แสงตะวันยามเช้าพาดผ่านเข้ามายังห้องนอนของเด็กหนุ่ม“อืม.......” เด็กหนุ่มผู้ละเมอพูดกับตัวเองค่อยๆเปิดเปลือกตา ก่อนจะยกตัวเองขึ้นจากเตียง เดินลงมาชั้นล่างของบ้านไม้เก่าๆหลังหนึ่ง เหยียนชิง หนุ่มน้อยวัย15ปีท่าทางงัวเงียคล้ายกับเพิ่งตื่นจากฝันอันงดงามของเขา อา......แล้วยามเช้าก็มาถึงอีกวัน...ทำไมกลางคืนถึงไม่ยาวนานกว่ากลางวันนะ? ข้าจะได้นอนต่ออีกสักนิดก็ยังดี เขาบ่นกับตัวเองเงียบๆอีกครั้ง
“ชิงเอ๋อร์ ถ้าเจ้าตื่นแล้วก็มาช่วยป้าเตรียมทำข้าวเช้าเร็วเข้า ลุงเจ้าออกไปล่าสัตว์เมื่อคืนเดี๋ยวก็คงจะกลับมาแล้ว”
เสียงหญิงวัยกลางคนกระตุ้นให้เหยียนชิงตื่นเต็มตา ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในครัวช่วยป้าตัวเองเตรียมข้าวเช้า “วันนี้ข้าสังหรณ์ได้ถึงโชคดี ป้าว่าลุงของเจ้าน่าจะได้เนื้อดีๆติดมือกลับมาแน่” หลี่ฟาง หญิงวัยสี่สิบปลายๆผู้เป็นป้าของ เหยียนชิงจ้องมองไปยังเด็กหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้ม ที่แต่ก่อนหากนางไม่รู้จักเขาก็คงคิดว่าหนุ่มน้อยคนนี้เป็นสตรีแน่
“ข้าว่าท่านลุงน่าจะได้เนื้อมามากกว่าสองชนิดแน่ ท่านว่าเป็นตัวอะไรบ้าง? ข้าคิดว่าเป็นกวางกับกระต่ายนะ” เหยียนชิงพูดขึ้นก่อนลงมือสับตระไคร้อย่างคล่องแคล่ว “ฮะ? ไม่แน่เสมอไปหรอกหลานรัก เดี๋ยวนี้ลุงเจ้าเริ่มจะเลอะเลือนแล้ว ข้าว่าเขาน่าจะได้มาแค่หมูอ้วนตัวใหญ่ซักตัวหนึ่งนะ” หญิงสาวพูดพร้อมทั้งตั้งหม้อต้มน้ำไว้บนเตาถ่าน ค่อยๆโบกพัดให้เปลวไฟโหมกระพือขึ้นมา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังออกมาจากข้างนอกบ้าน “ฟางเอ๋อร์ ชิงเอ๋อร์ ข้ากลับมาแล้ว! ฮ่า ฮ่า ดูเถิดว่าวันนี้ข้าได้ตัวอะไรกลับมา”
บุรุษร่างกำยำคนหนึ่งกำลังแบกซากศพของสัตว์ที่ตัวเองล่าได้เอาไว้บนบ่า ยืนคอยอยู่หน้าบ้านรอคนในครอบครัวออกมาต้อนรับ “ลุงหลี่! ครั้งนี้ลุงได้ตัวอะไรมาเหรอ?” เหยียนชิงรีบวิ่งมารับก่อนถามลุงของเขาอย่างอยากรู้อยากเห็น “วันนี้ต้องฉลอง ข้าล่าได้หมูป่าตัวเบ้อเริ่มเลย!” หลี่เคอบุรุษวัยห้าสิบต้นๆกล่าวอย่างอารมณ์ดี
อา....หมูป่าหรอกรึ...เหยียนชิงมีสีหน้าผิดหวังออกมา
