บทที่ 1 รู้สึกเหมือนอยู่ใน์และนรกพร้อมกันเลย
สำหรับโม่เฟิงแล้ว ชีวิตของเขาได้มอบประสบการณ์ที่เหนือจริงยิ่งกว่าภาพยนตร์เกรดต่ำเสียอีก เริ่มจากการที่เขาบังเอิญเห็นเหอลี่ลี่เพื่อนร่วมงานของเขากำลังลักลอบมีความสัมพันธ์กับรองประธานบริษัทในออฟฟิศ และเพื่อปกปิดเื่อื้อฉาวของตนเอง รองประธานจึงหาข้ออ้างไล่เขาออกจากบริษัททันที
หลังจากที่โม่เฟิงต้องกลายเป็คนตกงานได้ไม่นาน เขาก็ได้ไปออกเดตดูหนังกับแฟนสาวนักศึกษา ทั้งคู่เพิ่งรู้จักกันได้แค่เดือนเดียว นอกจากนี้โม่เฟิงยังตั้งใจจะไปเปิดห้องเพื่อกระชับความสัมพันธ์อีกด้วย แต่ทว่าเมื่อแฟนสาวได้ยินเื่ราวของเขาในอดีต เธอกลับดูถูกและรังเกียจเขาเป็อย่างมาก จนสุดท้ายแล้วเธอก็ตัดสินใจทิ้งเขาไป
“บ้าฉิบ?! ฉันแค่เล่าเื่สาวในออฟฟิศให้ฟังและขอร่วมรักกันแบบสามคนเท่านั้นเอง ทำไมเธอถึงใจร้ายทิ้งฉันไปแบบนี้นะ”
ในตอนนี้โม่เฟิงยืนอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืนที่หนาวเหน็บ พลางะโขึ้นไปบนฟ้าอย่างหงุดหงิด แต่มีเพียงสายลมเท่านั้นที่พัดผ่านไปอย่างโหยหวน พัดพลิ้วชายเสื้อโคตสีดำที่เขาตั้งใจใส่มาเพื่อการเดตนี้ ยิ่งขับให้เขาดูโดดเดี่ยวอ้างว้างมากขึ้นไปอีก
ทันใดนั้นเองก็มีรถคันหนึ่งพุ่งผ่านไปข้าง ๆ ตัวเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้โม่เฟิงที่กำลังระบายอารมณ์อยู่ล้มลงไปกองกับพื้น
“เวรเอ๊ย?!…” โม่เฟิงสบถออกมาด้วยความโกรธ ก่อนที่เขาจะเหลือบไปเห็นเสื้อโคตตัวโปรดที่ฉีกขาดเป็ทางยาวจนน่าใ จากนั้นเขาก็ร้องออกมาด้วยความเ็ป “แม่งเอ๊ย!! เสื้อโคตอาร์มานีของฉันขาดหมดแล้ว!”
รถคนนั้นที่แล่นไปไกลมากแล้วค่อย ๆ ชะลอความเร็วและหยุดลง ราวกับได้ยินเสียงร้องอันแสนเ็ปของโม่เฟิง จึงถอยหลังกลับมาจอดตรงหน้าเขา
จากนั้นประตูรถค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังก้าวลงมาจากรถด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เธอถามโม่เฟิงที่กำลังลูบคลำเสื้อโคตที่ขาดอยู่ด้วยท่าทางหวาดกลัวว่า “คุณ คุณไม่เป็ไรใช่ไหมคะ?”
