“พวกเราไม่อยากฟังคำโกหกหลอกลวงของเจ้าอีกต่อไปแล้ว ออกไปจากเมืองของเราเสีย”ชายร่างท้วมเอ่ยดังขึ้น
“ออกไป! ออกไป!”
เยว่ซินมองชายร่างท้วมที่ดูเหมือนจะเป็นคนนำทางให้พวกชาวบ้าน นางจึงรู้ได้ว่านี่ไม่ปกติแล้ว อาจจะมีใครสักคนกำลังปั่นหัวชาวบ้านเพื่อให้ออกมาขับไล่นางเป็นแน่ ทั้งที่นางก็ไม่ได้มีศัตรูที่ไหน หากจะมีก็คงมีแค่เพียงลูกค้าดูดวงของนางเท่านั้น หรือไม่ก็อาจเป็นใครสักคนที่ต้องการผลประโยชน์อะไรสักอย่างจากนาง
อีกด้านหนึ่งบนชั้นสองของโรงน้ำชาตั้งอยู่คนละฟากถนนแต่ไม่ไกลกันมากนัก ด้านบนนั้นสามารถมองเห็นบริเวณที่ชาวบ้านกำลังก่อความวุ่นวายได้อย่างชัดเจน
“เกิดอะไรขึ้น”มือหนายกชาชั้นดีในมือที่ส่งกลิ่นหอมจรุงใจจิบเข้าไปเล็กน้อย
“แม่หมอเยว่ เมื่อไม่นานมานี้มีพ่อค้ามาดูดวงกับนาง คาดว่านางอาจจะรู้อะไรบางอย่างมา จึงบอกให้พ่อค้าคนนั้นนำสินค้าไปเยอะเสียหน่อย ทั้งยังให้เขาทิ้งบุตรและภรรยาไว้ที่บ้าน พ่อค้าที่ว่าก็คือ ‘ชุนเฟิง’ ผู้ที่ลักลอบค้าประเวณี ที่ทางการเพิ่งจับกุมตัวไป”
“น่าสนุก”มุมปากเผยอยิ้มเล็กน้อยก่อนจะจางหายไป ดวงตาคมขลับทอดมองลงไปด้านล่าง
“พวกท่านมายืนป่าวประกาศความผิดของข้าอยู่ตรงนี้จะได้อะไร มิสู้ไปร้องทุกข์ที่ศาลต้าหลีมิดีกว่าหรือ”นางเอ่ยเสียงดัง ทำให้บริเวณโดยรอบเงียบลงชั่วคราว นางจึงพูดต่อ
“แต่ก็เอาเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้วเช่นนั้นข้าก็จะช่วยไขกระจ่างให้ ดีหรือไม่”นางกวาดตาไปมองชายร่างผอมคนหนึ่ง
“เจ้า! มองข้าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร เจ้าจะทำอะไรข้า อย่านะเข้ามานะ”เขาถอยหนีจนสะดุดล้มลงกับพื้น
แม่หมอเยว่เดินผ่านฝูงชนเข้าไปใกล้เขา “เจ้าจะร่ำรวยอย่างนั้นหรือ หึ! น่าสมเพชยิ่งนัก ครานั้นข้าบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่า หากเจ้าอยากร่ำรวยก็ต้องทำงาน มิใช่เข้าบ่อน ร่ำสุราเคล้านารี ฮูหยินของเจ้าทั้งทำงานในบ้านและออกทำงานหาเงินมาดูแลนในเรือน ซ้ำนางยังเลี้ยงบุตรชายแต่เพียงผู้เดียว นางมิอาจหย่าขาดกับเจ้า ทั้งยังมิอาจกลับบ้านเดิมของนางได้ เจ้าสู่ขอนางมาเป็นภรรยา แต่เจ้ากลับปล่อยให้นางตกตระกำลำบาก ช่างเป็นสามีที่ดีเยี่ยมจริงๆ ส่วนการตายของบุตรชายเจ้า นั่นเป็นเพราะเจ้ามิสนใจใยดีบุตร นำเงินที่ภรรยาเตรียมไว้สำหรับพาบุตรชายไปหาหมอไปเล่นการพนันเสียหมด ช่างเป็นบิดาที่ยอดเยี่ยมเสียเหลือเกิน”
