รุ่งเช้าวันต่อมา เอเลน่าเดินทางมาถึงบ้านพักของแกรนด์ เธอเห็นบ็อบที่กำลังฝึกยกอาวุธใหม่อย่างทุลักทุเล ท่าทางการจับนั้นไม่เหมือนจับอาวุธ แต่เหมือนกับว่ากำลังยกแท่งเหล็กที่หนักแสนหนัก ทั่วทั้งร่างชโลมไปด้วยเหงื่อทั่วกายั้แ่เช้ามืด ส่วนทางด้านอีกฝั่งนึง แกรนด์กำลังจัดการงูที่ล่ามาได้อยู่อย่างขะมักเขม้นด้วยมีดที่เธอซื้อมาให้วันนั้น ส่วนลูกงูที่อยู่ในหนองน้ำตายไป 3 ตัว ลงท้องบ็อบั้แ่เมื่อคืนแล้ว อีก 2 ตัวรอด แกรนด์เอามันใส่กล่องไม้ไว้รอให้มันฟื้นตัว งูน้ำเกล็ดเงินนั้นถึงตัวโตเต็มที่ของมันจะเป็สัตว์อสูรชั้นสูงที่มีความแข็งแกร่งราวๆ คลาส 6 ขั้นต้น แต่ลูกของมันของมันตอนนี้จากที่เห็นน่าจะมีความแข็งแกร่งเท่าคลาส 1 นักรบฝึกหัดเท่านั้น ซึ่งทำอันตรายพวกเขาไม่ได้อย่างแน่นอน อีกอย่าง ลูกสัตว์อสูรระดับสูงราคาสูงเหลือเกิน พวกนักล่าชอบขโมยนำลูกสัตว์พวกนี้มาขายกันบ่อยๆ ทำให้พ่อแม่มันคลั่งอาละวาดไปทั่ว เดือดร้อนกันทั่วหน้า แกรนด์คิดจะเลี้ยงเ้าสองตัวนี้ไว้ เขาหวังว่ามันทั้งสองตัวจะเชื่อง
เอเลน่าเดินสำรวจรอบๆ บ้าน ที่นี่เหมาะที่จะสร้างที่พักจริงๆ มีลำธารไหลผ่าน มีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีร่มเงา เป็ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ข้างหลังที่พักติดกับป่า บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เสียแค่มีหินน้อยใหญ่กระจายไปทั่วพื้นที่ ไม่งั้นพื้นที่นี้คงเป็พื้นที่เพราะปลูกที่เยี่ยมแห่งหนึ่งของเมืองเลยทีเดียว
“ข้าเขาเขี้ยวของมันออกมาแล้ว มารับไปสิ” แกรนด์หันหน้ามาพร้อมกับยื่นเขี้ยวงูน้ำเกล็ดเงินให้ เขี้ยวทั้งสี่ของงูน้ำคล้ายผลึกแก้วทรงกลมโค้งเล็กน้อย ขนาดเท่าหัวแม่มือ มันดูเล็กเมื่อเทียบกับเขี้ยวของงูเห่าไฟดำ การโจมตีของมันไม่ได้เน้นฝังเขี้ยวปล่อยพิษแต่อย่างใด เป็การขบกัดด้วยแรงอันมหาศาลคล้ายสัตว์อสูรกินเนื้อประเภทอื่นมากกว่าประเภทงู จึงไม่จำเป็ต้องมีเขี้ยวที่ใหญ่และยาว แต่จะดูเล็กเรียงตัวเหมือนใบเลื่อย มีแค่ฟันหน้าบนที่ใหญ่และยาวกว่าซี่อื่นๆ เท่านั้น เอเลน่ารับมันมาและยิ้มอย่างยินดี ถ้านำเขี้ยว4ชิ้นนี้ไปให้ช่างทำเครื่องประดับทำสร้อยออกมาแล้วจะเพิ่มพลังธาตุน้ำได้เท่าไหร่กันนะ
“บ็อบ พักได้แล้ว เดี๋ยวเราต้องไปกันแล้ว” แกรนด์เอ่ยกับบ็อบขณะที่เขากำลังใช้อาวุธชิ้นนี้ฝึกกำลัง อย่างแรกที่บ็อบต้องทำคือการเพิ่มกำลังเพื่อที่จะสามารถยกเ้าขวานนั่นได้อย่างไม่ลำบากมากนักซะก่อน ซึ่งใน่นี้จะใช้ขวานสองคมที่ซื้อมาอีกอันไปจนกว่าจะใช้อาวุธชิ้นนั้นได้อย่างคล่องแคล่วซะก่อน ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่
