บทที่ 30: ล่าเงาข้าวสาร
กลิ่นอายเหล้าและเสียงดนตรีบีตหนักหน่วงในผับไม่สามารถกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความเร่งรีบในการตามล่าครั้งนี้ได้เลย
เวลาสี่ทุ่มเศษ... ตรอกข้าวสารในยามราตรีคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แสงไฟนีออนหลากสีสันสาดส่องตัดผ่านม่านควันบุหรี่และไอแอลกอฮอล์ เสียงเพลงตื๊ดจังหวะอิเล็กโทรนิกส์ดังกระหึ่มสะเทือนเลื่อนลั่นจากร้านเหล้าสองข้างทาง ทว่าเป้าหมายของผมและหมวดพลอยไม่ได้อยู่ที่ผับทั่วไปบนถนนใหญ่ หากแต่เป็น 'The Dark Moon' คลับลับใต้ดินที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกซอกซอยเปลี่ยวลึกด้านหลังวัดชนะสงคราม
พวกเราเปลี่ยนเครื่องแบบตำรวจออกเป็นชุดนอกเครื่องแบบที่กลมกลืนกับนักท่องราตรี ผมสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำทับเสื้อยืดคอกลมสีเทาเข้ม สวมกางเกงยีนส์ขายาวและซ่อนปืนพกกล็อกเก้ามิลลิเมตรไว้ในซองปืนข้างเอว ส่วนหมวดพลอยสวมเสื้อเกาะอกสีดำรัดรูปอวดเนินอกขาวสล้างและหน้าท้องแบนราบ สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายสก็อตตัวหลวมและกางเกงยีนส์ขาสั้นเสมอหูที่ขับเน้นเรียวขาเนียนสวย เธอดึงหมวกแก๊ปสีดำลงมาปิดบังใบหน้าหวาน
"คนเยอะมากเลยค่ะพี่นนท์... สายของพลอยบอกว่าไอ้ศรัญญูนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมมืดหลังบาร์น้ำชั้นใต้ดิน มันนัดส่งมอบแฟลชไดรฟ์ข้อมูลให้เอเย่นต์ต่างชาติเวลาห้าทุ่มตรง" พลอยกระซิบข้างหูผมพลางเอื้อมมือมาเกาะแขนผมแน่น ความอบอุ่นและกลิ่นหอมประจำตัวของเธอช่วยบรรเทาความตึงเครียดในใจผมได้เล็กน้อย
"จำไว้นะพลอย... เราต้องจับเป็นมันเท่านั้น อย่าเพิ่งชักปืนจนกว่าจะจำเป็น และเป้าหมายหลักคือชิงฮาร์ดดิสก์หรือคีย์การ์ดรหัสผ่านคลาวด์มาจากตัวมันให้ได้" ผมสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
การเดินเคียงข้างหมวดพลอยในชุดล่อแหลมท่ามกลางฝูงชนสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดในจิตใจของผม สายตาของชายหนุ่มและนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างพากันจับจ้องมองเรือนร่างอวบอัดและเรียวขาขาวเนียนของพลอยด้วยความหิวกระหาย พลอยขยับตัวเข้ามาเบียดแนบชิดกับสีข้างของผม แขนเรียวสอดเข้ามากอดแขนของผมไว้แน่นจนหน้าอกอวบหยุ่นเบียดเสียดกับท่อนแขน เธอแหงนหน้าขึ้นส่งสายตาหวานเชื่อมปนออดอ้อน
