แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านม่านโปร่งแสงโทนสีเทาหม่น ภายในห้องสวีทส่วนตัวชั้นบนสุดของโรงแรมหรูในเครือนฤบดินทร์ บรรยากาศเงียบสงบแตกต่างจากความสับสนวุ่นวายของ Solitaire VIP Club ในค่ำคืนที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง ทว่าความรู้สึกอึดอัดและแรงกดดันที่โอบล้อมรอบตัวของ 'มิเกล' กลับไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปเลยสักนิด
เธอนั่งอยู่บนโซฟาบุหนังสีชาร์โคลเนื้อดี หลังตรง วางมือทั้งสองข้างไว้บนตักอย่างมีมารยาทดั่งกุลสตรีที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี ทว่าปลายนิ้วเรียวสวยกลับบีบเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองเอกสารสัญญาหลายแผ่นที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกนิรภัยตรงหน้า สลับกับร่างสูงใหญ่ที่นั่งฝั่งตรงข้าม
'คชา นฤบดินทร์' ในยามกลางวันดูสง่างามและน่าเกรงขามยิ่งกว่าเมื่อคืน ชายหนุ่มสวมสูทสามชิ้นสั่งตัดพิเศษสีเทาเข้ม เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในเนี้ยบกริบจนไม่มีรอยยับแม้แต่จุดเดียว เนกไทสีน้ำเงินเข้มขลิบทองขับเน้นบุคลิกเผด็จการและเด็ดขาด ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักของเขายังคงเ็าและไร้ความรู้สึก ดวงตาคมกริบดุจเสือร้ายจ้องมองตรงมาที่เธออย่างประเมินและเยือกเย็น ราวกับเธอนั้นเป็เพียงสินค้าชิ้นหนึ่งที่เขากำลังพิจารณาความคุ้มค่าก่อนจะตัดสินใจลงทุน
ข้างกายคชามี 'ธีรุตม์' เลขาส่วนตัววัยกลางคนในชุดสูทสุภาพยืนก้มหน้าอย่างนอบน้อม คอยอำนวยความสะดวกในการจัดเตรียมเอกสารที่สำคัญ
"สัญญาจ้างระยะเวลาหนึ่งปีเต็ม"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงพลังของคชาทำลายความเงียบขึ้นมา น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง เ็า และเป็งานเป็การดุจนักธุรกิจที่กำลังเจรจาดีลการค้าระดับแสนล้าน ไม่มีเศษเสี้ยวของความอ่อนโยนหรือความรู้สึกส่วนตัวเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
"ในระยะเวลาหนึ่งปีนี้ เธอต้องทำหน้าที่เป็ 'คู่ออกงาน' และ 'ผู้หญิงส่วนตัว' ของฉัน เงื่อนไขทุกอย่างถูกระบุไว้ในเอกสารตรงหน้าเธอหมดแล้ว อ่านมันดูสิ ถ้ามีข้อไหนที่เธอข้องใจ หรือ้าแก้ไข... ก็บอกมาได้ทันที"
มิเกลสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความประหม่า เธอยื่นมือที่สั่นเทาน้อยๆ ไปหยิบแผ่นกระดาษเนื้อหนาขึ้นมาเปิดอ่านทีละหน้า ดวงตาคู่สวยกวาดมองข้อความภาษาทางกฎหมายที่ระบุสิทธิ์และหน้าที่ของเธอไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วน
ข้อแรก... หน้าที่การเป็ 'คู่ออกงานต่อหน้าสังคม'
เธอต้องติดตามเขาไปร่วมงานเลี้ยงสังคม งานเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ หรืองานดินเนอร์ส่วนตัวกับผู้ถือหุ้นและพันธมิตรทางธุรกิจของนฤบดินทร์กรุ๊ปทุกครั้งเมื่อเขา้า เธอต้องวางตัวให้สง่างาม ฉลาดเฉลียว มีมารยาท และทำหน้าที่เป็คนรักที่แสนดีต่อหน้าสื่อมวลชนและบุคคลภายนอก เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและที่สำคัญที่สุดคือ... เป็โล่กำบังคอยกันท่าผู้หญิงทุกคนที่พยายามจะเข้ามาเกาะแกะหรือหาผลประโยชน์จากเขาดั่งเช่นแพรววาในค่ำคืนก่อน
ข้อสอง... หน้าที่การเป็ 'ผู้หญิงส่วนตัวในพื้นที่ลับ'
มิเกลต้องย้ายเข้าไปพักอาศัยอยู่ที่ 'The Crown Penthouse' เพนต์เฮาส์หรูส่วนตัวของคชาแต่เพียงผู้เดียว เธอต้องพร้อมสแตนด์บายและปรนนิบัติเขาตามความ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง โดยเฉพาะในยามค่ำคืน คชาเน้นย้ำถึงเื่นี้ด้วยสายตาคมปลาบที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ
"ฉันมีภาวะนอนไม่หลับเรื้อรัง และเมื่อคืน... กลิ่นตัวกับเสียงของเธอทำให้ฉันผ่อนคลาย" คชาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าถ้อยคำกลับทำเอาหัวใจของหญิงสาวสั่นสะท้าน "ดังนั้น หน้าที่หลักของเธอเมื่ออยู่ที่เพนต์เฮาส์ คือการทำอย่างไรก็ได้ให้ฉันหลับสนิท"
เขานิ่งไปชั่วอึดใจก่อนจะเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงหยิ่งทะนง "ฉันซื้อสิทธิ์ขาดในตัวเธอด้วยเงินจำนวนมหาศาล แต่ฉันไม่ใช่คนที่จะขืนใจใครทางกายถ้าเธอไม่พร้อม... ทว่านั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะมีสิทธิ์ปฏิเสธการดูแลฉันในฐานะเ้าชีวิตชั่วคราวของเธอ"
ข้อสาม... 'ความซื่อสัตย์เด็ดขาดและความเป็ส่วนตัวขั้นสูงสุด'
ในระหว่างสัญญาหนึ่งปีนี้ มิเกลห้ามรับงานเอ็นเตอร์เทน ห้ามพบปะหรือติดต่อกับลูกค้าคนอื่นเด็ดขาด เธอต้องรักษาความลับของข้อตกลงนี้ไว้เป็ความลับขั้นยอดเยี่ยม ห้ามแพร่งพรายเื่สัญญานี้ให้บุคคลภายนอกรวมถึงครอบครัวของเธอได้รับรู้เป็อันขาด และที่สำคัญที่สุดคือเธอต้อง 'ซื่อสัตย์' ทางร่างกายต่อเขาเพียงผู้เดียว ห้ามยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนอื่นไม่ว่าจะในสถานะใดก็ตาม หากเธอละเมิดข้อตกลงแม้เพียงข้อเดียว สัญญาจะถูกยกเลิกทันที และเธอจะต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็เงินจำนวนสิบเท่าของมูลค่าสัญญาทั้งหมด
และข้อสุดท้าย... 'โครงสร้างการจ่ายค่าตอบแทน'
ดวงตาของมิเกลเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นตัวเลขเจ็ดหลักที่ระบุอยู่บนหน้ากระดาษ
มูลค่าสัญญารวมทั้งหมดคือ 'สิบห้าล้านบาท' สำหรับระยะเวลาหนึ่งปี!