“วันนี้เราจะไปที่ไหนกันล่ะ?” เอเลน่าถามแกรนด์ถึงจุดหมายในวันนี้ แกรนด์ในตอนนี้ได้กลายเป็หัวหน้ากลุ่มโดยไม่มีการแต่งตั้งไปแล้ว เอเลน่าในตอนนี้ไม่มีความสงสัยในตัวเขา หลังจากผ่านการต่อสู้ที่มีความเป็ความตายเป็เดิมพัน ถึงแกรนด์จะฟื้นฟูร่างกายได้เต็มร้อยแล้วแต่พลังที่สะสมไว้ได้ถูกปลดปล่อยในการโจมตีด้วยท่าไม้ตายเมื่อวานทำให้เขายังรู้สึกล้าอยู่บ้าง ทั้งสามจึงมุ่งหน้าที่จะสำรวจในบริเวณรัศมี 5 กิโลเมตรจากตัวที่พักก่อนเพื่อเขียนแผนที่และมาร์คจุดที่สำคัญๆ ไว้ ผ่านไป 4 วันการสำรวจอย่างละเอียดก็แล้วเสร็จ ในแผนที่ระบุจุดที่สมุนไพรขึ้นและจุดที่สัตว์อสูรชนิดต่างๆ หากินได้อย่างละเอียด
“เราจะไปจุดไหนต่อกันดีล่ะ ในฐานะเ้าถิ่นเ้ามีที่ไหนแนะนำเรามั้ย? แกรนด์ถามเอเลน่าเพื่อขอความเห็น
“อืมมมม ข้าแนะนำให้พวกเ้าเข้าไปในเมือง” เอเลน่าเอานิ้วลูบคางก่อนที่จะพูดออกมาเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้
“เราจะในเมืองกันทำไม? ข้าคิดว่าวันที่เปิดโรงประมูลค่อยเข้าไปดีกว่านะ”
“เ้าหนิไม่รู้อะไร เราจะเข้าเมืองและไปกันที่ปราสาทกิลล์ภารกิจเมืองกลอเซน ที่นั่นจะมีบอร์ดที่มีภารกิจติดอยู่ ภารกิจพวกนั้นจะมีคนจ้างวานนำมาติดไว้ ในภารกิจจะระบุรายละเอียดและค่าตอบแทนไว้ บางทีพวกเ้าอาจจะชอบภารกิจล่าสังหารสัตว์อสูร จริงๆ เราไม่ได้เดินหาสัตว์อสูรพวกนั้นเองด้วยซ้ำ ในภารกิจก็ระบุตำแหน่งมันไว้อยู่แล้ว บางภารกิจให้ล่าสัตว์อสูรชั้นสูงด้วย พวกเ้าสนใจมั้ยล่ะ?”
“น่าสนใจนะ จากที่เราสำรวจบริเวณรอบๆ บ้านก็ไม่มีสัตว์อสูรชั้นสูงที่เป็อันตรายเหมือนเ้างูพวกนี้แล้วคงเบาใจได้ ได้เวลาไม่ตามล่าเ้าพวกที่เหลือกันแล้ว อีกอย่างการล่าสัตว์อสูรชั้นสูงจะทำให้ระดับพลังของเราขึ้นเร็วกว่าการจัดการพวกกระจอกๆ เป็ร้อยตัวอยู่แล้ว จากที่ข้าใช้สกิลตรวจสอบดู พลังของเ้าก็ดีดขึ้นมาเป็จอมเวทย์ขั้นกลางเลยหนิ ถ้าออกล่าแล้วเจอสัตว์อสูรชั้นสูงแค่ตัวเดียวก็พอฟัดพอเหวี่ยงล่ะนะ แต่ถ้ามาพร้อมกัน 2 ตัวแบบหลายวันก่อนอาจไม่โชคดีเหมือนเดิมก็ได้” แกรนด์พูดพลางถอนหายใจ ดีแค่ไหนแล้วที่รอดมาได้
“ข้าว่าจะไม่เข้าไปในเมืองจนกว่าจะถึงวันประมูล ให้เ้าไปดูภารกิจอันไหนที่น่าสนใจก็เอาอันนั้นแหละ วันนี้ว่างๆ ข้าจะนอนกลางวันละกัน” พูดจบแกรนด์ก็เดินเข้าไปนอนในบ้านหน้าตาเฉย เอเลน่าที่ยืนอยู่ตาเป็ประกาย เธอมองไปที่บ็อบพร้อมกับยื่นขวดยาให้หลายขวด
