“โวยยยย!!เสียเวลาจริง ๆ มัวโอ๋กันอยู่นั่น นังจินอวี้ เร็วเข้า แกซ่อนเงินไว้ที่ไหนไปเอาออกมาให้ฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะให้ลูกชายของแกอดข้าวเพิ่มอีกมื้อ!”ฟางซินหลิงที่เพิ่งหยัดตัวลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ เท้าเอวพูดฉอด ๆอยู่ด้านหลังหนิงจินอวี้คนใหม่
‘พอกันที!กับนังแก่สารเลวนี่’ หนิงจินอวี้ครุ่นคิดในใจเสียงหนัก
คราวนี้เธอจะไม่ยอมให้ใครมาโขกสับร่างนี้อีกหนิงจินอวี้คนนี้จะแข็งข้อกับแม่ผัวตัวร้ายให้ดู แม่ผัวก็แม่ผัวสิโว้ยไม่ใช่แม่ทูนหัวของหล่อนสักหน่อย เื่อะไรที่หล่อนต้องไว้หน้า
หนิงจินอวี้บอกให้ลูกชายเดินไปหลบอยู่มุมห้องก่อนจากนั้นหล่อนก็หยัดตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับฟางซินหลิงด้วยสีหน้ามาดร้ายไม่ยอมคน
“เงินที่ฉันหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงก็ยึดเอาไปจนหมด แล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนไปซ่อน เื่ง่าย ๆ แค่นี้ทำไมถึงคิดเองไม่ได้ล่ะคะ คุณ! แม่!”รังสีอำมหิตของนางพญาแผ่ซ่านออกมาจากม่านตาสีดำขลับของหนิงจินอวี้
“อ้อ…แล้วฉันก็จำได้ว่า เงินเดือนทหารของพี่เต๋อเสียน คุณเป็คนเซ็นรับเองทั้งหมดแล้วเงินพวกนั้นมันหายไปไหน? ทำไมถึงยังต้องมาขูดรีดเอากับฉันอีก?”เสียงของหนิงจินอวี้แหบพร่านิด ๆ แต่แข็งกร้าวทรงพลัง
สำหรับเื่ของเวินเต๋อเสียนแม้เขาจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยและขาดการติดต่อไปดื้อ ๆแต่เงินเดือนทหารจากทางกองทัพก็ยังถูกส่งมาที่นี่อยู่เนือง ๆมีแค่่ระยะหลังนี่เองที่เงินจากกองทัพไม่ได้ส่งมาที่บ้านตระกูลเวินอีก
หนิงจินอวี้และคนในหมู่บ้านต่างคาดเดาไปในทิศทางเดียวกันคิดว่าเขาตายจากไปแล้ว จะมีแค่ฟางซินหลิงกับลูกชายของหล่อนเท่านั้นแหละที่พูดกรอกหูจินอวี้อยู่ทุกวันว่าเวินเต๋อเสียนหนีไปเสวยสุขกับผู้หญิงต่างเมืองไปนานแล้วมันถึงไม่ยอมส่งเงินมาให้ลูกเมียที่บ้านเหมือนอย่างเคย
เงินพวกนั้นส่งเข้ามาในชื่อของตระกูลเวินก็จริงแต่คนที่กุมเงินทั้งหมดคือฟางซินหลิงหล่อนไม่เคยแบ่งให้ลูกสะใภ้อย่างหนิงจินอวี้เลยแม้แต่หยวนเดียวหนำซ้ำยังมีหน้ามาขูดรีดเอาเงินค่าแรงจากหนิงจินอวี้อีกต่างหาก
มาคิด ๆดูแล้วฟางซินหลิงคนนี้ก็ช่างเป็ผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวที่สุด!
“เงินนั่นมันเป็เงินค่าตอบแทนบุญคุณ ที่ฉันลำบากเลี้ยงดูเต๋อเสียนมาั้แ่เล็กจนโตดังนั้นฉันจะเอาไปทำอะไร ที่ไหน มันก็เื่ของฉัน”ฟางซินหลิงกอดอกแล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยในขณะพูดท่าทางอวดดีของหล่อนไม่ทำให้หนิงจินอวี้รู้สึกสะทกสะท้าน
จินอวี้เองก็ยืนกอดอกแน่นแล้วเชิดหน้าขึ้นเลียนแบบท่าทางของแม่สามีเช่นกันเื่อะไรที่หล่อนจะปล่อยให้แม่สามีทำท่าทางอวดดีได้อยู่ฝ่ายเดียวล่ะ จริงไหม?
