ต้าหวงเฟิงหน้าเสียและหวาดกลัว มันถอนตัวจากท่าฝนเหล็กในออกมาเพื่อมิให้เปลวไฟลามถึงตัว มันเห็นแม่เฒ่าเป่าละอองยามาอีกก็คิดว่าต้องเป็เช่นเดิม มันจึงเพียงแต่ถอยหนีห่างออกไปอีก
“ยายเฒ่า อย่าให้ข้าหนีไปได้ ข้าจะตามสังหารเด็กพวกนี้อย่างทรมานที่สุด”
เปลวไฟเกิดขึ้นในอากาศรอบตัวต้าหวงเฟิง แม่เฒ่าโอสถเป่าปากพ่อละอองยาในมือออกไปกลายเป็นกเพลิงพุ่งทะลุร่างต้าหวงเฟิง เปลวเพลิงลุกใหม่ร่างของมัน
ร่างของต้าหวงเฟิงที่ก่อจากตัวต่อนับหมื่นลุกไหม้กลายเป็เถาธุลีปลิวไปในอากาศ เสียงร้องของมันดังสะท้านไปทั่วป่าหิน
สมปองทรุดตัวลงนั่งที่พื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง แม่เฒ่าโอสถหันกลับมามองเด็กทั้งสามด้วยความโล่งอก
“ท่านยายกลับมาทันพอดี” สมปองบอก
“ดีที่พวกเ้ายันไว้ได้ถึงตอนนี้”
นางช่วยสมปองพาร่างของหลี่ซุนกับเยว่ิกลับเข้าไปในโพรงถ้ำ ทั้งสองคนยังสลบไสลไม่ได้สติ พี่น้องสกุลต้วนคงเหลือเพียงต้วนหลงซาง ยาของแม่เฒ่าโอสถทำให้สีหน้าของทั้งหมดดีขึ้น
“พักที่นี่สักคืนก่อน” แม่เฒ่าบอกก่อนเดินออกไปที่ปากโพรงถ้ำ
สมปองอาศัยเวลานี้นั่งดูดซับปราณจากแกนัฟ้า เต่าน้อยคลานออกจากถุงจักรวาลมาอยู่บนตักของสมปอง มันอ้าปากดูดปราณัจนอิ่มก็มุดกลับเข้าไปในถุงจักรวาลเหมือนเดิม
แม่เฒ่ามองสมปอง นางคิดถึงเหตุการณ์ล่มสลายของหมู่บ้านตอนนั้น แกนัที่อยู่กลางฝ่ามือสมปองแผ่กลิ่นอายเฉพาะของัฟ้าตัวนั้นออกมา นางทอดถอนใจ สำนักกุ่ยเซียนทุ่มกำลังมาทั้งสำนักเพื่อแกนันี้ ไม่ทราบด้วยสาเหตุใดจึงทำให้แกนัฟ้าามาอยู่ในมือของสมปอง
โชควาสนากลับไม่เข้าใครออกใครง่าย ๆ แม้นางจะอิจฉาสมปองอยู่บ้างแต่กลับยินดีให้เด็กหนุ่มคนนี้ นางทราบว่าสมปองไม่ได้หวงแหนแกนัจนเกินไป นางเคยเฝ้าดูตอนสมปองถ่ายปราณจำนวนหนึ่งให้กับหลี่ซุนเพื่อดูดซับ
แกนัฟ้าเป็ฉนวนเภทภัยนางจะปล่อยให้คนจากสำนักกุ่ยเซียนทราบไม่ได้ว่าแกนัฟ้าอยู่ที่นี่ หมอกสีขาวที่เผาไหม้จากสมุนไพรแพร่กระจายออกไปทั่วโพรงส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายเพื่อกลบกลิ่นอายัฟ้าา ม่านพลังบาง ๆ ห่อหุ้มกลิ่นสมุนไพรนี้ไว้อีกชั้น
แม้แม่เฒ่าโอสถจะสามารถใช้ปราณสร้างเกราะป้องกันได้แต่นางคุ้นเคยกับการใช้ยาทำทุกสิ่งทุกอย่างมากกว่า