“แล้วคิดว่าฉันเป็ยังไงล่ะ ลองดูเสื้อโคตของฉัน…” โม่เฟิงเงยหน้าขึ้นพร้อมกับะโใส่หญิงสาวคนนั้น แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักไปเพราะหญิงสาวคนนี้สวยมาก สวยจนทำให้เขาตกตะลึงไปชั่วขณะ
ใบหน้าของเธอช่างละเอียดอ่อน ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีเสน่ห์มาก และเธอเป็ผู้หญิงที่โดดเด่นที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอมา เธอไว้ผมสั้น สวมชุดเดรสสีขาวซึ่งยิ่งขับให้ผิวของเธอดูขาวผ่องโดดเด่นขึ้นไปอีก เธอสวยราวกับเทพธิดาที่แตะต้องไม่ได้
“คุณคะ คุณเป็อะไรไหม?” ติงว่านหรูหน้าแดงเล็กน้อยแล้วถามอย่างเขินอายกับชายหนุ่มที่ยืนตะลึงอยู่ตรงหน้า
ติงว่านหรูเพิ่งออกมาลองขับรถเป็ครั้งแรก เธอคิดว่าบนถนนเล็ก ๆ ในป่าแห่งนี้คงไม่มีคนเดินผ่านไปมามากนัก แต่ทว่ากลับเห็นชายคนหนึ่งสวมเสื้อโคตยืนนิ่งอยู่ข้างถนนพร้อมกับชูมือขึ้นไปบนฟ้า ท่าทางของเขาแปลกประหลาดมาก จนทำให้เธอรู้สึกขบขัน และในขณะที่เธอมัวแต่มองเขาอยู่นั้น เ้าหล่อนก็เผลอหักรถหลบไม่ทันจนเฉี่ยวชนเขา
“คุณไม่ได้รับาเ็ใช่ไหม?” ติงว่านหรูถามอีกครั้ง พร้อมกับยื่นมือไปโบกไปมาเพื่อเรียกสติอยู่ตรงหน้าของโม่เฟิง
“อ๊ะ... สาวน้อยไร้เดียงสา ฉัน... ฉันชอบ…” โม่เฟิงพูดอย่างอ้ำอึ้งพร้อมกับน้ำลายที่ไหลออกมาจากปาก ทำให้ติงว่านหรูยิ่งรู้สึกตลกเขามากขึ้นไปอีก แต่เธอก็ไม่กล้าหัวเราะออกมาจึงรีบเอามือปิดปากไว้ พยายามกลั้นหัวเราะไว้
โม่เฟิงเหมือนจะรู้สึกถึงรอยยิ้มของติงว่านหรู ทันใดนั้นเขาก็ได้สติขึ้นมา แล้วมองไปที่เสื้อโคตในมือที่ยังถืออยู่ โม่เฟิงจึงยิ้มอย่างเขินอายแล้วรีบเช็ดน้ำลายที่มุมปาก พูดตะกุกตะกักว่า “ไม่… ไม่มี”
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็สบายใจแล้ว!” ติงว่านหรูพูดพลางเอามือตบเบา ๆ ที่หน้าอกของเธออย่างโล่งใจ แต่ทว่ากลับทำให้โม่เฟิงลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ติงว่านหรูยิ้มอย่างเขินอายทันที ก่อนจะยื่นมือขวาออกไปแล้วพูดว่า “เอาละ คุณลุกขึ้นเถอะ พื้นมันสกปรกนะ!”
โม่เฟิงมองรอยยิ้มที่อ่อนโยนและหวานละมุนบนใบหน้าของหญิงสาวรอยยิ้มของเธอนั้นน่ารักมากจนทำให้หัวใจของเขาสั่นไหว เมื่อเขาเอื้อมมือไปจับมือเธอ เขาก็รู้สึกถึงความอ่อนนุ่มและมีเนื้อััที่ดี จนทำให้เขาไม่อยากปล่อยมือเธอเลย นี่เป็มือผู้หญิงที่ดีที่สุดที่โม่เฟิงเคยจับมา
“เอ่อ... เสื้อของคุณน่ะ” ติงว่านหรูถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับชี้ไปที่รอยฉีกขาดบนเสื้อโคต
“อ๋อ! ไม่เป็ไร แค่นี้เื่เล็กน้อย” โม่เฟิงรีบปิดเสื้อโคตที่ฉีกขาดนั้นไว้ทันที แล้วรีบพูดว่า “เดี๋ยวผมไปหาที่เย็บเองก็ได้”
“อุ๊ปส์!” ติงว่านหรูรู้สึกขำขันกับท่าทางของโม่เฟิง เธอยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่
โม่เฟิงกลืนน้ำลายอีกครั้ง ในใจอดคิดไม่ได้ว่า ‘ให้ตายเถอะ เธอยั่วยวนเกินไปแล้ว สุดยอดจริง ๆ’
“ถ้ามีอะไรก็ติดต่อฉันมาได้เลยนะ” ติงว่านหรูยิ้มให้กับโม่เฟิง พร้อมกับชี้นิ้วไปที่นาฬิกาแล้วพูดว่า “ฉันมีธุระด่วนนิดหน่อย ต้องรีบไปแล้ว”
โม่เฟิงโค้งคำนับอย่างสุภาพแล้วพูดว่า “คุณไปทำธุระเถอะ ผมไม่เป็ไรหรอก ”
จากนั้นติงว่านหรูก็เดินไปขึ้นรถ เธอเปิดหน้าต่างรถออกมา แล้วพูดอย่างเขินอายว่า “ฉันชื่อติงว่านหรูนะ” จากนั้นจึงค่อย ๆ ขับรถออกไป แล้วหายลับไปจากสายตาของโม่เฟิง
“ติงว่านหรู เป็ชื่อที่ดีจริง ๆ!” โม่เฟิงพึมพำชื่อนี้ออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับต้องมนตร์สะกด ทันใดนั้นเขาก็เหมือนจะหงุดหงิดขึ้นมา จึงใช้มือขยี้ผมตัวเองอย่างแรง แล้วะโไปยังทางที่รถแล่นหายไปว่า “ติงว่านหรู! คุณยังไม่ได้บอกเบอร์ติดต่อของคุณให้ผมเลยนะ!”