“จะบอกว่าเป็เื่ของคุณแม่ได้ยังไงคะในเมื่อเงินนั่นเป็เงินของสามีฉัน แล้วอีกอย่างเขาส่งเงินมาที่บ้านส่วนหนึ่งก็เพราะความกตัญญูต่อบิดาและอีกส่วนหนึ่งก็เพื่อเลี้ยงดูเมียกับลูกชายไม่ใช่เหรอคะ”หนิงจินอวี้แสยะยิ้มเยาะแล้วพูดต่อไปอีกว่า
“เื่ง่าย ๆแค่นี้คุณแม่ทำไมยังคิดเองไม่ได้ เอ… หรือว่าคุณแม่มีปัญหาทางสมอง…ฉันเป็ห่วงคุณแม่จัง ไปหาหมอดีไหมคะ?” เธอยักคิ้วหลิ่วตาขณะพูดท่าทางกวนประสาทนั่นทำฟางซินหลิงโกรธขึ้งจนหน้าดำหน้าแดง
“แก!!นี่แกกำลังหลอกด่าฉันอยู่เหรอ?” ฟางซินหลิงกัดฟันกรอดอย่างเหลืออดผิดกับหนิงจินอวี้ที่เอาแต่ยิ้มเยาะมุมปาก แล้วจีบปากจีบคอพูดออกมาว่า
“เปล่านะคะที่พูดไปก็เพราะเป็ห่วงทั้งนั้น”
“โกหก!น้ำหน้าอย่างแกน่ะเหรอ จะมานึกเป็ห่วงฉัน” ฟางซินหลิงทั้งพูดทั้งกำมือแน่นด้านของหนิงจินอวี้กวาดตามองแม่สามีั้แ่หัวจรดเท้าแล้วแอบกลั้วหัวเราะในลำคอเพราะรู้สึกสมเพชในท่าทางโกรธจัดจนตัวสั่นของแม่สามี
“ฉันจะโกหกให้ได้อะไรขึ้นมาอย่าลืมสิคะ ว่าพวกเราน่ะ… คนกันเองทั้งนั้น ตำแหน่งสะใภ้ตระกูลเวินคุณแม่ก็เป็คนเลือกฉันมาเองกับมือ ฉันเป็คนของคุณแม่ดังนั้นฉันเป็ห่วงสุขภาพของคุณแม่ มันก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอคะ?” ฟังเผิน ๆ อาจดูไม่มีพิษสงอะไรแต่ทว่าคำพูดทั้งหมดของหนิงจินอวี้กลับแฝงไปด้วยการเหน็บแนมทั้งสิ้น
“ปากมากนักนะนังสะใภ้หนิง”พอเถียงไม่สู้ ก็รังแต่จะใช้กำลังตัดสินปัญหา “ดูซิว่า! หลังจากโดนตบไปฉาดสองฉาดแกยังจะกล้าปากดีอยู่อีกหรือเปล่า” หญิงร่างท้วมง้างมือขึ้นจนสุดแขนหมายจะตบสั่งสอนสะใภ้ปากมาก
หมับ!
หนิงจินอวี้คว้าข้อมือเหี่ยวๆ นั้นไว้ได้ทันทักษะการควงมีดทำครัวมาทั้งชีวิตทำให้ข้อมือของเธอแข็งแรงกว่าที่เห็นเธอออกแรงบิดเพียงเล็กน้อยแม่สามีตัวร้ายอย่างฟางซินหลิงก็ร้องลั่นเหมือนหมูถูกเชือด
“ในเมื่อพูดจาดี ๆด้วยแล้วไม่ชอบ งั้นก็อย่าหาว่าฉันพูดจาหยาบคายไม่ให้เกียรติคนหัวหงอกก็แล้วกัน”คราวนี้หนิงจินอวี้ไม่มัวพูดจายั่วยวนกวนประสาทอยู่อีก
“ฟังนะยายแก่ถ้ายังไม่หยุดพล่าม ฉันจะเอาไม้กวาดนี่อุดปาก แล้วลากตัวออกไปประจานกลางหมู่บ้านซะฉันจะป่าวประกาศต่อหน้าทุกคนว่า ฟางซินหลิงคนนี้ใจร้ายใจมารบังคับลูกสะใภ้ให้ทำงานหนัก แถมยังขูดรีดเงินค่าแรงไปจนหมดและที่หนักกว่านั้นก็คือ การเอาเงินของลูกชายคนโตไปบำเรอชายชู้จนหมดเกลี้ยง!”
เปรี้ยง!