เวลาผ่านไปถึงรุ่งเช้า เยว่ิ ตื่นขึ้นก่อน กลิ่นหอมของสมุนไพรจาง ๆ ในโพรงถ้ำ ทำให้นางรู้สึกสดชื่นมากขึ้น หลี่ซุนถูกปลุกขึ้นมา เค้าความอ่อนเพลียยังคงมีอยู่ แต่พิษต่อั์ที่ได้รับนั้นหายไปจนหมดสิ้น ทั้งคู่หันไปมองหลี่หลงซางที่หลั่งน้ำตาอยู่ข้างศพของน้องชาย
เสี่ยวถูจิ่วควักหัวใจออกมารับประทานก่อนโดนโอสถเพลิงมรณะเผาไหม้ ต้วนหลงซางเห็นนางควักหัวใจออกมากับตาจึงะเืใจถึงที่สุด สมปองหยุดการดูดซึมปราณจากแกนัฟ้า เขาลุกขึ้นไปปลอบต้วนหลงซาง
“พี่ต้วนโปรดระงับความโศกเศร้า หากท่านเป็อะไรไปอีกคนจะยิ่งแย่ไปใหญ่”
“แม่เฒ่า ท่านสามารถช่วยได้หรือไม่” เยว่ิน้ำตารื้น
“หัวใจถูกควักเช่นนี้ โอสถของข้าช่วยอะไรไม่ได้”
ต้วนหลงซางยังนั่งนิ่งอยู่เช่นนั้นไม่ยอมขยับไปไหน
“พวกเ้ามาตรงนี้ ข้ามีเื่ต้องบอก”
สมปอง เยว่ิ และหลี่ซุน เดินมาตรงหน้าแม่เฒ่าโอสถ ละอองยาเป็ผงลอยครอบคลุมทั้งหมดไว้
“ข้ากลับไปที่หมู่บ้าน ตอนนี้ไม่มีหมู่บ้านในหมอกอีกต่อไป ผู้เฒ่าเฉินซื่อกำลังพาคนอื่น ๆ อพยพลงใต้มา” นางหยุดแล้วมองทั้งสามอย่างตั้งใจ
“ตอนแรกข้าจะพาพวกเ้ากลับไปด้วย แต่...” นางหันมาทางสมปอง “แกนัมือเ้าเป็สิ่งที่เซียนปีศาจมาร้า”
“หา ..” หลี่ซุนร้องขึ้น
“แม่เฒ่าท่านหมายความว่าอย่างไร” สมปองถามด้วยความกังวล
“ตอนที่มันพลิกแผ่นดินระแวกหมู่บ้านขึ้นแล้วไม่พบอะไร พวกมันพากันถอนกำลังออกไปโดยไม่สนใจพวกที่เหลือรอดชีวิตเลย” นางเอ่ยถึงตรงนี้ แล้วหันมาที่สมปองอีกครั้ง
“ตอนรุ่งสางข้าเห็นเข้าดูดซับปราณจากแกนอสูรในมือของเ้า ทำให้ข้าเข้าใจ แกนอสูรในมือของเ้าคือแกนัฟ้าตัวนั้น”
“เข่อเจี้ยน แม่เฒ่าพูดจริงหรือ” เยว่ิถามสมปองด้วยความสงสัย
“ปราณที่เ้าถ่ายทอดให้ข้านั่นคือ…”
สมปองไม่มีเจตนาจะปกปิด จึงเล่าเื่ทั้งหมดให้แม่เฒ่าโอสถฟัง
“ที่แท้เ้าหวังดีต่อเฉินซื่อ”
“แม่เฒ่านี่ข้าควรทำเช่นไร”
“ฟังดูแล้ว เ้าต้องทะลวงระดับก่อนดูดซับปราณัฟ้าทั้งหมดได้ คนอื่นสามารถดูดซับปราณัฟ้าได้เพียงเล็กน้อย มีแต่เ้าที่ชะล้างไขกระดูกกล้ามเนื้อจนหมดแล้วเท่านั้นจึงจะสามารถดูดซึมปราณได้เต็มที่”
แม่เฒ่าโอสถล้วงยาออกมาสามเม็ดแบ่งให้ทั้งสาม นางบอกกับสมปอง“คราก่อนเ้ารับยากายาวิวัฒน์ไปแล้ว หากรับประทานยานี้เข้าไปจะสามารถเปิดเส้นลมปราณรับกระแสปราณจำนวนมากได้ครั้งหนึ่ง มันจะช่วยให้เ้าทะลวงระดับได้หนึ่งครั้ง” นางหันไปมองเยว่ิกับหลี่ซุน “เ้าทั้งสองรอให้ถึงขั้นที่เก้าค่อยรับประทาน”
