พูดมาถึงตรงนี้ ทุกคนในห้องต่างตกอยู่ในภวังค์แห่งความเงียบ
“น้อง น้องสาม...” ซ่งิอีมองไปที่น้องสาวของตัวเองอย่างหวาดหวั่น รู้สึกว่าคำพูดติดขัดไปหมด
ไม่ต้องอ้างว่านางก็เป็ผู้หญิงยิงเรือคนหนึ่ง กระทั่งผู้ที่อยู่ในสนามรบที่มีแต่การเข่นฆ่า เืและความร้อนแรงของไฟาจนเคยชินอย่างจ้าวถง ยังรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงชายเสื้อด้านหลัง
บรรยากาศเย็นะเืหนาวไปถึงศีรษะ เขาไม่สามารถรักษาใบหน้ายิ้มแย้มเปิดเผยเอาไว้ได้ หันกลับไปมองคุณหนูซ่งสามที่เอ่ยวาจาไม่น่าเชื่อว่า้าขายคนส่งไปที่ซีหมานอีกครั้ง
ซีหมานเป็สถานที่แบบไหน?
หยาบคาย บ้าระห่ำ ล้วนเป็กลุ่มคนเถื่อนที่ไร้อารยธรรม กระทั่งยังเคยนำสมองของคนเป็ๆ ซึ่งคือเชลยศึกมาผ่าและนำไปดื่มแทนถ้วยเหล้า
อย่างไรก็ตามคนซีหมานขึ้นชื่อเื่ความห้าวหาญ ไม่ได้มองว่าสตรีก็เป็คน หากนำสตรีที่สวยและบอบบางขายออกไป เกรงว่าไม่ถึงหนึ่งเดือนดีคงได้ตายอยู่ที่นั่น
คาดไม่ถึงว่าคุณหนูสามจะสามารถเสนอข้อคิดเห็นเช่นนี้ออกมาได้ นอกจากจะทำให้ผู้อื่นรู้สึกถึงความหวาดกลัวแล้ว ในใจยังเต็มไปด้วยความรู้สึกสยองขวัญหลายส่วน
คุกเข่าสวดมนต์แล้วกลายเป็สตรีอย่างนี้หรือ?
เกรงว่าที่กราบไหว้อยู่คงไม่ใช่พระโพธิสัตว์ผู้เมตตาแน่?
จ้าวถงรู้สึกแข้งขาอ่อน ฝืนยิ้มพูดว่า “คุณหนูสามช่างล้อเล่นจริงๆ”
ดูสิว่าฝ่าาของเขาต้องตาแม่นางประเภทไหน เกรงว่าหากภายหน้าเขาดันไปมีเื่กับคุณหนูสามผู้ห้าวหาญท่านนี้ ก็คงถูกจับขายเช่นกัน
“ข้าไม่ได้ล้อเล่น” ั์ตาของซ่งิหลานโชติ่ ดูเหมือนประกายวาววาบที่เผาไหม้ด้วยความฮึกเหิม ถือโอกาสมองผ่านจ้าวถงครู่หนึ่ง เพื่อให้เขารู้ว่าควรจะเลี่ยงจากไปได้แล้ว
“สัญญาขายทาสล่ะเ้าคะ?” นางหันไปถามซ่งิอี
ใบหน้าเ็าและเฉียบขาด เห็นได้ชัดว่า้าขายบ่าวที่รังแกพี่สาวนางผู้อยู่ตรงหน้านี้จริงๆ
“ข้าเป็คนของนายท่านรอง!” สตรีผู้นั้นเห็นซ่งิหลานกล้าโอหังเพียงนี้ ฉับพลันแทบจะไม่มีความอวดดี ขดตัวร้องออกไป
