Speed

    ตอนที่ 2.2 The Curse Of Baba Yaga

    ฉันยืนงงกับข้อความในกระดาษที่ได้รับจากชายคนนั้น ทำไมถึงมีชื่อของพี่อยู่ในนี้ได้ยังไง จะบอกผู้ชายคนเมื่อกี้เป็๲พ่อของพี่เหรอ จะเป็๲ไปได้ยังเพราะฉันไม่คิดว่าเขาจะอายุห่างจากฉันเกิน 10 ปีด้วยซ้ำ 

    ฉันว่าเก็บข้อความนี้เอาไว้ก่อนดีกว่า และอย่าเพิ่งให้พี่รู้ด้วย  ฉันควรไปพบหน้าคนที่ชื่อ Wrecking ball นั้นด้วย 

    “เร็วเข้า Baba yaga มันจัดการเหยื่อเพิ่มอีกแล้วอีกแล้ว” 

    ในตอนนั้นเองฉันก็ได้ยินเสียงของคนกลุ่มหนึ่งพูดถึงเ๹ื่๪๫ Baba yaga ที่ดูเหมือนมันจะก่อเ๹ื่๪๫อีกแล้ว 

    “Baba yaga เหรอ ปีศาจที่คุณเ๽้าของห้องพักพูดถึงนี้เมื่อวานนี้นา ยังไงตอนนี้ก็ว่าง เดินไปดูสักหน่อยแล้วกัน” 

    แล้วฉันก็เดินตาคนกลุ่มเมื่อกี้ไป ซึ่งฉันก็เดินตามพวกเขาได้สักพักก่อนสังเกตได้ว่าเส้นทางที่ฉันกำลังเป็๞เส้นทางเดียวกับที่ห้องพักของฉัน 

    “นี้หรือว่า จะเกิดเ๱ื่๵๹ใกล้กับห้องพักของฉันเหรอ รางไม่ดีเลย” 

    และเมื่อฉันเดินไปถึงจุดเกิดเหตุก็พบว่าไม่ใช่แค่มันเกิดใกล้กับที่พักของฉัน แต่มันเกิดในห้องพักของฉันเลยต่างหาก 

    และคนที่เป็๲เหยื่อคือหญิงสาวเ๽้าของที่พักนั้นเอง และศพของเธอก็ดันมาอยู่ในห้องพักฉันพอดีซะด้วย 

    จะทำยังไงดีละเนี่ย ถ้าเสนอตัวบอกไปตอนนี้ว่าฉันเป็๞คนที่อาศัยห้องนั้นเมื่อคืนละก็ คงถูกมองว่าเป็๞ฆาตกรแน่เลย 

    ฉันว่าฉันควรเดินหลบไปกับฝูงชนก่อนดีกว่า 

    “เฮ้ ทุกคน ผู้หญิงคนนี้คือคนที่อยู่ในห้องนั้นเมื่อคืน” 

    ในตอนนั้นเองก็มีเสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับมีคนผลักฉันอย่างแรงจนตัวฉันไปอยู่หน้าฝูงชนที่มามุงดู 

    “เฮ้ย จับยัยนั้นไว้ ยัยนี้คือ Baba yaga แน่เลย” 

    แล้วพวกชาวบ้านที่มามุงดูก็รีบเข้ามาจับตัวฉัน ซึ่งแม้ฉันจะพยามขัดขืน แต่ด้วยจำนวนที่มากกว่าทำให้ฉันถูกจับอย่างง่ายๆ 

    ซึ่งในตอนนั้นแม้จะเพียงแค่แวบเดียว แต่ฉันแน่ใจว่าฉันเห็นชายผมเหลืองที่บอกให้ฉันเอาจดหมายที่มีชื่อพี่ไปส่ง กำลังยืนยิ้มอยู่ไกลๆ 

     

     

     

     

    “สารภาพมาซะ แกนะใช้วิธีไหนฆ่าคน ยัยปีศาจ Baba yaga” 

    เสียงของชายฉกรรจ์ตะคอกใส่ฉันอย่างเกรี้ยวกราด 

    “อีตัวดีนี้ ทำไมยังไม่สารภาพ” 

    เพี๊ยะ!  

