“อาจารย์ ทำอย่างไรกับ เอ่อ เอ่อ"หลงตั่วหกหมายถึง หลินอี้หลิวที่ไร้สติ
“อืม ในฐานะศิษย์ข้า เ้าคิดว่าควรทำอย่างไรกับนางดี” ไม่จต้องใช้เคล็ดวิชาอ่านใจ เพียงอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ไรฟัน เ้าไท่จือ แอบปรายตามองหญิงงามบุตรีของจ้าวสำนักกระบี่ฟ้า ที่ปู้ตานซินเรียกว่าภาระ
“ข้า ๆๆ อดสงสารนางเสียมิได้นาง เอาตัวเข้าปกป้องอาจารย์ด้วยความจริงใจไม่เห็นแก่อันตรายแม้เป็หญิงก็ มีน้ำใจยิ่งกว่าชายชาญ” จะชอบนางก้ชอบไปเถอะ อย่า ชักแม่น้ำมา หลอกล่อปู้ตานซินที่มองทะลุปรุโปร่ง ภายใจในคิดแบบนั้นแต่คำพูด
“นางมีน้ำใจจริงอย่างเ้าว่า แต่คราวหลัง วานบอกนางว่าคราวหลังไม่ต้องจริงใจเพียงนั้น แค่เพียงนางมา ด้วยกันในครั้งนี้ ก้นับว่าดีกว่า สำนักอื่นทั่วไปแล้ว”
“อาจารย์ ให้ข้าดูแลนางจะดีไหม”
“เ้าคิดว่าด้วยฐานะของอาจารย์ควรดูแลนางใกล้ชิดหรือไม่”พูดให้หลงตั่วคิดแต่ปู้ตานซินรู้ดีว่าสูงส่งบริสุทธิ์เช่นเขาเื่ใดกันจะต้องไปดูแล บุตรีของเ้าสำนักกระบี่ฟ้าให้วุ่นวายหารู้ไม่ว่า เื่ที่ตบตูด หยางหว่านและจี้โม่นอนหลับ ตอนนี้แพร่กระจายไปในสำนักเกาซิ่งเรียบร้อยแล้ว ด้วยจี้โม่ภาคภูมิใจเื่ที่อาจารย์ลงทุนตบตูดเขากับศิษย์พี่หยางหว่านให้นอนหลับ จึง ป่าวประกาศไปทั่ว สำนักเกาซิ่ง
“อาจารย์ฐานะสูงส่ง แค่เพียงตบตูดให้ ศิษย์พี่ทั้งสองนอนหลับก้เกินพอแล้วเื่ดูแล หญิงงาม ต่างสำนักปล่อยให้เป็หน้าที่ของศิษย์เอง”ขมวดคิ้วนี้่หลงตั่ว พูดด้วยความจริงใจหรือว่าเหน็บแนม
ทุกอย่างล้วนเคยผ่านมาแล้วครั้งหนึ่งเป็เื่ง่ายหรือยาก ปู้ตานซินกำหนดเอง เื่ราว แม้จะไม่เหมือนกัน เพราะเขาวางตัว ต่างออกไปอดีตที่ผ่านมาเป็บทเรียนล้ำค่าสำหรับปู้ตานซิน
จูงมือหยางหว่าน จากไปไม่สนใจ ว่า เหล่าทหารหรือหลงตั๋วจะตามมาหรือไม่
“พวกเ้าต้องเห็นตอนที่ท่านปรมาจารย์สะบัดฝ่ามือเปิดทางน้ำ ให้พวกข้าเดินลงไปในเมืองบาดาล จะบอกให้ตั้งแตจ่ข้าเกิดมา ไม่เคยเห้นว่มีปรมาจารย์ท่านใดทำเื่เช่นนี้ได้มาก่อน”
“เสียดายที่พวกข้าไปได้รับบัญชาให้ตามไป นับเป็บุญตาขององครักษ์เกราะเงินและเกราะทองคราวหลังองครักษ์เสื้อแพรคงต้องขันอาสาตามติดท่านปรมาจารย์ ไปให้ได้”
“ยังไม่หมดเท่านั้น ตอนที่ท่านปรมาจารย์พลิกฝ่ามือผนึกเ้าปีศาจพรายน้ำจนกลายเป็หินพวกข้าแทบไม่กะพริบตาเลยทีเดียว”
“ท่านปรมาจารย์ น่าสรรเสริญเสียจริง ข้าพูดแล้วอยากมีลูกขึ้นมาจะส่งไปฝึกวิชากับ ท่านปรมาจารย์เสียเลย”
“ว่ากันว่าขึ้นเขาต้องผ่านคายกลที่ท่านปรมาจารย์สร้างขึ้นเอง บางคนใช้เวลาหลายปีกว่าจะผ่านได้ วนมาเวียนไปหลายปีกว่าจะขึ้นเขาไปคารวะเป็ศิษย์ แต่ได้ยินมาว่าไท่จือ เพียงแค่แอบขึ้นไปเดือนจิ่วเยว่ที่ค่ายกลอ่อนแอ”
