บทที่ 24 เปิดเผยตัวจริงของเมดูซ่า
เมื่อตกลงกันได้ทั้งสองคนก็นั่งลงที่เดิมเมโลดี้ก่อกองไฟและเริ่มปรุงอาหารง่ายๆ ยูเมะก็นั่งขัดสมาธิอยู่เงียบๆ เพื่อปรับสภาพจิตใจ
ราว10 นาทีต่อมา ทั้งสองก็ััได้ถึงการเคลื่อนไหวจากภายนอก สายตาสองคู่กวาดมองไปทันทีไม่นานนักเงาขนาดเล็กกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
“ก็อบลินไซรัป ผมจัดการเอง”
สิ้นคำยูเมะก็พุ่งตัวออกไปจังหวะการก้าวเดินแฝงไว้ด้วยความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ทำให้เงาร่างแยกออกเป็สองเงาแยกออกไปทางซ้ายและขวา
ชั่วขณะนั้นดาบสองเล่มก็ปรากฏขึ้นจากเงาร่างหนึ่งเงาจริง หนึ่งเงาเท็จ เงาทั้งสองสลับกันอย่างรวดเร็วจนยากจะมองออกทำให้ก็อบลินที่กระโจนเข้ามาตกอยู่ในความสับสนก่อนจะถูกคมดาบลายคลื่นทะลวงใส่เข้าไปหนึ่งดาบจนคอกลายเป็รู
เืที่ส่งกลิ่นหอมราวกับน้ำหวานก็ไหลทะลักออกมาเป็สายก็อบลินที่เหลือก็มองไปทางทิศทางที่ดาบปรากฏ ก่อนจะจู่โจมใส่เงาที่ถือดาบทันที
ทว่ายูเมะกลับปรากฏตัวขึ้นจากเงาอีกด้านหนึ่งพร้อมกับคมดาบที่ฟาดฟันออกไป รังสีดาบสีดำปรากฏขึ้นราวกับวงคลื่นบนผิวน้ำมันปรากฏขึ้นเป็วงเล็กๆ แล้วขยายตัวขึ้น ทำให้ก็อบลินสามตัวถูกฟันเข้าใส่แผ่นหลังพร้อมๆกัน
จากนั้นเพียงอึดใจยูเมะก็ปรากฏขึ้นอีกที่หนึ่งราวกับภูตผีแล้วแทงดาบออกไปติดต่อกันสามครั้งคอของก็อบลินทั้งสามที่พยายามพลิกตัวกลางอากาศก็ถูกทะลวงใส่อย่างแม่นยำ
ไม่กี่อึดใจก็อบลินทั้งกลุ่มก็ตายไปบนร่างกายของพวกมันปรากฏรอยแผลที่คอเสียเป็ส่วนใหญ่ทั้งหมดนั้นตายเพราะเสียเืทั้งสิ้น
หลังจากจบการต่อสู้ยูเมะก็สะบัดดาบครั้งหนึ่งไล่คราบเืที่เหมือนน้ำหวานทิ้งไปแล้วเดินกลับไปหาเมโลดี้ที่มองมาด้วยความชื่นชมทั้งยังตบมือเบาๆ
“ยอดไปเลยค่ะชูร่า แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ปรับแต่งสกิลใหม่ได้ดีขนาดนี้”
“อืม! ผมเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าสกิลที่ปรับไปตามอารมณ์มันจะออกมาได้ดีขนาดนี้”
ยูเมะยิ้มน้อยๆ พลางสะบัดดาบเป็วงกลมเล็กๆ จนเกิดรังสีดาบสีดำวงเล็กที่ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับวงคลื่นบนผิวน้ำ
รังสีดาบนี้มาจากสกิล‘รังสีดาบ’ ที่เป็เหมือนไพ่ตายของเขามันเป็สกิลที่มีระดับสูงที่สุดของเขาและเป็แกนหลักของสกิลไม้ตายหลายสกิลที่เขามีอยู่
แต่นอกจากสกิลรังสีดาบที่ทรงพลังที่สุดแล้วสกิลอื่นที่ถูกผสมลงไปนั้น กลับเป็สกิลทั่วไปที่เขาเคยเรียนมาในอดีต
ด้วยเหตุนี้สกิลดาบใหม่ที่ดูราวกับวงคลื่นนี้จึงไม่มีพลังทำลายล้างที่มากนักมันทำได้เพียงสร้างภาพลวงตา ดึงดูดความสนใจและก่อกวนเท่านั้น
