ลงให้อ่านทุกวัน วันละ 4 บท เวลา 20:00 น. [ส่วน E-BOOK มาวันที่ 21/04/68 ราคาเบา ๆ เพียง 149฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 15
เสียงกล้องคลิกเบา ๆ ดังขึ้นเป็จังหวะ ฉันถือกล้องถ่ายภาพมุมต่าง ๆ ของร้านตามแผนที่วางไว้สำหรับสารคดีของกลุ่ม วันนี้เป็วันแรกของการถ่ายทำจริง และทุกอย่างต้องออกมาดีที่สุด
พลอยกับเมฆที่พึ่งมาถึงช่วยกันตั้งอุปกรณ์ถ่ายทำที่มุมหนึ่งของร้าน ขณะที่ฉันกำลังปรับโฟกัสกล้องให้เหมาะกับแสงที่ตกกระทบลงมาจากหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทุกอย่างดูเรียบร้อยดี แต่ฉันกลับรู้สึกถึงบางอย่างที่ทำให้ตัวเองไม่เป็ตัวของตัวเอง...
และแน่นอนว่าฉันรู้ดีว่าเป็เพราะใคร
“เสร็จรึยัง?” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างหูโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
ฉันสะดุ้ง มือเกือบทำกล้องหลุดจากมือ รีบหันไปมองต้นเสียงก่อนจะพบกับพี่ลาสเตอร์ที่ยืนอยู่ใกล้กว่าที่ควร ดวงตาคมกริบของเขามองตรงมาที่ฉัน แววตาเหมือนกับรู้ทันทุกอย่าง
“พะ...พี่มาอยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่คะ?” ฉันถามพลางถอยหลังออกมาเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่าง
“ก็ั้แ่เมื่อกี้” เขาตอบเรียบ ๆ “เธอมัวแต่ตั้งใจถ่ายภาพจนไม่ได้สังเกต”
ฉันเม้มริมฝีปากแน่น พยายามบังคับตัวเองให้เป็ปกติ “ก็หนูกำลังทำงานอยู่ค่ะ”
“งั้นก็อย่าพลาด” เขาพูดช้า ๆ ก่อนจะโน้มตัวลงเล็กน้อย “เพราะถ้าเธอพลาด...ผมจะเป็คนตัดสินใจแทนเอง”
หัวใจฉันกระตุกวูบกับคำพูดที่เหมือนเป็ทั้งคำเตือนและคำขู่ไปพร้อมกัน ฉันกลืนน้ำลายลงคอ พยายามบังคับตัวเองไม่ให้หลบสายตาของเขา
“หนูจะทำให้ดีที่สุดค่ะ” พี่ลาสเตอร์ไม่พูดอะไรต่อ แค่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเดินผ่านฉันไปแล้วหย่อนตัวลงนั่งที่โต๊ะของตัวเอง ราวกับแค่้ามาบอกให้รู้ว่าเขายังคงจับตาดูอยู่เท่านั้น
ระหว่างถ่ายทำ
ฉันนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพี่ลาสเตอร์ กล้องบันทึกภาพถูกตั้งไว้ในองศาที่เหมาะสม แสงในร้านช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูอบอุ่นและเป็ธรรมชาติ
“พร้อมนะคะ?” ฉันถามเบา ๆ พลางมองไปยังจอภาพที่แสดงเฟรมของกล้อง
เขาพยักหน้า ก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ “เริ่มเลย”
ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเริ่มถามคำถาม “BLACKWOOD CAFÉ & GALLERY ไม่ใช่แค่คาเฟ่ธรรมดา แต่ยังเป็แกลลอรี่ศิลปะด้วย พี่ลาสเตอร์มีแิยังไงกับร้านนี้คะ?”
