ตอนที่ 6ความเมาเป็เหตุ
“ฝัน! พอได้แล้ว...แกดื่มเยอะเกินไปแล้วนะ” เหมือนแพรเริ่มเอ็ดตะโรเสียงดังขึ้นเมื่อเห็นว่าวาดฝันเอาแต่ยกดื่มไปหลายแก้วติดต่อกันร่างบางเริ่มซวนเซอย่างไม่อาจทรงตัวได้อยู่ทำเอาเหมือนแพรได้แต่ถอนหายใจและส่ายหน้าออกมาอย่างเอือมระอา
“ไม่เป็ไรน่าแพร...ฉันยังไหว” วาดฝันยิ้มกว้างให้เพื่อนรัก ก่อนจะตอบเสียงยานคางออกมาสองแก้มแดงระเรื่อจัด ดวงตากลมโตเริ่มปรือลงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ร่างกายรับเข้าไปมากเกินขีดจำกัด
“ไหวบ้าอะไรเล่า! ดูสภาพแกตอนนี้สิ หน้าแดงเป็ลูกตำลึงแล้วเนี่ย”เหมือนแพรบ่นอุบอย่างเป็ห่วง สองมือยื้อยุดแก้วออกจากการเกาะกุมของวาดฝัน
“ฉันแค่…แค่อยากสนุกนี่นา” วาดฝันพูดเสียงอ้อแอ้ เธอเบี่ยงตัวหนีเหมือนแพรจากนั้นก็ยกแก้วค็อกเทลขึ้นดื่มอีกครั้ง
“สนุกบ้านแกสิ! แกมันคออ่อนจะตาย ดื่มแค่แก้วสองแก้ก็เมาแล้วนี่เล่นกระดกหมดแก้วไม่หยุด เดี๋ยวก็ได้นอนพับตรงนี้พอดีหรอก”เหมือนแพรพยายามแย่งแก้วจากมือวาดฝัน แต่กลับถูกวาดฝันปัดมือทิ้งอย่างเอาแต่ใจ
“แพร...ไม่รักฉันแล้วหรือ ทำไมต้องขัดใจฉันด้วย...ฉันจะดื่ม...ดื่มอีก”วาดฝันโวยวายเสียงดังพร้อมยกแก้วกระดกเข้าปากอีกครั้งท่าทางของเธองอแงราวกับเด็กน้อยที่ถูกขัดใจ
เหมือนแพรถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนเธอรู้ดีว่าตอนนี้ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรไป วาดฝันก็คงไม่ฟังเธออย่างแน่นอนเมื่อเพื่อนสาวของเธอคนนี้เมามายได้ที่แล้วก็ยากที่จะควบคุมได้
“โอเคๆ อยากดื่มก็ดื่มไปเลยแต่ถ้าเมาแล้วอย่ามาโวยวายทีหลังก็แล้วกัน” เหมือนแพรพูดออกมาอย่างจงใจประชดประชันแต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามวาดฝันอีกต่อไป เธอได้แต่คอยมองเพื่อนด้วยความเป็ห่วง
“พวกแก...เลิกชนกับฝันได้แล้ว” เหมือนแพรที่ห้ามวาดฝันไม่ได้เธอจึงหันกลับมาเล่นงานพวกเพื่อนคนอื่นๆ เสียแทนทำเอาเหล่าเพื่อนในกลุ่มถึงกับบ่นอุบขึ้นมา “อะไรวะ...ฝันมันดื่มเอาดื่มเอาแม่อย่างแกยังห้ามมันไม่ได้ แล้วมาพาลให้พวกเราเนี่ยนะ”เหมือนแพรได้แต่สะบัดหน้าส่งสายตาคมกริบเข้าใส่บรรดาเพื่อนตัวดีทั้งหลาย
วาดฝันยังคงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่ยั้งคิดจนในที่สุด สติสัมปชัญญะของเธอก็ค่อยๆ เลือนรางหายไปภาพทุกอย่างรอบข้างเริ่มพร่ามัวเสียงเพลงดังกระหึ่มเริ่มฟังดูเหมือนเสียงคลื่นซัดสาดในทะเล
“เหมือนแพร…ฉัน…ฉันชอบคุณภูทัช…ฉันชอบเขาจริงๆ นะ”วาดฝันพึมพำออกมาเสียงแ่ ใบหน้าแดงก่ำซบลงบนโต๊ะ
เหมือนแพรที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างแรงด้วยความอ่อนใจเธอรู้ดีว่าวาดฝันเมามายไม่ได้สติแล้วจริงๆคำพูดที่เพ้อออกมาเมื่อครู่นี้ก็เป็หลักฐานยืนยันได้เป็อย่างดี
“เออๆ ชอบก็ชอบ! แต่ตอนนี้กลับบ้านก่อนเถอะน่า เมาขนาดนี้แล้วเนี่ย”เหมือนแพรพูดเสียงดัง เธอพยายามประคองร่างของวาดฝันให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