"ถ้าเสร็จงานนี้แล้ว... พี่นนท์ต้องพาพลอยไปเลี้ยงข้าวและอยู่ค้างคืนกับพลอยที่คอนโดนะคะ... พลอยเหงาและกลัวเหลือเกิน ทุกคืนที่ต้องนอนคนเดียว พลอยฝันเห็นแต่คดีและศพของคุณหญิงดาริน... พลอยต้องการให้พี่นนท์อยู่ข้าง ๆ คอยกอดและมอบความอบอุ่นให้พลอย..." พลอยกระซิบเสียงหวานข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดลำคอของผม
ผมลูบหลังมือของเธอเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดบาปที่ต้องใช้ความเสน่หาของตำรวจสาวรุ่นน้องคนนี้เป็นเครื่องมือในการปกป้องตัวเองจากคุกตาราง
พวกเราเดินเบียดเสียดผ่านฝูงชนลงบันไดแคบๆ สู่ชั้นใต้ดินของคลับ แสงไฟเลเซอร์สีม่วงสลัวและเสียงดนตรีแนวเทคโนแดนซ์หนักหน่วงสั่นสะเทือนพื้นปูน ภายในร้านมีผู้ชายนับร้อยคนกำลังเต้นรำและกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างเมามัน กลิ่นเหล้า กลิ่นน้ำหอมผู้ชาย และกลิ่นเหงื่อคละคลุ้งในอากาศ
ผมกวาดสายตาคมกริบสแกนไปทั่วบริเวณ จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ลำพังในบูธวีไอพีมุมในสุด
ชายคนนั้นสวมเสื้อฮู้ดสีเทาเข้ม รูปร่างผอมสูง สวมแว่นตากรอบหนา บนโต๊ะมีแก้วค็อกเทลและกระเป๋าเป้สะพายหลังสีดำใบหนึ่งวางอยู่ข้างตัว ใบหน้าเสี้ยมแหลมและแววตาวอกแวกขี้ระแวงตรงกับรูปถ่ายประวัติของ 'ศรัญญู' ผู้ช่วยของทนายธนาทุกกระเบียดนิ้ว!
"นั่นไงคะพี่นนท์! ไอ้ศรัญญูจริงๆ ด้วย!" พลอยกระซิบเสียงตื่นเต้น
"ไปล้อมมันไว้ อย่าให้มันหนีออกทางประตูด้านหลังได้" ผมสั่งการพลางสาวเท้าก้าวตรงไปยังบูธวีไอพีทันที
ทว่า ศรัญญูเป็นอดีตแฮกเกอร์ที่ผ่านคดีมาอย่างโชกโชน สัญชาตญาณระแวงภัยของมันทำงานทันควัน เมื่อมันเหลือบมาเห็นผมและพลอยที่เดินตรงเข้ามาด้วยท่วงท่าของเจ้าหน้าที่ มันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบคว้ากระเป๋าเป้สะพายหลังแล้วผลักโต๊ะกระจกล้มลงขวางทางเสียงดัง *เพล้ง!*
"ตำรวจนี่หว่า! ถอยไปโว้ย!" ศรัญญูตะโกนลั่นร้านพลางคว้าแก้วเหล้าขว้างใส่พวกเรา ก่อนจะวิ่งกระโจนฝ่าฝูงชนมุ่งหน้าตรงไปยังประตูหนีไฟด้านหลังร้าน
"หยุดนะเว้ย ศรัญญู! ตำรวจ!" ผมตะโกนลั่นพลางพุ่งตัวกระโดดข้ามโต๊ะที่พังเสียหาย วิ่งไล่กวดตามหลังมันไปติด ๆ
ความโกลาหลระเบิดขึ้นกลางคลับทันที นักเที่ยวพากันกรีดร้องและวิ่งแตกตื่นหนีตาย ศรัญญูถีบประตูหนีไฟเปิดออกแล้ววิ่งทะลุออกสู่ตรอกซอยด้านหลังผับซึ่งเป็นทางเดินแคบๆ ที่เชื่อมต่อไปยังชุมชนเก่าริมคลองบางลำพู ความมืดมิดและกองขยะสองข้างทางทำให้การไล่ล่าเป็นไปด้วยความยากลำบาก