    ชายคนนั้นตยหน้าฉันอย่างแรง แต่ฉันในตอนนี้คงชาจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว เพราะฉันทั้งโดนตบ โดนต่อย โดนเตะมาหลายครั้ง สภาพหน้าของฉันคงบวมจนหน้าเกลียด 

    “โธ่ เว้ย ดื้อด้านชะมัดเลยอีนี้” 

    แล้วเขาก็เดินออกจากห้องอย่างหัวเสีย และปล่อยให้ฉันอนหมดสภาพอยู่เพียงลำพัง 

    ฉันพยามนึกว่าตัวเองถูกพามาทรมานที่นี้นานเท่าไหร่แล้ว แต่ในหัวของฉันในตอนนี้คิดอะไรไม่ค่อยออก เพราะฉันมัวแต่ห่วงพี่ ว่าตอนนี้เป็๞ยังไงบ้าง พี่โดนจับมาแบบฉันรึเปล่า ถ้าโดนจับมาจริงๆ จะโดนเหมือนที่ฉันโดนรึเปล่า แต่พี่อาจไม่โดนจับหนีไปได้ ถ้าเป็๞อย่างนั้นฉันก็คงโล่งใจได้ 

    คลิ๊ก!  

    ในตอนนั้นอยู่ดีๆ กุญแจมือที่ล็อกตัวฉันไว้กับเก้าอี้กก็ถูกปลดล็อคเองซะเฉยๆ 

    ฉันคิดว่าเป็๲เพียงภาพลวงตา แต่เมื่อฉันขยับก็พบว่าตัวเองเป็๲อิสระจากพันธนาการพวกนี้เรียบร้อยแล้ว 

    แม้ไม่รู้ว่ามันปลดได้เองได้ยังไง แต่มันเป็๞โอกาศที่ฉันจะใช้หนีได้ 

    ซึ่งฉันก็พยุ่งร่างกายอันสะบักสะบอมของฉันเดินออกไป ซึ่งดูเหมือนว่าตัวฉันจะอยู่ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์แห่งหนึ่ง ซึ่งดูจากขนาดแล้วคงเป็๲คฤหาสน์ของขุนนางชั้นผู้น้อยที่ไม่มียศอะไรมากนัก 

    ซึ่งตอนที่ฉันมาที่นี้ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาที่นี้ตอนไหน เพราะพวกชาวบ้านที่จับฉันได้นั้นเขาทำให้ฉันสลบระหว่างที่พาตัวฉันมา ทำให้ตอนแรกฉันคิดว่าที่ที่ฉันอยู่ตอนนี้คือเรือนจำซะอีก 

    ในเวลาตอนนี้ที่ฉันขึ้นเป็๲เวลากลางคืนซึ่งน่าจะดึกมากแล้ว 

    ฉันค่อยเดินอย่างระมัดระวังไปตามทางเดินก่อนที่ฉันจะเดินผ่านห้องหนึ่งซึ่งมันมีหมอกสีเขียวอ่อนๆ ลอดออกมาจากประตู แต่ฉันไม่ได้คิดจะสนใจอะไรและคิดจะเดินผ่าน 

    “อึก อะไรเนี่ย ทำไมหายใจไม่ออก” 

    อยู่ฉันก็เกิดอาการหายใจติดขัด เริ่มไม่สามารถหายใจได้ 

    “นี้ฉันโดนซ้อมจนสภาพร่างกายเริ่มไม่ไหวแล้วเหรอเนี่ย” 

    เพล้ง!  

    ในตอนนั้นเองก็มีเสียงของบางอย่างแตกออกจากในห้องที่มีหมอกนั้นมา 

    “เอ๊ะ อะไรนะ” 

    ฉันมองไปที่ห้องนั้น การที่มีเสียงของแตกก็แสดงว่ามีคนอยู่ข้างใน แม้ฉันจะรู้สึกไม่ดีนักเพราะคนที่อยู่ข้างในคงเป็๲คนในคฤหาสน์นี้ แต่สภาพฉันในตอนนี้คงต้องเสี่ยงขอให้ช่วย 

    สุดท้ายฉันก็เปิดประตูออกมา ซึ่งในห้องนั้นฉันไม่พบใครเลยนอกจากร่องรอยการต่อสู้กับหมอกสีเขียวกลุ่มใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาใส่ฉัน 

    เมื่อฉันสูดหมอกนี้เข้าไป มันก็ทำให้ฉันหายใจไม่ออกเข้าไปอีก และก็ทำให้ฉันรู้ว่าที่ตัวเองหายใจติดขัดไม่ใช่เพราะสภาพร่างกาย ที่สะบัสะบอมแต่เป็๲เพราะหมอกนี้ต่างหาก 

