ฉันยืนงงกับข้อความในกระดาษที่ได้รับจากชายคนนั้น ทำไมถึงมีชื่อของพี่อยู่ในนี้ได้ยังไง จะบอกผู้ชายคนเมื่อกี้เป็พ่อของพี่เหรอ จะเป็ไปได้ยังเพราะฉันไม่คิดว่าเขาจะอายุห่างจากฉันเกิน 10 ปีด้วยซ้ำ
ฉันว่าเก็บข้อความนี้เอาไว้ก่อนดีกว่า และอย่าเพิ่งให้พี่รู้ด้วย ฉันควรไปพบหน้าคนที่ชื่อ Wrecking ball นั้นด้วย
“เร็วเข้า Baba yaga มันจัดการเหยื่อเพิ่มอีกแล้วอีกแล้ว”
ในตอนนั้นเองฉันก็ได้ยินเสียงของคนกลุ่มหนึ่งพูดถึงเื่ Baba yaga ที่ดูเหมือนมันจะก่อเื่อีกแล้ว
“Baba yaga เหรอ ปีศาจที่คุณเ้าของห้องพักพูดถึงนี้เมื่อวานนี้นา ยังไงตอนนี้ก็ว่าง เดินไปดูสักหน่อยแล้วกัน”
แล้วฉันก็เดินตาคนกลุ่มเมื่อกี้ไป ซึ่งฉันก็เดินตามพวกเขาได้สักพักก่อนสังเกตได้ว่าเส้นทางที่ฉันกำลังเป็เส้นทางเดียวกับที่ห้องพักของฉัน
“นี้หรือว่า จะเกิดเื่ใกล้กับห้องพักของฉันเหรอ รางไม่ดีเลย”
และเมื่อฉันเดินไปถึงจุดเกิดเหตุก็พบว่าไม่ใช่แค่มันเกิดใกล้กับที่พักของฉัน แต่มันเกิดในห้องพักของฉันเลยต่างหาก
และคนที่เป็เหยื่อคือหญิงสาวเ้าของที่พักนั้นเอง และศพของเธอก็ดันมาอยู่ในห้องพักฉันพอดีซะด้วย
จะทำยังไงดีละเนี่ย ถ้าเสนอตัวบอกไปตอนนี้ว่าฉันเป็คนที่อาศัยห้องนั้นเมื่อคืนละก็ คงถูกมองว่าเป็ฆาตกรแน่เลย
ฉันว่าฉันควรเดินหลบไปกับฝูงชนก่อนดีกว่า
“เฮ้ ทุกคน ผู้หญิงคนนี้คือคนที่อยู่ในห้องนั้นเมื่อคืน”
ในตอนนั้นเองก็มีเสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับมีคนผลักฉันอย่างแรงจนตัวฉันไปอยู่หน้าฝูงชนที่มามุงดู
“เฮ้ย จับยัยนั้นไว้ ยัยนี้คือ Baba yaga แน่เลย”
แล้วพวกชาวบ้านที่มามุงดูก็รีบเข้ามาจับตัวฉัน ซึ่งแม้ฉันจะพยามขัดขืน แต่ด้วยจำนวนที่มากกว่าทำให้ฉันถูกจับอย่างง่ายๆ
ซึ่งในตอนนั้นแม้จะเพียงแค่แวบเดียว แต่ฉันแน่ใจว่าฉันเห็นชายผมเหลืองที่บอกให้ฉันเอาจดหมายที่มีชื่อพี่ไปส่ง กำลังยืนยิ้มอยู่ไกลๆ
“สารภาพมาซะ แกนะใช้วิธีไหนฆ่าคน ยัยปีศาจ Baba yaga”
เสียงของชายฉกรรจ์ตะคอกใส่ฉันอย่างเกรี้ยวกราด
“อีตัวดีนี้ ทำไมยังไม่สารภาพ”
เพี๊ยะ!