โดยทางฝ่ายผู้ว่าจ้างจะแบ่งจ่ายเงินออกเป็สามส่วน ส่วนแรกคือเงินก้อนโอนเข้าบัญชีทันทีในวันเซ็นสัญญาจำนวน 'ห้าล้านบาท' ในฐานะเงินค่าเซ็นสัญญา (Signing Bonus) ส่วนที่สองคือเงินรายเดือนเดือนละ 'ห้าแสนบาท' ตลอดระยะเวลาสิบสองเดือน และส่วนสุดท้ายอีก 'สี่ล้านบาท' จะถูกจ่ายให้เมื่อสัญญาสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่มีการละเมิดเงื่อนไขใดๆ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวในการออกงาน เสื้อผ้าแบรนด์หรู เครื่องประดับราคาแพง รวมถึงค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดของมารดาเธอ ณ โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ จะถูกจ่ายโดยตรงจากบัญชีส่วนตัวของคชาทั้งหมด
มิเกลลอบผ่อนลมหายใจยาว ความเงียบปกคลุมห้องกว้างอยู่หลายนาที คชาไม่เร่งรัด เขานั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างผ่อนคลาย นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนที่วางแขนเป็จังหวะเนิบช้า แววตาคมกริบจับจ้องปฏิกิริยาของหญิงสาวร่างบางอย่างไม่วางตา
"เป็อย่างไร?" คชาถามขึ้นในที่สุด "เงินสิบห้าล้าน... แลกกับเวลาหนึ่งปีของเธอ มันมากพอที่จะทำให้เธอตกลงหรือยัง?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนแส้ที่ฟาดลงบนกลางใจของมิเกล มันตรงไปตรงมาและไร้ซึ่งความประนีประนอม ชายหนุ่มกำลังตอกย้ำว่าสถานะของเธอในตอนนี้ไม่มีสิทธิ์ต่อรองใดๆ นอกเหนือจากการยอมรับเงื่อนไขเพื่อแลกกับเงินทอง
มิเกลช้อนดวงตากลมโตขึ้นสบตาคมเข้มดุดันคู่นั้น ความหยิ่งในศักดิ์ศรีที่เคยมีถูกสะกดกลืนลงไปในลำคอจนหมดสิ้น เธอยืดตัวตรงพลางส่งยิ้มบางเบาที่ฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อซ่อนเร้นความขมขื่นภายใน
"ข้อเสนอของคุณคชา... ดีมากค่ะ เกลไม่มีข้อโต้แย้งหรือขอแก้ไขใดๆ ทั้งสิ้น" น้ำเสียงหวานใสเอ่ยออกมาอย่างฉะฉานและพยายามควบคุมไม่ให้สั่นเครือ "เกลยินดีที่จะปฏิบัติตามกฎทุกข้ออย่างเคร่งครัดค่ะ"
"ดี" คชาเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะพยักหน้าให้เลขาส่วนตัว
ธีรุตม์รีบยื่นปากกาหมึกซึมยี่ห้อหรูหราสีดำขลิบทองคำขาวมาส่งให้มิเกล หญิงสาวรับปากกามาถือไว้ ััเย็นเยียบของตัวด้ามโลหะทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปแวบหนึ่ง เธอจรดปลายปากกาลงบนกระดาษ ลงลายมือชื่อ 'มลัญชรา อัครไพศาลสกุล' ลงในช่องผู้รับจ้างอย่างมั่นคงและเด็ดเดี่ยว
เมื่อขีดเขียนตัวอักษรสุดท้ายเสร็จสิ้น สัญญาผูกมัดชีวิตเธอก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการ
คชามองภาพนั้นด้วยสายตาที่เข้มขึ้นเล็กน้อย เขารับเอกสารที่เซ็นเสร็จแล้วกลับคืนไปตรวจดูความเรียบร้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "เงินงวดแรกห้าล้านบาทจะโอนเข้าบัญชีของเธอภายในสิบนาทีนี้ ส่วนเื่การย้ายเข้า... ฉัน้าให้เธอย้ายเข้ามาที่ The Crown Penthouse ในค่ำคืนนี้เลย รถของฉันจะไปรอรับเธอที่หน้าปากซอยบ้านตอนหกโมงเย็น"
"ค่ะคุณคชา เกลจะเตรียมตัวให้พร้อม" มิเกลตอบรับอย่างว่าง่าย
"และจำไว้..." คชาโน้มตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย แผ่ไอความกดดันจนมิเกลต้องกลั้นหายใจ กลิ่นน้ำหอมวู้ดดี้ผสมยาสูบพรีเมียมอันเป็เอกลักษณ์ของเขาลอยมากระทบจมูก "เมื่อเธอเซ็นสัญญานี้แล้ว... ทุกอณูบนร่างกายของเธอ เงินทองที่เธอได้ไป และทุกลมหายใจของเธอในพื้นที่ของฉัน... มันเป็ของฉันแต่เพียงผู้เดียว อย่าทำให้ฉันต้องผิดหวังในตัวเธอ มลัญชรา"
คำพูดกึ่งประกาศสิทธิ์ขาดและคำเตือนเฉียบขาดนั้นฝังลึกในใจของมิเกล หญิงสาวก้มหน้ารับคำอย่างสงบ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วยกมือไหว้ลาชายหนุ่มผู้ก้าวเข้ามาเป็เ้าชีวิตคนใหม่ของเธออย่างเป็ทางการ
---
บ่ายวันเดียวกัน มิเกลเดินทางกลับมายังบ้านทาวน์เฮาส์สองชั้นขนาดเล็กกะทัดรัดในซอยลึกชานเมือง สภาพรอบตัวเต็มไปด้วยความจอแจของชุมชนเก่าแก่ สีผนังปูนที่เคยเป็สีครีมบัดนี้หลุดลอกและมีคราบตะไคร่น้ำเกาะกุมตามกาลเวลา สายไฟรกรุงรังพาดผ่านเบื้องบนช่างแตกต่างและขัดกับความหรูหราอลังการของสถานที่ที่เธอเพิ่งจากมาอย่างสิ้นเชิง ทว่าที่นี่คือบ้าน... สถานที่แห่งเดียวที่มีคนที่เธอรักที่สุดรออยู่
เมื่อก้าวเท้าเข้าบ้าน กลิ่นยาลมและกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ โชยมาปะทะจมูก มิเกลเดินตรงไปยังโซฟาตัวเก่ากลางบ้าน ที่ซึ่ง 'นภา' ผู้เป็แม่นอนเอนกายพักผ่อนอยู่ ใบหน้าของมารดาดูซูบซีดและอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดจากการต้องเดินทางไปฟอกไตที่โรงพยาบาลเมื่อวันก่อน ดวงตาที่ฝ้าฟางค่อยๆ ลืมขึ้นมองลูกสาวพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน
"กลับมาแล้วเหรอลูกเกล..." น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยทักทาย
มิเกลเดินเข้าไปคุกเข่าลงข้างโซฟา จับมือที่ผอมบางและสากระคายของแม่ขึ้นมาแนบแก้มเนียนของตัวเองเบาๆ "ค่ะแม่ เกลกลับมาแล้ว วันนี้แม่เป็ยังไงบ้างคะ? รู้สึกเหนื่อยตรงไหนไหม?"