“อะไรกัน เจ้าไม่ชอบเนื้อหมูป่างั้นเรอะเอางี้ ให้ลุงไปล่าใหม่ดีหรือไม่ อยากได้ตัวอะไร บอกข้ามาเลย!” “ไม่ใช่ขอรับท่านลุงข้าก็แค่....”เหยีนชิงตกใจ กลัวว่าหลี่เคอจะออกไปล่ามาเพิ่มจริงๆ“ฮ่าฮ่าฮ่า” เสียงหัวเราะร่วนลอยมาจากข้างหลังของเหยียนชิง หลี่ฟางออกมาหาสามีตนเองที่ออกไปล่าสัตว์ตั้งแต่เมื่อคืน “ข้ากับเหยียนชิงพนันกันไว้ว่าเจ้าจะได้ตัวอะไรกับมา เจ้าเด็กนี่ดันคิดว่าเจ้าจะได้เนื้อกวางกับกระต่าย ส่วนข้าคิดว่าเจ้าน่าจะได้เนื้อหมูกลับมาน่ะ ดันถูกซะได้”หลี่ฟางพูดขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี
“พนัน? พวกเจ้านี่เล่นกันเป็นเด็กไปได้ มาเถอะ ไปกินข้าวเช้ากัน ข้าหิวจะแย่อยู่แล้ว” หลี่เคอแค่นเสียงก่อนเดินนำคนทั้งสองเข้าไปในครัว จากนั้นค่อยๆวางหมูป่าลงไปที่พื้น จากนั้นจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ที่โต๊ะอาหาร เหยียนชิงยกจานชามมาให้ลุงกับป้าของเขา แล้วจึงตักข้าวให้ทั้งสองคน เสร็จแล้วจึงตักใส่ชามของตนเอง
ทั้งสามนั่งทานข้าวเช้ากันพร้อม ทั้งถามเรื่องราวระหว่างที่ลุงของเขาออกล่าในป่าไปด้วย เมื่อพูดคุยกันไปมา หลี่เคอนึกขึ้นได้ว่าก่อนกลับตนเองได้แวะเข้าเมืองมาด้วย “ใช่แล้ว ก่อนกลับมานี่ข้าแวะเข้าเมืองไปซื้อของมานิดหน่อย ดูสิว่าข้าซื้ออะไรมาให้เจ้า ชิงเอ๋อร์” หลี่เคอพูดพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบหนังสือสีดำเล่มหนึ่งออกมายื่นให้เหยียนชิง
“ท่านลุง.....นี่คือ?” เหยียนชิงรับหนังสือมาด้วยความสงสัย หนังสือเล่นนี้ดูค่อนข้างเก่า บางหน้ากระดาษเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองคล้ายกับว่ามันไม่เคยถูกเปิดออกมาอ่านเลยแม้เพียงครั้งเดียว “หนังสือบทกวีไง ป้าของเจ้าอยากให้เจ้าเรียนหนังสือ แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าจะซื้อเล่มไหนมาดี เลยถามเจ้าของร้าน เขาก็ส่งเล่มนี้มาให้ข้า แถมราคามันก็ถูกด้วย เจ้าน่าจะเรียนรู้จากมันนะ” หลี่เคอกล่าวพร้อมทั้งเคี้ยวข้าวในปากไปด้วย
“เดี๋ยวเถอะพี่ หนังสือบทกวีนี่มันยากมากนะ ชิงเออร์จะไปเรียนจากมันได้อย่างไร ทำไมไม่ซื้อหนังสือเรียนพื้นฐานมาก่อนเล่า”
หลี่ฟางขมวดคิ้วไม่พอใจ ใครๆก็รู้ว่าหนังสือบทกวีนั้นเป็นศิลปะชั้นสูง ชาวบ้านธรรมดาๆอย่างเธอจะไปเข้าใจได้อย่างไร “เอาเถอะน่า หนังสือมันก็มีตัวอักษรคล้ายๆกันนั่นแหละ ให้หลานของเราเป็นคนเลือกเถอะว่าจะเรียนรึไม่ ถ้าไม่ข้าจะสอนเจ้าล่าสัตว์เหมือนกับข้า ฮ่าฮ่าฮ่า” หลี่เคอยื่นข้อเสนอให้กับเหยียนชิงที่ตอนนี้เอาแต่จ้องหนังสือบทกวีลึกลับด้วยตาเป็นประกาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น.... บทกวี? ล่าสัตว์?
“ข้าอยากเรียนมันทั้งสองอย่าง!”