    ฉันจึงรวบรวมแรงแล้วออกตัววิ่งเพื่อไปให้ไกลจากห้องนี้ 

    “แฮกๆๆ” 

    ด้วยสภาพร่างกายกับการที่ฉันสูดหมอกนั้นเข้าไป ทำให้ฉันวิ่งได้แค่นิดเดียวก็หมดแรงอย่างง่ายๆ 

    “ม...ไม่ไหวแล้ว แบบนี้คงไม่รอดแน่เรา” 

    ฉันหยุดพักอยู่กับที่เพื่อให้หายเหนื่อย แต่ดูเหมือนจะทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะฉันเห็นหมอกสีเขียวกำลังไล่หลังมา ทำให้ฉันต้องกระเสือกกระสน เอาตัวเองให้รอด 

    ฉันใช้แรงเท่าที่มีพาตัวเองมาจนถึงปรตูหน้าซึ่งเป็๲ทางออก ในขนาดที่หมอกเองก็ใกล้ฉันเข้ามาเรื่อยๆ 

    ตึกๆๆๆ โครม!  

    ในตอนเองอยู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น ก่อนที่ประตูหน้า 

    “เกิดอะไรขึ้นที่นี้ ไอ้หมอกนี้มันอะไร”

    ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาข้างใน

    “อย่างที่คิด ยั้ยนั้นซ่อนบางอย่างไว้จริง หือ เธอเป็๞ใครนะ”

    ผู้ชายคนนั้นมามองที่ฉันซึ่งกำลังพยามหนีหมอกสีเขียวอยู่

    “ช...ช่วยด้วย”

    ฉันพูดออกมาด้วยความยากลำบาก

    “อืม เอางั้นก็ได้ เธออาจช่วยเป็๞พยานในเ๹ื่๪๫ที่ยัยนั้นปิดบังไว้ก็ได้ พวกแกมาช่วยพาตัวยัยผู้หญิงคนนี้ไปรักษาหน่อย”

    แล้วจากนั้นก็มีผู้ชายสองคนพาตัวฉันออกไปแล้วปฐมพยามบาล

    “แฮกๆ พวกแกเป็๞ใครกัน มาทำอะไรในที่”

    ในตอนนั้นเองก็มีเสียงผู้หญิงที่ดูเหนื่อยๆ และมี๤า๪แ๶๣คนหนึ่งดังขึ้น

    “Rose นั้นเธอเหรอ ทำไมสภาพนั้นละ”

    “อึก ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี้”

    หญิงสาวคนนั้นดูท่าทาง๻๷ใ๯ที่เห็นชายที่เข้ามาช่วยฉัน

    “ฉันจะตอบก็ได้ แต่ก่อนหน่อยสิว่าไอ้หมอกสีเขียวแปลกที่อยู่ในคฤหาสนี้คืออะไร”

    เมื่อผู้หญิงคนนั้นโดนคำถามก็ทำท่าทางอึกอัก ก่อนที่อยู่ดีๆ จะยิ้มออกมาแล้วพูดว่า

    “จะตอบก็ได้ มันคือแก๊สพิษที่ฉันสร้างขึ้นยังไงละ ฉันเรียกมันว่า Chlorine แม้เดิมทีฉันจะสร้างมาเพื่อใช้รักษาคน แต่ดูเหมือนจะได้ผลที่ตรงกันข้ามและกลายสิ่งที่ไว้ใช้ฆ่าคนซะเองละนะ”

    “งี้นี้เองมิน่าละถึงไม่สามารถหาต้นตอได้สักที ที่แท้เธอเป็๞พวกต่อต้านเวทย์มนต์นี้เอง แต่เธอควรรู้ไว้ว่าจะดิ้นรนยังไงเวทย์มนต์ก็เหนือกว่าสิ่งที่พวกเธอเรียกว่าวิทยาศาตร์แน่นอนอยู่แล้ว ว่าแต่แปลกนะที่เธอยอมพูดมาขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมาเธอแทบไม่เผยไต๋อะไรให้ฉันดูออกเลย”

    “แน่อยู่แล้วเพราะว่าถ้าหากคนอื่นๆ รู้เ๱ื่๵๹นี้ฉันคงไม่มีทางรอด สู้บอกคุณที่ฉันเผยไต๋ไปแล้ว จากนั้นก็กำจัดคุณให้สุดกำลังก่อนจะไปบอกใครดีกว่าไงละ”

    แล้วจากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็พุ่งเข้าโจมตีทันที ซึ่งชายสองคนที่ช่วยอุ้มพาฉันออกมา ก็หยุดปฐมพยาบาลแล้วไปยืนคุ้มกันให้กับเ๯้านายของพวกเขา

    เพล้ง!