"แม่สบายดีลูก วันนี้ไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่หรอก มิกกี้เขาคอยดูแลบีบนวดให้แม่ตลอดเลย" นภาลูบผมลอนนุ่มของลูกสาวอย่างรักใคร่ "แล้วนี่เราไปไหนมาล่ะลูก เห็นแต่งตัวสวยเชียว"
"เกลไปคุยเื่งานมาค่ะแม่..." มิเกลจำต้องปั้นแต่งรอยยิ้มร่าเริงเพื่อปกปิดความจริงอันแสนหนักหน่วง "และเกลมีข่าวดีจะบอกแม่ด้วยนะคะ"
"ข่าวดีอะไรเหรอลูก?"
"เกลได้รับการตอบรับเข้าทำงานอินเทิร์นพ่วงตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวของประธานบริษัทนฤบดินทร์กรุ๊ปค่ะคุณแม่! เป็บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศเลยนะคะ ทางบริษัทเขามีสวัสดิการดีมาก เขามีทุนสนับสนุนพิเศษให้กับนักศึกษาฝึกงานที่มีผลการเรียนดีเด่น และเขายังช่วยสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าผ่าตัดปลูกถ่ายไตให้แม่ล่วงหน้าด้วยค่ะ! วันนี้เกลเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว เงินงวดแรกเข้าระบบเรียบร้อยแล้วด้วยค่ะแม่"
ดวงตาของนภาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนตื้นตันใจ "จริงเหรอลูกเกล... มัน... มันมีงานแบบนั้นจริงๆ เหรอ? แล้วทางบริษัทเขาไม่ขาดทุนแย่เหรอลูกที่มาช่วยจ่ายเงินตั้งมากมายขนาดนี้ให้เรา"
"ไม่หรอกค่ะแม่ งานของเกลต้องรับผิดชอบสูงมาก ต้องคอยดูแลตารางงาน ประสานงานต่างประเทศ และต้องสแตนด์บายคอยช่วยเหลือคุณคชาตลอดเวลา มันเหมือนงานแลกเปลี่ยนความสามารถน่ะค่ะ สัญญาจ้างหนึ่งปีเต็มเลยนะคะแม่ เพราะฉะนั้นหลังจากนี้คุณแม่ไม่ต้องกังวลเื่ค่ายาหรือค่ารักษาอีกแล้วนะ เกลมีเงินพอที่จะพาแม่ย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนดีๆ และเตรียมตัวเปลี่ยนไตใหม่ได้แล้วค่ะ"
หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันใจและปลาบปลื้มไหลรินจากดวงตาของมารดา นภาดึงร่างบอบบางของลูกสาวเข้ามาโอบกอดไว้แน่นพลางพร่ำบอกขอบคุณ์ที่เมตตาครอบครัวของเธอ โดยหารู้ไม่ว่าเื้ัเงินทองมากมายเ่าั้ ลูกสาวของเธอต้องแลกมาด้วยสิ่งใด
หลังจากพูดคุยและดูแลให้แม่นอนหลับพักผ่อนแล้ว มิเกลก็เดินขึ้นไปยังห้องนอนเล็กๆ ของตัวเองบนชั้นสอง เธอปิดประตูลงเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเตียงเดี่ยวขนาดสามฟุตครึ่ง ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ที่สะสมมาตลอดทั้งวันทำให้เธอรู้สึกหมดแรงจนอยากจะร้องไห้ ทว่าไม่มีเวลาสำหรับการอ่อนแอ หญิงสาวดึงกระเป๋าเดินทางใบเก่าคร่ำคร่าออกมาจากใต้เตียง แล้วเริ่มต้นพับเก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็ใส่ลงไป
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของ 'มิกกี้' น้องชายวัยสิบเจ็ดปีในชุดนักเรียนมัธยมปลายที่ดูหลวมเล็กน้อย เด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคล้ายคลึงกับมิเกลทว่ามีความคมคายตามประสาผู้ชาย ดวงตาเรียวเล็กของเขาจ้องมองกระเป๋าเดินทางที่วางแผ่บนเตียง สลับกับใบหน้าของพี่สาวด้วยแววตาเคลือบแคลงสงสัยและแฝงความไม่สบายใจอย่างปิดไม่มิด
"พี่เกล... จัดกระเป๋าจะไปไหนเหรอครับ?" มิกกี้เดินเข้ามาในห้อง น้ำเสียงเข้มขึ้นและเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
มิเกลยิ้มบางๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้ดูเป็ปกติที่สุด "พี่กำลังจะย้ายไปอยู่คอนโดใกล้ที่ทำงานใหม่น่ะมิกกี้ พอดีพี่ได้งานเป็ผู้ช่วยส่วนตัวของนักธุรกิจใหญ่ สัญญาจ้างระบุว่าพี่ต้องสแตนด์บายคอยเตรียมเอกสารและตารางงานให้เขาตลอดเวลา ทางบริษัทเขาก็เลยจัดที่พักระดับผู้บริหารไว้ให้พี่พักอาศัยชั่วคราว เพื่อความสะดวกในการทำงานน่ะ"
"งานผู้ช่วยส่วนตัว... สแตนด์บายยี่สิบสี่ชั่วโมงเนี่ยนะพี่เกล?" มิกกี้ก้าวเข้ามาประชิดเตียง น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ "แล้วเงินค่ายาของแม่ที่โรงพยาบาลโทรมาบอกว่ามีคนจ่ายสำรองล่วงหน้าให้ห้าแสนบาทเมื่อบ่ายนี้ล่ะ? พี่เกลเอาเงินมาจากไหนเยอะขนาดนั้น? อย่าบอกนะว่าเงินเดือนเด็กฝึกงานหรือผู้ช่วยจะเยอะจนจ่ายค่าหมอของแม่ได้ขนาดนี้ภายในวันเดียว"
คำถามแทงใจดำของน้องชายทำให้มิเกลสะอึกไปชั่วขณะ เธอรู้ดีว่ามิกกี้เป็เด็กฉลาด มีไหวพริบ และสังเกตเห็นความผิดปกติในครอบครัวเสมอ การจะโกหกเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ใช่เื่ง่ายเลยสักนิด
มิเกลขยับตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปจับไหล่ทั้งสองข้างของน้องชาย สบดวงตาเรียวคมของเขาอย่างจริงจัง
