บทที่ 19 ไม่ให้ขี่ใช่หรือไม่? รอข้าก่อนเถิด!!
“อ๊ากกก!” ชายฟันเหยินเปล่งเสียงร้องด้วยความเ็ป
เยี่ยถวนถวนล้มลงกับพื้นทันที แต่ไม่เป็ไร นางลุกขึ้นมาปัดก้นแล้วะโอยู่กับที่
“ท่านพ่อ ข้าอยู่ตรงนี้ ถวนถวนอยู่ตรงนี้!! ท่านพ่อ!!!!”
เสียงฝีเท้าม้าดังกระหึ่มราวกับแผ่นดินไหว
เป็กองทัพที่เคลื่อนพลในยามค่ำคืนอย่างเป็ระเบียบ
กองทัพทั้งหมดขยายออกเพื่อเปิดทาง ด้านหน้าสุดคือม้าดำตัวใหญ่ของเยี่ยจิ่นหาน
เมื่อกองทัพมาถึง ทหารม้าลงจากหลังม้าพร้อมกัน คุกเข่าข้างเดียวอย่างนอบน้อม “ขอประทานอภัยที่ทำให้ต้องใขอรับ”
กองทัพอันยิ่งใหญ่ทำให้พวกค้ามนุษย์ใจนฉี่ราดกางเกงทันที
โดยเฉพาะชายฟันเหยิน ที่เดิมทียังกุมข้อมือร้องครวญครางอยู่ บัดนี้ได้แต่อ้าปากค้างโดยไม่สามารถเปล่งเสียงใด ๆ ออกมาได้
ทั้งตัวสั่นเทาราวกับลูกนก
แม้เขาจะเป็เพียงสามัญชนผู้ไร้เดียงสา แต่เขาก็รู้ดีว่าในทั่วทั้งต้าฉู่ ผู้ที่มีกองทัพอัศวินเกราะเหล็กเช่นนี้ได้ มีเพียงท่านอ๋องแห่งจวนอ๋องเก้าเท่านั้น นั่นคือเทพสังหาร ท่านอ๋องเก้า
และนังเด็กแคระผู้นี้เรียกท่านอ๋องเก้าว่าท่านพ่อ...
ดังนั้น นังเด็กแคระที่เขาจับตัวมาคือ... บุตรสาวของท่านอ๋องเก้า??
คิดได้ดังนั้น ชายฟันเหยินก็ทรุดตัวลงกับพื้น หวังว่าจะสามารถฝังตัวลงไปในดินได้ทั้งร่าง “ท่าน... ท่านอ๋องเก้า โปรดอภัยให้ข้าน้อยด้วย...ข้าน้อย... ไม่... ไม่ทราบ…”
ยังไม่ทันพูดจบประโยค ไป๋จีก็ยกดาบขึ้นฟันทันที ตัดหัวของชายฟันเหยินขาดกระเด็นไปทันใด
ต่อหน้าท่านอ๋อง ห้ามส่งเสียงดัง แม้แต่พูดติดอ่างก็ไม่ได้
ในขณะนั้น ท่านอ๋องเก้าก็อุ้มเยี่ยถวนถวนขึ้นมาพอดี จึงเอามือปิดตาของนางไว้
เสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยบารมีอันสูงส่ง “เ้าได้รับาเ็หรือไม่?”
เยี่ยถวนถวนกลอกตาไปมา “เจ็บเ้าค่ะ!”
ท่านอ๋องเก้าขมวดคิ้ว จับตัวนางหันมาดู “ตรงไหนที่าเ็?”
หากแม้แต่เส้นผมสักเส้นของนางได้รับาเ็ คืนนี้เขาจะเริ่มล้างบางพวกค้ามนุษย์ทั้งหมด
เยี่ยถวนถวนทำหน้าน้อยใจ “ไม่รู้ละ เหตุใดท่านพ่อถึงมาช้าเช่นนี้ ถวนถวนใจนร้องไห้แล้วนะ”
เยี่ยจิ่นหาน “...”
