ท่ามกลางความเงียบสงัดของยอดเขาเมฆาคล้อย อันเป็ที่ตั้งของ สำนักกระบี่เมฆาคราม ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบและตื่นตระหนกก็ทำลายความสงบลง ศิษย์เฝ้าหอิญญาหน้าตาซีดเผือดวิ่งหน้าตั้งผ่านบันทึกศิลาพันขั้น มุ่งตรงไปยังตำหนักส่วนตัวที่หรูหราที่สุดซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก
"แย่แล้ว! เกิดเื่ใหญ่แล้ว!" เสียงะโสั่นเครือดังขึ้นหน้าประตูปราสาทหินอ่อน
ภายในตำหนักที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานราคาแพง ซ่งฉือ บุตรชายเพียงคนเดียวของเ้าสำนักกระบี่เมฆาคราม กำลังนั่งจิบสุราเลิศรสอย่างสำราญใจ เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาแต่แฝงไปด้วยความหยิ่งยโส ดุจพยัคฆ์ที่ทะนงในอำนาจของบิดา
"มีเื่อันใดถึงได้มาเอะอะหน้าตำหนักข้า?" ซ่งฉือเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันของปราณขั้นที่ 5
ศิษย์ผู้นั้นคุกเข่าลงจนหัวกระแทกพื้น "คุณชายซ่ง... ป้ายิญญาในหอส่วนลึก... ป้ายของศิษย์พี่รองกู่เฉิง และศิษย์สายในอีกสิบสองคนที่ไปเมืองจินไห่... บัดนี้แตกสลายหมดสิ้นแล้วขอรับ!"
เพล้ง!
จอกสุราในมือซ่งฉือถูกบีบจนแหลกละเอียดเป็ผง ทันทีที่ได้ยินคำรายงาน ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น "เ้าว่าอย่างไรนะ! กู่เฉิงอยู่ขั้นที่ 4 แถมพาคนไปนับสิบ แค่ไปจัดการกับไอ้ขยะพิการที่ตันเทียนพังไปแล้วเพียงคนเดียว กลับทำพลาดจนตัวตายหมดเนี่ยนะ? พวกมันเป็ถึงศิษย์สำนักใหญ่ หรือเป็เพียงสุนัขที่ไปให้เขาเชือดทิ้งกันแน่!"
ซ่งฉือลุกขึ้นยืน กลิ่นอายสังหารแผ่กระจายจนเครื่องเรือนรอบข้างสั่นะเื "หรือว่า... จะมีใครหนุนหลังเย่ฟานอยู่? หรือพวกเ้าเมืองจินไห่คิดจะลองดีกับสำนักกระบี่เมฆาครามของข้า?"
ซ่งฉือสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามระงับอารมณ์พลุ่งพล่าน เขาเป็คนเ้าวางแผนมากกว่าที่ใครคิด "ไอ้ขยะเย่ฟานนั่น... มันโชคดีอย่างกับมีเก้าชีวิต แต่มันจะโชคดีได้นานแค่ไหนกันเชียว"
เขากวักมือเรียกทหารคนสนิทเข้ามาใกล้ "สั่งการลงไป ส่งสายลับฝีมือดีที่สุดแฝงตัวเข้าเมืองจินไห่อีกครั้ง สืบมาให้ได้ว่าเย่ฟานยังซ่อนหัวอยู่ที่ไหน และใครคือคนที่ช่วยเหลือมัน หากหาตัวมันไม่เจอ หรือมันหนีออกไปได้..."
ดวงตาของซ่งฉือฉายแววอำมหิต "จงส่งจดหมายลับไปยังเครือข่ายของเราที่เมืองหลวงแคว้นจ้าว บีบตระกูลเย่ซะ! ใส่ความพวกมันว่าสมคบคิดกับฏ หรือลักลอบค้าอาวุธเถื่อนก็ได้ ข้า้าให้ตระกูลเย่ไม่มีที่ซุกหัวนอนในราชสำนัก บีบให้ผู้นำตระกูลเย่ต้องส่งตัวไอ้ลูกอกตัญญูนั่นมาให้ข้าสับเป็ชิ้น ๆ เพื่อแลกกับความอยู่รอดของตระกูล!"
ความเหี้ยมเกรียมนี้ทำให้คนสนิทถึงกับเสียวสันหลัง แต่เขาก็รับคำและรีบถอยออกไปทำตามคำสั่งทันที
ซ่งฉือสงบสติอารมณ์ลงได้ครู่หนึ่ง เขาหยิบพัดขนนกขึ้นมาโบกเบา ๆ พลางถามลูกน้องอีกคนที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านข้าง "งานประลองยุทธ์รุ่นเยาว์ของแคว้นจ้าว... เหลือเวลาอีกนานเท่าใด?"