จบคำพูดของนาง ชาวบ้านจึงเข้าใจว่านี่เป็นการโยนบาปให้ผู้อื่นแน่แท้ หากเขาตั้งใจทำมาหากิน ไม่ติดพนัน และเพียงสนใจใยดีบุตรภรรยาสักนิด บุตรชายก็คงมิต้องจากไปก่อนวัยอันควร
โดยไม่คาดคิดว่าแม่หมอเยว่จะสามารถพลิกวิกฤตได้ ชายร่างท้วมเห็นท่าไม่ดี จึงค่อยๆ หายออกไปจากฝูงชน โดยที่เขาไม่รู้ว่านางเห็นการ กระทำของเขาทุกอย่าง ซ้ำนางยังส่งบริวารผีของนางให้ตามเขาไปอีกด้วย
“ส่วนเจ้า หากสามีของเจ้ามิกระทำความผิด ทางการจะจับกุมสามีของเจ้าไปหรือไม่”
“นั่นเป็นเพราะว่าเขาถูกใส่ร้ายเป็นแน่ ทางการจับผู้บริสุทธิ์ สามีของข้าเป็นคนดีอย่างแท้จริง ข้ามิเชื่อว่าเขาจะกระทำเรื่องเลวร้ายเช่นนั้นได้”นางกอดบุตรชายไว้แน่น
“หึ! เจ้าจะบอกว่าทางการไม่ยุติธรรมเช่นนั้นหรือ เช่นนั้นเจ้าไม่ไปศาลต้าหลีเล่า มาหาข้าเช่นนี้จะไปมีประโยชน์อะไร”นางเดินเข้าไปใกล้ฮูหยินผู้นั้น
“นางปีศาจ! อย่ามาทำไขสือ ที่สามีข้าถูกจับนั่นเป็นเพราะเจ้า เจ้าใส่ความเขา ครั้งสุดท้ายก่อนออกเดินทาง เขาเดินทางมาพบเจ้า ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าจะเป็นใครไปได้อีกเล่า”นางแสยะยิ้มน่ากลัว
“เฮ้ออ..ฮูหยินผู้น่าสงสาร เจ้าไม่รู้อะไรเลยจริงๆ วันนั้นเขามาพบข้าที่นี่ เจ้ารู้ไหมว่าข้าเห็นอะไร ข้าเห็นบรรดาหญิงสาวทั้งยังมีเด็กตาดำๆ รุ่นราวคราวเดียวกับบุตรชายเจ้า พวกเขาถูกจับเอาไว้ในเกวียนสินค้าของสามีเจ้า ข้ามีคุณธรรมพอที่จะไม่ปล่อยผ่านเรื่องเหล่านี้ ข้ายังอุตส่าห์มีเมตตาให้เขาทิ้งเจ้าและบุตรไว้ที่เรือน บุตรชายของเจ้าจะได้มิต้องรับรู้เรื่องราวโสมมของบิดา”
“ไม่จริง ข้าไม่เชื่อ”
“จริงหรือไม่ ทางการจะเป็นผู้ตัดสิน เจ้าลองคิดดูเถิด หากว่าคนในเกวียนนั่น เป็นบุตรเจ้า เป็นพี่น้องของเจ้า เจ้าจะเสียใจหรือไม่!”
“ฮื่ออ..ไม่จริง ข้ามิเชื่อเด็ดขาด”
“ท่านแม่ ข้าเห็น… ข้าเห็นพวกเขาถูกท่านพ่อจับไว้”เด็กชายพูดขึ้นมา
“เจ้าพูดอะไร! เจ้าเห็นอะไร”นางเขย่าตัวบุตรชาย
“น่าตกใจเสียจริง ข้าก็อุตส่าห์คิดว่าจะดึงบุตรเจ้าออกมาได้ ไหนเลยจะกลายเป็นว่า….บุตรชายพวกเจ้าดันเห็นไปเสียหมดแล้วนี่”นางทำท่าตกใจเสียเต็มประดา ทั้งที่นางรู้อยู่แล้วว่าเด็กชายผู้นั้นไปรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้ไปเสียแล้ว ต้องโทษผู้เป็นบิดาที่กระทำการเลวทรามเช่นนี้
“เป็นอย่างไรบ้าง”
“จริงอย่างที่ท่านคิดเลยขอรับ พวกมันส่งคนมาก่อกวนเรา ทั้งยังไปปลุกปั่นคนพวกนั้นให้มาเอาผิดกับท่าน”
“หึ! คิดจะเปิดสำนักแข่งกับข้า ก็ต้องมาดูกันว่าดีพอจะปะมือกับข้าหรือไม่ หานฉี เหยียนเหยา เรามาทำอะไรสนุกๆ กันเถอะ”นางยิ้มกริ่ม