"มิกกี้... ฟังพี่นะ" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและอ่อนโยนที่สุดเพื่อสร้างความเชื่อมั่น "คุณคชา... ประธานบริษัทที่พี่ไปทำงานด้วย เขาเป็มหาเศรษฐีระดับประเทศ เขากำลัง้าผู้ช่วยที่ไว้ใจได้และมีความรู้ด้านการจัดการระบบข้อมูลด่วน พี่เซ็นสัญญาทำงานให้เขาหนึ่งปีเต็มแลกกับการที่เขาอุปถัมภ์ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดของแม่ และจ่ายค่าเล่าเรียนหมอให้มิกกี้จนจบ มันคือข้อตกลงทางธุรกิจสุจริต พี่ทำงานบริหารงานเอกสาร ประสานงาน และคอยดูแลภาพลักษณ์ให้เขา พี่รับรองและสาบานได้ว่าพี่ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย หรือทำเื่ที่น่าอายทั้งสิ้น"
เธอพยายามเน้นคำว่า 'สุจริต' และ 'ไม่น่าอาย' เพื่อปลอบประโลมจิตใจของน้องชายและตัวเธอเองด้วย แม้ในความเป็จริงแล้ว ข้อตกลงนี้จะิ่เหม่ต่อศักดิ์ศรีของเธอก็ตาม
มิกกี้จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของพี่สาว ค้นหาความจริงที่อาจจะซ่อนอยู่ เด็กหนุ่มกำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกเจ็บใจในความอ่อนแอของตัวเองที่เป็เพียงเด็กมัธยมปลาย ไม่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระอันหนักอึ้งนี้ได้เลย จนพี่สาวต้องยอมแบกรับข้อตกลงที่เหน็ดเหนื่อยและกดดันขนาดนี้
"พี่เกลไม่ได้โกหกผมใช่ไหม?" มิกกี้ถามเสียงสั่นน้อยๆ แววตาสั่นระริกด้วยความห่วงใย "ถ้าพี่เกลเหนื่อย หรือผู้ชายคนนั้นรังแกพี่... พี่ต้องบอกผมนะ เงินทองพวกนั้นถ้าต้องแลกมาด้วยความทุกข์ของพี่ ผมเรียนจบ ม.ปลายแล้วจะออกไปหางานทำเองก็ได้ ผมยอมไม่เรียนหมอก็ได้ แต่ผมไม่อยากเห็นพี่เกลต้องไปขายศักดิ์ศรีให้พวกคนรวยหน้าเืพวกนั้น..."
คำพูดของน้องชายสะกิดแผลใจของมิเกลจนเธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หยาดน้ำใสๆ ร่วงเผาะลงบนแก้มเนียน มิเกลรีบดึงร่างของน้องชายเข้ามาสวมกอดไว้แน่น ซุกใบหน้าลงกับไหล่ของเขาเพื่อซ่อนรอยน้ำตา
"พี่ไม่ได้ทำเื่ไม่ดีจริงๆ มิกกี้... พี่สัญญา" มิเกลสะอื้นแ่เบา "พี่แค่อยากให้แม่หายป่วย อยากเห็นมิกกี้ได้เรียนหนังสือในคณะที่ฝันไว้ พี่รักแม่และรักมิกกี้มากนะรู้ไหม... พี่ดูแลตัวเองได้ คุณคชาเขาเป็คนเ้าระเบียบและเ็าก็จริง แต่เขาไม่ใช่คนใจร้ายรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้หรอก เชื่อใจพี่นะ"
มิกกี้กอดพี่สาวตอบแน่น ร่างกายของเด็กหนุ่มสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งซาบซึ้งในความเสียสละของพี่สาว และโกรธแค้นโชคชะตาที่ทำให้ครอบครัวต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้
"ผมสัญญาครับพี่เกล... ผมจะตั้งใจเรียน จะสอบเข้าหมอให้ได้ และจะรีบจบมาทำงานหาเงินมารักษาแม่ มาดูแลพี่เกล พี่เกลจะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำงานเพื่อคนอื่นอีกต่อไป" เด็กหนุ่มให้คำมั่นสัญญาด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
มิเกลคลี่ยิ้มทั้งน้ำตา เธอผละออกลูบแก้มของน้องชายเบาๆ ก่อนจะช่วยกันจัดกระเป๋าเดินทางจนเสร็จสิ้น
เมื่อถึงเวลาหกโมงเย็น รถยนต์คันหรูสีดำขลับแล่นมาจอดเทียบท่าที่หน้าปากซอยตามนัดหมาย มิเกลบอกลามารดาที่นอนหลับอยู่เบื้องล่าง และกอดอำลามิกกี้อีกครั้ง ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางก้าวเดินออกไปจากบ้านหลังเล็กๆ มุ่งหน้าสู่ชีวิตใหม่ที่เธอต้องเผชิญในฐานะนกน้อยในกรงทองของมหาเศรษฐีหนุ่ม
---
รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส (Mercedes-Benz S-Class) สีดำขลับคันหรูแล่นไปตามท้องถนนยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับของตึกสูงระฟ้าและแสงไฟจากท้ายรถยนต์ที่ติดขัดหนาแน่น มิเกลนั่งเงียบอยู่บนเบาะหลัง สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถที่ติดฟิล์มทึบ ความเงียบงันภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยหนังแท้สีเบจอุ่นและลายไม้หรูหราทำให้เธอดิ่งจมอยู่กับความคิดของตัวเอง
จนกระทั่งรถยนต์คันหรูแล่นเลี้ยวเข้าสู่พื้นที่ส่วนบุคคลของอาคารสูงระฟ้า 'The Crown Penthouse' คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมโค้งน้ำเ้าพระยาในทำเลที่ดีที่สุดของเมืองหลวง
ระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่เข้มงวดกวดขันขั้นสูงสุด ประตูรั้วเหล็กดัดสีดำขลิบทองเหลืองบานั์ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ ต้อนรับรถยนต์คันหรูให้แล่นผ่านเข้าไปสู่ถนนภายในที่ปูด้วยหินแกรนิตแท้ ตกแต่งสองข้างทางด้วยต้นไม้ตัดแต่งเป็ระเบียบสวยงามและน้ำพุคริสตัลที่พ่นน้ำล้อแสงไฟสีส้มอบอุ่น ถัดเข้าไปด้านในเป็โถงล็อบบี้เพดานสูงลิ่วที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาวนำเข้าจากอิตาลี ดูโอ่อ่าสง่างามราวกับพระราชวัง
พนักงานขับรถนำมิเกลเดินตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว (Private Lift) ที่ใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือและม่านตาเพื่อระบุตัวตนของผู้พักอาศัย พนักงานขับรถจัดการสแกนคีย์การ์ดพิเศษและทำการลงทะเบียนข้อมูลใบหน้าและลายนิ้วมือของมิเกลเข้าสู่ระบบความปลอดภัยของเพนต์เฮาส์ตามคำสั่งของคชา
"ยินดีต้อนรับครับคุณมิเกล ลิฟต์ตัวนี้จะนำคุณขึ้นตรงสู่เพนต์เฮาส์ของคุณคชาที่ชั้นแปดสิบแปดโดยตรงครับ" พนักงานขับรถเอ่ยอย่างนอบน้อมก่อนจะโค้งตัวลา
มิเกลก้าวเท้าเข้าไปในตัวลิฟต์หรูหราที่กรุด้วยกระจกเงาและแผงปุ่มกดสีทองเหลืองอร่าม ประตูลิฟต์ปิดลงอย่างเงียบกริบ ก่อนที่ตัวลิฟต์จะเคลื่อนตัวทะยานขึ้นสู่เบื้องบนอย่างรวดเร็วและนุ่มนวลจนแทบไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหว หัวใจดวงน้อยของเธอเต้นระทึกปนตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น ทุกวินาทีที่ตัวเลขชั้นไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเสมือนการตัดขาดจากชีวิตธรรมดาสามัญของเธอออกไปทุกที
ตึ๊ง!
เสียงเตือนดังขึ้นแ่เบาพร้อมกับบานประตูลิฟต์ที่เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นทัศนียภาพเบื้องหน้าที่ทำให้มิเกลถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือห้องเพนต์เฮาส์สไตล์ดูเพล็กซ์สองชั้น (Duplex Penthouse) ขนาดใหญ่โตมโหฬารที่พื้นที่ชั้นแปดสิบแปดทั้งชั้น ผนังห้องรอบด้านเกือบทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยบานกระจกนิรภัยใสบานั์จากพื้นจรดเพดานสูงสองชั้น (Double-height ceiling) เปิดเผยให้เห็นทัศนียภาพแบบพาโนรามาสามร้อยหกสิบองศาของคุ้งน้ำเ้าพระยาที่ทอดตัวยาวคดเคี้ยวอยู่เบื้องล่าง แสงไฟสีส้ม ทอง และน้ำเงินจากตึกระฟ้า รถยนต์ และเรือสำราญที่แล่นผ่านแม่น้ำระยิบระยับประดุจเพชรเม็ดงามที่โรยกระจายอยู่บนผืนผ้ากำมะหยี่สีดำสนิทของฟ้ายามค่ำคืน
พื้นห้องปูด้วยแผ่นหินอ่อนสตาตูอาริโอสีขาวสะอาดสะอ้านขัดเงาวับสะท้อนแสงไฟดุจน้ำแข็ง การตกแต่งภายในเน้นโทนสีขาว เทา และสีน้ำเงินเข้ม (Midnight Blue) ตามรสนิยมอันเรียบหรู เ้าระเบียบ และเคร่งขรึมของเ้าของบ้าน เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็ระดับมาสเตอร์พีซสั่งตัดพิเศษจากดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก โคมไฟระย้าคริสตัลดีไซน์โมเดิร์นห้อยระย้าลงมาจากเพดานสูงส่องแสงสีนวลตาขับเน้นความหรูหราอลังการอย่างไม่มีที่ติ
แม่บ้านวัยกลางคนคนหนึ่งในชุดฟอร์มเรียบร้อยเดินออกมารอรับเธอด้วยรอยยิ้มสุภาพ "สวัสดีค่ะคุณมิเกล ดิฉันชื่อป้าอุ่น เป็แม่บ้านที่คอยดูแลความสะอาดที่นี่ค่ะ คุณคชาสั่งไว้ว่าให้พาคุณมิเกลไปที่ห้องนอนใหญ่และช่วยจัดเก็บเสื้อผ้าให้เรียบร้อยค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ"
มิเกลยิ้มตอบและกล่าวขอบคุณเบาๆ ก่อนจะเดินตามป้าอุ่นขึ้นบันไดหินอ่อนเวียนทรงโค้งมนขึ้นสู่ชั้นสองของเพนต์เฮาส์ ซึ่งเป็พื้นที่ส่วนตัวของคชา
เมื่อป้าอุ่นผลักบานประตูไม้สักทองสีเข้มบานใหญ่เปิดออก มิเกลก็พบกับห้องนอนใหญ่ (Master Bedroom) ที่มีขนาดกว้างขวางราวกับบ้านทั้งหลัง ตรงกลางห้องมีเตียงนอนขนาดคิงไซส์ดีไซน์โมเดิร์นตั้งวางอยู่อย่างโดดเด่น ตัวเตียงปูลาดด้วยผ้าไหมซาตินเนื้อละเอียดสีเทาเข้มขลิบน้ำเงินดูนุ่มละมุนและน่านอน บนผนังหัวเตียงประดับภาพวาดศิลปะแอบสแตรกต์โทนสีหม่นที่ขับเน้นความรู้สึกเงียบเหงาและดุดันในคราวเดียวกัน
ที่น่าอัศจรรย์ใจคือด้านหนึ่งของห้องนอนเป็ห้องแต่งตัวแบบวอล์กอินโคลเซ็ต (Walk-in Closet) ขนาดใหญ่ที่แยกสัดส่วนชัดเจน เมื่อมิเกลเดินเข้าไปสำรวจตามที่แม่บ้านอุ่นชี้ชวน เธอก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
ภายในตู้เสื้อผ้ากระจกใสที่บุแสงไฟ LED วอร์มไลท์อย่างสวยงาม มีเสื้อผ้าเดรสออกงาน ชุดลำลอง เสื้อเชิ้ต กางเกง รวมถึงชุดนอนผ้าไหมซาตินหลากเฉดสีแขวนเรียงรายอยู่อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย ทุกชิ้นล้วนเป็แบรนด์เนมหรูหราที่มีระดับ และที่สำคัญที่สุดคือ... รองเท้าแบรนด์ดังที่วางเรียงบนชั้นและเสื้อผ้าทุกชิ้นนั้นถูกคัดสรรมาในไซส์ของเธอได้อย่างพอดิบพอดีราวกับจับวาง!