“ผมมองว่าศิลปะเป็สิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าที่คิด” เขาตอบเสียงเรียบ “บางคนอาจคิดว่ามันเป็เื่ของคนที่เข้าใจศิลปะเท่านั้น แต่สำหรับผม มันคือสิ่งที่ทุกคนสามารถััได้ ไม่ว่าจะเป็งานภาพเขียน ดนตรี หรือแม้แต่รสชาติของกาแฟ”
ฉันพยักหน้า ขณะที่พลอยกับเมฆจดบันทึกและคอยดูแลมุมกล้อง
“งั้นพี่คิดว่า...กาแฟกับศิลปะมีอะไรที่เหมือนกันบ้างคะ?”
เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบ “ทั้งสองอย่างต้องใช้ความตั้งใจและความใส่ใจ”
“แล้วพี่ลาสเตอร์ใส่ใจอะไรมากที่สุดคะ?” ฉันเผลอถามไปโดยไม่ได้คิดมาก่อน แต่จังหวะที่ถามออกไปแล้วก็รู้สึกเหมือนตัวเองก้าวเข้าไปในอะไรบางอย่างที่อันตราย
เขามองฉันนิ่ง ๆ ก่อนจะตอบช้า ๆ
“คนที่อยู่ตรงหน้า” ฉันชะงัก หัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นมาโดยอัตโนมัติ แวบหนึ่งฉันรู้สึกเหมือนเขาไม่ได้หมายถึงคำตอบเชิงธุรกิจ แต่บางที...อาจเป็แค่ฉันที่คิดไปเอง
ฉันพยายามควบคุมตัวเองแล้วเปลี่ยนคำถามต่อไป แต่ฉันรู้สึกได้ว่าพลอยกำลังส่งสายตาแปลก ๆ มาให้ ราวกับเธอจับสังเกตอะไรบางอย่างได้
หลังการถ่ายทำ
ฉันเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋า ขณะที่พลอยกับเมฆช่วยกันจัดของ ฉันกำลังจะเดินออกจากร้านไปพร้อมกับเพื่อน ๆ แต่ก่อนที่ฉันจะก้าวพ้นประตู เสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“เดี๋ยว” ฉันหยุดเดิน หันกลับไปมองพี่ลาสเตอร์ที่ยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม
“เธอยังไม่ได้ตอบคำถามของผม”
ฉันขมวดคิ้ว “คำถามอะไรคะ?”
เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ก่อนจะพูดต่อ “ผมใส่ใจอะไรมากที่สุด...แล้วเธอล่ะ?”
ฉันอ้าปากจะตอบ แต่กลับรู้สึกเหมือนลิ้นตัวเองพันกันไปหมด
‘ฉันใส่ใจอะไรมากที่สุด?’
ก่อนหน้านี้คำตอบของฉันอาจจะเป็แผนการหรือเป้าหมายแต่ในตอนนี้...ฉันไม่แน่ใจอีกแล้ว
“หนู...” ฉันลังเล ก่อนจะตัดสินใจตอบกลับไปแบบปลอดภัยที่สุด “หนูใส่ใจงานของตัวเองค่ะ”
เขามองฉันนิ่ง ๆ ก่อนจะยิ้มออกมา “ดี”
ฉันไม่แน่ใจว่าคำพูดของเขาหมายถึงอะไร แต่ฉันรู้สึกได้ว่าเขากำลังทิ้งอะไรบางอย่างไว้ให้ฉันคิดต่อ
และมันคงจะติดอยู่ในหัวฉันไปอีกนาน
ฝั่งของลาสเตอร์
VELLUM RESIDENCE
กลางดึก
ลาสเตอร์นั่งอยู่ในห้องทำงาน มือหมุนแก้วไวน์ไปมาอย่างใช้ความคิด โทรศัพท์ของเขายังเปิดอยู่ หน้าจอแสดงแชตล่าสุดกับเธอ
[นิว Send...]
✉ : ขอบคุณพี่ลาสเตอร์อีกครั้งนะคะสำหรับวันนี้
เขามองข้อความนั้น ก่อนจะวางแก้วไวน์ลงแล้วพิมพ์ตอบกลับไป
[ลาสเตอร์ Send...]