*ตึก ตึก ตึก!*
เสียงฝีเท้าของผมและพลอยวิ่งไล่กวดตามหลังศรัญญูอย่างกระชั้นชิด ศรัญญูวิ่งเลี้ยวลัดเลาะเข้าไปในตรอกตันหลังตึกแถวร้าง มันเหนื่อยหอบจนสะดุดล้มลงกับพื้นปูนเปียกแฉะ กระเป๋าเป้ร่วงหลุดจากมือ
ก่อนที่ผมจะเข้าถึงตัวศรัญญู ชายฉกรรจ์รูปร่างล่ำสันสองคนที่เป็นลูกน้องคุ้มกันของมันก็พุ่งพรวดออกมาจากเงามืดของตรอกขยะ ชายคนแรกถือท่อนเหล็กแป๊บยาวฟาดเข้าใส่ศีรษะของผมอย่างรุนแรง ผมเอี้ยวตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว ได้ยินเสียงลมแหวกอากาศข้างหู ก่อนจะสืบเท้าเข้าประชิดตัวและปล่อยหมัดขวาตรงเข้าใส่ปลายคางของมันอย่างจังจนฟันหักกระเด็น ร่างของมันเซถลาล้มพับไปกับพื้น
ชายคนที่สองชักมีดพกสปริงเล่มยาวพุ่งเข้าแทงใส่หน้าท้องของผม หมวดพลอยที่วิ่งตามหลังมารีบกระโดดเตะตัดขาของมันอย่างแม่นยำตามหลักสูตรการต่อสู้ระยะประชิดของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ชายคนนั้นเสียหลักล้มลง ผมจึงพุ่งเข้าไปเตะเสยเข้าที่ปลายคางของมันซ้ำจนสลบเหมือดคาที่
ผมพุ่งตัวเข้าไปล็อกคอและกดร่างของมันลงกับพื้นปูนทันที มือข้างหนึ่งบิดแขนของมันไพล่หลัง ส่วนเข่าของผมกดทับแผ่นหลังของมันไว้แน่นจนมันขยับไม่ได้ ศรัญญูดิ้นรนกระเสือกกระสนพลางส่งเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
"โอ๊ยยย!... ปล่อยกูนะเว้ย! พวกมึงเป็นใครวะ?!" ศรัญญูร้องลั่น
หมวดพลอยวิ่งตามมาถึง รีบชักกุญแจมือออกมาล็อกข้อมือของศรัญญูไว้แน่นหนา พร้อมกับหยิบกระเป๋าเป้ของมันขึ้นมารูดซิปตรวจค้นทันที
"ส่งคีย์การ์ดและรหัสผ่านเซิร์ฟเวอร์คลาวด์คดีเสี่ยวิชัยมาเดี๋ยวนี้! แกเป็นคนแฮกมือถือของผู้กองฟ้าใสใช่ไหม?!" ผมเค้นถามเสียงเหี้ยมเกรียมพลางกดใบหน้าของมันแนบกับพื้นปูนสกปรก
ศรัญญูเงยหน้าขึ้นสบตากับผม แว่นตาของมันแตกหักไปข้างหนึ่ง ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบโคลน ทว่าแทนที่มันจะหวาดกลัว มันกลับแสยะยิ้มกว้างอย่างน่ารังเกียจและหัวเราะเยาะเสียงแหลม
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ!... ที่แท้ก็มึงนี่เอง 'ผู้กำกับนนท์' นายตำรวจผัวใหม่ของนังรดา!... มึงคิดว่าจับกูได้แล้วมึงจะรอดเหรอวะ?!" ศรัญญูถ่มน้ำลายเปื้อนเลือดลงพื้น "คลิปสวิงกิ้งของมึงกับนังรดาและคุณหญิงดาริน... รวมถึงคลิปสด ๆ ที่มึงเพิ่งเย็ดกับนังผู้กองฟ้าใสเมื่อคืนนี้... กูอัปโหลดเข้าเซิร์ฟเวอร์สำรองไว้หมดแล้ว!"
