ตอนที่8 ช่วยเหลือ
“เเม็กเวลล์ดาราในดวงใจของฉันมาซั่มเธอแทบทุกวันแบบนี้ เธอจะให้ฉันนอนหมอนเปียกไปถึงไหนกันหะ?”
เสียงของน้องสาวต่างมารดาเอ่ยขึ้นไม่จริงจังนัก เธอปรายตามองเพียงเล็กน้อย จากนั้นยักหัวไหล่ให้อย่างโนสนโนแคร์
“แล้วแม็กซ์เวลล์มาบ้านทุกวันไม่ดีหรือไง เธอจะได้เห็นดาราดังทุกวันเลยนะ จะขอลายเซ็น ถ่ายรูปก็ว่ามาสิ กอด หอมได้หมด ขออย่างเดียวห้ามมีเซ็กส์ก็พอ!?”
เธอว่าอย่างยิ้มๆและรู้ใจอะตอมดี เธอรู้ว่าน้องสาวของเธอก็รักเธอไม่ได้อิจฉาตาร้อนจริงๆสะหรอก เราทั้งสองคนเป็พวกปากร้ายใจดี
ร่างระหงเดินนวดนาดไปหยิบแก้วมัคเทกาแฟแล้วยกขึ้นดื่ม
“ดีเลยสิ ถ้ามาในฐานะอื่นอะ!”
ยังคงว่าอย่างเสียงขุนมัวแบบปลงๆ เพราะอะตอมเห็นแม็กซ์เวลล์ทุกครั้งที่มาและเขินเอามากๆและเขาก็สุภาพบุรุษคุยเก่งสะจนอะตอมปลื้มแล้วปลื้มอีก ถึงกับปฏิญาณตนเลยว่ารักคนไม่ผิดและจะรักตลอดไป
“แต่ขอโทษทีนะ เขาเป็ของฉันไปแล้วหน่ะ! เธอเป็น้องของฉัน พี่น้องกันแบ่งกันไม่ได้หรอกนะ”
น้ำหวานยังแหย่ผู้เป็น้องไม่หยุดด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามความเคยชิน เพราะเพิ่งจะญาติดีกันได้ไม่นานและเธอก็รักน้องสาวมากเห็นแบบนี้ แต่เราสะดวกพูดคุยกันทำนองนี้ก็เท่านั้นเอง
“ฉันยังเสียใจไม่หายเลยจริงๆ รู้งี้ไม่น่ามาอยู่กับเธอเลยยัยพี่บ้า!”
“นี่ๆอะตอม จะบอกอะไรให้อีกอย่างนะ....ว่าเขาเป็ของฉันทั้งตัวและหัวใจแล้วนะยัยน้องรัก!”
ยักไหล่อีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้แล้วเอาแผ่นขนมปังหย่อนลงในโทสต์เตอร์ กะจะเตรียมไปให้ดาราดังในดวงใจของอะตอมด้วยนั่นแหล่ะ กินไปทั้งคืนคงอิ่มแล้ว เช้านี้กินแค่นี้ก็พอแล้วมั้ง น้ำหวานคิดในใจ
“ไหนเธอบอกว่าหมั้นและกำลังจะแต่งงานกับชายไทยไง สรุปจะแต่งกับใครกันแน่เนี้ยฉันงงละนะ?” อะตอมอายุน้อยกว่าน้ำหวาน8ปีก็ไม่เคยจะเรียกว่าพี่เลยสักครั้ง หล่อนนั่งเท้าคางตรงเคาเตอร์บาร์รอเอาคำตอบ หรี่ตามองจับผิดอย่างนึกสงสัยให้กับพฤติกรรมของพี่สาวตนเอง
“ฉันแค่หลอกเธอเล่นๆหน่าเขาก็ทำท่าเหมือนมาขอแต่งงานเลยอวดเธอเล่นเฉยๆ แต่ฉันเปลี่ยนใจละ จะบอกเลิกเขาแล้วหล่ะ!”
ว่าอย่างสะบัดบ๊อบอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทำให้อะตอมหน้าอึ้งเพราะไม่ชอบในความเขี่ยผู้ชายทิ้งของนางสักเท่าไหร่ อีกอย่างมีเซ็กส์กับผู้ชายสลับกันไปมาถึงสองคน ก็กลัวว่าพี่สาวจะเท่ไป จนได้โรคมารับประทานนะ อีกอย่างเเม็กซ์เวลล์ก็ใช่เล่นที่ไหนกันหล่ะ
“เขาเนี้ยเค้าคนไหน?”
จี้ถามในทันที อะตอมไม่เคยรู้จักเห็นหน้าคร่าตาเขมราชเลยสักครั้งเพราะเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่กับเธอ
“ไม่ต้องรู้หรอกหน่า สิ่งเดียวที่เธอต้องรู้ต่อไปนี้ก็คือ แม็กซ์เวลล์เป็แฟนของฉัน ตัดใจสะ!”