"คุณคชาสั่งให้จัดเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องใช้ส่วนตัวเหล่านี้ไว้ให้คุณมิเกลทั้งหมดเลยค่ะ ท่านบอกว่าไม่อยากให้คุณมิเกลต้องพกพาของใช้ส่วนตัวจากบ้านเก่ามามากนักเพราะที่นี่มีเตรียมไว้ให้พร้อมหมดแล้ว หากคุณมิเกล้าอะไรเพิ่มเติมสามารถแจ้งป้าได้ตลอดเวลาเลยนะคะ" แม่บ้านอุ่นอธิบายอย่างสุภาพก่อนจะขอตัวลงไปเตรียมเครื่องดื่มและปล่อยให้มิเกลได้พักผ่อนตามลำพัง
มิเกลทรุดตัวลงนั่งบนเตียงกว้าง ััผ้าไหมซาตินที่ลื่นไหลและนุ่มมือทำให้เธอรู้สึกราวกับความฝัน คฤหาสน์ลอยฟ้าแห่งนี้ช่างงดงามและเลอค่าเกินกว่าที่เด็กสาวธรรมดาอย่างเธอจะอาจเอื้อม ทว่ามันกลับเป็กรงทองหรูหราที่กักขังอิสรภาพของเธอไว้ชั่วคราวหนึ่งปีเต็มหลังจากนี้
เธอก้าวเดินไปยืนที่ริมบานกระจกใสบานั์ ทอดสายตามองแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครและสายน้ำเ้าพระยาเบื้องล่าง ความงามอันตระการตาไม่ได้ช่วยลดทอนความวุ่นวายใจและความหวาดหวั่นถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้เลยสักนิด
---
เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งข้ามผ่านเที่ยงคืน...
ภายในห้องนอนใหญ่ตกอยู่ในความสลัวราง มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นดีไซน์เก๋ที่มุมห้อง และแสงจันทร์รวมถึงแสงไฟนีออนจากภายนอกตึกระฟ้าที่ส่องลอดผ่านบานกระจกใสเข้ามาสร้างมิติแสงเงาที่ดูลึกลับและเงียบสงบ
มิเกลอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเรียบร้อยแล้ว เธออยู่ในชุดนอนกระโปรงสายเดี่ยวผ้าซิลค์ซาตินสีครีมอ่อน ตัวชุดนอนบางเบาพลิ้วไหวเข้ารูปแนบไปกับส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างนวลเนียน ลาดไหล่ขาวผ่องและแผ่นหลังบางเนียนละเอียดสะท้อนแสงจันทร์ดูสวยสง่าล้ำลึก ผมยาวดัดลอนของเธอถูกปล่อยสยายเต็มแผ่นหลังโชยกลิ่นหอมละมุนประจำตัวออกมาอ่อนๆ กลิ่นวานิลลาหวานละมุนละไมผสมผสานกลิ่นดิบธรรมชาติของกุหลาบป่ากระจายตัวอบอวลรอบกายของเธอ
หญิงสาวนั่งอยู่บนขอบเตียงคิงไซส์หนานุ่ม หัวใจดวงน้อยเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ด้วยความหวาดหวั่น ความประหม่าและความกังวลทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ทว่ายังไร้วี่แววของเ้าของเพนต์เฮาส์แห่งนี้
แกรก...
เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบาๆ ในความเงียบสงบ มิเกลสะดุ้งตัวโยนรีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและหันไปมองยังบานประตูทันที
ร่างสูงใหญ่ทรงพลังของ 'คชา' ก้าวเดินเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มอยู่ในสภาพที่ดูเหนื่อยล้าและอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด เสื้อสูทตัวนอกถูกถอดพาดไว้ที่ท่อนแขนแกร่ง เนกไทถูกดึงให้หลวมกว้าง กระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาว้าถูกปลดออกสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างสีแทนสุขภาพดีและลาดไหล่กำยำตึงแน่น ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มบึ้งตึง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น ดวงตาคมกริบสีดำสนิทฉายแววปวดร้าวและหงุดหงิดทรมาน ชายหนุ่มใช้มือหนาบีบขมับของตัวเองซ้ำๆ ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับความปวดตึงในหัวสมองอย่างรุนแรง
อาการนอนไม่หลับเรื้อรังและโรคปวดหัวจากความเครียดสะสมกำลังเล่นงานเขาอย่างหนักหน่วงจนเส้นเืที่ขมับปูดโปน
คชาชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อก้าวเข้ามาในระยะห้อง กลิ่นอายแรกที่พุ่งเข้าปะทะประสาทััรับรู้ของเขาไม่ใช่กลิ่นเครื่องหอมหรือน้ำปรับอากาศราคาแพง ทว่ามันคือกลิ่นหอมหวานละมุนละไมดั่งขนมหวานที่แฝงไปด้วยความสดชื่นบริสุทธิ์ของกุหลาบป่า... กลิ่นกายประจำตัวของมิเกล
กลิ่นหอมละมุนนั้นโชยเข้ามาอบอวลรอบตัวของเขา เพียงแค่เขาสูดลมหายใจลึกซึ้งเอากลิ่นอายนั้นเข้าสู่ปอด อาการปวดแปลบๆ ที่ขมับและความตึงเกร็งที่สะสมมาตลอดทั้งวันก็พลันคลายตัวลงอย่างเหลือเชื่อ ความเงียบสงบแปลกประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาทดแทนความหงุดหงิดฟุ้งซ่านในใจของเขา
สายตาคมตวัดมองหญิงสาวร่างบางที่ยืนตัวเกร็งอยู่ข้างเตียง ชุดนอนสีครีมบางเบาขับเน้นเนื้อนางและส่วนเว้าโค้งของเธอให้ดูเย้ายวนใจท่ามกลางแสงสลัว ผิวขาวผ่องสะท้อนแสงไฟดูนุ่มละมุนน่าลูบไล้ คชาโยนเสื้อสูทในมือลงบนเก้าอี้ปลายเตียงอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะก้าวเท้าตรงเข้ามาหาเธอช้าๆ
มิเกลรู้สึกถึงรัศมีความเ็าและแรงดึงดูดทางเพศอันรุนแรงที่แผ่ออกมาจากร่างกายใหญ่โตของเขา เธอพยายามถอยหลังหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังบางแตะเข้ากับเสาเตียงหรูหรา ชายหนุ่มเดินมาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้า ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเธอััได้ถึงไออุ่นร้อนจากร่างกายของเขาและกลิ่นน้ำหอมวู้ดดี้ปนยาสูบพรีเมียมที่โชยมาผสมผสานกับกลิ่นวานิลลาของเธออย่างลงตัว
"คุณคชา... กลับมาแล้วเหรอคะ" มิเกลเอ่ยทักทายเสียงเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ "ให้เกลช่วยเตรียม..."
"นอนลงไป" คชาเอ่ยขัดขึ้นทันที น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าแฝงกระแสของความเหนื่อยล้าสะสมอย่างรุนแรง ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าหวานสลัวตรงหน้าเขม็ง
"คะ?" มิเกลเบิกตากว้างด้วยความใ หัวใจเต้นแรงรัวด้วยความกังวลใจว่าคืนแรกนี้เธอจะต้องเผชิญกับบทรักเร่าร้อนที่เธอยังไม่ทันตั้งรับตัวทันทีหรือไม่
"ฉันบอกให้นอนลงไป... บนเตียง" คชาสั่งซ้ำเสียงต่ำ ก่อนจะเอื้อมมือหนาไปปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างเชี่ยวชาญ "ฉันปวดหัวจนแทบบ้า และ้านอนพักผ่อน ถ้าเธอยังยืนเหม่ออยู่แบบนี้... ฉันจะลงโทษเธอฐานขัดคำสั่ง"
คำขู่กึ่งคำสั่งเด็ดขาดทำให้มิเกลไม่มีทางเลือก หญิงสาวค่อยๆ ขยับตัวขึ้นไปบนเตียงนอนกว้าง ปัดผ้าห่มไหมซาตินสีเทาเข้มออกแล้วสอดตัวลงนอนตะแคงข้างอย่างเหนียมอาย ร่างบอบบางหดเกร็งตัวลีบเพื่อพยายามชิดขอบเตียงอีกฝั่งให้ได้มากที่สุดเพื่อสร้างระยะห่างที่ปลอดภัย
ทว่าความคิดนั้นกลับถูกพังทลายลงในวินาทีถัดมา
คชาจัดการถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองออก เผยให้เห็นร่างกายท่อนบนแกร่งกำยำที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อตึงแน่นล่ำสัน ผิวสองสีสะท้อนแสงสลัวดูทรงพลังและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ แผ่นหลังกว้างของเขามีรอยสักรูปเสือดาวซ่อนเร้นอยู่ใต้ิับางส่วน ชายหนุ่มขยับตัวขึ้นมาบนเตียงนอนกว้างทันที ร่างสูงใหญ่ของเขาขยับเข้าเบียดเสียดใกล้ชิดจนแผ่นหลังของมิเกลััได้ถึงไอความร้อนระอุจากแผงอกเปลือยเปล่าของเขา
ฟุ่บ!
ก่อนที่มิเกลจะทันได้ตั้งตัว ท่อนแขนแกร่งและแข็งแรงของคชาก็สอดประสานเข้าโอบรอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น ชายหนุ่มออกแรงดึงรั้งร่างบอบบางเบาหวิวของเธอให้ขยับถอยหลังเข้ามาแนบชิดกับอกกว้างของเขาทันที อ้อมกอดแกร่งกอดรัดเอวคอดของเธอไว้จนแผ่นหลังบางแนบชิดกับอกกว้างตึงแน่นของชายหนุ่มอย่างไร้ช่องว่างใดๆ กั้นกลาง
"อุ๊ย... คุณคชา!" มิเกลเผลอร้องอุทานตัวโยน พยายามขยับตัวประท้วงน้อยๆ "ปล่อยเกลก่อนได้ไหมคะ... เกลรู้สึกอึดอัด..."
