้วย เพราะมันน่าเบื่อมากเลยละ” เธอเปลี่ยนสีหน้าในทันทีที่พูดเื่นี้
“ไงโนว่า ไม่ได้เจอกันตั้งนาน” เสียงนี้ดังมาจากด้านหลังโนว่า เ้าของเสียงก็คือเทช่า ชายผมสีน้ำตาล ดวงตาสีส้ม เขาดูไม่ต่างจากแต่ก่อนสักเท่าไร และคนที่ดูเปลี่ยนไปมากที่สุดก็คงจะเป็ซีเรนั้นแหละ เธอดูสูงขึ้น ผมยาวขึ้น และยังดูสวยขึ้นด้วย ไม่เหมือนที่เขารู้จักเมื่อสามสิบปีที่แล้วเลย จนเขานึกว่าเธอคนนี้คือใครกัน
“ไงเทช่า ได้ยินว่านายดูน่าเบื่อเมื่อฉันกลับไปใช้ไหมละ แล้วทำไมนายไมไปหาฉันแทนละ” เขาทักขึ้นแล้วถามขึ้นโดยนึกสงสัย
“นั้นก็เป็เพราะว่า ซีเรห้ามไว้นะสิ บอกว่าถ้านายจะไปก็ไปอยู่กับนายเลยไม่ต้องกลับมาถ้าไม่มีนายกลับมาด้วยนะสิ” เขาตอบแบบขอไปที โดยไม่สนสายตาจิกๆของซีเรแม้แต่น้อย
“เอาเถอะ ฉันมานี้ก็เพราะเื่งาน ถ้าไม่มีอะไรเป็พิเศษฉันก็ไม่อยากมาหรอกกลัวหูชานะ ซีเรนะขี้บ่นจะตายนี้น่า”
“ว่าไงนะ งั้นนายก็รีบกลับไปเลยเราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว” ได้ยินแบบนั้นเข้าไปมันก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา ถึงจะรู้ว่าพูดเล่นก็เถอะ
“ไม่เอาน่า แค่พูเล่นนิดหน่อยเอง เอาละ ที่มาที่นี่ก็เพราะ อยากขอความช่วยเหลือพวกฉันเตรียมการไม่พอตัวแล้ว เหลือก็แค่กำลังคน ัสองตัวก็ตายแล้วเหลือก็แค่พวกฉันนี่แหละ ก็เลยอยาก...” ก่อนที่โนว่าจะพูดจบก็โดนขัดเสียก่อน
“สรุปคือนายอยากให้พวกฉันกำจัดพวกปีศาจสินะ แล้วเื่ที่ัสองตัวนั้นตายก็เป็ฝีมือพวกนายอีกสินะ”
“มันก็ใช้อยู่หรอก....แต่เดียว เธอรู้ได้ไงว่าเป็ฝีมือของพวกฉันละ” โนว่าเริ่มงงกับสิ่งที่ได้ยิน ที่ที่เขาอยู่ตอนนี้อยู่ตั้งไกลและเขาก็ยังไม่ได้บอกด้วยว่าพวกเขาเป็คนจัดการัสองตัวนั้น แล้วซีเรไปได้ยินเื่นี้มาจากที่ไหน
“อย่ามาดูถูกกันสิ พวกของฉันที่อยู่ที่เมืองหน้าด่านก็มีนะ พวกนั้นส่งข่าวมา แล้วอีกอย่างมีแค่พวกนายไม่ใช้เหรอที่พอที่จะสู้กันัได้นะ”
“เป็อย่างนี้นี่เอง งั้นก็พอจะช่วยกันหน่อยได้ไหมละ”
“ก็เอาสิ ไปกันเลยไหมละ พวกฉันมีทหารอยู่มาก เื่นี้คงไม่เป็ปัญหาละนะ แต่ทางนายละ คงมีกันแค่สี่คน คงหวังพึ่งได้ไม่มากเท่าไรละนะ”
“สี่คนที่ไหน ทางฉันก็มีเธออยู่ ส่วนทางแบมเบียร์ก็มีทหารอีกมากมาย สี่คนที่ว่านะเป็พวกฉันน่ะอย่าทำเหมือนมีแค่พวกฉันสิ” เหมือนเขาไม่พอใจที่เธอพูดแบบนั้นพูดได้ไงว่าพวกเขามีแค่สี่คน
“หน้ารำคาญนะพวกนายทั้งสองคนนะ แล้วแบบนี้จะได้ไปอควาเมื่อไรเล่า”
เทช่ารู้สิเหมือนตัวเองเป็แค่บุคคลที่สาม ได้ไงกันคุยกันแค่สองคน ถ้าอย่างนั้นก็ไม่น่าให้เขามานั่งร่วมด้วยั้แ่แรกก็สิ้นเื่ ไม่ให้ความสำคัญกันเลยนะให้ตายสิ เขาคิดแบบนั้นจริง เหมือนให้มาเป็ตัวประกอบซะอย่างนั้นแหละ