“เ้ายังเป็บ่าวของพี่สาวข้าด้วย ต่อให้นายท่านของเ้าชื่นชอบเ้าเพียงใด ก็ไม่มีสัญญาขายทาสของเ้า” ซ่งิหลานก้มศีรษะลงมองสตรีที่หมอบอย่างลุกไม่ขึ้นที่ข้างโต๊ะ แค่นหัวเราะออกมาหนึ่งครั้ง ใบหน้างดงามแฝงไว้ด้วยความเ็าที่ร้อนแรงหลายส่วน พูดอย่างช้าๆว่า “ข้าขายอนุเล็กๆของนายท่านรองของพวกเ้า ย่อมต้องซื้อสตรีที่สวยงามมากกว่าเ้ามาปรนนิบัติเขา เพื่อเป็การขอโทษ ต่อให้เ้าได้รับความเอ็นดู ก็เป็เพียงแค่พื้นที่เล็กๆในใจเขา เพียงแค่เ้าไกลเขาสักหน่อย ไม่ได้อยู่ข้างกายเขาแล้ว ข้างกายเขามีสตรีอื่น ยังจะสามารถจดจำเ้าได้อีกหรือ ข้าว่าไม่อย่างแน่นอน”
นางหัวเราะอย่างเืเย็น ทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่านี่คือเสียงภูตผีปีศาจ
ความสง่างามและเยือกเย็น ความหยิ่งยโสและห่างเหิน ดูเหมือนล้วนเป็แค่เพียงภาพลวงตา
ทว่าจ้าวถงยังคงประคองตัวเองไว้ได้ไม่ได้คุกเข่าลงต่อหน้าคุณหนูสาม นานมาก เขาเพียงแต่หลุบสายตาลง
เขาย้อนนึกไปถึงวันนั้นที่นอกเมือง ใบหน้าแย้มยิ้มของคุณหนูสามผู้นี้เต็มไปด้วยความไม่ใส่ใจไยดีเมื่อแทงคนทรยศผู้นั้นจนตาย คลับคล้ายคลับคลาตอนนี้ เหมือนกับสีหน้าอารมณ์นางในตอนนั้นไม่มีผิด
คำพูดเ่าั้ของซ่งิหลาน ทำให้สาวใช้ผู้นั้นหวาดผวาจนไม่เป็ตัวเอง แม้นางได้ความเอ็นดูมาก ทว่าไม่สามารถรับประกันได้ว่าหลังจากที่ตัวเองจากไป ผู้ชายที่ตัวเองเคยปรนนิบัติจะไม่มีคนใหม่และไม่สามารถลืมนางได้
สายตาของซ่งิหลานเ็าและเยือกเย็นขึ้นกว่าเก่า ดูเหมือนอีกสักครู่้าเรียกบ่าวรับใช้เข้ามา สตรีผู้นี้ในที่สุดก็รู้แล้วว่าคุณหนูสามแห่งจวนจงจิ้งโหวไม่ได้ล้อเล่นหรือข่มขู่ตัวเองจริงๆ เกลียดชังความต่ำต้อยของตัวเองนัก อยากจะเห็นคุณหนูสามที่จงจิ้งโหวทอดทิ้งไม่ไยดีและน่าสงสารผู้นั้นมาก ด้วยเหตุนี้จึงรีบร้อนเดินทางมาด้วยความกระตือรือร้น ขอแค่เห็นหน้าก็พอ ไหนเลยจะมีหญิงสาวผู้น่าสงสาร เห็นก็เพียงแต่แม่เสือตัวใหญ่! นางหวั่นกลัวจนน้ำตานองหน้า รอยฝ่ามือบนใบหน้าล้วนไม่อาจหลีกเลี่ยง กระทั่งไม่กล้านำนายท่านรองอะไรนั่นมายั่วยุซ่งิหลานอีก ร้องไห้ปีนเข้ามากอดขาพี่สาวของซ่งิหลาน
“น่ายนาย น่ายนายพูดเพื่อบ่าวสักคำเถอะเ้าค่ะ อย่าขายบ่าวเลย ต่อไปบ่าวไม่กล้าแล้วเ้าค่ะ!”