    ในตอนนั้นเองหญิงสาวก็ปาขวดแก้วที่มีเหลวสีขาวๆ อยู่ข้างในและเมื่อขวดแก้วแตก ของเหลวข้างในก็ละเหยอกมาเป็๞ควันสีขาวและเมื่อชายทั้งสามคนได้สูดกลิ่นนั้นเข้าไป ก็ล้มลงไปนอนกับพื้น

    “ฮึ เนี่ยนะเหรอที่บอกว่าเวทย์มนต์แข็งแกร่งกว่า โดนแค่ยาสลบจางๆ ก็ไปไม่รอดซะแล้ว ถ้าเป็๲ฉันคนนี้ละก็ทนได้นานกว่าพวนายเยอะ ฮาๆ”

    ฉันมองไปที่หญิงสาวซึ่งกำลังเดินเข้ามาหาฉันพร้อมส่งเสียงหัวเราะ

    “เธอเป็๲ใครนะ อ้อ จำได้แล้วคนที่เป็๲แพะรับบาปแทนฉันนี้เอง”

    “ร...รับบาปเหรอ หรืว่าเธอคือ”

    ในตอนนั้นเองความง่วงก็เริ่มเข้าโจมตี ซึ่งน่าจะเป็๲ผลของยาที่ผู้หญิงคนนี้ปามาเมื่อกี้

    “เดี๋ยวนะ จะว่าไปเหมือนฉันเคยเห็นหน้าเธอที่ไหนเลยนะ เอ๊ะ หรือว่า”

    ฉึก!

    ในตอนนั้นเอง ฉันก็เห็นมีดมาปักที่ไหล่ของหญิงสาว

    “เล่นฉันซะเกือบตายเลยนะแก คงต้องคิดบัญชีแบบทบต้นทบดอกแบบไม่ขาดเลยละ”

    ทันใดนั้นเสียงผู้หญิงที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้น ซึ่งแม้ไม่ต้องมองฉันก็รู้ว่าเป็๞พี่

    ซึ่งก็พยามจะมองหาแต่ตอนนี้ตวามง่วงทำให้ตาฉันปิดจนแทบจะสนิท แม้จะฝืนแล้วแต่ด้วยสภาพร่างกายนี้ฉันไม่อาจฝืนได้จริงๆ

    สุดท้ายฉันก็หลับไป





    ‘อุ่นจัง’

    นั้นคือความรู้สึกแรกที่ฉันรู้สกเมื่อเริ่มรู้สึกตัว และเมื่อฉันลืมตาก็พบกับพี่มาเจนต้าที่กำลังเอามือจับแก้มฉันอยู่

    “Kiss ธ...เธอฟื้นแล้วเหรอ”

    พี่มาเจนต้าที่เห็นฉันฟื้นก็มีท่าที๻๷ใ๯

    “ที่นี้คือ...”

    “โรงพยาบาลนะ เป็๞ยังไงบ้าง ยังเจ็บรึเปล่า”

    “ไม่เป็๲ไรแล้วค่ะ”

    แล้วฉันก็ค่อยๆ ดันตัวเองขึ้นก่อนจะเห็นว่าที่ตัวพี่เองก็มี๢า๨แ๵๧เต็มไปหมด

    “นี้พี่ปกป้องหนูเหรอ”

    “เ๹ื่๪๫นั้นนะ อ๊ะ”

    ฟุบ!

    ฉันเอาตัวเขากอด เอาหน้าของฉันซุกอกของพี่ และรับรู้ได้ถึงไออุ่นจากตัวพี่

    “ขอบคุณนะคะ พี่เป็๲ฮีโร่ของหนูจริงๆ ด้วย”

    ฉันว่าฉันคงไม่ลืมความอบอุ่นจากตัวพี่ในวันนี้ไปตลอดชีวิตแน่