คืนนั้นข่าวงานแฟชั่นโชว์ของฟางเซียนนั้นกลายเป็นข่าวดังในสื่อสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะ 2 เรื่องหลัก นั่นคือเรื่องของไป่ฉีที่แสดงความสามารถในงานแฟชั่นโชว์แบรนด์ปิงหู่
แฟนคลับของไป่ฉีเพิ่มขึ้นมากภายในไม่กี่ชั่วโมง และด้วยแบรนด์ปิงหู่เป็นแบรนด์ 1 ใน 10 อันดับต้นของโลก ทำให้ตอนนี้คนจากประเทศอื่น และทวีปอื่นเริ่มรู้จักไป่ฉีบ้างแล้ว ห้องเสื้อหลายแบรนด์พยายามหาทางติดต่อไป่ฉีในทันที
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องนางแบบที่จงใจชนไป่ฉี ซึ่งมีคำวิจารณ์ถึงความไม่เป็นมืออาชีพของนางแบบคนนี้ รวมถึงนายแบบที่เป็นคนวางแผนเรื่องนี้ด้วย เรื่องที่ทั้ง 2 คนทำกระจายไปรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ทั้ง 2 ถูกขึ้นบัญชีดำจากฟางเซียน ส่งผลให้แบรนด์อื่น ๆ ออกมาแบนทั้ง 2 คนนี้เช่นกัน
ที่ห้องเช่าของไป่ฉี เสียงสมาร์ทโฟนของเมิ่งชิงชิงที่สั่นไม่หยุด ทำให้ไป่ฉีรู้สึกตัวตื่นขึ้น เขาใช้พลังวิญญาณดึงเอาสมาร์ทโฟนของเมิ่งชิงชิงมาดู
“ชิบหายล่ะ” ไป่ฉีอุทานเบา ๆ เพราะมีสายที่ไม่ได้รับนับร้อยสาย แถมยังมีสายซ้อนต่อเนื่องจนสมาร์ทโฟนของเมิ่งชิงชิงร้อนจี๋ เขาจึงรีบปิดเครื่องทันที
“มีอะไรเหรอไป่ฉี” เมิ่งชิงชิงถาม
“มีสายเรียกเข้าโคตรเยอะเลย พี่ชิงชิง ผมปิดสมาร์ทโฟนพี่ให้แล้วก่อนที่มันจะระเบิด เครื่องร้อนจี๋ขนาดนี้เดี๋ยวมันได้พังก่อนพี่จะได้คุยงานแน่” ไป่ฉีกล่าว ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบเอาสมาร์ทโฟนของตนเองกดโทรหาตงไห่ทันที รอสายสักครู่ตงไห่ก็รับสาย
[ว่าไง] ตงไห่รับสาย เสียงยังงัวเงียอยู่ แสดงว่ายังไม่รู้ว่ามีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น จากที่ไป่ฉีคาดเดา ตอนนี้พนักงานที่บริษัทจะต้องวุ่นวายกันใหญ่แน่
“ผมว่าตอนนี้ที่บริษัทต้องยุ่งวุ่นวายกันแน่ครับ มีสายเรียกเข้ามาที่สมาร์ทโฟนของพี่ชิงชิงจนเครื่องร้อนจี๋เลย ผมเลยรีบปิดเครื่องไปก่อน คาดว่าคงเป็นการติดต่องาน รบกวนเป็นธุระให้ได้ไหมครับ” ไป่ฉีถาม
[เข้าใจแล้ว รอสักครู่นะ] ตงไห่วางสายไป รอประมาณ 10 นาที ตงไห่ก็โทรกลับเข้ามา
“เป็นยังไงบ้างครับ” ไป่ฉีถาม