"ทูลคุณชาย อีกเพียงเดือนเดียวครับ งานประลองครั้งยิ่งใหญ่นี้จะจัดขึ้นที่ลานประลองหลวง เมืองหลวงแคว้นจ้าว อัจฉริยะจากทั้ง 4 สำนักใหญ่ และลูกหลานขุนนางจะมารวมตัวกันเพื่อหาอันดับหนึ่งของรุ่น"
ซ่งฉือขยับยิ้มเ้าเล่ห์ เดือนหน้าจะเป็วันที่เขารอคอยมาแสนนาน เพราะในงานนั้น เขาจะได้พบกับหญิงสาวที่งดงามที่สุดและมีพร์ที่น่าทึ่งที่สุดคนหนึ่งของแคว้น... "ชิงเสวี่ย" ศิษย์อัจฉริยะจาก หอคอยวารีเร้นลับ
และที่สำคัญที่สุด... เธอคือ "คู่หมั้น" ของเย่ฟาน
ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน ซ่งฉือได้พบกับชิงเสวี่ยในงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสำนัก ความงามดุจเทพธิดาเดินดินของเธอทำให้ซ่งฉือคลั่งไคล้ทันที ทว่าเมื่อเขาสืบจนรู้ว่าเธอถูกหมั้นหมายไว้แล้วกับเย่ฟาน ซึ่งในขณะนั้นคือ "อัจฉริยะอันดับหนึ่ง" ของสำนักกระบี่เมฆาครามที่เก่งกาจและได้รับความรักจากทุกคน ความรักของซ่งฉือก็แปรเปลี่ยนเป็ความริษยาที่กัดกินหัวใจ
'ทำไมฟ้าต้องส่งเย่ฟานมาเกิดในยุคเดียวกับข้า! ทั้งพร์ ตำแหน่งในสำนัก แม้แต่คู่หมั้นที่งดงาม... ทุกอย่างควรจะเป็ของข้า!'
นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ซ่งฉือวางแผนการร้าย เขาใช้เวลาเนิ่นนานในการหาโอกาส จนกระทั่งสบช่องในการใส่ร้ายเย่ฟานเื่คบคิดกับสำนักมาร โดยใช้ฐานะลูกเ้าสำนักกดดันพยานและสร้างหลักฐานเท็จ จนเย่ฟานถูกทำลายตันเทียนและถูกเขี่ยทิ้งเหมือนขยะ
"ในงานประลองเดือนหน้า ข้าจะพิสูจน์ให้ชิงเสวี่ยเห็นว่าเย่ฟานมันคือผู้แพ้ และข้าคือผู้เดียวที่คู่ควรกับเธอ" ซ่งฉือพึมพำกับตัวเอง "ข้าจะประกาศขอเธอมาเป็ 'คู่เต๋า' ต่อหน้าเ้าเมืองและคนทั้งแคว้น ข้าจะชิงทุกอย่างที่เย่ฟานเคยมีมาเป็ของข้าให้หมด!"
ซ่งฉือหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วตำหนักหรูหรา "เดือนหน้า... เย่ฟาน แกจะได้เห็นข้าโอบกอดคู่หมั้นของแก ในขณะที่แกนอนรอความตายอยู่ในซอกตึกที่ไหนสักแห่ง ข้าแทบรอให้ถึงงานประลองไม่ไหวแล้ว!"
ในเวลาเดียวกัน ที่หลังโรงเตี๊ยมเมฆาเคลิ้มในเมืองจินไห่...
เย่ฟาน กำลังฝึกวิดพื้นด้วยมือเดียวอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายของเขาอาบไปด้วยเหงื่อแต่แววตากลับเย็นเยียบและมั่นคงดุจศิลา พลังกายาที่สั่งสมมาเริ่มหล่อหลอมเขากลายเป็เครื่องจักรสังหารที่ไม่มีวันตาย โดยที่มี หลี่ิ นั่งอยู่บนม้านั่งไม้ใกล้ ๆ ในมือถือถุงถั่วทอดพรางแทะเข้าปากอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
หลี่ิมองดูระบบในหัวที่แจ้งเตือนการลงชื่อวันถัดไป แล้วบ่นเบา ๆ "วิดพื้นนานไปแล้วนะเย่ฟาน เสียงมันดังจนข้านอนไม่หลับ... เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าข้าลงชื่อได้เตียงนอนใหม่ เ้าต้องเป็คนแบกไปเก็บนะ"
พายุใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นเหนือแคว้นจ้าว และศูนย์กลางของพายุลูกนี้คือชายสองคนที่ไม่มีใครคาดคิด... อาจารย์จอมี้เี และศิษย์ที่ฟื้นจากความตาย!