ชีวิตก็เป็แบบนี้ บางครั้งมันก็เหมือนกับดูหนังเกรดสามที่ไร้สาระสิ้นดี แต่บางครั้งมันก็ทำให้เราตื่นเต้นดีใจเหมือนถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่ บางทีเราอาจต้องขอบคุณพระเ้าที่เล่นตลกด้วยการปิดประตูสู่ความสุขที่กำลังเบ่งบานเหมือนดอกไม้ แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดหน้าต่างบานเล็ก ๆ ทิ้งไว้ รอคอยให้เราไปพบเจอกันอีกครั้ง
แต่สำหรับโม่เฟิงแล้ว เขาอยากให้ซาตานมาเอาชีวิตเขาไปเลยซะยังจะดีกว่า ความรู้สึกที่สลับไปมาระหว่างสุขและความเศร้าแบบนี้ มันทำให้เขาเ็ปทรมานเกินไป
ด้วยความรู้สึกสับสนวุ่นวายใจทำให้โม่เฟิงนอนไม่หลับ ในหัวของเขามีแต่ภาพของติงว่านหรูกำลังยิ้มให้เขาและท่าทางต่าง ๆ ของเธอผุดขึ้นมาในหัวเขาตลอดเวลา จนถึงเที่ยงคืนแล้วแต่เขาก็ยังไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด จากนั้นโม่เฟิงก็เผลอยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาแล้วเปิดเข้าไปในวีแชต เพื่อเล่าเื่ราวน่าเศร้าของตัวเองในวันนี้ให้เพื่อนออนไลน์คนนั้นฟัง
โม่เฟิงยัง้าลองดูว่าจะได้พบรักออนไลน์เหมือนคนอื่นบ้างหรือเปล่า… เขาจึงดาวน์โหลดแอปนี้มา และเขาก็โชคดีได้รู้จักกับคนแปลกหน้าในนั้น แต่ทั้งสองก็ดูคุ้นเคยกันอย่างมากในแอปนี้
“โชคดีจังที่เธอยังออนไลน์อยู่” โม่เฟิงพึมพำพร้อมกับพิมพ์ข้อความลงในโทรศัพท์อย่างเร่งรีบว่า [กำลังทำอะไรอยู่ เธอยังไม่นอนเหรอ?]
รอไม่นานก็มีข้อความตอบกลับมาว่า [อ๋อ ฉันไม่ได้ทำอะไร คุณล่ะ ทำอะไรอยู่เหรอ?]
โม่เฟิงรีบตอบกลับทันทีว่า [ชีวิตมันเศร้า วันนี้เป็วันแห่งความโชคร้ายของฉันเลย]
ทันใดนั้นโม่เฟิงก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงพิมพ์ข้อความตอบกลับไปอีกว่า [แต่ก็เป็วันที่โชคดีของฉันด้วยเหมือนกัน!]
[โอ้! ชีวิตนี้มีทั้งความสุขและความทุกข์ปะปนกันจริง ๆ ยินดีด้วยนะที่ถูกรางวัล ฮ่าฮ่า]
โม่เฟิงมองข้อความนั้น มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มเล็กน้อย แล้วรีบตอบกลับไปว่า [ฮ่าฮ่า ใช่เลย รู้สึกเหมือนอยู่ใน์และนรกพร้อมกันเลย มันทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นจริง ๆ]
อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว [ไอ้บ้า! ไร้ยางอาย ฉันจะไปนอนละ ฮ่าฮ่า แต่ว่านะเสื้อชั้นในลูกไม้ของฉันหายไปละ]
เนื่องจากทั้งสองคุยกันมานานแล้ว โม่เฟิงและคู่สนทนาต่างก็เปิดใจคุยกันอย่างตรงไปตรงมา พูดจาโดยไม่ปิดบังความในใจ บางครั้งก็มีการหยอกล้อกันเล็กน้อย ซึ่งทำให้ต่างฝ่ายต่างรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
โม่เฟิงรู้สึกว่าเืสูบฉีดขึ้นมาในทันที จึงรีบตอบกลับไปว่า [งั้นบอกที่อยู่ของเธอมาสิ ฉันจะไปถึงภายในห้านาที]