“วันนี้อาจจะเยอะหน่อยนะ ข้ากำลังทดสอบการผสมอย่างอื่นลงไปในตัวยาเดิมน่ะ”
“เื่ยาข้าไม่ว่าหรอกนะ แต่เื่รสชาติเ้าควรปรับปรุง” บ็อบพูดพร้อมทำหน้าเหมือนกล้ำกลืนอยู่ลึกๆ ยาของเอเลน่าเกือบทั้งหมดมีรสฝาด ไม่ก็ขมไปเลย
“เอาน่า ถ้าตัวยาเสร็จเมื่อไหร่ข้ามีเวลาว่างข้าจะศึกษาเื่รสชาติให้แล้วกัน” เวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนเย็นเอเลน่าก็กลับเข้าไปในเมืองตามปกติ ในขณะที่เดินไปที่ปราสาทกิลล์ภารกิจเมืองกลอเซน เธอเหลือบไปเห็นชายผู้หนึ่งนั่งอยู่ในมุมตึกข้างร้านกาแฟ เขานั่งก้มหน้าในมุมมืดนั้นเหมือนหมดอาลัยตายอยาก เอเลน่ามองไปที่ชายผู้นั้นแว็บเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเขาคือชายที่มาหาเื่ในบาร์และถูกบ็อบอัดจนนอนกองสภาพเหมือนขยะเปียกอยู่กลางถนน เธอไม่ได้ให้ความสำคัญและเดินจากไปอย่างไม่ใส่ใจ ในวันนั้นหลังจากที่หมอนี่ฟื้นขึ้นมาและลุกเดินไหว เขาได้เดินกลับไปยังขบวนการค้าที่เขาทำงานเป็หัวหน้าผู้คุ้มกัน สภาพของเขาดูยับเยินแถมฟันที่อยู่ในปากข้างหน้ากลับหลุดร่วงออกทั้งหมดเหลือไว้เพียงแต่ฟันกราม เวลาที่ยิ้มรึพูดอะไรไม่ว่าจะเป็นายจ้างรึลูกน้องของเขาล้วนที่จะอดขำไม่ได้ เื่นี้ทำให้เขารู้สึกอับอายเป็อย่างมาก พูดง่ายๆ คืออ้าปากทีไรจำต้องมีเสียงหัวเราะของใครบางคนเล็ดลอดออกมาไม่ว่าที่ใดก็ที่หนึ่ง อดีตคนที่เคยทระนงในพลังของตัวเอง คนที่เคยเป็ที่น่าเกรงขามของบุคคลทั่วไป คนที่ไปทางไหนก็มีผู้คนยำเกรงตอนนี้กลับกลายเป็ตรงข้าม เป็ตัวตลกในสายตาผู้อื่น
“เป็เพราะพวกเ้า เป็เพราะพวกเ้า ข้าจะต้องให้พวกเ้าชดใช้สักวัน!” ดวงตาแห่งความแค้นปรากฏขึ้น ร่างของชายผู้นั้นก็ลุกขึ้นเดินหันหลังจากไป
เอเลน่ามาถึงหน้าบอร์ดภายในปราสาทกิลล์ภารกิจแล้ว เธอกำลังเลือกภารกิจอย่างจริงจัง
“เอาอันไหนดีนะ?” เอเลน่าเอามือจับที่คาง สายตาจับจ้องที่บอร์ด ไล่เรียงไปที่แผ่นกระดาษที่เขียนรายละเอียดภารกิจเรื่อยๆ ทีละแผ่นๆ เธอพยายามมองหาเฉพาะภารกิจที่กำจัดสัตว์อสูรระดับสูง ซึ่งทั้งบอร์ดก็มีภารกิจแบบนั้นแค่ 5 ภารกิจติดอยู่
กำจัดงูเหลือมหิน
กำจัดฝูงจิ้งจอกไฟ
กำจัดคางคกพิษน้ำคร่ำ
กำจัดกระทิงเขาเกลียว
กำจัดแมงมุมกะโหลก
“เอาอันนี้แล้วกัน” เอเลน่าถึงแผ่นภารกิจกำจัดกระทิงเขาเกลียวออกจากบอร์ด ดูเหมือนว่ามันจะอยู่ห่างจากบ้านของแกรนด์ไม่ไกลเท่าตัวอื่นๆ ด้วย
“เอ้า นั่นคุณหนูเอเลน่าหนิ บังเอิญจังเลย ข้าก็กำลังจะมาหาภารกิจล่าสัตว์อสูรพอดี”