“แต่สถานที่นี้ไม่เหมาะสมนัก” นางกล่าวแล้วหันไปมองต้วนหลงซาง
“ข้าจะไปพูดกับเขาเอง” สมปองบอกแล้วเดินไปหาต้วนหลงซาง
ทั้งคู่พูดใช้เวลาอยู่พักใหญ่ ต้วนหลงซางจึงยินยอมลุกเดินตามสมปองมา
“แม่เฒ่าท่านมียารักษาศพหรือไม่”
แม่เฒ่าเข้าใจเจตนาของสมปองจึงกล่าว “แน่นอนย่อมมี ข้าจะรักษาศพนี้ไว้ให้สิบปี ภายในสิบปีนี้เ้าหาหนทางมาลำเลียงกลับบ้านไปเถิด” นางดีดผงยาไปที่ศพ แล้วส่งปราณจำนวนหนึ่งก่อเป็โลงหินเก็บศพเอาไว้ภายใน
ต้วนหลงซางมีสีหน้าดีขึ้น “ขอบคุณแม่เฒ่าอย่างยิ่ง”
“เื่เล็กน้อย พวกเราออกจากที่นี่กันก่อนเถอะ”
การเดินทางโดยมีแม่เฒ่าโอสถนำทางเป็เื่สะดวกสบายมากกว่าเดิม ก่อนค่ำวันถัดมา นางพาทั้งหมดเดินทางอีกสามสิบลี้แล้วเหินขึ้นยอดเขาลูกหนึ่ง เหนือยอดเขานั้นมีเกาะลอยขนาดกว้างขวาง รอบด้านว่างเปล่าปราศจากเขาลูกอื่นอีก หาก้ามายังเกาะลอยนี้ ได้แต่ปีนขึ้นยอดเขานี้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
หลังจากฝังต้นสมุนไพรจนทั่วเกาะลอยแล้วนางสลักแผ่นศิลาเป็ชื่อเกาะว่า “เกาะโอสถเทียมฟ้า” เกาะนี้วางค่ายกลป้องกันด้วยต้นสมุนไพรจำนวนนับร้อยชนิด สามารถสะกัดแรงกระเพื่อมจากปราณมิให้เล็ดรอดออกไปได้
กลิ่นอายจากภายในจะไม่ไหลออกไปนอกเกาะลอย แม่เฒ่าพาทั้งหมดขึ้นมาบนเกาะลอย ก่อนขึ้นมา นางหว่านเมล็ดสมุนไพรลงที่ยอดเขาแล้วส่งปราณลงไปเลี้ยงก็ปรากฎเถาวัลย์มีหนามต้นเล็ก ๆ หลายต้นงอกออกมา รากของมันเจาะชอนไชลงไปในดินและหินผาแผ่กระจายทั่วยอดเขา
“เข่อเจี้ยน เ้ายินดีแบ่งปันปราณัให้กับพวกเขาหรือไม่”
สมปองมองแม่เฒ่าโอสถ เขาได้รับแกนัมาด้วยความบังเอิญ หากมันสามารถช่วยคนอื่นให้พัฒนาได้อย่างตัวเขาย่อมดีกว่า สมปองรีบพยักหน้าตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล แม่เฒ่ายิ้ม
“เ้านั่งลงตรงนี้ แล้วกินยานั่นซะ” แม่เฒ่าโอสถชี้นิ้วไปที่ แท่นหินกลางแอ่งน้ำที่นางสร้างขึ้น นางโรยผงสีเขียวลงน้ำจนเกิดควันฟู่ออกมา
หลี่ซุนและเยว่ิถูกบังคับให้นั่งบ่มเพาะข้าง ๆ แอ่งน้ำนั้น แม่เฒ่าส่งยาเม็ดหนึ่งให้กับต้วนหลงซาง “เ้าคิดจะฝึกวิถีเซียนหรือไม่?”