✉ : ไม่เป็ไร แค่เธอทำออกมาให้ดีก็พอ
เธออ่านแล้ว แต่ไม่มีการตอบกลับมาในทันที
เขาเอนตัวพิงเก้าอี้ ดวงตาหลุบลงเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ
เขารู้ว่าเธอยังลังเล แต่เขาก็รู้ด้วยว่าเธอกำลังค่อย ๆ ถูกดึงเข้ามาในเกมของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
เขาแค่ต้องรอดูว่า...เธอจะไปได้ไกลแค่ไหนก่อนจะถอยออกไป
หรือไม่แน่ว่า...เธออาจจะถอยไม่ได้อีกแล้วก็ได้
เช้าวันถัดมา
BLACKWOOD CAFÉ & GALLERY
ฉันเดินเข้ามาในร้านกาแฟพร้อมกับสมุดโน้ตในมือ วันนี้เป็วันที่ต้องเริ่มตัดต่อวิดีโอและร่างบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมจากข้อมูลที่ได้เมื่อวาน ตอนแรกฉันตั้งใจจะนั่งทำงานเงียบ ๆ คนเดียว แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงเลือกที่จะกลับมาที่นี่อีก
หรืออาจจะเป็เพราะฉันรู้ดีว่าเขาจะอยู่ที่นี่
“วันนี้มาทำอะไร?” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากโต๊ะที่อยู่ใกล้เคาน์เตอร์ พอเงยหน้าขึ้น ฉันก็เห็นพี่ลาสเตอร์นั่งอยู่ที่เดิม ดวงตาคมมองตรงมาที่ฉันราวกับรู้คำตอบอยู่แล้ว
“หนูมานั่งทำงานค่ะ” ฉันตอบเรียบ ๆ ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะมุมเดิมของตัวเอง
ฉันพยายามโฟกัสไปที่งาน แต่ก็รู้สึกได้ถึงสายตาของเขาที่เหมือนจับจ้องอยู่ตลอดเวลา ราวกับกำลังเฝ้าดูว่าฉันจะทำอะไรต่อไป
ไม่นานนัก พนักงานก็ยกกาแฟมาวางลงบนโต๊ะ แต่คือฉันไม่ได้เป็คนสั่งไง
“เอ่อ...หนูยังไม่ได้สั่งนะคะ”
“คุณลาสเตอร์ให้เสิร์ฟค่ะ” ฉันชะงัก ก่อนจะเงยหน้ามองเขาที่นั่งอยู่ไม่ไกล รอยยิ้มบางของเขาทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังเล่นอะไรบางอย่างอยู่
“ขอบคุณค่ะ” ฉันพูดก่อนจะหันกลับมาสนใจสมุดโน้ตของตัวเองอีกครั้ง
แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ฉันก็ไม่สามารถทำให้ตัวเองเลิกสนใจเขาได้เลย
่สาย
ตอนนี้กาแฟที่พี่ลาสเตอร์เป็คนสั่งให้ยังคงส่งกลิ่นหอมกรุ่นอยู่ตรงหน้า แม้ว่าฉันจะพยายามจดจ่อกับโน้ตของตัวเองมากแค่ไหน แต่สายตาของฉันก็ยังคงเลื่อนกลับไปมองเขาทุกครั้งที่เผลอ ดีหน่อยที่พลอยกับเมฆตามมาสมทบเพิ่มแล้ว ฉันเลยไม่ค่อยฟุ้งซ่านเท่าก่อนหน้ามากนัก
ส่วนพี่ลาสเตอร์เองก็กำลังอ่านเอกสารบางอย่างเช่นเดิม ท่าทางของเขาดูสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ฉันรู้ดีว่า...เขาไม่ได้เป็คนที่อยู่เฉยโดยไม่มีเหตุผล
และฉันเองก็รู้ดีว่าเขาสังเกตเห็นว่าฉันมองเขาอยู่
“ฉันว่าเราพอได้ภาพจากในร้านแล้วนะ” พลอยพูดขึ้นพลางมองจอแล็ปท็อปที่กำลังเล่นไฟล์วิดีโอที่ถ่ายไว้เมื่อวาน “เดี๋ยว่บ่ายเราไปถ่ายฟุตเทจเพิ่มเติมที่คาเฟ่อื่นกันไหม?”