ไป๋จี “!!!!!”
มิใช่เป็เพราะจวิ้นจู่น้อยแอบหนีออกมาเองหรอกหรือ? เหตุใดตอนนี้กลับกลายเป็ความผิดของท่านอ๋องไปเสียแล้ว...
ถวนชีชี : ตอนนี้เด็กน้อยเก่งขึ้นอีกแล้ว สามารถใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นได้อย่างแเี ตอนนี้อย่างน้อยก็ถึงระดับไร้ยางอายอย่างถึงที่สุดแล้ว
เยี่ยจิ่นหานเห็นนางยังมีอารมณ์มาทำตัวงอแง ก็พอจะรู้ว่าคงไม่ได้รับาเ็อะไร
ทั้งยังปิดปากเขาที่เตรียมจะว่ากล่าวนาง ทำให้ตอนนี้ไม่มีทางที่จะสอบสวนเื่ที่นางแอบออกไปตอนกลางคืนได้เลย
ช่างเถิด กลับไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน
คนของกองทหารม้าได้จัดการกับพวกค้ามนุษย์ที่เหลือเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเด็กน้อยไม่กี่คนในทุ่งหญ้า
ดูเหมือนจะมีอายุราว ๆ เดียวกับจวิ้นจู่น้อย
เยี่ยจิ่นหานมองเด็กหญิงคนนั้นอีกครั้ง “เ้าชื่ออะไร?”
เมื่อครู่ภาพที่เด็กหญิงคนนี้แย่งตัวเยี่ยถวนถวนจากมือพวกค้ามนุษย์ เขาเห็นได้ชัดเจน
“ข้า…เอ่อ ข้าน้อยชื่อ... ชื่อ…” จางเข่อเหรินยังไม่เคยเห็นคนที่ดูน่าเกรงขามเช่นนี้มาก่อน นางจึงพูดจาติดอ่าง
“นางชื่อจางเข่อเหริน นางคือจางเข่อเหรินที่ถวนถวนเคยพูดถึง คนที่ไม่ควรถูกตัดหัว”
โอ้! ที่แท้คนนี้ก็คือเพื่อนคนแรกของเ้าเด็กโง่นั่นเอง
แม้ว่าจางเข่อเหรินจะรู้ว่าตนเองได้รับการอภัยโทษจากจวนอ๋อง แต่เมื่อได้ยินคำพูดของจวิ้นจู่น้อยก็ยังรู้สึกซาบซึ้งใจ พวกนางเพียงแค่เคยกินขนมด้วยกันเท่านั้น แต่จวิ้นจู่น้อยกลับช่วยชีวิตนางไว้
“จางเข่อเหรินขอ...ขอคำนับท่านอ๋องและจวิ้นจู่เ้าค่ะ” นางกล่าวพลางจะคุกเข่าลง
“ลุกขึ้นเถิด ข้ามีเื่จะถามเ้า” ท่านอ๋องทอดสายตามองเด็กหญิงตัวน้อยที่มีแววตามุ่งมั่น แล้วถามว่า “เ้าเต็มใจจะเป็องครักษ์ของจวิ้นจู่น้อยหรือไม่?”