ต้วนหลงซางพยักหน้า เขารับยาไปกินแล้วนั่งอยู่ข้างแอ่งน้ำเช่นกัน
สมปองบนแท่นหินอยู่ในท่านั่งเข้าฌานปราณัฟ้าหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายไม่หยุดยั้ง ทะเลลมปราณถูกควบแน่นครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลง ปราณบางส่วนที่ทะลักออกมาจากกลางฝ่ามือเอ่อลงมายังแอ่งน้ำกลายเป็หมอกจาง ๆ ให้หลี่ซุน เยว่ิ และต้วนหลงซางดูดซับ
เต่าน้อยยังอยู่ในถุงจักรวาล
ขณะที่ทั้งหมดกำลังบ่มเพาะอยู่ข้างใน แม่เฒ่าโอสถนั่งอยู่บนยอดเถาวัลย์อ่อนที่ตนเองปลูกไว้ นางถ่ายเทปราณลงไป ต้นเถาวัลย์อ่อนก็ดูดซับลงไปหนึ่งรอบก่อนส่งปราณย้อนกลับคืนมาให้นาง เวลายิ่งผ่านไปรากเถาวัลย์ก็ครอบคลุมพื้นที่ของูเาเกือบทั้งหมด
เถาวัลย์ถูกหล่อเลี้ยงด้วยปราณจนงอกออกมาห่อหุ้มแม่เฒ่าโอสถอยู่ภายใน ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ เงาสีดำสองสายก็ผ่านเข้ามาในรัศมีการรับรู้ของต้นเถาวัลย์ เมื่อต้นเถาวัลย์รับรู้ได้ แม่เฒ่าโอสถก็รับรู้ได้เช่นกัน
บนเกาะลอย ปราณัฟ้าปริมาณมหาศาลถูกหลอมรวมเข้าไปในทะเลลมปราณในขั้นตอนการบีบอัดเป็แกนผลึกลมปราณ ส่วนที่เหลือในแกนัฟ้าตัวยาของแม่เฒ่าโอสถชักนำกระจายไปสะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ภายในร่างของสมปองจนแกนัฟ้าเหือดแห้งและหลุดออกจากมือของสมปอง
การบีบอัดลมปราณในทะเลลมปราณของสมปองยังไม่หยุด แกนัฟ้าลอยออกไปจากเกาะลอย แม่เฒ่าโอสถพิจารณาแกนัอยู่ครู่ใหญ่ แกนันี้ไม่เหมือนแกนอสูรทั่วไป แม้ภายนอกจะแห้งถึงที่สุดแต่ภายในยังมีเยื่ออ่อนต้นชีวิตัหลงเหลืออยู่ นางจึงคว้านเอาเยื่ออ่อนออกมาก่อนดีดแกนัที่เหลือแค่เปลือกแห้ง ๆ พุ่งออกไป
นางส่งเยื่ออ่อนกลับขึ้นไปบนเกาะลอย เยื่ออ่อนนี้แทรกตัวลงไปในมือของสมปองเหมือนเดิม เส้นใยที่เคยเชื่อมกับแกนัก็เริ่มกลับมาเหมือนเดิม หากเวลาผ่านไปอีกสักระยะ เยื่ออ่อนนี้จะกลายเป็แกนัฟ้าอันใหม่ที่มีความสามารถมากกว่าเดิมหลายเท่า
ร่างสองร่างในชุดสีดำ หยุดนิ่งกลางอากาศ วัตถุที่ลอยมาอยู่ในมือ
“ของสิ่งนี้เป็สิ่งที่เ้าสำนัก้าจริงหรือ”
“หรือท่านสามารถต่อกรกับแม่เฒ่าโอสถได้?”