[เป็นไปตามที่เธอคาด มีงานไหลเข้ามาหาเธอเหมือนเขื่อนแตก ฉันแก้ไขโดยการให้แผนกธุรการกับแผนก PR ที่ยังอยู่เวรช่วยกันไปก่อน ตอนนี้สายแทบไหม้ โทรศัพท์เองก็ดังไม่หยุดเลย ขนาดตอนฉันโทรไปยังได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังต่อเนื่อง เห็นทีการลางานของนายคงจะต้องหยุดลงชั่วคราวแล้ว] ตงไห่กล่าว
“คงจะต้องเป็นแบบนั้นครับ ยังไงก็แล้วแต่ เรื่องงานผมกับพี่ชิงชิงจะเข้าไปวันพรุ่งนี้เลย จะได้ทำตารางงานด้วย แต่ติดที่คุณเฉินเฟิงที่กำลังทำตารางถ่ายซีรีส์เนี่ยสิ” ไป่ฉีกล่าว
[อืม เดี๋ยวฉันจะติดต่อเฉินเฟิงให้ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อย ๆ นายนอนซะ พรุ่งนี้ต้องเข้ามาแต่เช้าล่ะ] ตงไห่กล่าวก่อนตัดสายไป
“ฟังเหมือนจะมีเรื่องยุ่ง ๆ สินะ” เมิ่งชิงชิงถาม
“ใช่ครับ พรุ่งนี้พี่กับผมต้องเข้าบริษัทแต่เช้า ตอนนี้มีงานเข้ามาจนสายโทรศัพท์ที่บริษัทแทบไหม้ รีบนอนเถอะครับ” ไป่ฉีจูบที่หน้าผากเมิ่งชิงชิง แล้วดึงเธอเข้ามากอด ด้านเมิ่งชิงชิงที่ถูกจูบที่หน้าผากใช้มือจับตรงจุดที่โดนไป่ฉีจูบ ใบหน้าแดงเล็กน้อย แต่เมื่อมองเห็นไป่ฉียิ้ม เธอก็อดคันยุบยิบในหัวใจไม่ได้
“นายมันคนฉวยโอกาส” เมิ่งชิงชิงคิดว่าต้องทำอะไร*แก้เผ็ด ไม่รอช้า เมิ่งชิงชิงก็ใช้ริมฝีปากบางอิ่มน้ำของเธอทำคิสมาร์กที่ต้นคอของไป่ฉี จนลืมคิดไปว่าพรุ่งนี้ไป่ฉีต้องเข้าบริษัท หากรอยนี้ยังอยู่ไป่ฉีจะตกเป็นหัวข้อสนทนาไปในทางเสียหายขนาดไหน
“อา พี่ชิงชิง อย่าสิครับ เสี่ยวฉีของผมมันตื่นแล้วน้า” ไป่ฉีแกล้งทำเสียงครางกระเส่าออกมา
“นายก็กล่อมให้หลับเอาเองสิ ฉันนอนก่อนนะ” เมิ่งชิงชิงยกยิ้มอย่างชอบใจ ยังไงเธอก็รู้ว่าไป่ฉีเป็นคนรักษาสัญญา ยังไงเขาก็ไม่มีทางทำอะไรเธอแน่ ๆ แต่สักครู่เธอก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
“ทำไงดี ถ้าเป็นรอยขนาดนี้ พรุ่งนี้จะทำยังไงดีล่ะ” เมิ่งชิงชิงจับไปยังรอยที่ตนเองเป็นคนทำเมื่อครู่
“พรุ่งนี้ใช้ผ้าพันคอปิดไว้ก็ได้ครับ” ไป่ฉีกล่าว
“แต่มันจะไม่แปลกเหรอ อากาศก็ไม่หนาวด้วยสิ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“พี่เชื่อในความสามารถด้านการแต่งตัวของผมหน่อยสิครับ” ไป่ฉียิ้ม
“อืม….ก็ได้ แต่ขอโทษนะ เพราะทำอะไรไม่คิด เลยทำให้นายเดือดร้อน” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ไม่เป็นไรหรอกครับ นอนเถอะนะ” ไป่ฉีกล่าว
