“ฮ่าๆ ฉันไม่คิดว่าฉันจะยังประเมินแกต่ำไปแท้จริงแล้วพรสวรรค์ด้านความเร็วของแกก็อยู่ในระดับปานกลางแล้วฉันล่ะอิจฉาแกจริงๆ!”
เฮ่อเหลียนปี้กระอักเลือดออกมาและหัวเราะอย่างคับแค้นใจ
“ตาย!”
หยุนเฟิงโบกมือคมดาบวายุปรากฏขึ้นและพุ่งออกไปแทงทะลุหน้าอกของเฮ่อเหลียนปี้โดยไม่เปิดโอกาสให้เฮ่อเหลียนปี้ได้พูดอะไรอีก
การโจมตีนี้ได้ฆ่าเฮ่อเหลียนปี้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสลงอย่างสมบูรณ์
“โชคดีที่ฉันได้รับหญ้าวิญญาณวายุมาและใช้มันยกระดับความเร็วของฉันให้อยู่ในระดับปานกลางมิฉะนั้นคนที่ตายวันนี้ก็อาจจะต้องเป็นฉัน!” หยุนเฟิงกล่าวด้วยความยินดีทันใดนั้นเขาก็รีบค้นหาถุงเก็บของมิติของคนเหล่าและเก็บมันไป
มีถุงเก็บของมิติจำนวนมากอยู่ตรงหน้าและที่ทำให้หยุดเฟิงตื่นเต้นมากที่สุดก็เป็นถุงเก็บของมิติของเฮ่อเหลียนปี้เพราะภายในถุงคงจะมีสมบัติที่มีมูลค่ามากมายจนไม่อาจจะจินตนาการ
ตัวหยุนเฟิงเป็นเพียงอัจฉริยะจากตระกูลสาขาของตระกูลหยุนเท่านั้นแม้ว่าพรสวรรค์ในการต่อสู้ของเขาจะสูงมากแต่เขาก็ไม่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลหยุนมากนัก ทรัพยากรในการฝึกตนทั้งหมดของเขาเขาต้องหามันด้วยตนเอง
แต่ในวันนี้
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเขาได้ยกระดับกลายเป็นระดับหลุดพ้นแล้วเขาคือสุดยอดอัจฉริยะของฐานทะเลมารอย่างไม่ต้องสงสัยด้วยทรัพยากรจำนวนมากมายเหล่านี้เขาจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการฝึกฝนในอนาคตอีกต่อไป
“ยังมีเหมืองหินปราณนี้อีก!”
ดวงตาของหยุนเฟิงลุกโชน
แร่หินปราณเหล่านี้มีค่าอย่างมากเมื่อเขาฆ่าสัตว์อสูรตัวนั้นแล้ว สายแร่ทั้งหมดจะตกเป็นของเขา
หินปราณเหล่านี้คือกำไรที่แท้จริง!
“ต้องรักษาอาการบาดเจ็บก่อน อย่างไรเสียหินปราณเหล่านี้ก็ไม่ได้หนีไปไหนรอจนอาการบาดเจ็บหายดีแล้วค่อยไปฆ่าสัตว์อสูรตัวนั้น!”
หยุนเฟิงตัดสินใจอย่างรอบคอบ
หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงอาการบาดเจ็บของเขาก็ได้รับการเยียวยาอย่างสมบูรณ์พลังปราณและพละกำลังของเขาฟื้นฟูเสร็จสิ้น
ในตอนนี้หยุนเฟิงพร้อมแล้ว
ตูม!
เมื่อก้าวเข้าไปในปากทางลงอุโมงค์ใต้ดิน
การต่อสู้ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ขณะที่หยุนเฟิงกําลังต่อสู้พัวพันกับตัวนิ่มเย่เทียนก็ขุดหินปราณไปแล้วกว่า 200 ก้อน
“ฮี่ฮี่ พวกนายสู้กันไปเถอะ เมื่อพวกนายต่อสู้กันเสร็จหินปราณส่วนใหญ่ก็อยู่ในกระเป๋าฉันหมดแล้ว!”
เย่เทียนพึมพําด้วยรอยยิ้ม
จากการตรวจสอบด้วยการรับรู้มิติหินปราณที่อยู่ในสายแร่ปราณนี้ถูกตัวนิ่มกินไปไม่น้อยด้วยเพราะตัวนิ่มมีพรสวรรค์ที่เหมาะสมแก่การขุดแร่ใต้ดินบวกกับสายแร่นี้มีขนาดเล็ก หินปราณจึงยังเหลืออยู่ไม่มากนัก
ตอนนี้สายแร่หินปราณทั้งหมดเหลืออยู่ราว3,000ก้อนเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าเหมืองหินปราณเมื่อสิบปีก่อนมาก แต่สำหรับเย่เทียนแล้วสายแร่หินปราณ 3,000 ก้อนล้วนเป็นสมบัติที่ไม่อาจจินตนาการได้
ในขณะเดียวกัน
หยุนเฟิงที่ปะทะกับตัวนิ่มทำให้เกิดเสียงการต่อสู้ดังมากดังนั้นแม้ว่าเย่เทียนจะขุดเหมืองอย่างรวดเร็วแต่ตราบใดที่เขาไม่รุนแรงจนเกินไปมันก็จะไม่ดึงดูดความสนใจของพวกเขา
“เสี่ยวจื่อ อย่าขี้เกียจสิ ช่วยฉันขุดมันเร็วเข้า!”
