“ทำไมคุยกันนานจังวะ” สองหนุ่มเสวนากันระหว่างที่นั่งรอเขี่ยไฟเล่น ปล่อยให้สาวๆ ตระเตรียมสัมภาระอยู่ภายในเต็นท์
“นี่ขนาดเป็คนลูกนะทั้งที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนยังถูกชะตากันขนาดนี้ ถ้าเป็คนพ่อมิต้องคุยกันยันรุ่งสางเลยรึ” สงกรานต์บ่น
“ถ้าเป็ฉันก็คงต้องทำอย่างนั้น ฟางเส้นสุดท้ายแล้วนี่”
“แกหมายความว่ายังไง อานนท์”
“อรสาบอกฉันว่าพรานมิ่งมียาดีที่จะรักษาคุณพ่อบุญชูได้”
“ข้อนั้นผกาก็บอกฉันแบบนั้นเหมือนกัน ว่าแต่ไอ้พวกยาผีบอกพวกนี้มันจักใช้ได้ผลจริงรึวะไอ้นนท์”
“มิใช่ยาผีบอก ยาสมุนไพรป่าตะหาก ... ยาหมอเทวดา ...” อานนท์ยิ้มที่มุมปาก เขาค่อนข้างเชื่อถือเื่พวกนี้ไม่น้อย
“มันก็มิต่างกันดอกน่า พวกรากไม้ใบหญ้าจักไปสู้ยาฝาหรั่งได้อย่างไร”
“แกก็เห็นแล้วมิใช่รึ ว่าคนรวยระดับคุณลุงมีเงินรักษาตัวกับโรงหมอฝาหรั่งดัง ๆ มาเท่าใดแล้ว หากได้ผลคงมิต้องดั้นด้นมาถึงที่นี่ดอก”
“แต่ก็แปลกนะ ขนาดว่าแก่ขนาดนี้แถมยังเจ็บป่วยแต่ไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน เดินป่าคล่องแคล่วแรงดียิ่งกว่าพวกเราเสียอีก”
“ข้อนี้ฉันก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ไปได้ยาดีฮึดสุดท้ายมาจากไหน” ทั้งที่อานนท์ก็พอรู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ยังถนอมความอวดรู้มิอยากเปิดเผยกระไรให้เสียความมาก
“ความกลัวตายไม่มีทางเลือกแล้วกระมัง”
“ปากดีเหมือนกันนะไอ้นนท์ นั่นมันว่าที่พ่อตาแกเลยนะ” แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะร่วน
“เออไอ้นนท์ ที่เราผ่านมาไม่ไกลจากที่นี่มีลำธารอยู่แกจำได้ไหม”
“จำได้สิทำไม อยากจักเอาน้ำล้างความโสโครกให้กับตัวเองรึ”
“แหมก็เดินทางเหนื่อยมาทั้งวัน ได้อาบน้ำเย็นๆให้ชุ่มฉ่ำปอดคงดีไม่น้อย อีกอย่างหนึ่งคืนนี้กันคิดว่าจักมุดเต็นท์แม่ผกาสักหน่อย ทำตัวให้หอม ๆ หน่อยก็คงดีกว่า ครานี้คงไม่มีไอ้ดำมาขัดจังหวะเหมือนคราวที่แล้วอีก คิดแล้วเจ็บใจฉิบหาย”
“เออน่า ก็เอ็งไม่รู้จักจังหวะเองนี่หวะ มีอย่างที่ไหนก็รู้ว่าไอ้ดำมันเป็ยามเฝ้านายหญิงอาบน้ำ แต่เอ็งก็ดันจะไปปล้ำแม่ผกา ทั้งที่ยังไม่ได้ขึ้นครูกันมาก่อนแม่ผกาถึงได้ร้องลั่นป่าปานนั้น”
“ก็เแหม ยัยผกาก็อาบน้ำยั่วฉันขนาดนั้น ก็คิดว่าจะเล่นด้วย ฉันก็พอรู้ดอกว่าไอ้ดำมันก็อยู่ตรงนั้นกะจะข่มขวัญมันสักหน่อยที่บังอาจจะหมายมองดอกฟ้า นี่ฉันชักจะสงสัยเสียแล้ว ว่าไอ้ที่ยั่วๆ นั่นน่ะทำให้ใคร” แล้วก็ตบเข่าฉาด
“คิดแล้วเจ็บใจไม่หาย คืนนี้พ่อจะปล้ำให้อยู่หมัดเลย”
“แล้วคิดรึว่าแม่ผกากรองจักไม่ร้องลั่นจนเต็นท์กระเจิงอีก”
“ไม่ดอกเพื่อน ดูแล้วแม่ผกาก็มิใช่จักเล่นยากดอก คราวที่แล้วเพราะรู้ตัวว่าไอ้ดำมันเป็ยามเฝ้าแอบอยู่ ก็เลยเล่นตัวเอาเชิง คืนนี้สงัดนักพ่อจะจัดให้เต็มคราบเลย”
“เอาๆ จะเอากระไรก็เอา แต่อย่าให้เสียมาถึงฉันละไอ้สง”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถิด อาบน้ำให้สะอาด ๆ สาว ๆ จักได้ปลื้ม แกก็เหมือนกันอานนท์ แม่อรสาคงมิชอบผู้ชายเหม็นเปรี้ยวดอก”
“เฮ้ย ฉันไม่มีกลิ่นเหม็น ใช้น้ำหอมอย่างดีจากเมืองฝาหรั่งเศสเชียวนา”
“รึจะไม่ไป ฉันจักได้ไปคนเดียว”
“กล้ารึ ค่ำ ๆ อย่างนี้แกมิกลัวแม่เสือสมิงสาวหลอกคาบเอาไปกินดอกรึ”
“ไอ้นนท์ไอ้เพื่อนฉิบหาย จากไม่คิดก็เริ่มคิดเลยเนี่ย ไปเป็เพื่อนด้วยกันเลย”
…….. …….. …….. & …….. …….. ……..