“อือ” เมิ่งชิงชิงรับคำก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง
'อยากจะนอนอยู่หรอกนะ แต่ว่าจะทำยังไงกับเสี่ยวฉีของเราดีล่ะเนี่ย ช่างมัน ๆ นอน ๆ' ไป่ฉีพยายามข่มตาหลับลงอีกครั้ง โดยใช้วิธีฝึกสมาธิของไท่ซื่อคง ไม่นานเสี่ยวฉีของเขาก็หลับลงอีกครั้ง ก่อนจะหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น
ไป่ฉีรู้สึกตัวตื่น เขาเห็นเมิ่งชิงชิงยังนอนหนุนอกของเขอย่างสบายใจ วันนี้อากาศไม่ได้เย็น หากจะใช้ผ้าพันคอคงไม่เหมาะนัก แต่ใช่ว่าเขาจะไม่มีวิธี
“พี่ชิงชิงครับ ตื่นได้แล้ว วันนี้เราต้องเข้าบริษัทแต่เช้านะครับ” ไป่ฉีปลุกเมิ่งชิงชิง
“อืม นายไปอาบน้ำก่อนเลย ขอฉันปรับสมองตอนเช้าแปปนึง” เมิ่งชิงชิงลุกขึ้นนั่ง ผมเธอยุ่งพอสมควร
จุ๊บ
ไป่ฉีจูบที่หน้าผากของเธออีกครั้ง ทำให้เธอที่กำลังงัวเงียอยู่ตื่นเต็มตาทันที เธอจ้องไป่ฉีที่ตอนนี้ผละไปเปิดม่านที่หน้าต่างออก เมื่อแสงส่องเข้ามาทำให้เธอเห็นรอยที่เธอทำไว้
เมิ่งชิงชิงจึงหน้าแดงก้มหน้าลงด้วยความเขินอายว่าเมื่อคืนเธอกล้าทำแบบนั้นไปได้ยังไงกัน
“งั้นผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ” ไป่ฉีเดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
หลังจากไป่ฉีอาบน้ำเสร็จเมิ่งชิงชิงก็เข้าไปอาบต่อ ระหว่างนี้ไป่ฉีไม่รอช้าเขาเริ่มทำบางสิ่งที่เคยทำในอดีตเมื่อนานมาแล้ว นั่นคือการเปลี่ยนสภาพอากาศ บางพื้นที่ที่มีหิมะปกคลุม พวกพรรคมารบางพรรคตั้งสำนักหลบซ่อนตามถ้ำ ตอนนั้นเขาเปลี่ยนสภาพอากาศให้ร้อนขึ้นฉับพลัน ทำให้หิมะละลายกลายเป็นน้ำ ไหลเข้าท่วมถ้ำที่เป็นที่ตั้งสำนักของพวกมันจนสามารถกำจัดพวกมันได้โดยไม่ต้องออกแรงชักกระบี่ออกมาฆ่าพวกมันเสียด้วยซ้ำ ครั้งนี้ไป่ฉีจะทำให้หิมะตก เพื่อให้อากาศหนาวพอที่เขาจะใส่ผ้าพันคอได้ เขาไม่รอช้ารีบนำผ้าพันคอมาใช้ทันที
ถ้าถามว่าทั้งที่รอยตรงคอของเขาสามารถจัดการให้หายไปเลยก็ได้ แต่ทำไมถึงยังไม่จัดการกับรอยนี้ เพราะไป่ฉีต้องการให้เมิ่งชิงชิงเห็นรอยนี้และสำนึกว่าจะต้องระวังเรื่องทำมาร์กบนร่างกายของเขาด้วย เพราะเขาตอนนี้นอกจากจะเป็นนักแสดงแล้ว เขายังเป็นนายแบบด้วย การมีรอยมาร์กนั้นไม่ส่งผลดีแน่หากมีใครเห็นเข้า