ชายคนนั้นตยหน้าฉันอย่างแรง แต่ฉันในตอนนี้คงชาจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว เพราะฉันทั้งโดนตบ โดนต่อย โดนเตะมาหลายครั้ง สภาพหน้าของฉันคงบวมจนหน้าเกลียด
“โธ่ เว้ย ดื้อด้านชะมัดเลยอีนี้”
แล้วเขาก็เดินออกจากห้องอย่างหัวเสีย และปล่อยให้ฉันอนหมดสภาพอยู่เพียงลำพัง
ฉันพยามนึกว่าตัวเองถูกพามาทรมานที่นี้นานเท่าไหร่แล้ว แต่ในหัวของฉันในตอนนี้คิดอะไรไม่ค่อยออก เพราะฉันมัวแต่ห่วงพี่ ว่าตอนนี้เป็ยังไงบ้าง พี่โดนจับมาแบบฉันรึเปล่า ถ้าโดนจับมาจริงๆ จะโดนเหมือนที่ฉันโดนรึเปล่า แต่พี่อาจไม่โดนจับหนีไปได้ ถ้าเป็อย่างนั้นฉันก็คงโล่งใจได้
คลิ๊ก!
ในตอนนั้นอยู่ดีๆ กุญแจมือที่ล็อกตัวฉันไว้กับเก้าอี้กก็ถูกปลดล็อคเองซะเฉยๆ
ฉันคิดว่าเป็เพียงภาพลวงตา แต่เมื่อฉันขยับก็พบว่าตัวเองเป็อิสระจากพันธนาการพวกนี้เรียบร้อยแล้ว
แม้ไม่รู้ว่ามันปลดได้เองได้ยังไง แต่มันเป็โอกาศที่ฉันจะใช้หนีได้
ซึ่งฉันก็พยุ่งร่างกายอันสะบักสะบอมของฉันเดินออกไป ซึ่งดูเหมือนว่าตัวฉันจะอยู่ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์แห่งหนึ่ง ซึ่งดูจากขนาดแล้วคงเป็คฤหาสน์ของขุนนางชั้นผู้น้อยที่ไม่มียศอะไรมากนัก
ซึ่งตอนที่ฉันมาที่นี้ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาที่นี้ตอนไหน เพราะพวกชาวบ้านที่จับฉันได้นั้นเขาทำให้ฉันสลบระหว่างที่พาตัวฉันมา ทำให้ตอนแรกฉันคิดว่าที่ที่ฉันอยู่ตอนนี้คือเรือนจำซะอีก
ในเวลาตอนนี้ที่ฉันขึ้นเป็เวลากลางคืนซึ่งน่าจะดึกมากแล้ว
ฉันค่อยเดินอย่างระมัดระวังไปตามทางเดินก่อนที่ฉันจะเดินผ่านห้องหนึ่งซึ่งมันมีหมอกสีเขียวอ่อนๆ ลอดออกมาจากประตู แต่ฉันไม่ได้คิดจะสนใจอะไรและคิดจะเดินผ่าน
“อึก อะไรเนี่ย ทำไมหายใจไม่ออก”
อยู่ฉันก็เกิดอาการหายใจติดขัด เริ่มไม่สามารถหายใจได้
“นี้ฉันโดนซ้อมจนสภาพร่างกายเริ่มไม่ไหวแล้วเหรอเนี่ย”
เพล้ง!
