ความรักสำหรับฉันมันคืออะไรงั้นเหรอ?คือหัวใจเต้นแรงตอนได้อยู่ใกล้ๆ คือเหงาเวลาไม่ได้พบกันคือเศร้าใจเวลาที่เขาอยู่กับคนอื่น หลายๆ อย่างมันก็ใช่ความรักสำหรับฉัน แต่จริงๆแล้ว ความรักที่มีความหมายตรงกับฉันมากที่สุดคงเป็ “การรอคอย”
ฉันแอบรักผู้ชายคนหนึ่งเราเรียนด้วยกันั้แ่ ม.1 เขาเป็หนุ่ม ป๊อปั้แ่เด็กเพราะหน้าตาดี แถมร้องเพลงเก่ง เขาประกวดร้องเพลงและชนะมาหลายเวที สาวๆทั้งห้องเดียวกันและต่างห้อง ต่างพากันหลงใหลคลั่งไคล้เขาอย่างหนักฉันเองก็เป็หนึ่งในนั้น ทั้งที่อยู่ห้องเดียวกันั้แ่ ม.1-ม.3 แต่เราไม่เคยคุยกันเลยสักคำอาจเพราะทุกครั้งที่ว่าง ถ้าไม่อยู่กับเพื่อน ก็จะอยู่กับสาวๆ ที่มาติดมันไม่มีเวลาที่จะให้ฉันแทรกเข้าไปทำความรู้จักกับเขาเลย
จบ ม.3 ทั้งฉันและเขาก็เรียนต่อ ม.4 ที่โรงเรียนเดิมฉันได้เพื่อนที่เพิ่งเข้ามาเรียนใหม่ ชื่อเมธาวี เธอเป็คนเงียบๆ พูดน้อย คล้ายๆกับฉัน เราจึงเข้ากันได้ดี เพราะต่างคนต่างไม่ชอบซักถามกันมากมายประกอบกับการไม่ชอบเข้าสังคมของฉัน เลยทำให้เราทั้งคู่ไม่มีเพื่อนคนอื่นนอกจากกันและกัน
่ขึ้น ม.4 มาฉันต้องช่วยแม่ทำงาน แม่ฉันเป็แม่เลี้ยงเดี่ยวคุณพ่อทิ้งไปั้แ่ฉันยังไม่เกิด แม่ทำทุกอย่าง รับจ้างทำความสะอาด เย็บผ้าใครจ้างทำอะไรแม่ก็ทำหมด เพื่อหาเงินมาเลี้ยงฉันแม่เริ่มหารายได้เสริมด้วยการถักตุ๊กตาขาย เพราะยายเคยสอนวิธีถักโครเชต์ให้แม่ซึ่งนั่นเรียกได้ว่าช่วยให้ครอบครัวเราอยู่ดีกินดีขึ้นเพราะงานถักสามารถทำกลางคืนหลังเลิกงานได้ และก็ถือว่ามีรายได้ดีพอสมควร
แม่เริ่มรับออร์เดอร์เยอะขึ้นฉันจึงต้องช่วยแม่ถัก ฉันนำงานมาทำที่โรงเรียนทุกวัน วีชอบอ่านหนังสือ่พักเที่ยงเธอจะชวนฉันไปหาที่เงียบๆ นั่งเสมอ วีจะอ่านหนังสือส่วนฉันก็จะถักตุ๊กตา ไม่ค่อยมีบทสนทนาระหว่างเราสองคนมากนัก ส่วนธนัชชาหนุ่มหล่อที่ฉันแอบชอบ ถึงจะเรียนต่อที่เดียวกันแต่ก็ได้อยู่คนละห้องกับฉันสำหรับฉันคิดว่านั่นเป็การดีแล้วที่ฉันจะได้ตัดใจ เพราะไม่ว่าจะดูยังไงความหวังที่จะได้เป็เ้าของความรักครั้งนี้ มันไม่มีอยู่แล้ว
❉❉❉❉❉❉❉❉❉❉
เวลามันผ่านไปรวดเร็วมาก่เทอมสองจู่ๆ ก็มีข่าวลือแปลกเกี่ยวกับฉันและวีเพื่อนในห้องพากันมองเราทั้งคู่และซุบซิบนินทาวีที่ดูเป็คนเงียบๆ แต่เธอเืร้อนกว่าที่ฉันคิด
“พวกเธอมีปัญหาอะไรกับฉันเหรอทำไมต้องมองและหัวเราะเหมือนฉันกับชาเป็ตัวตลก”