หลังทำกิจวัตรตอนเช้าเสร็จแล้ว ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงก็เดินทางไปยังบริษัท ทันทีที่ลงจากรถ ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาทางพวกเขา พอเดินเข้ามาเสียงพูดคุยที่โถงต้อนรับด้านหน้าบริษัทพลันเงียบกริบในทันที และก็มีคนใจกล้าเดินเข้ามาหาไป่ฉี
“คุณไป่ฉี ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมเป็นผู้จัดการของ.......” ชายคนที่ใจกล้าเดินเข้ามาทักไป่ฉีกล่าวแนะนำตัวว่าตนเป็นผู้จัดการของนายแบบคนหนึ่ง เขาอยากนัดไป่ฉีไปทานข้าวเพื่อทำความรู้จักกับนายแบบที่เขาดูแลอยู่
“ขอบคุณมากครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อน คุณตงไห่รออยู่ครับ” ไป่ฉีกล่าวตัดบททันที เขาจงใจพูดให้ทุกคนได้ยิน ไม่อย่างนั้นจะมีคนเดินเข้ามาหาเขาอีกเรื่อย ๆ
ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงรีบเดินไปขึ้นลิฟต์ แม้คนอื่นอยากจะตามไป แต่ใครจะกล้าทำให้ไป่ฉีไม่พอใจล่ะ ตัวอย่างมีให้เห็นไปแล้วในงานแฟชั่นโชว์ของฟางเซียนเมื่อคืน
“เนื้อหอมจังเลยนะนายเนี่ย” เมิ่งชิงชิงแซวขณะอยู่ในลิฟต์
“เพิ่งรู้เหรอครับ แนบชิดกันทุกวันยังไม่ได้กลิ่นแบบนี้ จมูกพี่น่าจะมีปัญหาแล้วนะครับ” ไป่ฉีสวนกลับทันที
“เดี๋ยวเถอะ จมูกฉันไม่ได้พังซะหน่อย ฉันพูดเปรียบเทียบต่างหาก” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“งั้นเหรอครับ” ไป่ฉียิ้มเจ้าเล่ห์
หลังลิฟต์ถึงชั้นที่เป็นที่ตั้งห้องทำงานของตงไห่แล้ว ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงเดินออกมาจากลิฟต์ตรงไปที่ห้องทำงานของตงไห่ทันที ซึ่งเลขาหน้าห้องของตงไห่ได้โทรแจ้งเข้าไป จากนั้นเลขาก็เปิดประตูให้ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงเดินเข้าไป สิ่งที่เห็นในห้องคือเลขาของซีหลัว กับตงไห่กำลังก้มหน้าอ่านเอกสารอยู่ โดยเอกสารที่ตั้งบนโต๊ะของเขานั้นกองท่วมหัวเลยทีเดียว
“สวัสดีครับคุณตงไห่” ไป่ฉีกล่าวทักทาย
“สวัสดี” ตงไห่ตอบสั้น ๆ ส่วนเลขาของซีหลัวนั้นลุกขึ้นโค้งคำนับไป่ฉีครั้งหนึ่งก่อนจะนั่งลงจัดการงานเอกสารตามเดิม
“คุณตงไห่คะ นี่คือ.....” เมิ่งชิงชิงถาม
“เอกสารงานที่เข้ามาไงล่ะ นี่ฉันรับมาทำบางส่วนเท่านั้น ตอนนี้ที่ห้องธุรการยังมีอีกเป็นกองเท่าภูเขาเลย” ตงไห่ตอบ ดูเหมือนเขาจะอารมณ์ไม่ค่อยดีเพราะปริมาณงานที่เยอะเกินไป