“ดีเหมือนกัน” เมฆเสริม “เผื่อจะได้ภาพเปรียบเทียบว่าร้านของพี่ลาสเตอร์มีอะไรพิเศษกว่าที่อื่น”
ฉันพยักหน้า “งั้นเดี๋ยวฉันช่วยหาคาเฟ่ที่เหมาะกับธีมงานก่อนนะ”
แต่ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรต่อ เสียงของพี่ลาสเตอร์ก็ดังขึ้นมาจากอีกฝั่งของร้าน
“เธอจะไปไหน?” ฉันสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเขาที่ตอนนี้กำลังเดินเข้ามาหา สีหน้าของเขาเรียบนิ่งแต่สายตากลับแฝงไปด้วยความกดดันบางอย่าง
“เอ่อ...หนูว่าจะไปหาคาเฟ่ใหม่ ๆ ถ่ายฟุตเทจเพิ่มค่ะ” ฉันตอบกลับไปเสียงเบา
“ไปคนเดียว?” เขาถามเสียงเรียบ
“ใช่ค่ะ”
เขามองฉันนิ่ง ๆ ก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ “งั้นไปกับผม”
“คะ?” ฉันขมวดคิ้ว มองเขาด้วยความงุนงง “ไปกับพี่เหรอคะ?”
“ใช่” เขาพยักหน้า “ผมมีที่ที่เหมาะจะแนะนำให้ถ่าย”
พลอยกับเมฆมองหน้ากันอย่างงุนงง ก่อนที่พลอยจะกระซิบข้างหูฉันเบา ๆ “แกจะไปกับพี่เขาจริงดิ?”
ฉันเม้มปากแน่น ก่อนจะพยักหน้าให้เธออย่างลังเล “เดี๋ยวฉันไปดูสถานที่ก่อน ถ้ามันโอเคเดี๋ยวค่อยนัดพวกแกไปถ่ายด้วยกัน”
แม้จะดูเหมือนไม่ค่อยมั่นใจ แต่ในที่สุดฉันก็ลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินตามพี่ลาสเตอร์ออกไปจากร้าน
ใจกลางเมือง
คาเฟ่สุดหรู
ฉันมองรอบ ๆ ร้านที่พี่ลาสเตอร์พามาอย่างประหลาดใจ คาเฟ่แห่งนี้ดูหรูหรากว่าที่คิด บรรยากาศด้านในตกแต่งสไตล์โมเดิร์นวินเทจ ผนังสีอ่อนตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้เข้มทำให้รู้สึกอบอุ่นและเป็กันเอง
“ที่นี่เป็ของคนรู้จักของผม” พี่ลาสเตอร์พูดขึ้นขณะที่เดินนำเข้าไป “เธอจะถ่ายอะไรก็ได้”
ฉันมองเขาอย่างลังเล “พี่ไม่ต้องอยู่กับหนูก็ได้ค่ะ หนูจัดการเองได้”
“แต่ผมอยากอยู่” ฉันสะอึกไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะคำพูดของเขา แต่เป็เพราะน้ำเสียงของเขามันหนักแน่นราวกับไม่มีช่องว่างให้ปฏิเสธ
ฉันถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหยิบกล้องขึ้นมาเตรียมถ่ายภาพคร่าว ๆ ไว้ให้พลอยกัลเมฆดู แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของพี่ลาสเตอร์ก็ดังขึ้น
เขาหยิบขึ้นมาดู ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย “เดี๋ยวผมกลับมา”
แล้วเขาก็เดินออกไปจากร้านทันที
โกดังร้าง เขตชานเมือง
่เย็น