ในขณะที่เอเลน่ากันหลังจะกลับบ้านก็ได้มีชายคนหนึ่งทักทายเธอขึ้น ชายคนนี้หน้าตาดูธรรมดา แต่ร่างกายของเขาเต็มไปมัดกล้าม สวมชุดเกราะสีเงินและผ้าคลุมที่ทำจากผ้าไหมสีแดงที่ปักลวดลายวิจิตรสวยงาม เขาเดินมาด้วยความภาคภูมิและหยิ่งยโสอย่างชัดเจน ด้านหลังของเขามีลูกน้องเดินตามมาอีก 6 คน ทุกคนล้วนแต่งกายด้วยชุดเกราะคล้ายกันเพียงแต่ไม่มีผ้าคลุมเท่านั้น
“เื่ของเ้าสิ หลีกไปคร็อกคัส” เอเลน่ากล่าวอย่างเ็าพร้อมกำลังจะเดินจากไป
“เ้าเลือกกระทิงเขาเกลียวสินะ ข้าก็ว่าจะเลือกเหมือนกัน เอางี้ดีมั้ย พวกข้าไปด้วยแล้วเรามาร่วมมือกันจัดการ ผู้หญิงไปคนเดียวมันอันตราย ไปหลายๆ คนสบายใจกว่า” คร็อกคัสยังไม่ยอมแพ้และกำลังพยายามโน้มน้าวเอเลน่าอยู่ เป็ที่รู้กันว่าคร็อกคัสก็เป็หนึ่งในหลายๆ คนที่เข้าหาเอเลน่า เขาคิดว่าตัวเองนั้นเหมาะสมที่สุด เพราะเขาเป็เดียวในรุ่นเดียวกันที่มีพลังสูงใกล้เคียงเอเลน่ามากที่สุด เขาเป็ผู้มีพร์สูงสุดในสายนักรบ ถึงคะแนนรวมตอนเรียนจบจะแพ้เอเลน่าก็เถอะ สถานะทางสังคมของเขาก็สูงส่ง เพราะเป็ถึงลูกชายคนเดียวของหัวหน้าภาคีอัศวินแห่งเมืองกลอเซน เขานั้นไม่คิดว่าจะมีใครกล้าขัดใจเขาเลยในชีวิต ซึ่งเธอก็เป็คนแรกนั่นเอง
“ร่วมมือจัดการ? พวกเ้าจะไปให้มันขวิดตายหรือ? อีกอย่างต่อให้พวกเ้าทั้งหมดรวมกันยังสู้ข้าคนเดียวไม่ได้ ข้าไม่้าตัวเกะกะ ถอยไปซะ” เอเลน่าพูดด้วยน้ำเสียงเ็า เธอรำคาญคร็อกคัสเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว หมอนี่ตามตื๊อเอเลน่ามาหลายปี แถมยังใช้อำนาจของพ่อกดดันพ่อของเธออีกด้วย นี่เป็สิ่งที่เธอรับไม่ได้มากที่สุด ยังไงซะเขาก็ยังเป็ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของหัวหน้าภาคีอัศวิน เอเลน่าทำได้เพียงไล่ไปให้พ้นๆ ยามที่เจอหน้าเท่านั้น คร็อกคัสนั้นหน้าตาบิดเบี้ยวน่าเกลียด เขากำหมัดแน่น ถึงเอเลน่าจะพูดแบบนี้แต่มันมีส่วนไหนที่ไม่จริงกันสำหรับพวกเขาการล่าสัตว์อสูรระดับกลางก็นับว่าตึงมือแล้ว และอย่างที่เธอบอก ถึงพวกเขาทั้งหมดที่ยืนอยู่ตรงนี้รุมพร้อมกันก็ยังสู้เอเลน่าไม่ได้อยู่ดี ลูกน้องของคร็อกคัส 3 คนเป็นักรบคลาส 3 ขั้นสุดยอด 2 คนเป็นักรบคลาส 4 ขั้นต้นและอีก 1 คนเป็นักรบคลาส 4 ขั้นกลาง ถึงรวมกับคร็อกคัสแล้วก็ไม่น่าทำอะไรเอเลน่าได้อยู่ดี พลังคลาส 4 กับคลาส 5 ต่างกันอย่างเทียบไม่ติด ที่เขาเสนอไปเมื่อกี้ถ้าเอเลน่าตกลง คร็อกคัสจะขอให้พ่อเขาส่งคนมาช่วยในการล่าด้วย แต่ก็ตามคาดที่เอเลน่าปฏิเสธ เธอล่าคนเดียวได้? ไม่เคยได้ยินว่าเธอเข้าร่วมกับกองกำลังไหน