ส่วนกระบวนท่าสังหารที่แท้จริงนั้น กลับมาจากสกิล ‘แทงจุดตาย’ที่ผสานกับสกิลอีกหลายอย่างจนมีความสามารถคล้ายกับสกิลสังหารของพวกนักฆ่า
การผสมผสานนี้เกิดขึ้นจากอารมณ์อย่างแท้จริงเขาปรับแต่งสกิลนี้ด้วยเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทั้งยังเป็การปรับแต่งขณะที่ต่อสู้ทำให้เขาคิดไม่ถึงเหมือนกันว่ามันจะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพแบบนี้
ยูเมะยิ้มน้อยๆให้กับสกิลใหม่ ก่อนจะนั่งลงที่ข้างกองไฟแล้วรับถ้วยซุปจากเมโลดี้มาดื่มเพื่อฟื้นฟูพลังกายที่เสียไป
ขณะที่ฟื้นฟูยูเมะก็เริ่มปรับสกิลต่อ การต่อสู้เมื่อครู่นี้สร้างแรงบันดาลใจให้เขาเล็กน้อยทำให้เขานึกหาวิธีปรับแต่งสกิลเพิ่มได้ เขาจึงไม่รอช้าปรับแต่งมันทันที
เมโลดี้เห็นแบบนั้นก็เกิดความคิดขึ้นมาบ้างเช่นกันเธอเลยปรับแต่งสกิลที่เพิ่งจะสร้างขึ้นมาบ้าง ทั้งสองจึงจมอยู่ในความคิดของตัวเอง
หลังจากนั้นไม่กี่นาทีการเคลื่อนไหวก็เกิดขึ้นอีกครั้งนี้เมโลดี้เป็ฝ่ายอาสาออกไปแทนยูเมะจึงหยุดการปรับสกิลไว้แล้วหันไปมองยังทิศทางที่มีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น
ทว่าอึดใจต่อมาเขาก็ต้องยิ้มออกมา
“น่าเสียดายนะเม แต่รอบนี้ไม่ใช่มอนเตอร์ละดูเหมือนอัลจะมาถึงแล้วนะ”
ได้ยินแบบนั้นเมโลดี้ก็ผ่อนคลายลง เธอยิ้มน้อยๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะไม่พอใจแต่อย่างใด
หลังจากนั้นไม่นานพุ่มไม้ต่างๆก็สั่นไหวก่อนจะแยกออก แล้วปรากฏเงาของคนสองคนที่เดินออกมา เผยให้เห็นชายหนุ่มร่างสูงที่สวมชุดเกราะผสมของหนังสัตว์และกระดูกที่ด้านหลังมีคันธนูที่ทำจากไม้คันหนึ่งพาดอยู่
ด้านหลังของชายหนุ่มคือหญิงสาวร่างเล็กในชุดหนังสัตว์รัดรูปซึ่งมีเครื่องประดับที่ทำจากกระดูกสัตว์และไม้จำนวนมาก
ทันทีที่ทั้งสองปรากฏตัวยูเมะก็เลิกคิ้วน้อยๆด้วยความแปลกใจเพราะชุดของทั้งสองนั้นเปลี่ยนไปมากจนแทบจะจำไม่ได้
ขณะเดียวกันนั้นอัลเบิร์ตและนิกกี้ที่ปรากฏตัวขึ้นก็หยุดมองยูเมะกับเมโลดี้ด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน
ยูเมะนั้นอยู่ในชุดซามูไรลายคลื่นที่ไม่มีเกราะเลยสักชิ้นทั้งหมดเป็เสื้อผ้าสีขาวที่มีลายคลื่นสีฟ้าดาบเองก็ใส่อยู่ในฝักสีน้ำทะเลที่มีลายคลื่นประดับอยู่
ขณะที่เมโลดี้นั้นอยู่ในชุดหนังสัตว์สีขาวที่ดูคล้ายกับกระต่ายโดยเฉพาะหมวกหนังที่มีหูกระต่ายคู่หนึ่งบนหัวทำให้ภาพลักษณ์ของเธอดูน่ารักเป็พิเศษ