อุษาหันกลับมาแสดงรอยยิ้มที่ดูแสแสร้งแบบสุดๆ
“เปล่าน้าก็แค่เห็นพวกเธออยู่ด้วยกันสองคนตลอด เลยคิดว่าพวกเธอคบกันรึเปล่านะแค่นั้นเอง”
“.......ก็ใช่ไงคบกันอยู่พวกเธอก็รู้นิ แล้วมันเป็ปัญหาตรงไหน สมัยนี้ผู้หญิงคบกันมันแปลกด้วยเหรอ”
ตอนนั้น...ยอมรับเลยว่าฉันใมากที่อยู่ ๆ วีก็พูดไปว่าเราคบกัน แต่ฉันก็เลือกที่จะเงียบ เพราะฉัน..ไม่เหมือนวีที่กล้าพูดได้แต่เงียบฟังและเออออตามเธอไปเท่านั้น
หลังจากนั้นฉันก็ถามเธอว่าทำไมพูดออกไปแบบนั้น เธอก็บอกแค่ว่า
“พูดในสิ่งที่พวกเขา้าได้ยินไปแหละดีแล้ว”
ตอนแรก..ฉันไม่เข้าใจว่าทำไม แต่หลังจากวันนั้น เพื่อนๆ ก็เลิกแซวเราพวกเขาเมินเฉย และเปลี่ยนท่าที แต่ก็ยังมีบางคนที่สงสัยและเข้ามาถาม
“ นิ....ชาคบกับวีจริงๆ เหรอ?”
ฉันได้แต่ยิ้มและตอบเลี่ยงๆไป
“ก็นะ ทำไมเหรอ?”
“ไม่คิดว่าชาจะชอบผู้หญิงอ่ะ เห็นเงียบๆ ั้แ่ ม.ต้นแล้วกล้าจังนะที่ยอมรับ”
ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่ก็มีสงสัยบ้าง วีคิดยังไงกับฉันกันแน่ ทุกๆ วันที่อยู่ด้วยกัน เธอก็จะทำแค่ 3 อย่าง เรียน กินข้าว และอ่านหนังสือ เราพูดคุยกันน้อยมาก เธอไม่เคยถามเื่ส่วนตัวฉันเลยอย่างกับว่าเธอไม่อยากให้ฉันถามเื่ส่วนตัวเธออะไรแบบนั้น แต่นั่นก็เป็สิ่งที่ฉันชอบในตัวเธอ (แบบเพื่อน)แหละนะ
ขึ้น ม.5 พวกเราเริ่มไม่มีพื้นที่ส่วนตัวเหมือนเคย น้อง ม.4ที่เข้ามาใหม่ ยึดเก้าอี้หน้าตึกเรียนไปหมด วีจึงไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดส่วนฉันก็ไปด้วยเหมือนเคยเพราะถักตุ๊กตาไม่ได้ทำเสียงดังอะไรนานเข้าฉันก็เริ่มสงสัยว่า ทำไมเธอถึงชอบอ่านหนังสือนัก หนังสือส่วนใหญ่ที่อ่านเป็นิยาย หรือไม่ก็สารคดี จะอ่านหนังสือเรียนก็แค่่ก่อนสอบเท่านั้น
“วีอ่านหนังสือเยอะจังนะ”
“ฉันมีความฝันน่ะอยากเป็นักเขียน”
“โอ้โหฟังดูเท่จังนะ”
“ชาไม่มีอะไรที่อยากทำบ้างเหรอ”
“ไม่รู้สิถักตุ๊กตาก็สนุกดีนะ เพลินดี อยากเปิดร้านขายไหมพรม และก็เปิดสอนถักโครเชต์ล่ะมั้ง”
“ฉันอยากเป็นักเขียนที่มีชื่อเสียงอย่างเก่ง อย่างเขียนเื่เจ๋งๆ แบบคนอื่นเขาบ้างถ้าโชคดีมีสำนักพิมพ์ซื้อลิขสิทธิ์ไปแปล หรือซื้อไปทำหนังเราจะรวยเละเลยนะ”
นั่นเป็บทสนทนาที่เกี่ยวกับเื่ส่วนตัวมากที่สุดที่เคยคุยกัน วีดูมีความมุ่งมั่นและตั้งใจทำในสิ่งที่เธอฝันมากฉันเองแอบนับถือเธออยู่ในใจ และคิดว่าสักวัน จะลองหาตามหาความฝันของตัวเองบ้าง