“อย่าได้พูดไป ปกติท่านปรมาจารย์ไม่รับศิษย์เดือนจิ่วเยว่ถึงขึ้นไปได้ก็ไม่รับ แต่นี่เพียงแค่ อาศัยรับศิษย์ที่เป็หลาน ลูกของศิษย์พี่ทั้งสอง ท่านปรมาจารย์จึงต้องจำใจรับไท่จือกันข้อครหา”
“หามีเื่แบบนี้ด้วยหรือ”
“อย่าพูดไป เพราะเป็ไท่จือ จึงสามารถต่อรองกับท่านปรมาจารย์ได้”
หลงตั่ว ได้ยินชัดถ้อยชัดคำความรู้สึกภาคภูมิหดหายไปในทันที”
ท้องพระโรง
“ท่านปรมาจารย์ ทำคุณให้ แคว้นของเราราษฎรต่างแซ่ซ้องสรรเสริญว่าข้าใส่ใจทุกข์สุข อีกทั้งไท่จือไม่เสียแรงที่เป็ศิษย์ของท่านปรมาจารย์ชักนำให้อาจารย์มา ช่วยปลดทุกข์ให้กับชาวบ้านได้ครั้งนี้ข้าจึงต้อง ขอบคุณท่านปรมาจารย์ยิ่งนัก”
“ ฝ่าา เื่ราวทุกข์เข็ญของชาวบ้านแม้เพียงน้อยนิดก็แต่ก็นับว่าเกิดเสียงสะท้อนเหมือน การะโก้องในหุบเหวหากฝ่าา ปล่อยให้มันสะท้อนไปยิ่งดังไปไกลขึ้น เพียงแค่ ทำให้ต้นเสียงนั้นหายไปเสีย เดิมข้าไม่คิดว่าจะต้องลงเขามาเพื่อการนี้ แต่ด้วยไท่จือหลายเดือนไม่เคยย่างกรายวังหลวง ข้าจึงอาศัยจังหวะนี้”
“ข้าคราวหลังจึงต้องใสใจกว่านี้ครั้งนี้นับว่าประจวบเหมาะยิ่งนัก ”ปู้ตานซินยิ้มมุมปาก อดีตที่ผ่านมาล้วนเป็บทเรียน
“เสียงฟ้าคำราม ลั่นคลื่นๆ อยู่ๆ ฟ้าก็มืดสลัวลงทันทีชาวบ้านและเหล่าสนมนางในต่างวิ่ง หลบด้วยความตื่นกลัว
“ฝ่าา ผนึก ที่สุดยอดปรมาจารย์กงล้ง ผนึกจอมมารไว้สี่พันปีบัดนี้ บัดนี้ปริแตกสร้างความผิดปกติไปทั่วแคว้น”ราชครูประสานมือตรงหน้า
“จอมมารฉูฉางถูกผนึกไว้เนิ่นนาน ส่งต่อให้มีการเฝ้าดูผนึกไม่ให้ปริแตก ไม่น่าเชื่อว่า จะมาปริแตกเอาในยุคที่ข้านั่งบัลลังก์” สีหน้าตื่นตระหนกไม่น้อย
ปู้ตานซิน ขมวดคิ้วแม้จะเคยได้ยินมาบ้าง แต่ทว่าไม่คิดว่าจอมมารฉูฉางที่ปรมาจารย์เตี่ยงเลี่ยงพูดถึงบ่อยๆ ว่าจะสามารถทำลายผนึกออกมาได้ในรอบสีพันปีที่ผนึกจากสุดยอดปรมาจารย์..กงล้ง..จะเสื่อมลง
“ข้าเคยได้ยินอาจารย์พูดถึงเช่นกัน”
“หายนะกำลังจะบังเกิด หากไม่สามารถผนึกจอมมารได้อีกครั้ง เื่เล่าที่เคยได้ยิน ใครก็ตามที่เข้าใกล้จอมมารจะถูกกลืนเข้าสู่ด้านมืด และกลายเป็สาวกของจอมมาร ทันทีสาวกของจอมมาร ยังกินมนุษย์เป็อาหารเพราะหากไม่ กินเนืุ้์ร่างกายจะซบอม เืเนื้อเหือดแห้งเพราะถูกจอมมารดูดพลังลมปราณไปจนสิ้น ท่านปรมาจารยืต้องอาศัยท่านช่วยระดม สำนักต่างๆ หารือเื่นี้อย่างเร่งด่วน”
ปู้ตานซินถอนหายใจ เป็ครั้งแรกที่เขาถอนหายใจด้วยความหนักใจจริงๆ ยุทธ์ภพและผู้คนในยุทธภพแม้มองภายนอกเหมือนสามัคคีกลมเกลียวแต่ภายในจริงๆ แล้วแกร่งแย่งชิงดีชิงเด่นยิ่งกว่าในวังหลวง
“ข้ายังไม่อาจรับปาก”