“รอยเท้าเสือเต็มเลยนะครับนี่” เสียงเ้าหน้าที่ดังขึ้น หลายคนพูดคุยกันอยู่นอกบ้านพัก
สัตวแพทย์หนุ่มหลับสนิทดีทั้งคืน เื่ภูติผีใดๆ ไม่มีมากล้ำกรายสักนิด ทั้งอากาศยังเย็นสบาย พวกยุงและแมลงมีบ้าง แต่กลางมุ้งแล้วก็หายห่วง เขาล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรียบร้อยถึงออกมานอกบ้าน
“อ้าว คุณหมอ ตื่นแล้วหรือครับ หลับสบายดีไหมเอ่ย” คุณจาเอ่ยถามในมือถือมวนยาสูบแต่เช้า
ฐาแย้มยิ้มพยักหน้าก่อนเอ่ยตอบ “หลับสนิทดีครับ อากาศดี บวกกับเหนื่อยเดินทางด้วย ผมเลยยิงยาวจนเช้าเลย”
“ดีแล้วล่ะครับคุณหมอ จะได้ไม่ต้องหวาดระแวง”
“อะไรหรือครับ” สัตวแพทย์หนุ่มเอ่ยถาม สีหน้าติดฉงนสงสัย เมื่อคืนเขาพลาดอะไรไปหรือเปล่า
“ดูนี่สิครับ รอยเท้าเสือเต็มไปหมด ดูตัวไม่น่าใหญ่มาก แต่ไม่รู้ว่ามันโตเต็มวัยหรือยัง ก้ำกึ่ง ถ้ามันยังอยู่กับแม่มัน ่นี้ก็ต้องระวังหน่อย ลูกอยู่ ที่ไหน ตัวแม่ก็อยู่ที่นั่น จากรอยพวกมันอาจอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักนัก”
ฐาฟังอย่างตั้งใจ เมื่อคืนเขาไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น กลิ่นสาบเสือหรือก็ไม่มี ไม่ทันได้ระวังตัวสักนิด แถมยังเปิดหน้าต่างไว้เสียด้วย หากเ้าแมวตัวโคร่งนึกอยากจะะโเข้ามาฉีกเนื้อกัน ก็คงทำได้โดยง่าย เขาประมาทเกินไปจริงๆ
“แปลก” เ้าหน้าที่คนหนึ่งเอ่ย
“ยังไงเหรอครับ” ไม่รู้ก็ถาม
“ปกติพวกนี้มันไม่ค่อยเข้ามาแถบที่อยู่อาศัยของมนุษย์หรอกครับ”
“สงสัยมาต้อนรับคุณหมอ” คุณจาแตะบ่า พูดเชิงหยอกแซวมากกว่าจะจริงจัง
ฐาไม่ได้กล่าวอะไร ต้อนรับแบบนี้คงไม่ดีสักเท่าไหร่ เขาขอไม่รับไว้เสียแล้วกัน
“มึงก็ไปพูดให้คุณหมอเขาระแวง ไม่มีอะไรหรอกครับ พวกผมอยู่นี่ ปลอดภัยหายห่วง คุณหมอหิวหรือยังครับ ไปกินข้าวเช้ากันครับ” เ้าหน้าที่อีกคนพยายามเบี่ยงเบนประเด็น
ธรรมชาติของฐาไม่ใช่คนขี้ขลาด เขาตอบรับ เดินกลับเข้าบ้านพักเพื่อเอาเสื้อคลุมยูนิฟอร์มสำหรับใส่ทำงานไปด้วย อย่างน้อยวันนี้ก็ต้องเข้าไปดูสัตว์ป่วยที่อยู่ในความดูแลของศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า ซึ่งปกติจะมีหมอจากในเมืองสลับกันเข้ามาดูแล
ในเมื่อฐาต้องประจำที่นี่นับั้แ่นี้เป็ต้นไป เขาจำเป็ต้องศึกษาข้อมูลการรักษาสัตว์ในความดูแลปัจจุบัน และเป็ไปได้หากมีเวลาก็ควรต้องศึกษาสถิติของสัตว์ในอุทยานย้อนหลังด้วย เพื่อเตรียมตัว หากมีสิ่งใดขาดเหลือ หรือมีสัตว์ที่ไม่ถนัดจะได้หาความรู้เผื่อไว้ เพราะถึงแม้เขาจะขึ้นชื่อว่าเป็สัตวแพทย์ ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรู้เื่สัตว์ทุกชนิดบนโลก