การพบเจอกันของเพื่อนสนิทในรูปลักษณ์ที่แตกต่างนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายตกตะลึงไปไม่น้อยยังดีที่อัลเบิร์ตได้คุยกับยูเมะมาก่อนมันจึงจำโมเดลที่เขาใช้ได้
แต่ก็เพราะว่าจำได้มันจึงอดไม่ได้ที่จะต้องหันไปมองเมโลดี้อยู่หลายครั้ง เนื่องจากโมเดลที่เธอใช้นั้นมีภาพลักษณ์ที่ต่างจากเดิมจนคาดไม่ถึง
แม้กระทั่งนิกกี้ก็ยังใกับโมเดลของเมโลดี้ในตอนนี้ย่อมไม่ต้องพูดถึงอัลเบิร์ต แต่ในความในั้น มันมีความรู้สึกคุ้นเคยรวมอยู่ด้วยทำให้ตอนที่เธอมองไปทางเมโลดี้นั้น สีหน้าของนิกกี้จึงผิดปกติไปบ้าง
ชั่วขณะนั้นทั้งสองฝ่ายเหมือนจะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมาดีจนกระทั่งยูเมะโบกมือเรียก ทั้งสองจึงเดินเข้ามานั่งลงที่ข้างกองไฟ
เมโลดี้กลับมานั่งลงที่ข้างกายยูเมะเช่นเดิมจากนั้นก็เริ่มทำหน้าที่ของเธอด้วยการเสิร์ฟถ้วยซุปให้กับอัลเบิร์ตและนิกกี้
“สุดยอดไปเลยนะ เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้เลย”
“ช..ใช่ค่ะ! เป็โมเดลที่น่ารักมากๆ เลยค่ะคุณเมดูซ่า”
คำชมของทั้งสองทำให้เมโลดี้ยิ้มน้อยๆ เป็การตอบรับซึ่งทำให้อัลเบิร์ตกับนิกกี้ตกตะลึงมากขึ้นไปอีกเพราะภาพลักษณ์ของเธอในตอนนี้มันต่างจากตอนใช้โมเดลสตรีเถื่อนราวกับเป็คนละคน
ความแตกต่างนี้ทำเอาอัลเบิร์ตถึงกับต้องหันไปมองยูเมะหลายครั้งราวกับ้าถามว่านี่คือเมดูซ่าจริงๆ ใช่ไหม ทำให้ยูเมะอดไม่ได้ที่จะยิ้มแบบขำๆ
“ใขนาดนั้นเลยหรอ”
“มันก็แน่อยู่แล้วไม่ใช่เรอะ!! ดูความแตกต่างนี่สิ!ราวนางั์กลายเป็นางฟ้าแบบนี้ มีใครไม่ใบ้าง!! อุ! ขอโทษครับผม!!”
ราวกับรู้ตัวว่าคำพูดไม่เหมาะสม อัลเบิร์ตรีบกล่าวขอโทษในทันทีแต่ก็ไม่วายถูกนิกกี้บิดเอวจนร้องซีดออกมาด้วยความเ็ป
“ต..แต่ที่อัลพูดก็ไม่ผิดนะคะ มัน..มันต่างกันมากจริงๆทำไมถึงเปลี่ยนโมเดลละคะคุณเมดูซ่า”
เมโลดี้ยิ้มน้อยๆ ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน ทำเอาอัลเบิร์ตถึงกับยกมือกุมอกด้วยท่าทางที่โอเวอร์เป็ที่สุดขณะที่นิกกี้นั้นหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความรู้สึกตื่นเต้นกับใบหน้าที่งดงามของเมโลดี้ในตอนนี้
“มันแปลกหรือคะ..เวลาผู้หญิงเราอยู่กับคนที่ชอบก็ต้องอยากทำให้ตัวเองดูดีที่สุดอยู่แล้วไม่ใช่หรือคะ”
คำตอบนี้ทำให้สีหน้าของนิกกี้เปลี่ยนไปในทันทีกระทั่งอัลเบิร์ตที่ความรู้สึกช้าไปบ้างในด้านรักๆก็ยังตกตะลึงเพราะคำตอบนี้ได้เปิดเผยความสัมพันธ์ของเธอกับยูเมะออกมาจนหมดสิ้น