“ขอโทษที พอดีคุยเื่งานอยู่เลยลืมนายไปเลยนะ”
“นี่ลืมกันเลยเหรอเนี่ย!!!” เขาหัวเสียนิดหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับมากเป็พิเศษอะไร
“แล้ว จะไปกันเลยมั้ยละ” โนว่าหันกลับมาที่ซีเรแล้วถามคำถามเดิม
“ไปตอนนี้เนี่ยนะ....มันจะมืดแล้วนะ พรุ่งนี้ค่อยไปดีกว่ามั้ย” เธอหันไปดูที่หน้าต่างก่อนหันกลับมาตอบ ข้างนอกนั้นมีดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าลงไปอย่างช้าๆ
“ไม่จริงน่า เรายังคุยกันได้ไม่ถึงไหนเลย แล้วกันจะมืดได้ยังไงกะ.......กัน” เขาพูดอะไรไม่ออก หลังจากหันไปมองที่หน้าต่าง ด้านนอกนั้นกำลังจะกลายเป็ตอนกลางคืนอย่างสมบูรณ์ โดยมีดวงอาทิตย์ที่กำลังจะหายไปจากขอบฟ้าเป็ฉากหลังนั้นทำให้เขาใมาก เมื่อลองมานึกดูก็ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ก็คือจากหน้าประตูมาถึงห้องนี้ใช้เวลาเป็ครึ่งวัน นั้นเพราะโครงสร้างในปราสาทนี้นี่เอง มันเป็เหมือนกับการงมหาเข็มในมหาสมุทรก็ว่าได้ ถ้าไม่มีซีเรนำทางละก็ตอนนี้เขาจะอยู่ส่วนในของปราสาทก็ไม่รู้
“เอาเป็ว่าวันนี้นายพักอยู่ที่นี่ก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้เราค่อยออกเดินทางกัน” เธอเสนอขึ้นอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะไม่ว่าจะกี่ครั้งที่เขามาเยือนที่นี่ ก็ทำให้เธอได้ปวดหัวทุกครั้งไป
“เอางั้นก็ได้ ช่วยไม่ได้ละนะ นี้ก็มืดแล้วด้วย ยังไงก็ขอฝากตัวสักคืนแล้วกัน” เขาเอ่ยอย่างเป็ทางการ แต่ก็ไม่แปลกเพราะยังไงซะ คนตรงหน้าเขาก็เป็ถึงเ้าหญิงลำดับที่หนึ่ง และยังเป็เ้าของปราสาทหลังนี้อีกด้วย
“งั้นเดียวฉันให้คนไปเตรียมเสื่อผ้าไว้ให้ ส่วนนายไปอาบน้ำก่อน แล้วค่อยกินข้าวแล้วกัน ส่วนห้องพักเดียวจะเตรียมให้ที่หลังก็แล้วกันนะ” พูดจบเธอก็เดินออกจากวงสนทนาไป ทำหน้าตาระรื่นเหมือนเจอเื่ดีดีมา ก็แน่ละพวกเขาไม่ได้พบหน้ากันมาตั้งสามสิบปีแล้วนี้น่า ไม่ได้อยู่ด้วยกันทั้งสามคน ไม่มีใครบ่นเถียงกับเธอตอนเวลาไม่เข้าใจกัน แล้วก็....ดูเหมือนเธอจะหลงรักเขาเข้าให้ซะแล้ว ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มาได้ยังไง พอรู้ตัวอีกทีก็อดมาหน้าเขาไม่ได้ นานๆไปก็มีความรู้สึกคิดถึงขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วตอนนี้ก็ได้เจอหน้ากันอีกครั้ง มันทำให้เธอมีความสุขอย่างหน้าประหลาดใจแต่ก็นะ เธอก็รู้อยู่ว่ามันเป็เื่ยากที่จะบอกไป ก็เพราะเธอกลัวยังไงละ กลัวว่าเขาจะจากเธอไป กลัวที่ว่าจะไม่ได้เป็เพื่อนกันอีก กลัว...กลัวที่สุดเลย