"เซิร์ฟเวอร์หลักของแกอยู่ที่ไหน?! ตอบมา!" ผมตวาดลั่นพลางกระชากคอเสื้อมันขึ้นมาจ้องตาอย่างดุดัน
"กูไม่บอกมึงหรอกโว้ย!... ต่อให้มึงซ้อมกูจนตาย มึงก็ไม่มีวันได้ไฟล์พวกนั้นคืน!" ศรัญญูหัวเราะเย้ยหยันอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า "คีย์การ์ดรหัสผ่านดิจิทัลและไฟล์ต้นฉบับทั้งหมด... กูเอาไปฝากซ่อนไว้ใน 'กล่องนิรภัยส่วนบุคคล' ของธนาคารใหญ่ใจกลางเมืองเรียบร้อยแล้ว! ถ้านายกูไม่ได้รับการปล่อยตัว หรือถ้ากูไม่ได้เงินสดห้าสิบล้านบาทจากนังรดาภายในสี่สิบแปดชั่วโมง... ระบบตั้งเวลาอัตโนมัติจะส่งคลิปโป๊ทั้งหมดของพวกมึงประจานลงโซเชียลมีเดียและส่งตรงถึงมืออธิบดีดีเอสไอทันที! มึงเตรียมตัวติดคุกหัวโตได้เลย ไอ้ตำรวจหัวขวด!"
คำขู่ของศรัญญูเปรียบเสมือนหมัดเหล็กที่กระแทกเข้าลิ้นปี่ของผมอย่างจัง กล่องนิรภัยธนาคารเป็นระบบความปลอดภัยสูงสุดที่ตำรวจธรรมดาไม่อาจเปิดได้โดยไม่มีคีย์การ์ดและลายนิ้วมือของเจ้าของกล่อง
"แกเอาคีย์การ์ดไปซ่อนไว้ที่ไหน?! บอกมาเดี๋ยวนี้!" ผมเงื้อมือขึ้นเตรียมจะเค้นคอเอาความจริง
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
*บรื้นนนนน!*
เสียงเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่ดังกระหึ่มขึ้นที่ปากตรอก แสงไฟหน้ารถสาดส่องตัดผ่านความมืดมิดเข้ามาส่องกระทบใบหน้าของพวกเราจนแสบตา บนรถบิ๊กไบค์มีชายสวมชุดหนังสีดำสนิทและสวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีดำทึบปิดบังใบหน้ามิดชิด ชายปริศนาผู้นั้นชะลอรถจอดเทียบห่างจากพวกเราเพียงไม่ถึงสามเมตร
ก่อนที่ผมหรือหมวดพลอยจะได้ทันตั้งตัวหรือชักอาวุธปืนขึ้นมา...
ชายชุดดำบนมอเตอร์ไซค์ก็ยกมือขวาที่ถือปืนพกเก็บเสียงกระบอกยาวขึ้นมาอย่างเยือกเย็น เล็งปากกระบอกปืนตรงมาที่ศีรษะของศรัญญูต่อหน้าต่อตาผม!
*ฟุ่บ! ฟุ่บ!*
เสียงกระสุนปืนเก็บเสียงดังแผ่วเบาราวกับเสียงลมพัด กระสุนปืนสองนัดพุ่งเจาะกะโหลกศีรษะของศรัญญูอย่างแม่นยำ เลือดสีแดงสดและเศษเนื้อสมองกระเซ็นพุ่งฉีดเปรอะเปื้อนใบหน้าและเสื้อแจ็กเก็ตของผมในทันที!
ร่างของศรัญญูกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงก่อนจะล้มพับฟุบลงจมกองเลือดแน่นิ่งไปคามือของผม ดวงตาของมันยังคงเบิกโพลงค้างด้วยความตระหนกก่อนสิ้นใจ!
*บรื้นนนนน!*
ชายชุดดำบิดคันเร่งรถบิ๊กไบค์ส่งเสียงคำรามกึกก้องและหักเลี้ยวพุ่งทะยานหลบหนีออกจากตรอกซอยไปอย่างรวดเร็วราวกับปีศาจ ทิ้งให้ผมและหมวดพลอยยืนตัวแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางกองเลือดและร่างไร้วิญญาณของพยานปากสำคัญเพียงคนเดียวที่เพิ่งถูกฆ่าปิดปากไปต่อหน้าต่อตา...!