ในเกมดินแดนเทพเ้าแห่งการต่อสู้นั้นใครก็ตามที่รู้จักอาชูร่าก็ต้องรู้จักเมดูซ่าด้วยเช่นกันชื่อเสียงของทั้งสองในฐานะของคู่หูนั้นโด่งดังมาก นอกจากนั้นหากรู้จักทั้งสองดีพอก็จะรู้ว่าทั้งสองนั้นมีข่าวลืออยู่เื่หนึ่งที่ถูกพูดถึงอยู่บ่อยๆ
ข่าวลือที่ว่านั้นก็คือทั้งสองเป็คนรักกัน
ข่าวลือนี้เพื่อนๆอย่างอัลเบิร์ตและนิกกี้ที่รู้จักตัวจริงของยูเมะย่อมไม่เชื่อมากนักแต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าทั้งสองแอบสงสัยในความสัมพันธ์ของพวกเขาอยู่เหมือนกัน
ดังนั้นคำตอบของเมโลดี้ในตอนนี้จึงทำให้ทั้งสองใมากและตระหนักว่าข่าวลือนั้นเป็เื่จริง
หลังจากรู้เื่นี้สีหน้าของอัลเบิร์ตกับนิกกี้ก็เปลี่ยนไปอัลเบิร์ตมีท่าทีใ ส่วนนิกกี้นั้นขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจขณะที่หันไปทางยูเมะ
แม้จะถูกสายตาของเพื่อนทั้งสองจ้องมองยูเมะก็ยังยิ้มได้ราวกับไม่รู้สึกอะไร ทำให้สีหน้าของนิกกี้เปลี่ยนไปจนน่ากลัวส่วนอัลเบิร์ตนั้นดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้จนอดไม่ได้ที่จะมองไปยังเมโลดี้อีกครั้ง จากนั้นจึงหันไปทางยูเมะ
ท่าทางของทั้งสองนั้นดูผ่อนคลายมากผิดกับนิกกี้ที่ดูเหมือนจะโมโหมากกับเื่นี้
ชั่วขณะนั้นอัลเบิร์ตก็มีความคิดบางอย่างที่แม้กระทั่งตัวมันเองก็ยังรู้สึกว่าน่าเหลือเชื่อซึ่งพอคิดได้มันก็รีบเข้าไปปิดปากนิกกี้ในทันทีทำให้หญิงสาวกรีดร้องออกมาด้วยความไม่พอใจ
“ตาบ้า! นายจะเข้ามาห้ามฉันทำไม!หรือว่านายเห็นด้วยกับหมอนี้ฮะ!!”
“ยัยบ้า! ใจเย็นๆ ก่อน ดูสีหน้าสองคนนี้ให้ดีๆ ก่อนแล้วบอกฉันมาว่าเธอคิดยังไง!!”
เพราะถูกห้ามเอาไว้ นิกกี้จึงเข้าไปเอาเื่ยูเมะไม่ได้ทั้งยังถูกปิดปากเลยพูดอะไรได้ไม่ถนัด แต่สุดท้ายนิกกี้ก็ค่อยๆ สงบลงและทำตามที่อัลเบิร์ตพูด
เมื่อเธอมองดูสีหน้าของยูเมะและเมโลดี้ชัดๆสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป คล้ายกับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอต้องใ
อันที่จริงั้แ่เจอกับเมโลดี้ในโมเดลสาวน้อยนิกกี้ก็สนใจเธอมาก ทั้งรูปร่าง หน้าตา ล้วนแต่มองดูด้วยความสนใจ
แต่เธอก็ไม่เคยเปรียบเทียบทั้งสองจริงๆเท่าไหร่ ดังนั้น เธอจึงไม่ได้สังเกตเห็นบรรยากาศระหว่างทั้งสองเท่าไหร่นัก
ด้วยเหตุนี้นิกกี้จึงมองไม่เห็นรอยยิ้มที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของยูเมะและมองไม่เห็นความรู้สึกผิดที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของเมโลดี้
หลังจากพบเจอร่องรอยของความรู้สึกทั้งสองนี้นิกกี้ก็เหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้เช่นกัน
“นี่อย่าบอกนะว่า!”
“แกคบซ้อนสินะชูร่า!!”