“ปุโรหิตเืท่านมีความเห็นอย่างไร”
“เราไม่ทราบจริง ๆ แกนัฟ้านี้ใช่ของจริงหรือไม่ อย่างไรเสียมันถูกดูดซับไปจนหมดสิ้นแล้ว”
“แกนันี้ถูกดูดซึมจนหมด ผู้ที่ดูดซึมปราณัฟ้าาตัวนั้นย่อมมีพลังเทียบเท่ากับเ้าสำนัก คงต้องให้เ้าสำนักมาจัดการด้วยตนเอง”
“พวกเราเอาสิ่งนี้ไปมอบแก่เ้าสำนักก็พอมิใช่หรือ”
“คงต้องเป็อย่างนั้น เพียงแต่”
“ไม่มีแต่ พวกเราเสียเวลาการบ่มเพาะมานานแล้ว หากมัวชักช้าคงไม่ทันเหตุการณ์ฟ้าเปิดที่ใกล้เข้ามาทุกที”
เงาร่างทั้งสองพลันจากไป
แม่เฒ่าโอสถหันกลับมามองไปบนเกาะลอย ภายในหมอกโอสถ ต้วนหลงซางเข้าสู่การหลอมปราณขั้นที่หนึ่งเรียบร้อยแล้ว ปราณัที่ล้นออกมายังมีมากมาย เยว่ิที่ค้างอยู่ขั้นที่สามกำลังไต่ขึ้นไปสู่ขั้นที่เจ็ด ส่วนหลี่ซุนนั้นกำลังจะเข้าสู่ขั้นที่เก้า
สมปองหน้านิ่ว ยังไม่มีวี่แววว่าจะทะลวงผ่านขึ้นไประดับแกนลมปราณ การบีบอัดปราณยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ผ่านไปเป็เวลาสองเดือนกว่าที่ทั้งหมดเข้าฌานอยู่บนเกาะลอยแห่งนี้
กองทัพจากต้าหลี่ขบวนหนึ่ง กระจายกำลังสำรวจพื้นที่ไม่ไกลจากยอดเขาแห่งนี้ เถาวัลย์อ่อนไม่ได้จู่โจมผู้คนขบวนนี้เนื่องจากเป็เผ่ามนุษย์ปกติไม่ได้เป็อันตรายใด ๆ แม่เฒ่าโอสถทราบการเคลื่อนไหวทั้งหมดจากรากของเถาวัลย์อ่อน กองทัพพบศพของต้วนเอ่อหลินแล้ว
แม่เฒ่าบอกกล่าวต้วนหลงซางแล้วนำเขาลงไปข้างล่างส่งมอบให้กับกองทัพจากต้าหลี่ ต้วนหลงซาง ไม่อยากกลับไปแต่ตนเป็รัชทายาทเพียงคนเดียวจึงไม่อาจตามใจตัวเอง สมปองสอดคัมภีร์ดรรชนีม้วนหนึ่งใส่อกเสื้อของต้วนหลงซาง
“นี่ถือเป็ของขวัญจากข้า”
“ขอบคุณน้องเข่อเจี้ยน ขอบคุณแม่เฒ่าโอสถ หากมีวาสนาคงได้พบกันอีก”
ต้วนหลงซางจากไปกับกองทัพเดินทางกลับต้าหลี่ แผนการสมัครเข้าสำนักประตู์ต้องพังครืนลง การอำลาเดินเนินไปเพียงชั่วครู่ หลังจากต้วนหลงซางเดินทางกลับไป ทั้งหมดก็ขึ้นไปเข้าฌานต่อบนเกาะลอย