นางโขกศีรษะ ขอร้องซ่งิอีอย่างน่าเวทนา
เพราะว่านางรู้ คุณหนูซ่งสามซ่งิหลานผู้เ็าไร้ความรู้สึกผู้นี้ ยังคงใจอ่อนต่อซ่งิอี
“ข้า...” ซ่งิอีมองอย่างขอความช่วยเหลือไปยังน้องสาวของตัวเอง
วันนี้ได้รับความตื่นตระหนกใไปมาก ไหนเลยจะมีสิ่งที่นางสามารถแก้ไขได้ ทำอะไรไม่ถูก และไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรดี
“ต่อไปบ่าวย่อมเป็บ่าวของน่ายนายท่าน...” สตรีผู้นั้นยังคงร้องไห้อยู่
“นางได้รับความเอ็นดูจากนายท่านรอง...” ซ่งิอีเห็นสตรีที่คอยโอ้อวดอยู่ต่อหน้ามานานปี แม้ปากจะพูดว่าตัวเองเป็บ่าว ทว่ากลับเป็สาวใช้ติดตามเข้าบ้านสามีที่มีเกียรติกว่าตัวเอง นางเอาแต่พร่ำเรียกตัวเองว่าบ่าวอย่างต่ำต้อย เห็นได้ชัดว่าไม่กล้ากำเริบเสิบสานต่อหน้าตัวเองแล้วจริงๆ คิดถึงเื่ในบ้านของครอบครัวตัวเอง ก็ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น เห็นสตรีผู้นั้นถูกคำเรียกของตัวเองทำให้ใจนทั่วทั้งร่างสั่นสะท้าน ก็เข้าใกล้จับบ่าน้องสาว คิดถึงความทุกข์ระทมในหลายปีเ่าั้กระซิบกระซาบขึ้นว่า “หากไม่มีน้องสาวออกหน้าเพื่อข้า ข้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะใช้ชีวิตในแต่ละวันให้ผ่านพ้นไปได้อย่างไร”
ซ่งิหลานกลับมาเมืองหลวงวันแรก นางก็คิดจะมาเยี่ยมเยียน แต่ว่าบ้านนั้น ไหนเลยจะใส่ใจคำพูดนาง?
นางสามารถกลับมาจวนโหวในวันนี้ ยังต้องขอร้องอ้อนวอนนับพันนับหมื่นครั้ง
หรือว่า คิดว่านางไม่อยากพบน้องสาวของตัวเองหรือ?
ซ่งิหลานรู้สึกถึงน้ำตาร้อนผะผ่าวหยดหนึ่ง ร่วงหล่นลงบนหลังมือของตัวเอง
นางมองั์ตาที่มีน้ำตากลิ้งหลุนๆลงมาอย่างสงบอยู่นาน ก่อนจะนำสายตาไปหยุดอยู่ที่สตรีผู้ซึ่งไม่กล้าหอบหายใจแรง รู้จักเพียงร้องไห้กระซิกอยู่ข้างๆ
“พี่หญิงใหญ่แต่งเข้าไปหลายปี นางเพิ่งได้รับความเอ็นดูไม่กี่ปี พูดไปแล้ว คนสารเลวผู้นั้นยังมีความรู้สึกของคนอยู่หรือ?” เห็นซ่งิอียิ่งหลั่งน้ำตา นางหันไปมองฮูหยินผู้เฒ่าอีกครั้ง เห็นตัวเองก่อเื่วุ่นวายขนาดนี้ ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวกลับยังคงสงบนิ่งเฉกเช่นเขาไท่ซานไม่ได้ห้ามปรามหรือดุด่า กระทั่งยังใช้สายตาชื่นชมและปลื้มใจอย่างประหลาดมองมาที่นาง ซ่งิหลานในใจเรียบเย็น มองไปยังสตรีที่อยู่ตรงเท้าพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยว่า “เห็นแก่ที่เ้าเป็บ่าวที่พี่หญิงใหญ่ออกปาก ครั้งนี้ข้าจะยอมยกโทษให้ เพียงแต่เ้าจำคำข้าไว้ให้ดี! พี่หญิงใหญ่คือเ้านาย คือคนที่สามารถเอาชีวิตเ้าได้! ภายหน้าหากเ้ากล้าให้พี่หญิงใหญ่ได้รับความลำบากแม้แต่น้อย หรือว่ายุยงส่งเสริมคนสารเลวผู้นั้นให้รังแกพี่หญิงใหญ่ คนสารเลวผู้นั้นข้าไม่อาจจัดการได้ แต่ว่านายของเ้า...”
นางหลุบั์ตางามของตัวเองลงครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง นิ้วมืองามเล็กละเอียดออกแรงชี้ไปยังสตรีที่สายตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา
“และชีวิตของเ้า ข้าสามารถจัดการได้ จำได้หรือไม่?”