“พวกเรา กลับ!” คร็อกคัสสั่งลูกน้องกลับ เขาหันหลังเดินจากไปอย่างอารมณ์ฉุนเฉียวโดยมีลูกน้องเดินตามหลังเป็พรวน
“เ้านี่ยังเ็าไม่เปลี่ยนเลยนะ ข้าละอิจฉาความเด็ดเดี่ยวนั่นจริงๆ” ในขณะที่เอเลน่ากำลังจะเดินจากไปพลันมีเสียงหญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้นมา
“เ้าก็มาหาภารกิจไปทำหรอเอลซ่า?” เอเลน่าพูดคุยกับหญิงสาวที่เดินมาจากหน้าประตูทางเข้า
“ข้ามาหาภารกิจทำแก้เบื่อน่ะ เห็นเ้าเลือกภารกิจกระทิงเขาเกลียวข้าทึ่งไปเลยล่ะ ข้าคิดว่าเ้าไม่น่าใช่คนที่ไม่คิดหน้าคิดหลัง ที่เ้าเลือกนั่นย่อมมีวิธีจัดการมันสินะ?”
“ข้าก็ไม่แน่ใจว่าจะจัดการมันได้มั้ย แต่ข้ามั่นใจว่าถึงจัดการมันไม่ได้พวกข้าก็หนีออกมาได้อย่างแน่นอน”
“พวกข้า? เ้าเข้าร่วมกับกองกำลังไหนงั้นหรอ?”
“เดี๋ยวเ้าก็รู้เอง รับรองเ้าต้องแปลกใจแน่นอน” เอเลน่าพูดพร้อมกับยิ้มให้ เธอเดินจากเอลซ่าออกด้านนอกทันที
“แปลกใจ? แสดงว่าเป็กองกำลังที่ข้าไม่รู้จัก?”
เอเลน่ากับเอลซ่ารู้จักกันเป็อย่างดีเนื่องจากทั้งสองนั้นเรียนในคลาสเรียนเดียวกัน แต่ด้วยบุคลิกของเอเลน่าจึงไม่สนิทกับใครเป็พิเศษ ถ้าเรียกได้ว่าคุ้นเคยที่สุดก็คงเป็เอลซ่ากระมัง
วันรุ่งขึ้น...
“ทำไมวันนี้มาช้านักล่ะ? มีปัญหาอะไรรึเปล่า?” แกรนด์มองมาที่เอเลน่า วันนี้ดูเธอไม่สดชื่นเอาซะเลย ภายใต้กรอบแว่นทรงกลมขอบตาดูดำคล้ำเหมือนคนอดนอนมาทั้งคืน
“เมื่อคืนนั่งผสมยาเพลินไปหน่อย รู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว แฮะๆ ๆ” เอเลน่ายิ้มแหยๆ ออกมา
“ผสมยาเพลินไปหน่อย?” สำหรับเขาเองการปรุงยาเป็อะไรที่ปวดหัวและยุ่งยากเป็อย่างมาก แกรนด์เคยลองหัดปรุงยาหลายครั้งแต่ทุกครั้งทำได้ไม่นานก็เลิกเพราะสมาธิของแกรนด์ไม่จดจ่ออยู่กับการปรุงยาได้นานพอ เขาจึงรู้สึกเบื่อและคิดว่าการออกไปล่าข้างนอกเป็อะไรที่สนุกและมีชีวิตชีวากว่ากันเยอะ ตรงข้ามกับเอเลน่าที่ถึงจะมีพลังเวทย์สูงแต่ก็ไม่ได้คิดว่าการล่านั้นเป็สิ่งที่น่าสนใจ เธอสนใจการเสาะหาตัวยา วิธีการเก็บรักษา การผสมส่วนผสมต่างๆ และศึกษาเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เพราะยิ่งยากยิ่งท้าทายความสามารถ
“วันนี้ได้ภารกิจอะไรมางั้นหรอ?” บ็อบหันหน้าไปถามในขณะที่ในมือถือเนื้อน่องย่าง บนโต๊ะมีอาหารเต็มโต๊ะ แถมยังยกเหยือกเบียร์ชวนเอเลน่าให้ไปร่วมวงอีก
“ดื่มแต่เช้าเลยนะเ้าน่ะ ไอ้ตัวที่เราจะไปล่าวันนี้ประมาทมันไม่ได้นะ”
“มันคือตัวอะไร น่าอร่อยมั้ยล่ะ?”