เข้าสู่่สุดท้ายของการศึกษาชั้นมัธยมปลายพอขึ้น
ม.6 ในที่สุด...ก็ได้อยู่ห้องเดียวกับนัชเสียทีฉันแอบมองเขาทุกวัน ผ่านแผ่นหลังที่ไม่เคยหันมา แต่พอคิดว่าจากนี้ไปอาจไม่ได้เจอกันแล้วก็เลยอยากลองสารภาพรักกับเขาสักครั้ง
ในเทอมสุดท้ายฉันเริ่มติดตามและแอบมองเขามากขึ้น ที่ผ่านมาเขามีข่าวไม่ค่อยดีเกี่ยวกับผู้หญิงเพราะมีหลายคนตบตีกันด้วยเื่เขา บางคนถึงกับโดนไล่ออกจากโรงเรียนเลยก็มี นั่นอาจจะเป็เพราะมีข่าวว่าค่ายเพลงดังติดต่อให้เขาไปเป็นักร้องก็เป็ได้
วันนั้น..่พักกลางวันฉันไม่ได้ไปที่ห้องสมุดกับวีเหมือนเคยฉันแอบไปที่สนามบาส ่กลางวันเขาก็มักจะมาเล่นกับเพื่อนที่นี่แต่แค่จะเดินเข้าไปใกล้ ๆ ก็ลำบากแล้วเพราะสาวๆ หลายคนมาแอบดูนัชเยอะมากแค่เดินผ่านสายตาทุกคู่ก็จับจ้องมาที่ฉันเหมือนกับจะถามว่า “เธอมาที่นี่ทำไม”และสุดท้ายฉันก็ต้องยอมแพ้ หันกลับไปทางเดิมที่มาไม่มีพื้นที่ว่างให้ฉันแทรกเข้าไปได้จริงๆ ฉันเดินคอตกกลับมาที่ห้องสมุด
“ไม่สำเร็จเหรอ”
จู่ ๆ วีก็ถามขึ้น ฉันแปลกใจที่เธอรู้ แต่จะว่าไป ก็ไม่ใช่เื่แปลกเพราะมันดูไม่ยาก เวลาที่นัชเดินผ่านทีไร ฉันก็เก็บอาการไม่อยู่ทุกครั้งไม่กล้าแม้กระทั่งจะเงยหน้ามอง ฉันจึงเล่าเื่นัชให้เธอฟัง เพราะเธอดูเป็คนเดียวที่ไม่สนใจนัชเหมือนกับว่าสิ่งที่เธอสนใจมีเพียงแค่หนังสือเท่านั้น
วันหนึ่งฉันแอบได้ยินนัชคุยกับเพื่อนผู้ชายในห้องว่าวันนี้มีซ้อมดึกฉันตัดสินใจว่าวันนี้แหละจะเป็โอกาสของฉัน หลังเลิกเรียนเลยบอกวีว่าให้กลับไปก่อนมีธุระต้องไปซื้อของให้แม่ วีจึงกลับไปคนเดียว ส่วนฉันก็รอเวลา จน 6 โมงเย็น
ฉันไปที่สนามบาส เริ่มมืดแล้วทางโรงเรียนเปิดไฟให้นักกีฬาได้ซ้อมต่อ เหมือนทุกอย่างจะเป็ใจไม่มีใครอยู่ที่นี่เลย สาวๆ พากันกลับไปหมดแล้ว ฉันเดินเข้าไปในสนาม ใกล้ขึ้นใกล้ขึ้น ฉันเริ่มเห็นบางอย่าง นัชกำลังคุยกับใคร? ยังมีผู้หญิงคนอื่นอีกเหรอ
“เอ๊ะ!“
ฉันใมาก เพราะคนที่ข้างนัชตอนนั้นคือ “วี” เธอมาทำอะไรที่นี่?เธอคุยอะไรกับนัช? ในขณะที่ฉันยืนนิ่ง นัชก็หันมาเห็นฉันเข้า วีหันตามมา พอเธอเห็นฉันก็มีท่าทีใ แต่ที่ทำให้ฉันใมากกว่า นั่นก็คือ นัชเดินเข้ามาหาฉันเอามือโอบไหล่และหันไปพูดกับวีว่า
“นี้ไงคนที่ฉันแอบชอบมาตลอด 6 ปี”
*¨**¨*•.¸❤︎¸.•*¨**¨*