“ไม่กลับ! ฉันยังไม่อยากกลับ ฉัน…ฉันจะอยู่ตรงนี้…ฉันจะรอคุณภูทัช…”วาดฝันโวยวายเสียงดังอีกครั้ง เธอพยายามขืนตัวไม่ยอมลุกตามแรงดึงของเหมือนแพร
“รออะไรอีก! เขากลับไปกับบรรดาสาวๆ พวกนั้นแล้วตอนนี้แกกลับบ้านกับฉันก่อนได้แล้ว” เหมือนแพรพูดออกมาอย่างคนที่ข่มกลั้นความอดทนเอาไว้อย่างที่สุด
“แต่คุณภูทัชเป็แฟนของฉันไม่ใช่หรือ” วาดฝันยังคงดื้อดึง พร้อมเอ่ยเสียงอ่อยออกมาสองมือยังคงพยายามปัดมือของเหมือนแพรออกห่างจากตัว
“โอ๊ย! ยายบ้าเอ๊ย...เพ้อเจ้ออะไรของแกเนี่ย...ไปกลับบ้านได้แล้ว” เหมือนแพรพยายามที่จะปลุกสติของเพื่อนรักให้กลับคืนมาอีกครั้ง
เมื่อวาดฝันยังคงดิ้นรนขัดขืนไม่หยุด เหมือนแพรที่เริ่มหมดความอดทนเธอตัดสินใจที่จะลากร่างของวาดฝันกลับบ้านให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม
เหมือนแพรออกแรงพยุงร่างของวาดฝันให้ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลวาดฝันที่เมามายไม่ได้สติก็เอาแต่โวยวายและขัดขืนตลอดทางทำให้เหมือนแพรต้องออกแรงลากเพื่อนสาวไปอย่างถูลู่ถูกัง“แม่คุณเอ๊ย...ทำไมเมาป่วงได้ขนาดนี้เนี่ย” เหมือนแพรบ่นอุบไม่หยุดแต่ก็ไม่สามารถตัดใจทิ้งเพื่อนรักของตัวเองลงได้
“คุณภูทัช! ฉันชอบคุณ! ฉันชอบคุณจริงๆ นะ”วาดฝันร้องะโออกมาเสียงดังลั่นผับไม่สนใจสายตาของผู้คนรอบข้างที่หันมามองพวกเธอด้วยความสนใจ
เหมือนแพรถึงกับหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายรีบพยายามปิดปากวาดฝันไม่ให้ส่งเสียงดังไปมากกว่านี้ แต่กลับไม่เป็ผลเท่าใดนักวาดฝันยิ่งะโร้องเสียงดังมากขึ้นอย่างไม่มีทีท่าจะยอมหยุด
“เงียบๆ หน่อยเถอะน่า อายคนอื่นเขาบ้าง” เหมือนแพรกระซิบเสียงลอดไรฟัน “คอยดูพรุ่งนี้เถอะ แม่จะสวดให้ยับเชียว”
กว่าที่เหมือนแพรก็ลากร่างของวาดฝันออกมาจากผับได้สำเร็จก็ทำเอาเธอเคล็ดไปทั้งตัวเหมือนแพรพาวาดฝันเดินโซซัดโซเซไปยังลานจอดรถที่อยู่ด้านหน้าผับ
“ถึงรถแล้วๆ ขึ้นรถเร็ว” เหมือนแพรพูดเสียงหอบรีบเปิดประตูรถฝั่งผู้โดยสาร เพื่อที่จะยัดร่างของวาดฝันเข้าไปในรถ
แต่แล้ว…ในขณะที่เหมือนแพรกำลังหากุญแจรถในกระเป๋าเธอก็ต้องใเมื่อพบว่า…กุญแจรถของเธอหายไป
“ซวยแล้ว! กุญแจรถหายไปไหนเนี่ย” เหมือนแพรอุทานเสียงหลง เธอลืมตัวรีบปล่อยร่างของวาดฝันลงกองกับพื้นก่อนจะพยายามรื้อค้นกระเป๋าของตัวเองอย่างละเอียดอีกครั้ง “หายไปไหนวะ วันนี้นี่มันวันซวยไปถึงไหนวะเนี่ย!”เหมือนแพรสบถออกมาอย่างอารมณ์เสีย เธอต้องคอยหันไปดูวาดฝันที่เมาเละเทะทั้งยังต้องพยายามค้นหากุญแจรถให้เจออีกไม่รู้ชาติที่แล้วทำกรรมอะไรหนักหนากันเชียว
“แพรจ๋า…คุณภูทัชอยู่ไหน…” เสียงยานคางของวาดฝันดังขึ้นข้างๆทำให้เหมือนแพรยิ่งรู้สึกปวดหัวเข้าไปใหญ่
“เออ! เอาไว้แม่เจอแล้วจะมัดเชือกถวายให้เลย...เฮ้อ! ซวยจริงๆ เลย”เหมือนแพรบ่นอย่างหัวเสีย
ในขณะที่เหมือนแพรกำลังสาละวนอยู่กับกระเป๋าอยู่นั้นเองสายตาของวาดฝันที่เมามายไม่ได้สติก็พลันเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งที่คุ้นตากำลังเดินผ่านมาทางลานจอดรถ
คุณภูทัช!