“ชิ!!ฉันชอบเขามาตั้งห้าปีให้ตายเถอะยัยบ้านี่!”
“แล้วก็.....ฉันชอบแบบคลั่งดาราหย่ะ ไม่แย้งเธอหรอก แต่ว่าอย่าลืมปลุกเขามาทานมื้อเที่ยงด้วยหล่ะ อยากให้เขากินอิ่มนอนหลับบ้าง ไม่ใช่ออกกำลังกายกับเธอแล้วก็ทานแค่ขนมปังโง่ๆนั่นหน่ะ!”
“อื้มๆแต่วันหลังไม่ต้องนะเป็ห่วงผู้ชายของฉันหน่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า!”
น้ำหวานะเิหัวเราะลั่นเมื่อได้แกล้งน้องสาวให้ฉุน หน้าเขียวในยามเช้าแบบนี้ แล้วเดินเชิดขึ้นไปยังชั้นสองพร้อมกับกาแฟและขนมปังในทันทีอย่างขำไม่หยุดเลยจริงๆ
และเธอดีใจมากที่อะตอมจะเป็แม่ครัวทำมื้อเที่ยงให้ว่าที่พี่เขยอย่างแม็กเวลล์ เพราะรอยวันพันปีเราไม่เคยแตะครัวจริงๆจังๆเลย มีแต่เดลิเวอร์รี่เท่านั้น
หิมะคงหยุดตก โลกจะหยุดหมุนหรือเปล่าก็ไม่รู้เลย อะไรจะเอ็นดูเเม็กเวลล์ขนาดนั้นกัน
@โรงพยาบาล
“น้องสามารถกลับบ้านได้แล้วนะครับวันนี้ ไม่มีอะไรต้องน่าเป็ห่วงแล้วครับ!”
“ขอบคุณนะคะคุณหมอ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ!”
โบตั๋นพาลูกกลับด้วยรถแท็กซี่แต่วันนี้การจราจรแออัด ผู้คนหนาตาจนทำให้ต้องแย้งที่นั่งรถโดยสารกัน แม้กระทั่งรถโดยสารส่วนบุคคลก็ตาม ไม่มี่ให้เธอได้มายืนตากแดดกวักมือเรียกรถแบบดีๆ และกลัวเ้าหนูจะตากแดดตัวร้อนขึ้นมาอีกด้วย
ปี๊นนนน!!!! ปี๊นนน!
รถหรูที่คุ้นเคยเข้ามาจอดเทียบท่าแล้วบีบแตรดังลั่น เป็รถของคุณเขมราชแน่นอนว่าเธอจำได้ คันนี้เขาจับบ่อยมากที่สุดแล้ว
โบตั๋นไม่ได้กระดิกตัวไปไหนยังพาลูกนั่งรอรถอยู่ตรงนั้น จนกระจกรถเลื่อนลงมาเห็นเขาสวมแว่นดำอยู่แล้วกวักมือเรียกเธอ
โบตั๋นรีบพาลูกเดินเข้าไปคุยกับเขาอย่างไม่เข้าใจ
“ขึ้นรถสิ!”
“ไม่เป็ไรค่ะคุณเขม โบตั๋นรอรถแท็กซี่อยู่ค่ะ!” สัญชาตญาณของความเป็แม่ หันหลังสู้แดดแล้วให้ลูกอยู่ในร่มเงา ยืนคุยกับเขา
“ฉันสั่งให้ขึ้นมาก็ขึ้นมาเถอะหน่า!” เขมราชดูท่าทางหงุดหงิด ตามแบบสโลแกนของเขาที่บอกว่าไม่ชอบพูดซ้ำ
“…..”
“วันนี้ฉันว่างครึ่งวันจะเข้าไปที่บ้านพอดี” เเขมราชเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ
และรู้สึกว่าตัวเขาเองทำตัวไม่ถูกแปลกๆ ที่จู่ๆก็เห็นโบตั๋นแล้วตัดสินใจจอดรับแบบนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนเขาไม่เคยสนใจว่าใครจะเกือดร้อนยังไง แต่พอเห็นเธออุ้มลูกเท่านั้น
เขาก็เกิดอยากมีความเป็สุภาพบุรุษขึ้นมาในทันที....อีกอย่างพอนึกถึงดวงตาใสแป๋วของเด็กน้อยที่เคยอุ้ม ก็เกิดสงสารขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ขอบคุณคุณเขมมากๆเลยนะคะที่เมตตาเรา!”
“เธออย่าพูดจาน้ำเน่าไปหน่อยเลยหน่า แค่ขอบคุณเฉยๆก็พอเถอะ”
“ค่ะ....ค่ะ!!”