“กระทิงเขาเกลียว” ทันทีที่เอเลน่าเอ่ยปากออกบ็อบถึงกับชะงัก โยนเนื้อที่อยู่ในมือทิ้งทันที น้ำลายเริ่มหยดย้อยออกมาที่มุมปาก จนสักพักจะเรียกว่าไหลทะลักก็ไม่เกินไปเลย
“อึ๊ก!” เสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ตามมาทันที
“ไปเดี๋ยวนี้เลย มันอยู่ที่ไหน ข้าลับขวานไว้แล้ว พร้อมสู้มากตอนนี้” บ็อบท่าทางกระตือรือร้นจนแทบจะเหมือนลุกลี้ลุกลนเลยทีเดียว
“เ้าเป็อะไร มันอยู่ห่างจากนี่ประมาณ 7 กิโล วางแผนเตรียมตัวดีๆ ก่อน มันเป็สัตว์อสูรระดับสูงที่ดุร้ายบุกไม่เลือกหน้ากับใครก็ตามที่เข้าไปใกล้มันนะ” จากที่เห็นท่าทีของบ็อบอีกทั้งพอแกรนด์ได้ยินชื่อของกระทิงเขาเกลียวเขาก็ลุกไปเตรียมตัวทันที รึว่ามันอร่อยมาก?
“เ้าเลือกได้ถูกใจข้านัก ขอบคุณจริงๆ ขอบคุณจริงๆ” บ็อบแสดงท่าทางดีใจออกนอกหน้าและขอบคุณไม่ขาดปาก
“พวกเ้าเป็อะไร ทำไมตื่นเต้นกับมันมากขนาดนี้?” เธอถามแกรนด์ที่เตรียมของเรียบร้อยแล้ว
“เ้าเคยได้ยินชื่อ ‘เนื้อ์’ มั้ย? มันเป็ฉายาของเนื้อกระทิงเขาเกลียว เนื้อของมันอร่อยสุดๆ จนได้ฉายานี้เลยล่ะ เป็ที่นิยมกันในเมืองหลวงมาก แต่มันหากินยากและมีราคาสูงสุดๆ เพราะว่ามันเป็เนื้อสัตว์อสูรระดับสูง ข้ากับบ็อบโชคดีเคยกินครั้งนึงตอนที่ออกล่ากับท่านลุง ั้แ่ตอนนั้นข้าสาบานกับตัวเองเลยว่าถ้าข้าได้มันมาถึงจะมีคนให้ราคาสูงเท่าไหร่ข้าจะไม่ขายเด็ดขาด!”
“คนงกอย่างเ้ามีสิ่งที่เอาเงินมากองต่อหน้าแล้วไม่ขายด้วยหรอ?”