"อยู่เฉยๆ..." คชาเอ่ยสั่งเสียงพึมพำข้างใบหูบาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มและต้นคอเนียนของเธอจนมิเกลขนลุกเกรียวไปทั้งตัว "อย่าขยับหนี... กลิ่นตัวของเธอและอ้อมกอดนี้มันช่วยทำให้ฉันผ่อนคลาย"
ชายหนุ่มซุกใบหน้าหล่อเหลาลงกับซอกคอขาวผ่องและลาดไหล่เนียนของเธอ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสูดซับกลิ่นวานิลลาหวานละมุนปนกลิ่นกุหลาบป่าหอมสดชื่นเข้าสู่ลมหายใจ ความร้อนจากผิวเนื้อและริมฝีปากอุ่นร้อนของเขาที่แนบชิดกับผิวเนื้ออ่อนไหวที่ซอกคอทำให้หัวใจของมิเกลเต้นกระหน่ำดั่งเสียงกลองรัวสะท้อนอยู่ในอก
เธอเกร็งตัวแน่น ไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายนิ้ว ความร้อนระอุจากร่างกายแกร่งของเขาถ่ายทอดเข้าสู่ผิวเนื้อนุ่มของเธอผ่านเนื้อผ้าชุดนอนผ้าซาตินบางเบาจนเธอรู้สึกร้อนวูบวาบและซ่านสยิวลึกๆ ไปทั่วร่างกาย ท่อนแขนแกร่งที่โอบรัดเอวเธอไว้เปี่ยมไปด้วยพละกำลังมหาศาลดั่งพันธนาการเหล็กกล้าที่ไม่มีทางดิ้นหลุด
"พูดอะไรหน่อยสิ..." คชาพึมพำเสียงพร่า แววตาคมปิดปรือลงช้าๆ "หรืออ่านอะไรให้ฉันฟังก็ได้... เสียงของเธอเมื่อคืนมันช่วยสะกดประสาทปวดหัวของฉันได้ดี พูดมาเถอะ... เื่อะไรก็ได้"
มิเกลกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สมองพยายามคิดหาคำพูดในสถานการณ์ที่ชวนให้ใจสั่นระรัวเช่นนี้ เธอเหลือบมองหนังสือวรรณกรรมแปลเล่มหนาที่เธอพกติดตัวมาจากบ้านและวางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบมันมาเปิดอ่านช้าๆ
หญิงสาวสูดหายใจลึก รวบรวมน้ำเสียงหวานใส นุ่มละมุนละไม และอ่อนโยนที่สุดของเธอ เริ่มต้นอ่านบทประพันธ์และถ้อยคำบรรยายในหนังสือเล่มนั้นออกมาอย่างเนิบช้าและเป็จังหวะสม่ำเสมอ
"ในยามค่ำคืนที่พายุฝนโหมกระหน่ำ... แสงสว่างดวงน้อยภายในกระท่อมหลังเล็กยังคงทอประกายอบอุ่น..."
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล หวานละมุน และมีท่วงทำนองที่ไพเราะน่าฟังดั่งบทเพลงกล่อมเด็ก ผสมผสานกับกลิ่นกายหอมหวานของวานิลลาที่แผ่ออกมาจากการขยับกายและสูดลมหายใจของเธออย่างต่อเนื่อง ััอุ่นร้อนของอ้อมแขนแกร่งที่ยังคงกอดกระชับเอวคอดของเธอแน่นไม่ยอมคลายทำให้บรรยากาศภายในห้องนอนใหญ่สลัวเต็มไปด้วยความอ่อนหวานลึกซึ้งและอบอุ่นใจอย่างแปลกประหลาด
คชาซุกใบหน้าอยู่ตรงซอกคอขาวเนียน สูดดมกลิ่นอายความหอมหวานและฟังน้ำเสียงหวานละมุนที่เอ่ยเอื้อนถ้อยคำแ่เบาข้างหู อาการปวดหัวตึงเปรี๊ยะที่เคยทรมานเขา รวมถึงความเครียดฟุ้งซ่านในสมองค่อยๆ จางหายไปทีละนิด ประสาทััที่เคยตื่นตัวระแวดระวังภัยจากความหลังอันเ็ปค่อยๆ ผ่อนคลายลง ความอบอุ่นและสงบเงียบอย่างที่ไม่เคยััมานานหลายปีแผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมหัวใจของเขา
ลมหายใจของชายหนุ่มค่อยๆ เปลี่ยนเป็สม่ำเสมอและลึกซึ้งขึ้น แรงกอดรัดที่เอวคอดกิ่วปรับลดระดับความเกร็งแน่นลงกลายเป็การโอบกอดที่นุ่มนวลทะนุถนอม ทว่ายังคงหนักแน่นและมั่นคงไม่ยอมปล่อยให้ร่างบอบบางหลุดพ้นไปจากอ้อมอก
มิเกลค่อยๆ ลดระดับหนังสือในมือลงเมื่อสังเกตเห็นว่าเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของคนข้างตัวบ่งบอกว่าเขาได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อยแล้ว
เธอขยับหันใบหน้ากลับไปมองช้าๆ ดวงตากลมโตจ้องมองดวงหน้าหล่อเหลาคมเข้มของคชาในระยะประชิด ยามที่เขาหลับสนิท... ใบหน้าบึ้งตึงดุดันเ็าราวกับปีศาจไร้หัวใจในยามกลางวันพลันแปรเปลี่ยนเป็ความสงบราบคาบ คิ้วเข้มที่เคยขมวดเกร็งคลายตัวออก ริมฝีปากหยักลึกได้รูปสวยเผยอออกน้อยๆ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มของเธออย่างแ่เบาเป็จังหวะสม่ำเสมอ
ชายหนุ่มที่ดูแข็งแกร่ง สง่างาม และน่าเกรงขามล้นฟ้าคนนี้... ในยามหลับใหลกลับดูเปราะบางและมีความ้าการปกป้องดูแลไม่ต่างจากเด็กน้อยคนหนึ่ง
ความอ่อนโยนและกระแสความหวั่นไหวสายหนึ่งแล่นผ่านวาบเข้าสู่หัวใจดวงน้อยของมิเกลอย่างเงียบงัน ความกลัวและความรังเกียจที่เคยมีต่อข้อตกลงนี้แปรเปลี่ยนเป็ความรู้สึกที่ซับซ้อนยากจะอธิบาย
เธอยื่นมือเรียวบางไปแตะและลูบจัดปอยผมสีดำสนิทที่ตกลงมาปรกหน้าผากกว้างของเขาออกอย่างแ่เบาโดยไม่ทำให้เขาตื่น ััอุ่นจากผิวเนื้อของเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวและรู้สึกอบอุ่น คชาพึมพำแ่เบาในลำคอราวกับละเมอพลางกระชับอ้อมแขนรั้งร่างบางเข้าหาอกกว้างให้แน่นขึ้นอีกจนเธอแทบจมหายเข้าไปในแผงอกอุ่นของเขา
มิเกลลอบยิ้มบางเบา ดวงตาสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น เธอเอนศีรษะลงบนหมอนนุ่มนิ่ม ซุกตัวอยู่ภายใต้อ้อมกอดที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดของชายหนุ่มผู้ก้าวเข้ามาเป็เ้าชีวิตชั่วคราวของเธอ ท่ามกลางแสงจันทร์สีเงินนวลตาที่สาดส่องผ่านกระจกบานั์ริมคุ้งน้ำเ้าพระยาอันเงียบสงบ
ค่ำคืนแรกในกรงทองหรูหราแห่งนี้... เริ่มต้นขึ้นด้วยความอ่อนหวานละมุนละไมและการบำบัดหัวใจที่เหนื่อยล้าของคนสองคนอย่างเงียบเชียบ