คำว่า ‘ชายชู้’ ทำให้ฟางซินหลิงถึงกับสะดุ้งโหยงและหน้าชาเจื่อนไปชั่วขณะเื่นี้เป็ความลับขั้นสุดยอดของหล่อนไม่รู้ว่านังลูกสะใภ้ตัวดีมันไปรู้เื่ชู้ของหล่อนมาได้ยังไงกัน
แต่ถึงฟางซินหลิงจะมีชู้จริงๆ หล่อนก็ไม่ยอมรับหรอก หล่อนยังคงโก่งคอเถียงฉอด ๆ คิดเอาเสียงดังเข้าสู้
“แกอย่ามาพูดซี้ซั้วชู้เช้ออะไรกัน ฉันไม่มี”ทางท่าเลิ่กลั่กเดือดดาลของหล่อนนั่นแหละคือเครื่องยืนยันชั้นดีว่าหล่อนมีชู้จริงๆ
“อ้อ... งั้นเหรอ?แต่ถ้าไม่ได้มีชู้จริง ๆ แล้วทำไมต้องออกอาการดิ้นพล่าน ๆเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวกด้วยล่ะคะ?” คำทักท้วงของหนิงจินอวี้ทำฟางซินหลิงไปต่อไม่เป็หล่อนเพิ่งมาคิดได้เอาตอนนี้ว่าทางท่าของหล่อนมันเหมือนพวกทำผิดแล้วร้อนตัวไม่มีผิด
“กะ! แกแก!!!”ฟางซินหลิงหน้าแดงขึ้นสี พูดจาติด ๆ ขัด ๆ ดูน่าสมเพช
“หึ!นึกคำเถียงไม่ออกล่ะสิ” หนิงจินอวี้เค้นเสียงหึขึ้นโพรงจมูกก่อนจะออกแรงผลักร่างอ้วนท้วมนั้นออกไปนอกห้องแม้ว่าร่างของแม่สามีจะกระเด็นกระดอนไปชนกับผนังบ้านนอกห้อง หล่อนก็ไม่คิดสนใจหนิงจินอวี้เลือกปิดประตูลงกลอนจากทางด้านในอย่างรวดเร็ว
เมื่อสถานการณ์สงบลงแล้วหนิงจินอวี้เดินเข้ามาหาเสี่ยวถังที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้องเธออุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอกแล้วลูบหลังปลอบเขาเบา ๆ
“ไม่ร้องนะเสี่ยวถังลมพายุร้ายสงบลงแล้ว” น้ำเสียงของหนิงจินอวี้อบอุ่นอ่อนโยนอย่างยิ่งผิดกับโทนเสียงเมื่อครู่นี้ที่เธอใช้พูดกับแม่สามี
หนิงจินอวี้อุ้มร่างเล็กเดินไปเดินมารอบห้องนอนเล็กๆ ไม่นานเสี่ยวถังก็หลับปุ๋ยคาบ่าของเธอ จินอวี้วางร่างเสี่ยวถังลงบนเตียงนอนแล้วคลุมผ้าห่มผืนบางให้เขาอย่างเบามือ
“ไม่ใช่แค่เ้าของร่างเดิมที่น่าสงสารแต่เด็กคนนี้ก็น่าสงสารมากเหมือนกัน”หนิงจินอวี้นั่งมองใบหน้าน่ารักของลูกชายร่างเดิมด้วยแววตาที่อ่อนละห้อยหล่อนถอนหายใจออกมาพรูหนึ่ง เพราะรู้สึกเวทนาในโชคชะตาของสองแม่ลูกคู่นี้
เมื่อก่อนนี้หนิงจินอวี้คนเก่าเป็ที่ถูกตาต้องใจฟางซินหลิงมากเพราะหนิงจินอวี้เป็คนหัวอ่อนว่าง่าย แถมยังเชื่อฟังคำสั่งของฟางซินหลิงทุกอย่างหากได้หนิงจินอวี้มาเป็สะใภ้ ฟางซินหลิงก็จะอยู่สุขสบายมีสะใภ้โง่เง่าไว้รองมือรองเท้า งานบ้านทั้งหมดก็จะโบ้ยให้หล่อนทำงานนอกบ้านก็จะบังคับให้หล่อนออกไปทำ เงินค่าแรงของสะใภ้น่าโง่ที่ได้มาในแต่ละวันหล่อนก็จะลิดรอนเอาไปเป็ของตัวเองทั้งหมด
สะใภ้ที่โง่เง่าเชื่อฟัง และไม่กล้าหือไม่กล้าอือขนาดนี้ ต่อให้ถูกแม่สามีเอาเปรียบสารพัดหล่อนก็จะไม่กล้ามีปากมีเสียง การแต่งหนิงจินอวี้เข้าบ้านก็เปรียบได้เหมือนหาคนรับใช้เข้าบ้านโดยไม่ต้องเสียค่าจ้างเลยแม้แต่หยวนเดียวยังไงล่ะ
