“ชิ้นนี้ของพ่อให้เสี่ยวลี่กิน” เจียงเจิ้นเทายิ้มพลางวางเนื้อสันหลังัชิ้นนั้นของตนลงตรงหน้าอวี๋จิ่นลี่
อวี๋จิ่นลี่มองเนื้อสันหลังัตรงหน้าตน ค่อยมองเจียงเจิ้นเทาก็คิดไม่ตก
เขาอยากกินเนื้อสันหลังัอีกหน่อย เพราะอย่างไรเสียพลังิญญากลุ่มนั้นที่เพิ่งรับเข้าไปก็น้อยเกินไปจริงๆ น้อยถึงขนาดที่ว่ายามใช้มันสำรวจเจียงม่อเซิ่งยังไม่เพียงพอ
ทว่าเนื้อสันหลังัชิ้นนี้เห็นอยู่ว่าเป็ของผู้อื่น หากเขารับมาจะกลายเป็ปลาจิ๋นหลี่นิสัยไม่ดีหรือไม่ แล้วจะส่งผลต่อการบำเพ็ญเพียรหรือเปล่า
“ร่างกายพ่อรับพลังงานที่เยอะขนาดนั้นไม่ไหว เสี่ยวลี่ช่วยพ่อแบ่งไปหน่อยได้ไหม” เจียงเจิ้นเทากล่าว
ตอนนี้เองอวี๋จิ่นลี่ก็ไม่กังวลอีกต่อไป การช่วยคนเป็เื่ที่มีประโยชน์ที่สุดต่อการบำเพ็ญเพียรซึ่งเขาเต็มใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเวลาเดียวกับที่ช่วยเหลือคนยังได้กินของวิเศษด้วย วิเศษสุดไปเลย
เจียงเจิ้นเทาและเฉียวมู่หลานได้เห็นอวี๋จิ่นลี่ที่กินอย่างเบิกบานก็มีความสุขมากเช่นกัน
เดิมพวกเขาคิดไว้ดีแล้ว หากอวี๋จิ่นลี่ไม่ยอมแต่งงานกับเจียงม่อเซิ่ง บุคลิกนิสัยของเด็กคนนี้ก็ยังไม่เลว หากเขายินดีละก็พวกเขาจะรับเขาเป็ลูกบุญธรรม
ผลลัพธ์กลับไม่เป็ดังคาดว่า เด็กคนนี้จะชอบลูกชายของพวกเขาขนาดนี้ นี่ทำให้พวกเขาคิดไม่ถึงและประหลาดใจอย่างมาก เลยชอบอวี๋จิ่นลี่เข้าไปใหญ่ และเห็นเขาเป็ส่วนหนึ่งในครอบครัวตระกูลเจียงอย่างไม่รู้ตัว ประหนึ่งเป็ลูกชายตัวเองก็ไม่ปาน
อวี๋จิ่นลี่กินข้าวเที่ยงเสร็จแล้วก็รู้สึกว่าภายในตานเถียนของตนที่เคยว่างเปล่ามีพลังิญญาสะสมอยู่เบาบาง แม้จะเทียบชาติที่แล้วไม่ได้แต่การหาวิธีเพิ่มพลังิญญาได้ก็ยังทำให้เขาตื่นเต้นเป็อย่างยิ่ง
โดยเฉพาะการใช้วิธีกินของวิเศษเพื่อเพิ่มพลังิญญาโดยไม่ต้องใช้การทำสมาธิบำเพ็ญเพียรอันน่าเบื่อ ทั้งสามารถเติมเต็มความอยากอาหาร แล้วยังเพิ่มพลังิญญาได้แบบนี้ช่างเหมาะกับเขาเสียเหลือเกิน
เพียงแต่ไม่รู้ว่าปริมาณของวิเศษบนโลกนี้มีเยอะหรือไม่ และพบได้จากที่ใด หากกินได้ทุกมื้อก็คงจะดี
ตอนนี้อวี๋จิ่นลี่้าของวิเศษจำนวนมากมาเพิ่มพลังิญญา ไม่เพียงเพราะ้าฟื้นฟูตบะชาติที่แล้วอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือเขา้ารักษาขาทองคำที่เพิ่งกอดไว้ได้น่ะสิ
สถานการณ์ของขาทองคำย่ำแย่สุดๆ ภายในร่างกายเสียหายอย่างหนัก หากไม่ใช้พลังิญญาฟื้นฟูก็อาจตายได้ทุกเมื่อ ถึงตอนนั้นเขาจะสูญเสียที่พึ่งหรือไม่
อีกทั้งมองดูคนคนหนึ่งที่บารมียิ่งใหญ่ขนาดนี้ตายไปต่อหน้าเฉยๆ ชั่วชีวิตนี้ของเขาก็อย่าหวังจะบำเพ็ญเพียรจนได้มหามรรคบรรลุเป็เซียนอีกเลย
ดังนั้นเื่สำคัญที่สุดก็ยังต้องรักษาขาทองคำให้หายดีก่อน
“คุณแม่ครับ ผมกินเสร็จแล้ว ผมขอขึ้นไปดูขาทอง...อาเซิ่งได้ไหมครับ” อวี๋จิ่นลี่กำลังจะเรียกขาทองคำตามความเคยชิน แต่จู่ๆ ก็ได้สติกลับมาจึงแก้คำฉับพลัน
“ได้สิลูก” เฉียวมู่หลานเห็นอวี๋จิ่นลี่เป็ห่วงลูกชายตนเพียงนี้ก็ย่อมดีใจ
“งั้นผมจะเอาของขึ้นไปให้เขากินสักหน่อยนะครับ” อวี๋จิ่นลี่พูดพลางจะคีบเนื้อในจาน เพราะจากมุมมองเขา ถ้าขาทองคำกินของวิเศษจะยิ่งดีต่อร่างกายมากแน่นอน
ทว่าต่อมาการกระทำของอวี๋จิ่นลี่ก็ถูกขัดขวาง
“เสี่ยวลี่ ตอนนี้อาเซิ่งร่างกายอ่อนแอ ของพวกนี้เขากินไม่ได้นะ แม่สั่งคนให้เตรียมอาหารเสริมไว้แล้ว ให้เขากินอาหารเสริมก็พอจ้ะ” เฉียวมู่หลานกล่าว
อาหารเสริมเหรอ อวี๋จิ่นลี่รื้อค้นความทรงจำเ้าของร่างเดิมในสมองครู่หนึ่ง หลังรู้ว่าคืออะไรก็หยะแหยงทันที
มันไม่มีรสชาติแม้แต่นิดเดียว ทั้งยังเหมือนอาหารเหลวข้น ของแบบนี้ยังมีคนชอบกินด้วยเหรอ
จากมุมมองของอวี๋จิ่นลี่ การกินอาหารเสริมก็เหมือนการทรมานตัวเอง
แต่ในเมื่อคุณแม่พูดแบบนี้แล้ว อวี๋จิ่นลี่ย่อมไม่เถียงเพียงแค่เห็นใจขาทองคำในใจหลายวินาที