จางเข่อเหรินเงยหน้าขึ้น “องครักษ์… หมายความว่าคอยปกป้องจวิ้นจู่น้อยใช่หรือไม่เ้าคะ” ต่อไปนี้จะได้อยู่กับจวิ้นจู่น้อยทุกวันหรือไม่
ความจริงแล้วนางไม่ใช่หลานสาวแท้ ๆ ของคหบดีจาง แต่เป็เด็กที่คหบดีจางเก็บมาเลี้ยง ปกติแล้วคหบดีจางมักจะทุบตีด่าว่านางอยู่เสมอ
แต่คนที่นางพบเจอและดีต่อนางจริง ๆ มีเพียงเยี่ยถวนถวนเท่านั้น
ดังนั้นแววตาของจางเข่อเหรินจึงเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น
ท่านอ๋องพยักหน้า นึกในใจว่าเด็กคนนี้มีไหวพริบและพร์ไม่เลวทีเดียว
“ข้าน้อยยินดีเ้าค่ะ”
เมื่อตกลงแล้ว ไป๋จีจึงมอบจางเข่อเหรินให้กับองครักษ์เงา
จางเข่อเหรินจึงกลายเป็หนึ่งในสมาชิกของหน่วยฝึกองครักษ์เงานับแต่นั้นเป็ต้นมา
เื่ของจางเข่อเหรินได้จัดการเรียบร้อยแล้ว ส่วนเด็กที่เหลืออีกไม่กี่คน ไป๋จีก็ได้จัดคนพาพวกเขากลับบ้านแล้ว
ท่านอ๋องเก้ามองดูศีรษะหลายหัวที่อยู่บนพื้น “พรุ่งนี้เที่ยงวัน ให้แขวนไว้ที่ประตูเมืองเพื่อเป็การเตือน”
“ขอรับ” กองทหารม้าตอบรับอย่างพร้อมเพรียงกัน
เยี่ยถวนถวน “โอ้โห! ท่านพ่อช่างน่าเกรงขามจริง ๆ”
มุมปากของเยี่ยจิ่นหานยกยิ้มเล็กน้อย ใครบ้างจะไม่ชอบให้เ้าตัวน้อยชื่นชม
ทว่ายังไม่ทันได้เพลิดเพลินกับการปฏิบัติเช่นนี้ ความสนใจของเ้าตัวน้อยโง่เขลาก็ถูกดึงดูดไปยังม้าสีดำตัวสูงนั่นเสียแล้ว
“โอ้โห... ม้าของท่านพ่อช่างงดงามจริง ๆ” สีดำปลอดดูน่าััเหลือเกิน
หากไม่ใช่เพราะส่วนสูงของนางในตอนนี้ยังไม่ถึงขาม้า นางคงจะขึ้นขี่ไปแล้ว
เยี่ยจิ่นหานไม่อาจหึงหวงกับม้าตัวหนึ่งได้ จึงก้มหน้าถามนาง “เ้าอยากขี่ม้าหรือ?”
เยี่ยถวนถวนพยักหน้ารัว ๆ อยากสิ! นางอยากขี่ม้าตัวนี้
“ไม่ได้”
จวิ้นจู่น้อยขมวดคิ้ว “ทำไมล่ะเ้าคะ? ถวนถวนแค่อยากลองขี่ดูสักครั้งเอง ถวนถวนอยากสง่างามเหมือนท่านพ่อนี่นา”
เยี่ยจิ่นหานยื่นมือไปอุ้มนางขึ้น “บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้”
ด้วยร่างกายเล็ก ๆ ของนาง หากม้าเพียงแค่สะบัดเท้าสักทีก็อาจถีบนางตายได้
ไป๋จียืนฟังการสนทนาระหว่างบิดาและบุตรสาวคู่นี้อยู่ข้าง ๆ ฟังจนแทบจะกระวนกระวายตายอยู่แล้ว
ท่านอ๋อง ท่านอ๋อง อย่าเพิ่งปฏิเสธสิ ท่านต้องอธิบายให้จวิ้นจู่ฟังก่อนสิ ถ้าไม่รีบอธิบาย จวิ้นจู่น้อยต้องร้องไห้แน่ ๆ...