“จำได้ จำได้แล้วเ้าค่ะ” สายตาลำพองของสตรีผู้นั้น มลายหายไป ตอบรับอย่างโง่งม
“อ้อ เพื่อไม่ให้เ้ากลับไปแล้วบอกคนสารเลวผู้นั้นรังแกพี่หญิงใหญ่ ให้พี่หญิงใหญ่มอบสัญญาขายทาสแก่เ้า สัญญาขายทาสนี้ข้าจะเก็บเอาไว้เอง เ้าวางใจเถอะ” เห็นใบหน้างดงามของสตรีผู้นั้นพลันซีดขาว ซ่งิหลานแค่นหัวเราะออกมาหนึ่งครั้ง ยื่นมือออกไปลูบแก้มของสตรีผู้นั้นอย่างอารมณ์ดี ถามน้ำเสียงอบอุ่นว่า “ข้าเป็คนรอบคอบระมัดระวังที่สุด ย่อมต้องเก็บสัญญาขายทาสของเ้าเอาไว้อย่างดีแน่ ขอเพียงพี่หญิงใหญ่สบายใจ ข้าก็สบายใจ ข้าสบายใจแล้ว ก็ไม่จำเป็ต้องซื้อขายอะไรกับคนซีหมาน ที่จริงแล้ว ก็แค่เศษดอกไม้ปลิดปลิวและต้นหลิวเหี่ยวเฉา* คงขายไม่ได้สักเท่าไหร่หรอก หืม?!”
แต่ละประโยคที่พูดออกมาเืเย็นอำมหิตทว่าใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้มมีความหมาย จากริมฝีปากแดงที่เปล่งออกมา ริมฝีปากแดงสดนั่น ดั่งอาบเคลือบไว้ด้วยยาพิษ
จ้าวถงมองอย่างสังเกตการณ์อยู่ข้างๆอย่างเงียบๆ เห็นใบหน้างดงามไร้ผู้เปรียบเปรยของหญิงสาวปรากฏรอยยิ้มกดลึกอย่างพึงพอใจ ในใจยิ่งระแวดระวังขึ้นหลายส่วน
“บ่าว บ่าวเข้าใจแล้วเ้าค่ะ” จนถึงตอนนี้ สตรีผู้นั้นรู้ว่าตัวเองไม่มีทางหลีกหนีพ้นเงื้อมมือของซ่งิหลานไปได้ ใจคิดว่าหลังจากกลับจวนจะสามารถเริ่มต้นใหม่ด้วยอำนาจและความหยิ่งลำพองก็พลันเย็นยะเยียบขึ้นมา
แม้ว่าแทบทั้งร่างเกือบจะแข็งทื่อ ทว่ายังคงโขกศีรษะให้พูดขึ้นด้วยความนอบน้อมว่า “หลังจากนี้บ่าวจะจงรักภักดีต่อน่ายนายแน่นอนเ้าค่ะ”
“ไม่ใช่น่ายนาย แต่เป็คุณหนูใหญ่” ซ่งิหลานพูดด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “เ้าเป็บ่าวของพี่หญิงใหญ่ ไม่ใช่ของเ้าคนสารเลวนั่น!”
สตรีผู้นั้นไม่กล้าพูดอะไรอีกแล้ว ทั่วทั้งร่างสั่นสะท้าน ยังคงโขกศีรษะให้แก่ซ่งิหลาน
“อ้อ ข้าเกือบจะลืมไปแล้ว อาการาเ็บนใบหน้าเ้าคงไม่เป็ไรกระมัง?” ซ่งิหลานหัวเราะ เห็นใบหน้าขาวราวหิมะเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนของสตรีผู้นั้นปรากฏรอยฝ่ามือแดง แก้มทั้งสองข้างบวมเป่ง ก็อมยิ้มพูดว่า “แม้ว่าเป็อนุที่ได้รับความเอ็นดูจนทำให้ละเลยฮูหยินจะสมควรโดนตี เพียงแต่ยากที่จะหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดว่าพี่หญิงใหญ่ขี้อิจฉาและใจดำอำมหิต รอยแผลนี้ของเ้าทำให้ผู้อื่นลำบากใจจริงๆ” นางยังไม่เข้าใจชัดเจนอยู่ดีว่าซ่งิอีแต่งเข้าจวนของใครกันแน่ แค่อาศัยอิทธิพลความเก่าแก่ของตระกูลจงจิ้งโหว แม้ซ่งิอีเป็เพียงบุตรสาวอนุภรรยา ทว่าอย่างไรเสียก็เป็บุตรสาวคนโตของจงจิ้งโหว ด้วยฐานะนี้ ก็สมควรได้แต่งกับคุณชายตระกูลผู้ดีเช่นกัน
เกรงว่าคงจะเป็คุณชายที่เกิดจากอนุภรรยาของตระกูลผู้ดี
ไม่อย่างนั้นจะไร้กฎระเบียบอย่างนี้หรือ ปล่อยให้อนุภรรยาระรานฮูหยินใหญ่ มองดูแล้วไร้กฎระเบียบอย่างยิ่ง