เขาหันมากระฟัดกระเฟียดอย่างสร้างความงุนงงให้กับโบตั๋นแล้วตั้งใจขับรถต่อ เธอภาวนาขออย่าให้หนูใบหม่อนร้องเสียงดังขึ้นมา แต่ทว่า....
“ฮึก! แอ้!!!”
“แอ้!!!!ๆ”
“ชู่ววววจุ๊ๆ อย่าร้องนะคะลูก เกรงใจคุณเขมเขาหน่อย ชู่ววว!!!ไม่เอาค่ะ!”
มือเรียวตบก้นพยายามโอ๋ลูกน้อย หนูใบหม่อนหลับตาตะเบ็งเสียงดังลั่น หน้าดำหน้าแดงไม่สนใจคำร้องขอจากผู้เป็แม่เเละยังไม่รู้ภาษา
โบตั๋นนึกขึ้นได้ว่าเด็กน้อยวัยเเรกเกิดร้องนั่นเพราะ้าสื่อสารบางอย่างกับแม่ แต่คนข้างๆคงไม่เข้าใจแน่ๆ
“หนวกหูชะมัด!”
นั่นไง...
“คุณเขมจอดที่ป้ายหน้าเลยค่ะ!” เธอเอ่ยกับเขาอย่างลุกลี้ลุกลนทำตัวไม่ถูก พอๆกับที่สายตาไปเห็นป้ายรถเมล์ข้างหน้าพอดี
“ฉันไม่ได้จะไล่เธอกับลูก ฉันแค่รำคานและไม่ชอบเสียงเด็ก....เอาเถอะอยากร้องก็ร้อง!”
เขมราชรีบแก้ตัวอย่างทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน เขาเหลือบมองมาทางสองแม่ลูกเพียงเล็กน้อยแล้วเห็นว่าเธอนั่งนิ่ง กำลังคิดหนักอะไรบางอย่าง
“หนูใบหม่อนคงกำลังหิวนมค่ะ ถ้าคุณเขมไม่จอด รบกวนคุณอย่ามองมานะคะ เเละโบตั๋นจะเอามือบังไว้นะคะ!” โบตั๋นขออนุญาตเขาอย่างเหงื่อตก ใจก็เต้นแรงไปด้วย เธอยังไม่เคยให้นมลูกต่อหน้าผู้ชายคนใดเลย แม้กระทั่ง....
“อื้มๆ จะทำอะไรก็ทำเถอะ!”
กับไอ่แค่แม่ลูกอ่อนให้นมลูก เขมราชไม่ได้อะไรอยู่แล้ว กลับกันถ้าเอานมยัดปากเด็กอ้วนให้หยุดร้อง แบบนั้นเขมราชยิ่งเต็มใจเลยจริงๆ
แอ้!!!
“จ๊วบ!! จ๊วบบ!”
“หยุดสักทีนะ!” เขาเอ่ยขึ้นมาอย่างโล่งใจ และตาไม่หันมามองอย่างที่รับปากเอาไว้จริงๆ
“.....” โบตั๋นยังคงทำตัวไม่ถูก เมื่อมานั่งอยู่ในรถเขา ให้เขารำคานเสียงลูกของเธออยู่แบบนี้
“ถ้าเธอขึ้นรถแท็กซี่กลับ มันคงแอบมองนมเธอแน่ๆ เพราะเธอก็ยังสาวยังสวยขนาดนี้ เผลอๆโดนลากไปข่มขืนแล้วมั้ง ถึงตอนนั้นลูกเธอจะเป็ยังไง คิดบ้างนะโบตั๋น!”
“ขอบคุณที่เป็ห่วงค่ะ แต่โบตั๋นดูแลตัวเองได้!”
“เหอะ! เก่งจริงๆ!”
“โบตั๋นเรียนมวยค่ะ เรียนมาั้แ่เด็กๆไงคะ พ่อสอนหน่ะค่ะ!” เอ่ยเสียงเรียบแล้วนึกถึงพ่อมานะของเธอขึ้นมาจริงๆ พ่อของเธอทั้งเก่ง เป็พ่อที่เข้าใจลูก ใจดี นึกแล้วก็อิจฉาตัวเองที่มีโอกาสได้รับความอบอุ่นจากพ่อ แต่กับหนูใบหม่อน ไม่เคยเลย...
“จะบอกว่าเก่งรอบด้านงั้นเถอะ!?”
“เปล่าหรอกค่ะ!” โบตั๋นตอบเขาแล้วหันไปทางคนขับรถอย่างเชื่องช้า เป็เวลาเดียวกันที่เขมราชก็หันมาสบตาเธอพอดี สายตาคมมองลงต่ำมาถึง
เนินอก ลามมาถึงเต้าอวบที่ถูกปากเล็กของเด็กน้อยดื่มกินอย่างหิวกระหาย
แล้วทำไม....เขาต้องคอแห้งผากแล้วกลืนน้ำลายไม่ลงคอแบบนี้กัน