ยังไม่ทันที่นิกกี้จะได้พูดออกมาจนจบ อัลเบิร์ตก็ถูกแทรกขึ้นมาก่อนทำเอายูเมะถึงกับคิ้วกระตุก จากนั้นถ้วยก็บินออกไปจากมือโดยไม่ได้ตั้งใจ
อัลเบิร์ตจึงถูกถ้วยไม้ซัดหน้าจนเืพุ่งตามมาด้วยเงาร่างที่เคลื่อนไหวในพริบตา ก้าวเดียวก็ปรากฏตัวขึ้นเหนืออัลเบิร์ตที่นอนหงายอย่างหมดสภาพก่อนจะชี้ดาบตรงไปที่คอของอีกฝ่าย
ใบหน้าของยูเมะกลายเป็ดำมืดจนน่ากลัวดวงตาเรืองแสงสีม่วงเจิดจ้าราวกับดวงตะวัน
“แกพูดอีกทีสิอัลฉันสาบานได้ว่าจะไม่เชือดแกทิ้งในทันที”
“เฮ้ยๆ ใจเย็นเพื่อน! ล้อเล่นนะล้อเล่น! เข้าใจไหม ล้อเล่นๆ โถ่พ่อคุณ! อย่าโหดกับเพื่อนแบบนี้เซ่!!!”
ท่าทางของอัลเบิร์ตนั้นทำให้ยูเมะอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งขณะที่เมโลดี้ยิ้มหวานพลางหัวเราะเบาๆ ราวกับกำลังสนุก ส่วนนิกกี้นั้นเธอมองภาพของยูเมะกับอัลเบิร์ตด้วยสายตาอ่อนใจ ก่อนจะหันกลับมามองเมโลดี้อีกครั้ง
“อย่าบอกนะคะว่าที่ผ่านมาคุณเมดูซ่าปิดบังพวกเรามาโดยตลอด”
“ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ เป็เพราะเมขี้ขลาดเอง ถ้าเมกล้ากว่านี้พวกเราก็คงไม่ต้องปิดบังทุกคนมานานขนาดนี้”
สีหน้าของนิกกี้เปลี่ยนไปเล็กน้อยเธอคล้ายกับจะเข้าใจความรู้สึกของเมโลดี้ สายตาที่เธอมองไปจึงอ่อนลงอัลเบิร์ตเองก็สลายรอยยิ้มขบขันทิ้งไปแล้ว
ส่วนยูเมะนั้นแม้จะยังไม่หายหงุดหงิด แต่ก็เลิกแกล้งอัลเบิร์ตแล้วเช่นกัน ชั่วขณะนั้นบรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนไปจนแปลกประหลาดอยู่บ้าง
ในฐานะของเพื่อนที่รู้จักกันมานานนั้นการมีความลับกันเื่สองเื่ก็คงไม่ใช่เื่แปลก แต่บางเื่นั้นมันก็ชวนให้รู้สึกตะขิดตะขวงใจบ้างเหมือนกันยิ่งเป็เื่ที่ปกปิดตัวตนของตัวเองด้วยแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกว่ายากจะยอมรับ
ในสังคมยุคปัจจุบันที่โลกเสมือนจริงเฟื่องฟูจนถึงขีดสุดนั้นมีคนหลายคนที่คบหากันด้วยตัวตนจำลอง คบหากันด้วยหน้ากากจากการสวมบทบานหรือคำโกหก
แต่ก็มีไม่น้อยที่คบหากันด้วยใจจริงยูเมะกับอัลเบิร์ตนั้นถือว่าคบหากันด้วยใจจริงทั้งสองรู้จักกันทั้งในเกมและโลกแห่งความเป็จริง จึงถือได้ว่าเป็เพื่อนสนิท
กับเมดูซ่าในอดีตเองก็เช่นกันแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังสวมบทบาทอยู่ พวกเขาก็ยอมรับได้และเห็นว่าเป็เพื่อนเพียงแต่การ ‘สวมบทบาท’นั้น มันคนละเื่กับการโกหกว่าเป็คนอื่น โกหกว่าไม่รู้จักกัน
สำหรับเื่นี้แม้จะรู้ว่ามีความจำเป็บางอย่าง แต่มันก็ยังทำให้รู้สึกไม่ดีอยู่บ้างเล็กน้อย
“อย่าโทษเมเลย ความจริงผมเองก็ผิดเหมือนกันถ้าผมกล้ากว่านี้ พวกเราก็คงไม่ต้องปิดบังเื่นี้กับทุกคน”
“ชูร่า..”
