ดอกไม้ป่า

    บทที่ 5

            “ทำไมคุยกันนานจังวะ” สองหนุ่มเสวนากันระหว่างที่นั่งรอเขี่ยไฟเล่น ปล่อยให้สาวๆ ตระเตรียมสัมภาระอยู่ภายในเต็นท์

            “นี่ขนาดเป็๞คนลูกนะทั้งที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนยังถูกชะตากันขนาดนี้ ถ้าเป็๞คนพ่อมิต้องคุยกันยันรุ่งสางเลยรึ” สงกรานต์บ่น

            “ถ้าเป็๲ฉันก็คงต้องทำอย่างนั้น ฟางเส้นสุดท้ายแล้วนี่”

            “แกหมายความว่ายังไง อานนท์”

            “อรสาบอกฉันว่าพรานมิ่งมียาดีที่จะรักษาคุณพ่อบุญชูได้”

            “ข้อนั้นผกาก็บอกฉันแบบนั้นเหมือนกัน ว่าแต่ไอ้พวกยาผีบอกพวกนี้มันจักใช้ได้ผลจริงรึวะไอ้นนท์”

            “มิใช่ยาผีบอก ยาสมุนไพรป่าตะหาก ... ยาหมอเทวดา ...” อานนท์ยิ้มที่มุมปาก เขาค่อนข้างเชื่อถือเ๱ื่๵๹พวกนี้ไม่น้อย

            “มันก็มิต่างกันดอกน่า พวกรากไม้ใบหญ้าจักไปสู้ยาฝาหรั่งได้อย่างไร”

            “แกก็เห็นแล้วมิใช่รึ ว่าคนรวยระดับคุณลุงมีเงินรักษาตัวกับโรงหมอฝาหรั่งดัง ๆ มาเท่าใดแล้ว หากได้ผลคงมิต้องดั้นด้นมาถึงที่นี่ดอก”

            “แต่ก็แปลกนะ ขนาดว่าแก่ขนาดนี้แถมยังเจ็บป่วยแต่ไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน เดินป่าคล่องแคล่วแรงดียิ่งกว่าพวกเราเสียอีก”

            “ข้อนี้ฉันก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ไปได้ยาดีฮึดสุดท้ายมาจากไหน” ทั้งที่อานนท์ก็พอรู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ยังถนอมความอวดรู้มิอยากเปิดเผยกระไรให้เสียความมาก

            “ความกลัวตายไม่มีทางเลือกแล้วกระมัง”

            “ปากดีเหมือนกันนะไอ้นนท์ นั่นมันว่าที่พ่อตาแกเลยนะ” แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะร่วน

            “เออไอ้นนท์ ที่เราผ่านมาไม่ไกลจากที่นี่มีลำธารอยู่แกจำได้ไหม”

            “จำได้สิทำไม อยากจักเอาน้ำล้างความโสโครกให้กับตัวเองรึ”

            “แหมก็เดินทางเหนื่อยมาทั้งวัน ได้อาบน้ำเย็นๆให้ชุ่มฉ่ำปอดคงดีไม่น้อย อีกอย่างหนึ่งคืนนี้กันคิดว่าจักมุดเต็นท์แม่ผกาสักหน่อย ทำตัวให้หอม ๆ หน่อยก็คงดีกว่า ครานี้คงไม่มีไอ้ดำมาขัดจังหวะเหมือนคราวที่แล้วอีก คิดแล้วเจ็บใจฉิบหาย”

            “เออน่า ก็เอ็งไม่รู้จักจังหวะเองนี่หวะ มีอย่างที่ไหนก็รู้ว่าไอ้ดำมันเป็๲ยามเฝ้านายหญิงอาบน้ำ แต่เอ็งก็ดันจะไปปล้ำแม่ผกา ทั้งที่ยังไม่ได้ขึ้นครูกันมาก่อนแม่ผกาถึงได้ร้องลั่นป่าปานนั้น”

            “ก็เแหม ยัยผกาก็อาบน้ำยั่วฉันขนาดนั้น ก็คิดว่าจะเล่นด้วย ฉันก็พอรู้ดอกว่าไอ้ดำมันก็อยู่ตรงนั้นกะจะข่มขวัญมันสักหน่อยที่บังอาจจะหมายมองดอกฟ้า นี่ฉันชักจะสงสัยเสียแล้ว ว่าไอ้ที่ยั่วๆ นั่นน่ะทำให้ใคร” แล้วก็ตบเข่าฉาด

            “คิดแล้วเจ็บใจไม่หาย คืนนี้พ่อจะปล้ำให้อยู่หมัดเลย”

            “แล้วคิดรึว่าแม่ผกากรองจักไม่ร้องลั่นจนเต็นท์กระเจิงอีก”

            “ไม่ดอกเพื่อน ดูแล้วแม่ผกาก็มิใช่จักเล่นยากดอก คราวที่แล้วเพราะรู้ตัวว่าไอ้ดำมันเป็๲ยามเฝ้าแอบอยู่ ก็เลยเล่นตัวเอาเชิง คืนนี้สงัดนักพ่อจะจัดให้เต็มคราบเลย”

            “เอาๆ จะเอากระไรก็เอา แต่อย่าให้เสียมาถึงฉันละไอ้สง”

            “ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถิด อาบน้ำให้สะอาด ๆ สาว ๆ จักได้ปลื้ม แกก็เหมือนกันอานนท์ แม่อรสาคงมิชอบผู้ชายเหม็นเปรี้ยวดอก”

            “เฮ้ย ฉันไม่มีกลิ่นเหม็น ใช้น้ำหอมอย่างดีจากเมืองฝาหรั่งเศสเชียวนา”

            “รึจะไม่ไป ฉันจักได้ไปคนเดียว”

            “กล้ารึ ค่ำ ๆ อย่างนี้แกมิกลัวแม่เสือสมิงสาวหลอกคาบเอาไปกินดอกรึ”

            “ไอ้นนท์ไอ้เพื่อนฉิบหาย จากไม่คิดก็เริ่มคิดเลยเนี่ย ไปเป็๲เพื่อนด้วยกันเลย”

            

            …….. …….. …….. & …….. …….. ……..   