“ข้าก็งกแบบมีอุดมการณ์หรอกน่า”
“จ้าๆ”
ทั้งสามมุ่งหน้ามาที่หมู่บ้านเล็กๆ ในแถบชนบทของเมืองกลอเซน บ้านเรือนพังราบคาบไปหลายหลัง เห็นกระทิงตัวหนึ่งกำลังวิ่งชนกำแพงหินเล่นอย่างสนุก กำแพงหินหนาหลายนิ้วโดนมันวิ่งชนแตกเหมือนเปลือกไข่ บ็อบเห็นกระทิงเขาเกลียวที่วิ่งชนกำแพงเล่นในหมู่บ้านแทบจะตรงเข้าไปบวกกับมันทันทีแต่แกรนด์ได้ห้ามไว้ก่อน ตอนนี้ทั้งสามต้องไปพบกับผู้จ้างวานก่อนซึ่งเป็หัวหน้าหมู่บ้าน ชาวบ้านทั้งหมดของหมู่บ้านนี้อพยพไปตั้งเพิงพักชั่วคราวที่เชิงเขา เมื่อทั้งสามมาถึงจุดที่ชาวบ้านพักชาวบ้านทุกคนดูสีหน้ามีความหวังอย่างเห็นได้ชัด คนที่อพยพมาอยู่นี่มีประมาณร้อยกว่าคน
“ใครคือผู้จ้างวานภารกิจนี้?” แกรนด์ถามพลางมองสำรวจไปที่ผู้คนในหมู่บ้าน ภายใต้สกิลตรวจสอบของเขาระบุได้เลยว่าชาวบ้านทุกคนเป็คนธรรมดา ไม่มีผู้ใช้เวทย์รึนักรบเลย
“ข้าเอง ข้าเป็หัวหน้าหมู่บ้านที่นี่” ชายชราเดินออกมาเพื่อพูดคุยกับทั้งสาม
“ข้าอยากทราบข้อมูลเบื้องต้น ท่านรู้อะไรเกี่ยวกับเ้ากระทิงนั่นช่วยเล่าให้เราฟังด้วย”
ชายชราก้มหน้าลงด้วยใบหน้าเศร้า ชาวบ้านทุกคนอยู่ในอาการเดียวกันบางคนถึงกับร้องไห้ออกมา
“เมื่อครึ่งเดือนก่อน ่นั้นเป็่ฤดูเก็บเกี่ยวข้าวสาลี พวกเรากำลังช่วยกันเก็บเกี่ยวอยู่นั้นจู่ๆ มันก็ปรากฏตัวขึ้นมา มันมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เ้ากระทิงนั่นมาจากไหนไม่รู้ มันพุ่งเข้าชนหมู่บ้านเราอย่างบ้าคลั่ง ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทันโดนมันชนตายไปหลายสิบคน พวกเราที่หนีรอดออกมาได้ก็มารวมตัวกันที่เชิงเขาแห่งนี้ พวกเราตกลงกันที่จะลงขันกันเพื่อจ้างคนมากำจัดมัน เรารอกันกว่าครึ่งเดือนแล้วก็ไม่มีคนมาเลยจนเราเริ่มที่จะถอดใจและอพยพไปอยู่ที่อื่นแล้ว จนพวกท่านมา ขอบคุณมาก ขอบคุณมากจริงๆ” หัวหน้าหมู่บ้านพูดอย่างซาบซึ้งจนแทบจะคุกเข่าลงกราบ ชาวบ้านทุกคนก็อยู่ในอาการเดียวกัน
“ท่านลุง เ้ากระทิงนั่นมันอยู่ที่นี่มาครึ่งเดือนแล้วงั้นหรอ?” เอเลน่าถามชายชราที่กำลังหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง
“ใช่แล้ว มันไม่ไปไหนสักที เ้านั่นมันเอาแต่วิ่งชนบ้านชนกำแพงเล่น เหนื่อยแล้วมันก็กินข้าวในทุ่งกับที่เราเก็บเกี่ยวไว้ อิ่มแล้วมันก็วิ่งชนอะไรของมันต่อ เราไม่รู้จะไล่มันยังไงแล้ว ข้าได้ยินว่ามันเป็สัตว์อสูรชั้นสูงตอนที่เข้าเมืองเพื่อไปปักหมุดที่บอร์ดภารกิจ คนอื่นที่รับรู้แล้วเขาก็ไม่กล้ามา” ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า
“เราจะจัดการมันให้เอง” แกรนด์พูดออกมาด้วยความมั่นใจ
“มีอีกเื่ที่เราอยากจะบอกพวกท่าน คือว่า...”