“ไม่ได้นะ จวิ้นจู่น้อย ท่านเข้าไปใกล้ไม่ได้” ไป๋จีรีบวิ่งเข้าไปอุ้มจวิ้นจู่น้อยออกมา
เยี่ยถวนถวนเพิ่งจะเข้าใกล้ม้า ม้าก็ส่งเสียงร้องยาวทันที ยกขาหน้าสองข้างขึ้น แสดงท่าทีต่อต้านการเข้าใกล้ของเยี่ยถวนถวนอย่างชัดเจน
กีบม้าที่แข็งราวกับเหล็กนั้น หากเพียงแค่กระทบจวิ้นจู่น้อยเบา ๆ เด็กน้อยน่ารักน่าเอ็นดูผู้นี้ก็คงจะถูกถลกหนังเนื้อแตกกระดูกหักแน่นอน
โชคดีที่ไป๋จีอุ้มคนออกมาได้ทันเวลา
จากนั้นไป๋จีจึงพยายามอธิบายอย่างใจเย็น “ทิงเฟิงเป็ม้าพันลี้ที่มีค่ายิ่งกว่าม้าตัวไหน ๆ มันจงรักภักดีต่อเ้านายเพียงผู้เดียว นอกจากท่านอ๋องแล้ว มันจะไม่ยอมให้ใครขี่”
อย่าพูดถึงเด็กน้อยที่ตัวเตี้ยกว่าขาของมันเลย
ไป๋จีพูดไปพลางลอบมองสีหน้าของจวิ้นจู่น้อยไปพลาง กลัวว่าจะพูดแรงเกินไปจนทำให้จวิ้นจู่น้อยร้องไห้
ทว่าจวิ้นจู่น้อยไม่ได้ร้องไห้ กลับทำปากยื่นใส่ทิงเฟิงอีกด้วย
ไม่ให้ขี่ใช่หรือไม่? รอข้าก่อนเถิด!!
หลังจากแสดงอาการขุ่นเคืองแล้ว นางก็วิ่งไปหาท่านพ่ออย่างว่าง่าย “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ถวนถวนจะไม่ขี่มันก็แล้วกัน”
กองทหารม้า : โอ้... จวิ้นจู่น้อยช่างรู้ความและว่านอนสอนง่ายจริง ๆ น่ารักเหลือเกิน
กองทหารม้าได้พบกับจวิ้นจู่น้อยเป็ครั้งแรก จึงไม่แปลกที่จะสรุปเช่นนี้
หากผู้คนจากองครักษ์เงาอยู่ที่นี่ พวกเขาคงจะมองออกว่าจวิ้นจู่ปีศาจน้อยผู้นี้กำลังคิดแผนร้ายอะไรบางอย่าง เพื่อจะแกล้งม้าของท่านอ๋องอย่างแน่นอน
จวิ้นจู่น้อยเป็คนที่แม้แต่มดในจวนอ๋องยังต้องเลี่ยงทางเดินเมื่อเห็นนาง
เยี่ยถวนถวนขึ้นขี่ม้าตัวเล็ก แล้วถามบิดาที่อยู่ข้างหน้า “ท่านพ่อ พวกเรากำลังจะไปที่ใดหรือเ้าคะ?”
เพราะเมื่อครู่ ถวนชีชีบอกว่าเส้นทางนี้ไม่ใช่ทางกลับโรงเตี๊ยม นางจึงอยากถามให้แน่ใจ
“ไปเขาิซาน”
เยี่ยถวนถวนเอียงศีรษะ ไม่เข้าใจนัก พี่ชายและลุงทั้งหลายขององครักษ์เงาไม่ได้ไปปราบโจรูเาแล้วหรือ? เหตุใดบิดาจึงต้องไปด้วยตนเอง
ไป๋จีจึงอธิบายให้จวิ้นจู่น้อยฟังอย่างเอาใจใส่ “ท่านอ๋องไปพบหัวหน้าโจรูเา และสิ่งสำคัญกว่านั้นคือไปช่วยเอ้อร์ซื่อจื่อขอรับ”
“เอ้อร์ซื่อจื่อ? เป็ท่านพี่รองของข้าใช่หรือไม่?”
“ท่านพ่อ ท่านพี่รองของข้ารูปงามหรือไม่? หล่อกว่าท่านพ่อหรือไม่?”
ท่านอ๋องที่ขี่ม้านำหน้าอยู่ชักบังเหียนม้าทันที
ถ้าเช่นนั้น อย่าไปช่วยเลยดีกว่า…