            

            “บอกตามตรงนะวิรุณ ฉันร้อนใจนักที่จักรอพูดคุยกับพ่อของเธอ”

            “พ่อเป็๞พรานป่าที่มีวิชาความรู้เ๹ื่๪๫สมุนไพรก็จริง แต่ก็มิใช่หมอเทวดา มิได้บั่นทอนความพยายามของน้าบุญชู แต่พ่อก็มิใช่มีชื่อด้านรักษาคน มีเพียงความรู้เ๹ื่๪๫สมุนไพรป่าเป็๞ยาสามัญประจำตัวเหมือนดังพรานอื่นๆ ทั่วไป โรคที่น้าเผชิญมันคือโรคชราที่มาพร้อมกับประสบการณ์วัย” คำวินิจฉัยของพรานหนุ่มราวกับว่าเป็๞หมอบ้านป่าเช่นเดียวกัน ยิ่งย้ำให้พ่อเลี้ยงบุญชูมั่นใจว่าลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น เลาทีพรานหนุ่มรุ่นลูกผู้นี้จักได้พ่อมาไม่น้อย

            “เธอพูดทั้งน้ำเสียงและสำเนียงมิต่างจากพ่อเลยนะวิรุณ หึหึ ข้อนี้ฉันรู้ดีแต่เชื่อเถิดว่าฉันรู้ดีกว่าเธอเป็๲แน่ เพราะฉันคือเกลอเก่าของพ่อเธอ รู้ทุกเ๱ื่๵๹ของพรานมิ่งยิ่งกว่าตัวมันเสียอีก”

            “ถ้าคุณน้าพูดขนาดนี้ ผมคงไม่มีกระไรจะเถียง”

            “ที่เธอพูดอย่างแล้งน้ำใจเช่นนี้ เพราะ๻้๵๹๠า๱ให้ฉันกลับไปเช่นนั้นสินะ”

            “ขออภัยที่ผมหยาบคาย แต่พ่อของผม หรือแม้แต่ผมก็ไม่อาจช่วยน้าได้จริง ๆ ครับเกรงว่าน้าจะเสียเวลาเปล่า”

            “ให้ฉันได้พบพ่อเธอก่อนเถิดวิรุณ แล้วให้ฉันได้ยินจากปากเขา ถึงตายฉันก็จักได้ตายตาหลับ”

            “น้านี่ดื้อเหมือนแต่ก่อนไม่มีผิดเลย”

            “เธอพูดเหมือนว่ารู้ ว่าแต่ก่อนฉันเป็๲คนอย่างไร”

            “อย่างที่บอกว่าพ่อผมเคยเล่าให้ฟัง และในชีวิตของพ่อก็มีเพื่อนไม่มากนัก”

            “อย่างน้อยฉันก็ดีใจ ที่เ๱ื่๵๹ราวของฉันยังได้สืบเล่าต่อถึงรุ่นลูก อย่างน้อยไอ้มิ่งก็ยังไม่ลืมฉัน”

            “พ่อคงไม่ลืมชายคนที่เคยช่วยชีวิตพ่อจากไอ้ตาเดียวได้ดอก” หากจักเล่าย้อนไปสักเล็กน้อย ไอ้ตาเดียวคือเสือสมิงตัวใหญ่เท่าวัว ผู้คนเมื่อสามสิบปีก่อนต่างก็กล่าวขวัญกันว่ามันเป็๞เสือผีป่าคุ้มฆ่าไม่ตาย หรือมันอาจจักตายไปแล้วถูกผีป่าเข้าสิงก็เป็๞เ๹ื่๪๫เล่าที่ยังเป็๞ตำนาน แต่คนรุ่นหลังคงมิเคยได้ยินชื่อนี้เป็๞แน่

            “ห้า! พรานมิ่งนะรึ เคยพลาดท่ามาก่อน ... ตาลุง เอ๊ย! นายท่านผู้นี้นะรึเคยช่วยเอาไว้” ไอ้ดำลนลานตื่นเต้น มิบ่อยนักที่นายพรานอันดับหนึ่งจักมี๰่๥๹เวลาที่เพลี่ยงพล้ำ หรือเท่ากับว่าในโลกนี้จักมีคนที่เก่งฉกาจไพรยิ่งกว่าตำนานอย่างพรานมิ่งอีกหรือ

            “เมื่อก่อนฉันก็มิได้แก่หงำเงือกเช่นนี้ดอกนะนายดำ ฉันคงมิได้บอกกระมังว่าสมัยหนุ่มๆ ฉันก็เคยเป็๞พรานป่ากับเขาเหมือนกัน”

            

            ข้อปิดซ่อนนี้แม้แต่บุตรสาวคงมิรู้กระมัง ว่าเมื่อสามสิบปีก่อนชื่อพรานบุญชู คือตำนานทำเนียบนายพรานอันดับต้นของป่าพญาดงดิบ 

            

            ป่าต้องห้ามที่มิเคยมีนายพรานหน้าไหนจักกล้าเข้าไปกล้ำกราย พรานผู้นี้คือหนึ่งในไม่กี่คนที่พิชิตมาแล้ว