“ลืมแนะนำตัวไปเลย ผมโตทำงานที่นี่เข้าปีที่ 5 แล้วครับ บ้านผมอยู่ในหมู่บ้านใกล้ๆ นี่แหละ” เ้าหน้าที่ซึ่งมาสำรวจรอยเท้าเสือเมื่อเช้าเอ่ย ขณะพวกเขานั่งดื่มกาแฟกันหน้าห้องครัว ข้างหน้ามีข้าวแคบปิ้ง ลักษณะตอนแรกเป็แผ่นใสบางๆ คล้ายพลาสติก พอนำมันไปปิ้งบนเตาอั้งโล่ จากแผ่นใสก็เปลี่ยนเป็สีขาวและพองตัวออก
“ส่วนนี่นายจงครับ อาศัยอยู่หมู่บ้านบนเขานี่แหละ นายจงมาช่วยเราดูแลสัตว์สลับกับคนในหมู่บ้านสองสามคน ข้าวแคบนี่ นายจงแกเอามาฝากวันนี้แหละครับ”
“ขอบคุณนะครับ อร่อยมาก”
“เมียผมทำเองครับคุณหมอ ถ้าคุณหมอชอบ ไว้ผมเอามาฝากเพิ่ม ว่างๆ ลองไปเที่ยวที่หมู่บ้านกินข้าวที่บ้านผมได้นะครับ”
“นอกจากเมียแกจะทำกับข้าวอร่อย ลูกแกก็สวยครับ”
“ไอ้จา!!” นายจงเอ็ด ส่วนคนโดนเอ็ดไม่มีแววจะสำนึก หัวเราะร่า มีความสุขที่ทำให้เพื่อนร่วมงานหัวร้อนขึ้นมาได้
“ว่าแต่จะเสียมารยาทไหมครับ ถ้าผมจะถามอายุคุณหมอ” นายจงเอ่ยพร้อมฉีกยิ้มแหย อยากรู้ คุณหมอแกรูปร่างดี หน้าตาหล่อเหลา การงานหรือก็มั่นคง ดูแล้วยิ่งกว่าเหมาะสม ใครจะไม่อยากได้มาเป็ลูกเขย ถ้าอายุห่างจากลูกสาวไม่มาก ก็อยากแนะนำให้ฝั่งนั้นได้รู้จักกัน
ทั้งโตและจาเมื่อได้ยินคนมีลูกสาววัยรุ่นเอ่ยถามหมอหนุ่มก็กลั้นขำ มีใครบ้างจะไม่รู้เจตนา แม้แต่ฐาเองก็รับรู้ได้ว่าฝั่งนั้นคิดอะไร เขาเพียงแย้มยิ้ม และเอ่ยตอบไปตามตรง
“ปีนี้ 29 แล้วครับ”
“กำลังดีเลย” นายจงหลุดปาก คราวนี้สองคนที่ได้ยินกลั้นขำไม่อยู่อีกต่อไป
“โอ้ย ไอ้จง คุณหมอเขารู้เจตนามึงหมดแล้วเนี่ย” จาเอ่ย
“แหม อย่าว่ากันเลยครับคุณหมอ ผมไม่ได้จะยัดเยียดอะไร แค่ถามเผื่อไว้ ลูกสาวผมปีนี้ 16 แล้วครับ”
คุณหมอชะงักกึก ใจจริงไม่ได้สนใจอยู่แล้ว แต่พอได้ยินว่าลูกสาวที่นายจงอยากให้ดองด้วยยังไม่บรรลุนิติภาวะ เขาก็ร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมา คล้ายว่าจะเห็นคุกตารางอยู่ไม่ไกล
ชายหนุ่มเองพอจะรู้ ชาวบ้านแถบนี้แต่งงานกันไว ชาวเขาบางคน อายุได้ 15-16 ก็แต่งกันแล้ว แต่เขามีบรรทัดฐานต่างกัน เข้าใจประเพณีวัฒนธรรมคนอื่นได้ แต่ให้ร่วมปฏิบัติด้วยคงไม่ทำ
“ผมมีคู่หมั้นแล้วครับนายจง” เคยมี แต่ถูกสวมเขา และเพิ่งเลิกลากันไป นับว่าเป็การโกหกได้ไหมนี่
“อ้าว เหรอครับคุณหมอ แล้วงี้ไม่คิดถึงแฟนแย่เหรอครับ”
“คิดถึงครับ แต่เราต่างเข้าใจเป้าหมายของแต่ละฝ่าย เขาไม่ว่าอะไรที่ผมมาทำงานที่นี่ เขาเองก็มีงานของเขา” ตอบเพียงเท่านี้ ไม่ลงรายละเอียดมากไป เพราะความจริงพูดกี่ครั้งก็เหมือนเดิม ต่างจากคำโกหก ยิ่งเนื้อหามากเข้าจะพาลจำสลับ ข้อมูลตีกันมั่วซั่วไปหมด