ฉันไล่ตามพี่ลาสเตอร์มาั้แ่เห็นเขาเดินออกจากคาเฟ่ สีหน้าของเขาตอนที่รับสายเมื่อกี้มันดูจริงจังกว่าปกติ ฉันไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ฉันเลือกที่จะตามมาด้วยซ้ำ
เสียงรองเท้ากระทบพื้นปูนเย็นเฉียบของโกดังร้างทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
และแล้ว...ฉันก็เห็นภาพตรงหน้า
มีชายสองคนนั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางโกดัง สภาพของพวกเขาดูย่ำแย่ เืเปื้อนไปทั่วเสื้อผ้า าแตามตัวทำให้ฉันรู้ว่าพวกเขาถูกทรมานมาก่อนหน้านี้แล้ว
พี่ลาสเตอร์ยืนอยู่ตรงหน้าพวกนั้น สีหน้าของเขาเรียบนิ่งและไร้ความรู้สึก
“บอกมา” เสียงทุ้มต่ำของเขาดังก้องไปทั่วโกดัง “ใครเป็คนส่งพวกมึงมา”
หนึ่งในนั้นส่ายหน้ารัว ๆ น้ำเสียงสั่นเครือ “ผะ...ผมไม่รู้จริง ๆ”
ปัก!
เสียงหมัดของพี่ลาสเตอร์กระแทกเข้าที่ใบหน้าของชายคนนั้นจนล้มลงไปกับพื้น เืกระอักออกจากริมฝีปาก เขาไม่รอให้คนพวกนั้นได้หายใจพัก ก่อนจะกระชากคอเสื้อของอีกคนขึ้นมาต่อ
“กูให้โอกาสแค่ครั้งเดียว” เสียงของเขาเย็นเยียบ “บอกมา”
ชายคนนั้นตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว “พะ...พวกเราแค่ได้รับคำสั่งให้มาตามดูผู้หญิงคนนั้น...”
ฉันสะดุ้งเมื่อรู้ว่าพวกเขาหมายถึงฉัน
“แล้วใครเป็คนสั่ง?”
“ผม...ผมไม่รู้...”
ตุบ!
พี่ลาสเตอร์เหวี่ยงร่างของชายคนนั้นลงกับพื้นอย่างไร้ปรานี ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้อีกครั้ง เขาหยิบมีดพกขึ้นมา หมุนมันเล่นในมือราวกับกำลังครุ่นคิด
“งั้นก็ไม่ต้องใช้มืออีกต่อไป” ฉันเบิกตากว้างเมื่อเห็นเขายกมีดขึ้นหมายจะตัดนิ้วของชายคนนั้น เสียงกรีดร้องดังลั่น ฉันตัวสั่นสะท้าน ขาทั้งสองข้างเหมือนจะหมดแรง แต่ก็ไม่สามารถละสายตาไปจากภาพตรงหน้าได้
เืสีแดงสดกระเซ็นไปทั่วพื้นที่ ชายที่ถูกลงโทษดิ้นพล่านไปมาด้วยความเ็ป ฉันเม้มปากแน่นจนรับรู้ได้ถึงรสคาวเืของตัวเอง
นี่มัน...
ฉันคิดว่าฉันพอจะรู้ว่าเขาเป็คนอันตราย
แต่ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็ได้ถึงขนาดนี้...
ฉันยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกตรึงอยู่กับที่ พยายามบังคับตัวเองให้ถอยหลังออกไป แต่จังหวะนั้นเอง ราวกับเขารับรู้ถึงการมีอยู่ของฉัน
สายตาของพี่ลาสเตอร์พลันหันมาจับจ้องฉันตรง ๆ
ฉันกลั้นหายใจ
แววตาของเขาตอนนี้...ไม่ใช่ของคนธรรมดาอีกต่อไป
มันเป็สายตาของนักล่ามากกว่า
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————