เย่เทียนสั่ง
“เข้าใจแล้ว!”
เสี่ยวจื่อพยักหน้าไม่หยุด
การขุดสมบัติเป็นสิ่งที่มันชื่นชอบมากที่สุด
มันคิดจะขุดหินปราณมานานแล้วแต่ตัวนิ่มตัวนั้นอยู่ที่นี่ มันจึงไม่กล้าที่จะเข้ามาขุดในเมื่อตอนนี้มีโอกาสแล้ว อีกทั้งยังมีนายมันคอยหนุนหลังมันก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีก
หนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูรเริ่มขุดหินปราณกันอย่างบ้าคลั่งเดิมหากคนทั่วไปคิดจะขุดมันขึ้นมาพวกเขาคงจะต้องใช้เวลานานกว่าจะเจอหินปราณซักก้อนเพราะด้วยความที่มันอยู่ในชั้นหินที่คนส่วนใหญ่ไม่สามารถตรวจสอบได้
แต่เย่เทียนนั้นต่างกันเขาสามารถใช้การรับรู้มิติเพื่อค้นหาหินปราณผ่านชั้นหินเขาจึงรู้ตำแหน่งของหินปราณได้อย่างแม่นยำดังนั้นความเร็วในการขุดของเขาจึงรวดเร็วอย่างมาก
แน่นอนว่าเย่เทียนไม่ได้ขุดหินปราณที่อยู่ลึกจนเกินไปเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เขาจึงเสาะหาเฉพาะหินปราณที่ขุดออกมาได้ง่ายเท่านั้น
300 ก้อน!
400 ก้อน!
500 ก้อน!
......
“บ้าเอ๊ย การป้องกันของสัตว์อสูรตัวนี้แข็งแกร่งเกินไปพรสวรรค์คมดาบวายุระดับสูงของฉันไม่สามารถฆ่ามันได้ในครั้งเดียวเว้นเสียแต่ว่าฉันจะโจมตีโดนจุดอ่อนของมันแต่มันก็ยังสามารถหลบหนีด้วยทักษะขุดดินได้ครั้งแล้วครั้งเล่ามันเป็นเรื่องยากมากถ้าจะฆ่ามันที่นี่!”
หยุนเฟิงขมวดคิ้ว
เขาไม่สามารถล้มเลิกการฆ่าสัตว์อสูรตัวนี้ได้เพราะตอนนี้มันรู้ตัวแล้ว มันจะต้องระวังเขามากขึ้นอย่างแน่นอนเพราะงั้นจึงไม่มีทางที่เขาจะสามารถแอบลอบเข้าไปขุดหินปราณได้อีกแล้วทางเลือกเดียวที่เขามีคือต้องสังหารมันก่อนเท่านั้น
“ฉันโจมตีมันไปแล้ว ตอนนี้มันน่าจะโกรธมากถ้าฉันสามารถล่อมันออกไปจากตรงอุโมงค์นี้ได้พื้นที่ด้านนอกจะทำให้ฉันได้เปรียบมากกว่าแล้วฉันก็จะสามารถใช้พรสวรรค์คมดาบวายุได้ง่ายดายยิ่งกว่าตอนนี้!”
หยุนเฟิงประเมินสถานการณ์คร่าวๆ
ดังนั้นเขาจึงพยายามล่อตัวนิ่มออกไป
แต่การกระทำของเขากลับยิ่งทำให้เย่เทียนสะดวกมากขึ้น
เดิมทีเย่เทียนกังวลว่าจะถูกตัวนิ่มค้นพบเขาจึงตั้งใจทิ้งระยะห่าง ขุดหินปราณที่อยู่แค่บริเวณรอบนอกเท่านั้นตอนนี้ตัวนิ่มถูกล่อออกไปแล้ว เย่เทียนจึงเริ่มขุดอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม!
700 ก้อน!
800 ก้อน!
เย่เทียนเร่งการขุดอย่างต่อเนื่องเสียงการขุดก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
จนทำให้หยุนเฟิงที่กําลังต่อสู้กับตัวนิ่มอยู่ได้ยินเสียงมาจากใต้ดินแม้ว่ามันจะเบามาก แต่เขาก็ยังคงได้ยิน “มีการเคลื่อนไหวอยู่ใต้ดิน?”
อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้คิดมาก
ตัวนิ่มไม่ได้ให้ความสำคัญกับหินปราณมากนักหินปราณไม่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้มันได้มากมาย ในสายตาของมันหินปราณนั้นเปรียบเสมือนขนมขบเคี้ยวเท่านั้นและก่อนหน้านี้มันก็กินไปจำนวนมากจนตอนนี้มันเลิกสนใจแล้ว
สิ่งที่ทำให้มันโมโหมากที่สุดในขณะนี้คือหยุนเฟิงที่ทำร้ายมัน
แม้ว่ามันจะรู้ว่ามีคนบุกเข้ามาใต้โพรงของมันแต่มันก็ยังต้องการที่จะกําจัดหยุนเฟิงก่อนอยู่ดี
สติปัญญาของมันค่อนข้างต่ำเทียบกับเสี่ยวจื่อแล้วมันยังด้อยกว่ามาก หากเสี่ยวจื่อไม่ฉลาดเย่เทียนคงไม่สามารถขุดหินปราณได้ง่ายๆ ขนาดนี้
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆและเสียงขุดก็ยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ
เสียงนี้ทำให้หยุนเฟิงเริ่มเอะใจ“หรือว่า...มีคนขุดหินปราณอยู่?”
หยุนเฟิงคาดเดา
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้หยุนเฟิงก็ร้อนรนทันที
“ต้องเร่งมือแล้ว!”
ไข่มุกเม็ดหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของหยุนเฟิง
นี่ไม่ใช่ไข่มุกธรรมดาแต่เป็นไข่มุกค่ายกล ภายในมีค่ายกลขนาดเล็กสลักไว้ไข่มุกค่ายกลนี้เรียกว่าค่ายกลมายาลวงตา เป็นสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งของเขา
หากใช้พลังปราณกระตุ้นค่ายกลนี้ขึ้นมันเพียงพอที่จะสามารถสร้างค่ายกลมายาลวงตาขนาดเล็กขึ้นมาได้แต่เมื่อเปิดใช้งานแล้วมันจะถูกทำลาย มันจึงเป็นสมบัติที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว
สมบัติเช่นนี้ไม่ได้ส่งผลกับนักรบผู้เชี่ยวชาญแต่สติปัญญาของสัตว์อสูรไม่ได้สูงเท่ามนุษย์ ค่ายกลนี้ต้องส่งผลกับมันอย่างแน่นอน
เพล้ง!!!
ครั้นไข่มุกค่ายกลถูกกระตุ้นค่ายกลก็แผ่ขยายออกมา ทำให้ตัวนิ่มที่เพิ่งโผล่ขึ้นมาเมื่อครู่หยุดชะงัก
ภายในค่ายกลมายาลวงตาตัวนิ่มคิดว่าตนเองโจมตีหยุนเฟิงได้สำเร็จ ขณะที่มันกำลังภาคภูมิใจอยู่นั้นดวงตาของมันก็รู้สึกถึงความเจ็บปวด และสมองของมันก็เริ่มมึนงง
วินาทีถัดมา
จิตสำนึกของตัวนิ่มก็หายไปอย่างสมบูรณ์ร่างทั้งร่างล้มลงไปกองกับพื้น
เมื่อสักครู่หยุนเฟิงได้ใช้ค่ายกลมายาลวงตาและในขณะเดียวกันเขาก็ปลดปล่อยคมดาบวายุเจาะทะลุผ่านดวงตาเข้าไปทำลายสมองของตัวนิ่ม
แม้เขาจะรู้สึกปวดใจกับการที่ต้องสูญเสียค่ายกลล้ำค่าไปแต่หยุนเฟิงก็โยนความคิดนี้ทิ้งไปและรีบมุ่งหน้าเข้าไปยังสายแร่หินปราณ
อุโมงค์ใต้ดิน
เย่เทียนที่ตรวจสอบสถานการณ์ด้านบนอยู่ตลอดเวลาถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“เราคงขุดได้แค่นี้ ไม่คิดเลยว่าหยุนเฟิงจะมีไพ่ตายแบบนั้นอยู่ด้วยตัวนิ่มถูกฆ่าเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ตอนนี้เราขุดหินปราณมาเกือบ 1,800 ก้อนแล้ว เสี่ยวจื่อก็ขุดได้ไม่น้อย แม้ว่าจะยังเหลือหินปราณอยู่จำนวนมากแต่ส่วนใหญ่ก็อยู่ลึกลงไปในชั้นหิน หยุนเฟิงน่าจะขุดมันขึ้นมาได้ไม่มากนัก!”
พรึบ!
เย่เทียนขยับตัวหายตัวไปพร้อมส่งกระแสจิตบอกให้เสี่ยวจื่อรีบตามออกมา
หนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูรผ่านอุโมงค์ใต้ดินและมาถึงพื้นที่ใต้ดินอย่างรวดเร็วจากนั้นพวกเขาก็ออกจากทะเลสาบและหลบหนีไป
จนถึงตอนนี้
หยุนเฟิงไม่รู้เลยว่ามีคนหนึ่งคนและสัตว์อสูรหนึ่งตัวได้แอบขุดเอาหินปราณไปมากมายก่อนที่เขาจะไปถึง