“อะไร เสียดายเหรอมึง” เ้าหน้าที่จาเอ่ยแซวเพื่อน คนถูกแซวปัดมือเป็เชิงบอกไม่ให้มายุ่ง เสียดายแล้วจะทำอะไรได้ ในเมื่อสถานะคนที่ตนเล็งให้มาเป็ลูกเขยนั้นไม่ว่างเสียแล้ว รู้แต่เนิ่นๆ ก็ดี จะได้ตัดใจ
“น้อยๆ หน่อย ไอ้จา เดี๋ยวกูก็โบกเข้าให้”
คนถูกข่มขู่ไม่กลัว แถมยังขำใส่หน้า ก่อนจะเปลี่ยนเื่ไปพูดถึงข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับการแนะนำสถานที่และสัตว์ในศูนย์พักพิง
หลังมื้อเช้า พอได้เวลาเข้างานคุณจาก็พาหมอฐาขึ้นรถ ขับวนไปดูอุทยาน พร้อมเล่าข้อมูลยิบย่อยให้ฟัง ตรงไหนสัตว์อะไรชอบมาเดินเพ่นพ่าน เ้าหน้าที่อย่างเขารู้ดีที่สุด หากมีคำถาม อีกฝ่ายก็ตอบอย่างไม่ปิดบัง ขับจนกระทั่งถึงศูนย์พักพิงสัตว์ของอุทยาน
ั้แ่ลงรถเ้าหน้าที่คนอื่นล้วนทักทายเป็กันเอง คนช่วยดูแลสัตว์ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล หนึ่งในนั้นมีนายจงที่เพิ่งเจอกัน นายจงพอเห็นว่าคุณจาพาสัตวแพทย์หนุ่มมาถึงที่ แกก็อาสาพาเดินแนะนำ ด้วยเป็คนพื้นที่ ทำงานกับป่าไม้มานาน นอกจากทำการเกษตร หาของป่าขายแล้ว การมาเป็คนดูแลสัตว์ที่นี่ นับว่าเป็อาชีพหลักของแกเลย จึงไม่แปลกที่แกจะรู้ข้อมูลเชิงลึกเยอะแยะมากมาย
สัตว์ที่รักษาอยู่ในศูนย์พักพิงมีจำนวนไม่น้อย แต่ไม่ได้เยอะจนเกินกำลัง ปัจจุบันมีลิง ค่าง นาก สุนัขจิ้งจอก และช้าง พวกสัตว์เล็กหากอาการน่าห่วง ส่วนใหญ่จะถูกนำส่งโรงพยาบาล พออาการทรงตัวหรือรอใกล้หายดี ถึงจะส่งกลับมาพักฟื้น รอวันปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป
“หวัดดี” เสียงแหลมเล็กร้องทัก คุณหมอเหลียวมองตามเสียง ปรากฎว่าเป็นกเอี้ยงตัวหนึ่ง
“ไอ้จุกครับ เป็นกเลี้ยง” นายจงเอ่ย
“สุดหล่อ” เ้าหน้าที่ล้วนเป็ผู้ชาย ไม่แปลกที่จะสอนอะไรแบบนี้ ฐาได้ยินแล้วยิ้มขำ
“ช่างพูดนะครับ” เอ่ยชม
“คุณหมออยู่ไปนานๆ จะนึกรำคาญมันครับ ใครไปใครมาก็สอนมันพูด ว่างๆ มันก็ทวนคำอยู่ตัวเดียว วันนี้โชคดีหน่อย คุณหมอไม่ถูกมันด่า วานซืนไม่รู้ใครอุตริสอนมัน ผมเดินผ่าน ถูกมันด่าว่าเฒ่าลามกทั้งวัน”
ได้ยินคนอายุมากกว่าบ่นอุบ ฐาก็หัวเราะออกมา “คนที่นี่คงเอ็นดูมันมาก”
“ก็ทั้งหมั่นไส้ ทั้งเอ็นดูล่ะครับ ไม่งั้นคงได้ลงหม้อต้มไปนานแล้ว”
“เฒ่าลามก” เสียงเล็กดังขึ้น ทำเอามนุษย์สองคนที่กำลังสนทนากันอยู่หยุดชะงัก ก่อนที่สัตวแพทย์หนุ่มจะป้องปากหัวเราะ
“ดูมันครับ ว่าไม่ทันขาดคำ มันเอาอีกแล้ว”
ฐาใช้เวลาสำรวจสถานที่จนกระทั่งบ่าย กินข้าวกับพวกเ้าหน้าที่แล้ว หลังจากนั้นเขาถึงไปดูอาการสัตว์ในความดูแล โดยเทียบกับเอกสารประวัติการรักษา บันทึกเหล่านี้จะทำให้หมอหนุ่มเข้าใจมากขึ้นถึงอาการของสัตว์ที่มายังศูนย์พักพิง พร้อมทั้งข้อมูลยาที่กำลังได้รับหรือเคยได้รับมาก่อน จนถึงแผนการรักษาปัจจุบันว่าอยู่ในขั้นตอนไหน