“พี่ชิงชิงช่วยทางนี้ไปนะครับ เดี๋ยวผมจะไปดูที่ห้องธุรการหน่อย” ไป่ฉีกล่าว
ไป่ฉีลงลิฟต์ไป พอถึงชั้นของฝ่ายธุรการ ไป่ฉีตรงเข้าไปในแผนกทันที พนักงานทุกคนตอนนี้กำลังยุ่งทั้งรับโทรศัพท์ E-Mail หรือแม้แต่พิมพ์เอกสารออกมา
“ไป่ฉี ๆ” เสียงคุ้นเคยเรียกชื่อของไป่ฉีดังขึ้น ทำให้คนในห้องหยุดงานของตนแล้วมองมาสักครู่ก่อนจะหันไปสนใจงานของตนเองต่อ
“ป้าจาง” ไป่ฉีรู้สึกแปลกใจ
“ใช่ งานที่นี่ยุ่งตั้งแต่เมื่อคืน เช้านี้พวกออฟฟิศที่ศูนย์ฝึกอบรมถูกเรียกตัวมากันกว่า 9 ใน 10 ส่วน ตอนแรกฉันก็คิดว่ามีเรื่องเร่งด่วนอะไร ที่แท้ก็งานของเธอนี่เอง” ป้าจางกล่าว
“คุณจาง ให้มาทำงานไม่ได้ให้มาคุย อายุเยอะ ทำงานก็ช้า ยังจะกินแรงอีก ถ้ายังไม่ขยับ ผมจะแจ้งฝ่ายบุคคลให้ตัดเงินเดือนคุณดีไหม” ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยกองเอกสารกล่าว ดูจากป้ายที่โต๊ะแล้วคงเป็นหัวหน้าแผนกธุรการ
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะทิ้งป้าจางแล้วเดินมาที่โต๊ะของหัวหน้าแผนกธุรการแทน
“คุณไป่ฉี มาเล่นหรือมาทำงานครับ ถ้ามาเดินเล่น ก็เดินเงียบ ๆ อย่าให้งานพวกเราต้องหยุดชะงักนะครับ” หัวหน้าแผนกธุรการกล่าว หากเป็นปกติเขาคงจะสุภาพกับไป่ฉีมากกว่านี้ แต่ตอนนี้งานยุ่งรัดตัว พอเห็นคนไม่ทำงานมันทำให้เขาอารมณ์เสีย
“ผมมาเลือกงานต่างหาก” ไป่ฉีกล่าว ส่วนหัวหน้าฝ่ายธุรการชะงักไปชั่วครู่ เขากำลังคิด
'งานทุกงานไป่ฉีหรือผู้จัดการของเขาเป็นคนเลือก โดยเราจะต้องกรองงานก่อนชั้นนึง ถ้าเจ้าตัวอยู่ตรงนี้ งานไหนไม่เอาก็โทรปฏิเสธไปได้เลย ดี นับว่ามาได้ถูกเวลาจริง ๆ' หัวหน้าแผนกธุรการคิด
“อย่างแรก งานของพวกห้องเสื้อ ต้องเป็นแบรนด์ติด 10 อันดับต้น ๆ ของประเทศนั้น ๆ หรือจะเป็นแบรนด์ระดับโลกก็ได้เช่นกัน ส่วนงานถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสาร ขอให้เป็นนิตยสารชั้น 1 หรือ 2 เท่านั้น งานโฆษณาครีมบำรุงผิวและน้ำหอมไม่รับ เพราะผมเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับมู่เทียนอยู่ งานละครงดไว้ก่อนเพราะผมมีงานละครกับคุณเฉินเฟิง เกณฑ์คัดกรองคร่าว ๆ เอาเท่านี้ก่อน” ไป่ฉีกล่าว
“เข้าใจแล้ว” หัวหน้าแผนกธุรการพยักหน้า ก่อนจะลุกไปสั่งงานกับพนักงานที่รับงานที่ติดต่อเข้ามา ผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจ งานที่ไม่เข้าเงื่อนไขถูกปฏิเสธทันที ทำให้ตอนนี้ความตึงเครียดในแผนกเริ่มลดลงแล้ว