ในตอนนั้นเองก็มีเสียงของบางอย่างแตกออกจากในห้องที่มีหมอกนั้นมา
“เอ๊ะ อะไรนะ”
ฉันมองไปที่ห้องนั้น การที่มีเสียงของแตกก็แสดงว่ามีคนอยู่ข้างใน แม้ฉันจะรู้สึกไม่ดีนักเพราะคนที่อยู่ข้างในคงเป็คนในคฤหาสน์นี้ แต่สภาพฉันในตอนนี้คงต้องเสี่ยงขอให้ช่วย
สุดท้ายฉันก็เปิดประตูออกมา ซึ่งในห้องนั้นฉันไม่พบใครเลยนอกจากร่องรอยการต่อสู้กับหมอกสีเขียวกลุ่มใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาใส่ฉัน
เมื่อฉันสูดหมอกนี้เข้าไป มันก็ทำให้ฉันหายใจไม่ออกเข้าไปอีก และก็ทำให้ฉันรู้ว่าที่ตัวเองหายใจติดขัดไม่ใช่เพราะสภาพร่างกาย ที่สะบัสะบอมแต่เป็เพราะหมอกนี้ต่างหาก
ฉันจึงรวบรวมแรงแล้วออกตัววิ่งเพื่อไปให้ไกลจากห้องนี้
“แฮกๆๆ”
ด้วยสภาพร่างกายกับการที่ฉันสูดหมอกนั้นเข้าไป ทำให้ฉันวิ่งได้แค่นิดเดียวก็หมดแรงอย่างง่ายๆ
“ม...ไม่ไหวแล้ว แบบนี้คงไม่รอดแน่เรา”
ฉันหยุดพักอยู่กับที่เพื่อให้หายเหนื่อย แต่ดูเหมือนจะทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะฉันเห็นหมอกสีเขียวกำลังไล่หลังมา ทำให้ฉันต้องกระเสือกกระสน เอาตัวเองให้รอด
ฉันใช้แรงเท่าที่มีพาตัวเองมาจนถึงปรตูหน้าซึ่งเป็ทางออก ในขนาดที่หมอกเองก็ใกล้ฉันเข้ามาเรื่อยๆ
ตึกๆๆๆ โครม!
ในตอนเองอยู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น ก่อนที่ประตูหน้า
“เกิดอะไรขึ้นที่นี้ ไอ้หมอกนี้มันอะไร”
ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาข้างใน
“อย่างที่คิด ยั้ยนั้นซ่อนบางอย่างไว้จริง หือ เธอเป็ใครนะ”
ผู้ชายคนนั้นมามองที่ฉันซึ่งกำลังพยามหนีหมอกสีเขียวอยู่
“ช...ช่วยด้วย”
ฉันพูดออกมาด้วยความยากลำบาก
“อืม เอางั้นก็ได้ เธออาจช่วยเป็พยานในเื่ที่ยัยนั้นปิดบังไว้ก็ได้ พวกแกมาช่วยพาตัวยัยผู้หญิงคนนี้ไปรักษาหน่อย”
แล้วจากนั้นก็มีผู้ชายสองคนพาตัวฉันออกไปแล้วปฐมพยามบาล
“แฮกๆ พวกแกเป็ใครกัน มาทำอะไรในที่”
ในตอนนั้นเองก็มีเสียงผู้หญิงที่ดูเหนื่อยๆ และมีาแคนหนึ่งดังขึ้น
“Rose นั้นเธอเหรอ ทำไมสภาพนั้นละ”
“อึก ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี้”
หญิงสาวคนนั้นดูท่าทางใที่เห็นชายที่เข้ามาช่วยฉัน
“ฉันจะตอบก็ได้ แต่ก่อนหน่อยสิว่าไอ้หมอกสีเขียวแปลกที่อยู่ในคฤหาสนี้คืออะไร”
เมื่อผู้หญิงคนนั้นโดนคำถามก็ทำท่าทางอึกอัก ก่อนที่อยู่ดีๆ จะยิ้มออกมาแล้วพูดว่า
“จะตอบก็ได้ มันคือแก๊สพิษที่ฉันสร้างขึ้นยังไงละ ฉันเรียกมันว่า Chlorine แม้เดิมทีฉันจะสร้างมาเพื่อใช้รักษาคน แต่ดูเหมือนจะได้ผลที่ตรงกันข้ามและกลายสิ่งที่ไว้ใช้ฆ่าคนซะเองละนะ”
“งี้นี้เองมิน่าละถึงไม่สามารถหาต้นตอได้สักที ที่แท้เธอเป็พวกต่อต้านเวทย์มนต์นี้เอง แต่เธอควรรู้ไว้ว่าจะดิ้นรนยังไงเวทย์มนต์ก็เหนือกว่าสิ่งที่พวกเธอเรียกว่าวิทยาศาตร์แน่นอนอยู่แล้ว ว่าแต่แปลกนะที่เธอยอมพูดมาขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมาเธอแทบไม่เผยไต๋อะไรให้ฉันดูออกเลย”
“แน่อยู่แล้วเพราะว่าถ้าหากคนอื่นๆ รู้เื่นี้ฉันคงไม่มีทางรอด สู้บอกคุณที่ฉันเผยไต๋ไปแล้ว จากนั้นก็กำจัดคุณให้สุดกำลังก่อนจะไปบอกใครดีกว่าไงละ”
แล้วจากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็พุ่งเข้าโจมตีทันที ซึ่งชายสองคนที่ช่วยอุ้มพาฉันออกมา ก็หยุดปฐมพยาบาลแล้วไปยืนคุ้มกันให้กับเ้านายของพวกเขา
เพล้ง!