“เพราะบ่าวไม่ระวังเองเ้าค่ะ ใช้ชาดและแป้งผัดหน้าคุณภาพแย่ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดรอยนี้ขึ้น” สตรีผู้นั้นรีบร้อนกล่าวตอบด้วยร่างกายที่สั่นระริก
“ชาดและแป้งผัดหน้าอะไรกัน สามารถทำลายใบหน้าจนขึ้นเป็รอยฝ่ามือทั้งสองข้างอย่างนี้?” คุณหนูซ่งสามสวดมนต์ภาวนาหลายปีเ่าั้ล้วนไม่เคยได้ผัดหน้า ไหนเลยจะรู้จักศิลปะการผัดหน้าทาชาด จึงอมยิ้มถามออกไป
“คุณหนูสามโปรดวางใจ”
ถูกผู้อื่นทำร้ายไม่อาจฟ้องร้อง ยังต้องมาปิดบังอำพรางเพื่อคนที่ทำร้ายตัวเองอีก จ้าวถงมองดูด้วยสายตาสงบนิ่ง รู้ว่าบ่าวผู้นั้นในใจจะต้องทุกข์ทรมานอย่างหนักเป็แน่
“เ้ามีวิธีก็ดี” ซ่งิหลานยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
“ให้ใต้เท้าหัวเราะเยาะแล้ว” แม้ว่านางจะมองจ้าวถงด้วยใบหน้าที่อ่อนโยน ทว่าในรอยยิ้มที่มองมานั่นกลับทำให้จ้าวถงเข้าใจแจ่มชัด คุณหนูสามผู้นี้กำลังส่งแขกแล้ว
อย่างไรก็ตามจ้าวถงมาในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรู้ให้แน่ชัดว่าซ่งิหลานอยู่ในจวนโหวมีความสุขสบายดีหรือไม่ เห็นซ่งิหลานมีวิธีการที่เหี้ยมโหดอย่างนี้ กระทั่งนำอนุของพี่เขยตัวเองมาตบจนใบหน้าบวมเป่ง ลักษณะอันน่าเกรงขามจนสั่นสะท้านไม่ใช่สิ่งที่สตรีทั่วไปสามารถทำออกมาได้ง่ายๆ เกรงว่าการกระทำข้ามหน้าของนางครั้งนี้จะทำให้สามีของซ่งิอีเคียดแค้น จึงไม่กล้าลาจากออกมา
ถ้าหากว่าเขาจากไปแล้ว คุณหนูซ่งสามได้รับความลำบาก จิ้นอ๋องยังจะไม่ถลกหนังเขาอีกหรือ?
เขายังคงนั่งดื่มชาอย่างหน้าด้าน ทั้งยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นอย่างเด็ดขาดเพราะไม่อาจทนมองสายตาไล่ตัวเองให้รีบไสหัวไปให้พ้นของซ่งิหลาน
ใบหน้าของซ่งิหลานกลับมาเยือกเย็นและสงบดังเดิม ดูเหมือนผู้ที่โมโหจนแทบะเิไม่ใช่นางอย่างนั้น
“ข้ามีเื่จะพูดกับพี่หญิงใหญ่ ท่านตามข้ามา”
นางจูงมือผู้ที่กำลังใจลอยเดินไปยังห้องข้างๆ รู้ดีว่าเป็การพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน*ของซ่งิอี ั์ตางามกวาดมองอย่างไม่สนใจไปยังเครื่องเคลือบลายครามหลายชิ้นที่ถูกจัดวางไว้ในห้อง ไล่สาวใช้ทั้งหมดออกไป สีหน้าลุ่มลึกดั่งสายน้ำ นั่งลงข้างๆซ่งิอี
“เอาล่ะ ที่นี่ไม่มีใครแล้ว พี่หญิงใหญ่บอกข้าหน่อย ท่านแต่งกับใครกันแน่!”
*残花败柳เศษดอกไม้ปลิดปลิวและต้นหลิวเหี่ยวเฉา หมายความว่า สตรีที่ไร้ซึ่งเกียรติยศและความงดงามแห่งวัย
*翻天覆地พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน หมายความว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงเกิดความคาดหมาย
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/cbd7c044802f07a826abd2eff68d73da
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ยอดพธูแห่งยุคที่ไหน ขอฝากแฮชแท็ก #ยอดพธูแห่งยุค #readAwrite ด้วยน้า