ขณะที่หัวหน้าแผนกธุรการกลับมาที่โต๊ะก็พบว่าบนโต๊ะเหลือเอกสารเพียงไม่กี่ชุดเท่านั้น นอกนั้นถูกแยกวางไว้ข้างโต๊ะ 2 กองใหญ่
“นี่คือ.....” หัวหน้าแผนกธุรการถาม
“บนโต๊ะคือที่ผมรับงาน ที่เหลือไม่รับ คุณจะลองเจรจากับลูกค้าแล้วเสนอดาราในสังกัดคนอื่นไปแทนก็ได้ครับ ถ้ารับทั้งหมดนี่เกรงว่าต้องจัดงานศพให้ผมแทนงานรับรางวัลประจำปีแล้วล่ะ” ไป่ฉีพูดติดตลก
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณตลกกว่าที่ผมคิดไว้นะ” หัวหน้าแผนกธุรการกล่าว
ไป่ฉีช่วยงานอยู่ในแผนกธุรการจนถึงช่วง 11 โมง เขากดสมาร์ทโฟนเพื่อทำอะไรบางอย่าง ก่อนจะโทรหาเมิ่งชิงชิงเพื่อชวนเธอออกไปทานข้าว จากนั้นเขาปรบมือเพื่อเรียกความสนใจมาที่ตนเอง
“ทุกคนครับ ผมสั่งอาหารกลางวันมาให้ เดี๋ยวเขาจะมาส่งให้นะครับ ขอบคุณที่ทำงานอย่างยากลำบากครับ” ไป่ฉีตะโกนให้ทุกคนในแผนกได้ยิน
ทุกคนต่างดีใจที่ไป่ฉีเอาใจใส่พวกเขา ที่ผ่านมาเหตุการณ์งานทะลักเข้ามาขนาดนี้เคยเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ไม่เคยมากเท่านี้มาก่อน หากแต่ดาราที่เป็นตัวต้นเรื่องไม่เคยที่จะมาขอบคุณหรือเอาใจใส่พวกเขาแบบไป่ฉี คนของแผนก PR หลายคนต่างก็คิดว่าพวกเขาอยากจะช่วยประชาสัมพันธ์ให้ไป่ฉี แม้ไม่มีคำสั่งมาจากบริษัทก็ตาม แน่นอนว่าไป่ฉีนั้นรู้สึกขอบคุณคนเหล่านี้จากใจจริง ส่วนการแสดงน้ำใจนั้นจะให้ผลที่ดียิ่งขึ้นไปอีกในอนาคต
“ได้เดี๋ยวฉันลงไป” เมิ่งชิงชิงตอบกลับสายของไป่ฉี หลังวางสายเธอก็เริ่มเก็บของให้เป็นระเบียบก่อนจะลงไปทานข้าว
“ผู้จัดการเมิ่งจะไปทานข้าวเหรอ ผมไปด้วยสิ นั่งหลังแข็งมาตั้งแต่เช้าแล้ว จะได้คุยกับไป่ฉีด้วย” ตงไห่กล่าว
“งั้นผมก็ขอไปด้วยนะครับ” เลขาของซีหลัวกล่าว
“ค่ะ ไปกันหลายคนก็ดีนะค่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว เธอจำครั้งก่อนที่เธอไปกินข้าวกับไป่ฉีได้ ซี่โครงหมูชามนั้นเป็นอาหารที่เธอลืมไม่ลงจริง ๆ เพราะมันหวาน เอ้ย มันน่าอายที่เธอถูกไป่ฉีโจมตีสายฟ้าแลบแบบนั้น ถ้ามีคนอื่นไปด้วย ไป่ฉีคงจะไม่สามารถฉวยโอกาสเธอได้แน่
________________________________
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