“บอกตามตรงนะวิรุณ ฉันร้อนใจนักที่จักรอพูดคุยกับพ่อของเธอ”
“พ่อเป็พรานป่าที่มีวิชาความรู้เื่สมุนไพรก็จริง แต่ก็มิใช่หมอเทวดา มิได้บั่นทอนความพยายามของน้าบุญชู แต่พ่อก็มิใช่มีชื่อด้านรักษาคน มีเพียงความรู้เื่สมุนไพรป่าเป็ยาสามัญประจำตัวเหมือนดังพรานอื่นๆ ทั่วไป โรคที่น้าเผชิญมันคือโรคชราที่มาพร้อมกับประสบการณ์วัย” คำวินิจฉัยของพรานหนุ่มราวกับว่าเป็หมอบ้านป่าเช่นเดียวกัน ยิ่งย้ำให้พ่อเลี้ยงบุญชูมั่นใจว่าลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น เลาทีพรานหนุ่มรุ่นลูกผู้นี้จักได้พ่อมาไม่น้อย
“เธอพูดทั้งน้ำเสียงและสำเนียงมิต่างจากพ่อเลยนะวิรุณ หึหึ ข้อนี้ฉันรู้ดีแต่เชื่อเถิดว่าฉันรู้ดีกว่าเธอเป็แน่ เพราะฉันคือเกลอเก่าของพ่อเธอ รู้ทุกเื่ของพรานมิ่งยิ่งกว่าตัวมันเสียอีก”
“ถ้าคุณน้าพูดขนาดนี้ ผมคงไม่มีกระไรจะเถียง”
“ที่เธอพูดอย่างแล้งน้ำใจเช่นนี้ เพราะ้าให้ฉันกลับไปเช่นนั้นสินะ”
“ขออภัยที่ผมหยาบคาย แต่พ่อของผม หรือแม้แต่ผมก็ไม่อาจช่วยน้าได้จริง ๆ ครับเกรงว่าน้าจะเสียเวลาเปล่า”
“ให้ฉันได้พบพ่อเธอก่อนเถิดวิรุณ แล้วให้ฉันได้ยินจากปากเขา ถึงตายฉันก็จักได้ตายตาหลับ”
“น้านี่ดื้อเหมือนแต่ก่อนไม่มีผิดเลย”
“เธอพูดเหมือนว่ารู้ ว่าแต่ก่อนฉันเป็คนอย่างไร”
“อย่างที่บอกว่าพ่อผมเคยเล่าให้ฟัง และในชีวิตของพ่อก็มีเพื่อนไม่มากนัก”
“อย่างน้อยฉันก็ดีใจ ที่เื่ราวของฉันยังได้สืบเล่าต่อถึงรุ่นลูก อย่างน้อยไอ้มิ่งก็ยังไม่ลืมฉัน”
“พ่อคงไม่ลืมชายคนที่เคยช่วยชีวิตพ่อจากไอ้ตาเดียวได้ดอก” หากจักเล่าย้อนไปสักเล็กน้อย ไอ้ตาเดียวคือเสือสมิงตัวใหญ่เท่าวัว ผู้คนเมื่อสามสิบปีก่อนต่างก็กล่าวขวัญกันว่ามันเป็เสือผีป่าคุ้มฆ่าไม่ตาย หรือมันอาจจักตายไปแล้วถูกผีป่าเข้าสิงก็เป็เื่เล่าที่ยังเป็ตำนาน แต่คนรุ่นหลังคงมิเคยได้ยินชื่อนี้เป็แน่
“ห้า! พรานมิ่งนะรึ เคยพลาดท่ามาก่อน ... ตาลุง เอ๊ย! นายท่านผู้นี้นะรึเคยช่วยเอาไว้” ไอ้ดำลนลานตื่นเต้น มิบ่อยนักที่นายพรานอันดับหนึ่งจักมี่เวลาที่เพลี่ยงพล้ำ หรือเท่ากับว่าในโลกนี้จักมีคนที่เก่งฉกาจไพรยิ่งกว่าตำนานอย่างพรานมิ่งอีกหรือ
“เมื่อก่อนฉันก็มิได้แก่หงำเงือกเช่นนี้ดอกนะนายดำ ฉันคงมิได้บอกกระมังว่าสมัยหนุ่มๆ ฉันก็เคยเป็พรานป่ากับเขาเหมือนกัน”
ข้อปิดซ่อนนี้แม้แต่บุตรสาวคงมิรู้กระมัง ว่าเมื่อสามสิบปีก่อนชื่อพรานบุญชู คือตำนานทำเนียบนายพรานอันดับต้นของป่าพญาดงดิบ
ป่าต้องห้ามที่มิเคยมีนายพรานหน้าไหนจักกล้าเข้าไปกล้ำกราย พรานผู้นี้คือหนึ่งในไม่กี่คนที่พิชิตมาแล้ว