“เม..”
ชั่วขณะนั้นสีหน้าแปลกๆ ของอัลเบิร์ตก็กลายเป็สีหน้าของคนเลี่ยนความรักนิกกี้เองก็ยิ้มแปลกๆจ้องมองทั้งสองด้วยสายตาวาววับราวกับได้เห็นตำนานที่มีอยู่จริง
หลังจากนั้นยูเมะกับเมโลดี้ก็อธิบายความสัมพันธ์ของพวกเขาให้อัลเบิร์ตกับนิกกี้ฟังจนเข้าใจและรู้ว่าพวกเขานั้นรู้จักตัวจริงของกันและกันมานานพอสมควรแล้ว
แต่เพิ่งจะคบหากันในโลกแห่งความเป็จริงได้แค่ไม่กี่วันทั้งสองก็เลยตัดสินใจเปิดเผยตัวจริงของเมดูซ่ากับพวกเธอซึ่งเป็เพื่อนสนิทของยูเมะ
ตลอดเวลาที่ฟังสีหน้าของอัลเบิร์ตแปลกไปไม่น้อย มีทั้งความใ ความอิจฉาและความรู้สึกชื่นชม
ขณะที่นิกกี้นั้นสองตาของเธอทอประกายวาววับราวกับได้ฟังเื่ราวความรักที่แสนโรแมนติกนอกจากนั้นเื่ราวที่ได้ฟังนี้ยังเป็เื่ของคนใกล้ตัว ให้เธอรู้สึกอินกว่าการอ่านนิยายรักเสียอีก
“สุดยอดไปเลย ราวกับนิยายรักเลย!”
“นั่นสินะ อย่างกับนิยายรักเลย แกนี่มันโชคดีจริงๆ เลยชูร่า!! น่าอิจฉาจริงๆ เลยให้ตายเถอะ!!”
ยูเมะได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มจำ แต่ก็ยอมรับว่าตัวเองโชคดีจริงๆที่ดันรู้จักกับเมโลดี้ในเกม จากนั้นก็พัฒนาความสัมพันธ์กับเธอจนกลายเป็ความรักก่อนจะพบว่าพวกเขาอยู่ใกล้กันขนาดไหน
หากไม่มีเื่แบบนี้เกิดขึ้นเขากับเมโลดี้ก็อาจจะไม่มีวันได้รู้จักกันเพราะในโลกแห่งความเป็จริงนั้นพวกเขาต่างกันมากเกินไป ทั้งฐานะ ทั้งสังคม แม้กระทั่งนิสัยก็ต่างกันจนยากที่จะทำความรู้จักกันได้
แต่ในโลกเสมือนจริงของเกมออนไลน์ยูเมะสามารถกลายเป็คนใหม่ ทำให้เขากล้าที่จะเปิดเผยความรู้สึกทั้งหมดออกมาด้วยความเชื่อมั่นที่เต็มเปี่ยม
ขณะที่เมโลดี้ที่อยากจะซ่อนฐานะทางสังคมของเองเพื่อเป็ตัวของตัวเองอย่างแท้จริงเธอจึงจงใจปั้นโมเดลที่น่าเกลียดเพื่อป้องกันไม่ให้คนเข้ามาหาเธอเพราะความสวยงาม
การพบเจอกันในโลกออนไลน์ของทั้งสองจึงถือได้ว่าเป็โชคอย่างหนึ่งพวกเขามีความชอบคล้ายๆ กันและมาเจอกันได้โดยบังเอิญ
แต่ที่ทำให้ทั้งสองสนิทกันได้ขนาดนี้นั้นส่วนหนึ่งก็เป็เพราะยูเมะไม่ได้สนใจรูปร่างที่จงใจปั้นให้น่าเกลียดของเมโลดี้เนื่องจากเขาเองก็มีปมด้อยที่มีรูปร่างไม่ดีเขาเลยไม่รู้สึกรังเกียจรูปร่างที่น่าเกลียดที่เมโลดี้จงใจปั้นขึ้น
นอกจากนั้นทั้งสองคนก็ยังใช้อาวุธที่สนับสนุนกันได้ดีจากความบังเอิญพบกัน ก็กลายมาเป็เพื่อน จากนั้นก็กลายมาเป็คู่หูจนสุดท้ายก็กลายมาเป็คนรัก