เมื่อคิดได้อย่างนี้ฟางซินหลิงก็เริ่มต้นแผนล่อซื้อด้วยการแวะเวียนไปที่บ้านของหนิงจินอวี้ที่อยู่หมู่บ้านข้างเคียงบ่อย ๆหมั่นไปพูดจาเอาอกเอาใจคนบ้านนั้น และหมั่นเอาของกินติดไม้ติดมือไปฝาก
ไม่นานคนบ้านหนิงก็ยอมตกปากรับคำที่จะเกี่ยวดองกับคนตระกูลเวินพ่อของหนิงจินอวี้ส่งหล่อนไปแต่งงานกับเวินเต๋อเสียนเพื่อแลกกับเงินสินสอด 100 หยวน และข้าวสารอีก 10 กระสอบ
งานแต่งงานของหนิงจินอวี้อบอวลไปด้วยแรงตึงเครียดนั่นก็เพราะเวินเต๋อเสียนไม่ได้เต็มใจที่จะแต่งงานกับหล่อนหากไม่ใช่เพราะเป็คำขอของพ่อที่กำลังนอนป่วยอยู่บนเตียงเขาคงไม่ยอมมาเข้าพิธีแต่งงานกับหล่อนเป็แน่
ในคืนเข้าหอเวินเต๋อเสียนไม่ได้แตะต้องภรรยา เพราะเขาไม่อยากเอาเปรียบหล่อน เขาไม่ได้รักหล่อนเขาจึงไม่สามารถทำเื่พรรค์นั้นกับหล่อนได้ เขาบอกกับหล่อนว่าเขายอมแต่งกับหล่อนก็เพราะอยากทำให้พ่อสบายใจก่อนตายก็เท่านั้น
ส่วนหล่อนเองก็ยอมรับกับเขาตรงๆ ว่า หล่อนยอมแต่งกับเขาก็เพื่อให้พ่อเอาเงินค่าสินสอดไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แม่และเพื่อให้แม่มีข้าวกินหล่อนไม่ได้แต่งกับเขาเพราะหลงรักเขาเหมือนที่ฟางซินหลิงปล่อยข่าวลือให้คนในหมู่บ้านเข้าใจผิด
ในเมื่อต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลเป็ของตัวเองเวินเต๋อเสียนจึงตกลงกับหล่อนว่าระยะนี้เขาจะขอเป็สามีภรรยากับหล่อนเพียงในนามเท่านั้น จะไม่คุกคามหล่อนจะไม่บังคับหล่อน จะไม่ฝืนใจหล่อนเด็ดขาด
เมื่อถึงเวลานั้นพ่อของเขาตายแล้ว สองฝ่ายไม่ได้ผูกสมัครรักใคร่กันหากหล่อนมีความประสงค์ที่จะหย่าขาด เขาก็จะหย่ากับหล่อน จะปล่อยให้หล่อนเป็อิสระและจะมอบเงินก้อนโตเพื่อเป็ค่าเสียเวลาให้กับหล่อนหล่อนจะได้เอาเงินก้อนนั้นไปเริ่มต้นชีวิตใหม่
แต่หากความใกล้ชิดในระหว่างที่ยังเป็สามีภรรยาของกันและกันทำให้เขากับหล่อนสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ไปในทางชู้สาวได้เขาก็จะไม่ปิดกั้นตัวเอง จะค่อย ๆ เปิดใจให้หล่อนจะยอมรับหล่อนเป็ภรรยาที่แท้จริงในที่สุด
นี่คือข้อตกลงลับ ๆระหว่างพวกเขาสองคน…
แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่า!ฟางซินหลิงดันมาได้ยินข้อตกลงนี้ของพวกเขาน่ะสิหล่อนจะไม่ยอมให้หนิงจินอวี้หย่าขาดจากเวินเต๋อเสียนเด็ดขาดเพราะหากปล่อยให้เป็อย่างนั้นจริงนั่นก็เท่ากับว่าเงินค่าสินสอดที่หล่อนเสียให้ตระกูลหนิงตั้ง 100 หยวน กับข้าวสารอีกตั้ง 10 กระสอบก็จะกลายเป็โมฆะ
ความฝันเฟื่องที่จะมีลูกสะใภ้ผู้โง่งมคอยปรนนิบัติรับใช้ไปตลอดชีวิตก็จะพังทลายลงตรงหน้า ดังนั้นเพื่อความสุขสบายของตนฟางซินหลิงจึงคิดวางกลอุบายชั่วช้า หวังทำให้หนิงจินอวี้ตั้งท้องในเร็ววันหล่อนจะได้มีข้อผูกมัดและหนีออกไปจากตระกูลเวินไม่ได้!