สัตวแพทย์หนุ่มอยู่กับสัตว์น้อยใหญ่จนถึงเย็น จากนั้นจึงติดรถเ้าหน้าที่คนอื่นกลับบ้านพัก ฐาไม่รู้ว่าเป็ปกติของที่นี่หรือไม่ แต่ดูเหมือนว่าตอนที่เขากลับมา เ้าหน้าที่คนอื่นจะยังไม่กลับ จนกระทั่งตะวันตกดิน บริเวณบ้านพักค่อนข้างเงียบสงัด ไร้ผู้คน
“ได้ยินวอเมื่อชั่วโมงก่อน เขาบอกว่ามีคนตัดไม้น่ะครับ เลยพากันไปตรวจสอบ” ลุงแม้น เ้าหน้าที่วัยเกษียนที่ขับรถมาส่งเขาเอ่ยขึ้น แกทำงานที่ศูนย์พักพิงสัตว์เหมือนกัน
“ปกติออกไปกันนานไหมครับ”
“แล้วแต่เลยครับ เจอร่องรอยก็ต้องแบ่งคนไปดู แล้วกลับมาวางแผนกันใหม่ว่าจะเอายังไง ผมเองก็บอกไม่ได้ งานผมมันคนละส่วนกัน”
ปัง เสียงกัมปนาทดังสนั่นลั่นไปทั้งป่า แม้จากตรงที่เขายืนอยู่จะไกลออกมา ก็ใช่จะโง่เง่าจนฟังไม่ออกว่ามีการใช้อาวุธ คิ้วคุณหมอหนุ่มขมวดเข้าหากันอย่างลืมตัว
“อย่ากังวลไปเลยครับคุณหมอ ว่าแต่พอจะเล่นหมากรุกเป็ไหมครับ”
“พอได้ครับ”
“งั้นเล่นกับผมสักตามา ถ้าคุณหมอชนะ เดี๋ยวผมเข้าเมืองไปซื้อเหล้าดีๆ มาเลี้ยง” ว่าแล้วก็เอากล่องหมากรุกเก่าๆ ใต้โต๊ะออกมาจัดวาง ลุงแม้นบังคับคุณหมอหนุ่มทางอ้อมให้เล่นด้วยกัน
ฐาย้ายจุดสนใจไปยังหมากกระดาน แม้ใจจะจดจ่อกับเกมส์ที่เล่นกับคนรุ่นพ่อ แต่หูยังสดับรับฟังเสียงจากภายนอก ไม่มีเสียงปืนดังขึ้นอีก บางทีอาจเป็ความเข้าใจผิด หากเป็การปะทะของสองฝ่าย เสียงะเิของเขม่าดินปืนคงไม่ใช่แค่นัดเดียว
ดีแล้ว หากเป็การเข้าใจผิด ย่อมดีกว่ามีใครเป็อะไรขึ้นมาจริงๆ ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตาม
ชายวัยใกล้เกษียนไม่คิดว่าคนหนุ่มจะสามารถเล่นหมากกระดานได้เก่งกว่าแก มองตัวเองถูกดักทาง ถูกต้อน ก็พอรู้อนาคต วันหยุดนี้แกคงต้องเข้าเมืองไปซื้อเหล้ามาให้หมอหนุ่มแล้ว
ลุงแม้นเล่นไปยังไม่ทันจะรุกฆาต ขนหัวแกก็ลุกเกลียวขึ้นมาเฉยๆ ยิ่งตรงแขนนี่ตั้งชัน ตอกย้ำความรู้สึกประหลาด ทั้งที่อากาศไม่ได้เย็น ลมก็ไม่พัด
อาการแบบนี้แกรู้ดีว่าคืออะไร แกมีััพิเศษ รู้แล้วก็เงียบไว้ ทักไปไม่ใช่เื่ดี ทนเล่นจนจบเกมส์ก็ลาคุณหมอกลับบ้าน ตอนออกรถ ไอ้ความรู้สึกที่เคยมีก็พลันหายไป
คราวนี้แกรู้เลยว่าไอ้สิ่งที่ไม่อยากพูดถึงน่ะ มันไม่ได้เกิดจากแก คิดถึงตรงนี้ก็เหลียวมองกระจก เงาทึมทึบกระจายอยู่รอบบ้านพักหมอหนุ่ม แต่เข้าไม่ถึงตัวคนสูงใหญ่ โธ่ พ่อคุณเอ้ย เพิ่งมาทำงานวันแรกเท่านั้นเอง จะอยู่ด้วยกันถึงเดือนไหมน้อ
“ขอให้พระคุ้มครองนะคุณหมอนะ”