หัวหน้าหมู่บ้านชะงักไปครู่นึงก่อนจะพูดออกมา
“ตอนนี้พวกข้าทุกคนไม่มีเงินติดตัวกันเลย ตอนที่รีบหนีออกมาไม่มีใครเอาสมบัติมีค่าติดตัวออกมาเลย เมื่อเสร็จงานแล้วเราจะกลับไปรวบรวมทรัพย์ที่อยู่ในซากบ้านของพวกเราเป็ค่าจ้างวานพวกท่าน ข้าเองรู้สึกผิดั้แ่เห็นพวกท่านกระตือรือร้นที่จะช่วยพวกเรา ถ้าท่านปฏิเสธที่จะช่วยตอนนี้พวกข้าก็ไม่โทษท่านแต่จะขอขอบคุณพวกท่านที่อุตส่าห์ยังแวะมาเพื่อช่วยพวกเรา พวกท่านดีกว่าพวกทหารในเมืองที่มันเก็บแต่ภาษีผลผลิตของพวกเรา ไม่เคยช่วยอะไรเลย จะว่าไปถึงหมู่บ้านเล็กๆ สักแห่งจะถูกทำลายไปพวกมันก็ไม่สนใส่ใจที่แม้จะส่งคนมาดูด้วยซ้ำ”
“ท่านเก็บเงินของพวกท่านไว้ซ่อมแซมบ้านเถอะ พวกท่านลำบากกันมานาน ถ้าข้ายังคิดเงินอีกจะต่างอะไรกับพวกโจรที่ซ้ำเติมคนเดือดร้อน” แกรนด์เก๊กหน้าหล่อเพื่อพูดประโยคเท่ๆ นี้ ชาวบ้านพอได้ยินถึงกับน้ำตาไหล
“มะ..ไม่..เอาเงินรางวัล” ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลอาบสองแก้ม
“จะพูดกันอีกนานมั้ย!! ข้าหิว!!! ข้าอุตส่าห์อดข้าวเช้ามาหามัน!!” บ็อบพูดขึ้นอย่างเหลืออด บทสนทนาดราม่านี่นานเกินไปแล้ว แกรนด์ที่กำลังเก๊กหน้าหล่อเป็พ่อพระอยู่ถึงกับใบหน้าแข็งค้าง เ้าบ็อบข้ากำลังจะกลายเป็ฮีโร่ของหมู่บ้านนี้อยู่แล้วเชียว!
“ไปกันเถอะ จัดการได้แล้วค่อยมาคุยกันต่อ” แกรนด์หันหน้าไปทางหมู่บ้านพร้อมเดินออกมาจากเชิงเขา
“แผนของเราล่ะ จะทำยังไง เ้ามีวิธีจัดการมัน?” เอเลน่าถามอย่างลังเล ความรู้สึกเดจาวูคล้ายๆ เหตุการณ์งูน้ำเกล็ดเงินที่เธอโดนพ่วงตามความคิดบ้าบอๆ ของพวกนี้จนเกือบตายมาแล้ว ความรู้สึกแบบนั้นได้กลับมาอีกครั้ง
“เนื้อ์ยิ่งโดนกระแทกเท่าไหร่ยิ่งมีรสชาติดีเท่านั้น กระทิงเขาเกลียวตัวมันมีแต่มัดกล้ามเนื้อถ้าโดนกระแทกหนักๆ เนื้อจะอ่อนนุ่ม ไขมันที่แยกกันเป็ชั้นๆ จะแทรกลงไปในเนื้อของมัน ไม่แปลกใจหรอกที่ตามเมืองเล็กๆ อย่างเมืองกลอเซนจะไม่รู้วิธีกิน วันนี้ไม่มีแผน แค่กระทืบไอ้สัตว์มีเขานั่นให้จมดิน เอาแบบน่วมที่สุด!” แกรนด์พูดพร้อมกับดึงโซ่ออกมา
“ข้าชอบสู้แบบวัดพลังกันแบบนี้แหละ หึหึ” บ็อบหัวเราะในลำคออย่างดีใจ เขาพร้อมที่จะปลดปล่อยพลังสำหรับการตะลุมบอนแล้ว
“โอลิเวีย”
“เอาไงก็เอา ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ได้ยินพวกเ้าพูดถึงเนื้อข้าก็อยากชิมแล้วนะ” เอเลน่าพูดพลางเรียกหนังสือออกมา
“ไม่ต้องซุ่มโจมตี เรียกมันเคลียร์กันตรงนี้เลย!” แกรนด์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง รอยยิ้มเ็าปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของเขาอีกครั้ง