ในตอนนั้นเองหญิงสาวก็ปาขวดแก้วที่มีเหลวสีขาวๆ อยู่ข้างในและเมื่อขวดแก้วแตก ของเหลวข้างในก็ละเหยอกมาเป็ควันสีขาวและเมื่อชายทั้งสามคนได้สูดกลิ่นนั้นเข้าไป ก็ล้มลงไปนอนกับพื้น
“ฮึ เนี่ยนะเหรอที่บอกว่าเวทย์มนต์แข็งแกร่งกว่า โดนแค่ยาสลบจางๆ ก็ไปไม่รอดซะแล้ว ถ้าเป็ฉันคนนี้ละก็ทนได้นานกว่าพวนายเยอะ ฮาๆ”
ฉันมองไปที่หญิงสาวซึ่งกำลังเดินเข้ามาหาฉันพร้อมส่งเสียงหัวเราะ
“เธอเป็ใครนะ อ้อ จำได้แล้วคนที่เป็แพะรับบาปแทนฉันนี้เอง”
“ร...รับบาปเหรอ หรืว่าเธอคือ”
ในตอนนั้นเองความง่วงก็เริ่มเข้าโจมตี ซึ่งน่าจะเป็ผลของยาที่ผู้หญิงคนนี้ปามาเมื่อกี้
“เดี๋ยวนะ จะว่าไปเหมือนฉันเคยเห็นหน้าเธอที่ไหนเลยนะ เอ๊ะ หรือว่า”
ฉึก!
ในตอนนั้นเอง ฉันก็เห็นมีดมาปักที่ไหล่ของหญิงสาว
“เล่นฉันซะเกือบตายเลยนะแก คงต้องคิดบัญชีแบบทบต้นทบดอกแบบไม่ขาดเลยละ”
ทันใดนั้นเสียงผู้หญิงที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้น ซึ่งแม้ไม่ต้องมองฉันก็รู้ว่าเป็พี่
ซึ่งก็พยามจะมองหาแต่ตอนนี้ตวามง่วงทำให้ตาฉันปิดจนแทบจะสนิท แม้จะฝืนแล้วแต่ด้วยสภาพร่างกายนี้ฉันไม่อาจฝืนได้จริงๆ
สุดท้ายฉันก็หลับไป
‘อุ่นจัง’
นั้นคือความรู้สึกแรกที่ฉันรู้สกเมื่อเริ่มรู้สึกตัว และเมื่อฉันลืมตาก็พบกับพี่มาเจนต้าที่กำลังเอามือจับแก้มฉันอยู่
“Kiss ธ...เธอฟื้นแล้วเหรอ”
พี่มาเจนต้าที่เห็นฉันฟื้นก็มีท่าทีใ
“ที่นี้คือ...”
“โรงพยาบาลนะ เป็ยังไงบ้าง ยังเจ็บรึเปล่า”
“ไม่เป็ไรแล้วค่ะ”
แล้วฉันก็ค่อยๆ ดันตัวเองขึ้นก่อนจะเห็นว่าที่ตัวพี่เองก็มีาแเต็มไปหมด
“นี้พี่ปกป้องหนูเหรอ”
“เื่นั้นนะ อ๊ะ”
ฟุบ!
ฉันเอาตัวเขากอด เอาหน้าของฉันซุกอกของพี่ และรับรู้ได้ถึงไออุ่นจากตัวพี่
“ขอบคุณนะคะ พี่เป็ฮีโร่ของหนูจริงๆ ด้วย”
ฉันว่าฉันคงไม่ลืมความอบอุ่นจากตัวพี่ในวันนี้ไปตลอดชีวิตแน่