คำพูดของโซเฟียเต็มไปด้วยความสิ้นหวังที่ไม่อาจหลบซ่อนได้ ทุกถ้อยคำที่หลุดออกจากริมฝีปากของหญิงวัยกลางคนผู้นี้หาใช่การพร่ำเพ้อถึงความพ่ายแพ้ หากแต่คือการยอมรับความเป็จริงที่โหดร้ายอย่างที่สุด
ความจริงที่ไม่มีใครในที่แห่งนี้อยากเผชิญ ไม่ว่าผู้ใดในห้องโถงศักดิ์สิทธิ์จะเป็ผู้ฝึกฝนระดับใด ผ่านการต่อสู้หรือเสียสละมามากเท่าใด
สุดท้ายแล้วทุกคนก็ไม่อาจหลีกหนีคำตัดสินของสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ ณ เวลานี้ได้เลยแม้แต่น้อย
บรรยากาศภายในห้องโถงยิ่งทวีความอึมครึม การสนทนาเงียบลงเหลือเพียงเสียงหายใจที่ไม่เป็จังหวะ และเสียงเนื้อผิวกระทบพื้นหินเย็นะเืจากการคุกเข่าของเหล่าผู้รอดชีวิตระดับสูงที่เหลืออยู่
เพียงแค่สบตากัน ความสั่นเทาก็ส่งผ่านจากหนึ่งสู่หนึ่งราวกับเป็โรคระบาดที่ไม่มีผู้ใดต้านทานได้
เพราะสิ่งที่โซเฟียพูดออกมานั้น ทั้งหมดมันไม่ผิดเลยสักนิด
ในบรรดาเผ่าพันธุ์มนุษย์ ผู้ที่ถูกยกย่องให้เป็ยอดแห่งยอด มีเพียงหกคนเท่านั้นที่เป็ดั่งเสาหลักของอารยธรรม
คือผู้นำแห่งวิหารทั้งหกของเผ่าพันธุ์มนุษย์
อันได้แก่ เทียนหลง ผู้นำวิหารแห่งการสังหาร ผู้มีฝ่ามืออันแหลกสลายทุกศัตรูภายในหนึ่งกระบวนท่า
อิงซือ ผู้นำวิหารแห่งนักฆ่า ผู้เร้นกายดั่งเงามืดในทุกสนามรบ
เซียวิ ผู้นำวิหารแห่งดวงดารา ผู้บรรลุสัจจะของจักรวาลผ่านการเคลื่อนไหวของท้องฟ้า
หลานลู่ ผู้นำวิหารแห่งจอมเวทย์ลงทัณฑ์ ผู้ควบคุมเปลวเพลิง์และอสนีบาตแห่งคำพิพากษา
จินเย่ ผู้นำวิหารแห่งจอมเวทย์ิญญา ผู้เรียกขานเหล่าภูตมารและควบคุมิญญาไพรทั้งปวง
และสุดท้ายคือ โซเฟีย ผู้นำวิหารแห่งจอมเวทย์แสงเรืองรอง หญิงผู้เดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในขณะนี้ ทว่าภายในเวลาเพียงวันเดียว เสาหลักทั้งห้าของอารยธรรมมนุษย์กลับพินาศไปต่อหน้าต่อตา
พวกเขาไม่ได้ล้มเพราะความอ่อนแอ หากแต่ถูกสังหารในขณะที่กำลังต่อกรกับศัตรูที่แข็งแกร่งเกินจะหยั่งถึง
แม้จะสังหารผู้นำระดับสูงของเผ่าพันธุ์เทพอสูรจันทราไปได้หลายตน แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยชีวิตของตนเองที่ไม่มีวันฟื้นคืนได้อีก
ความตายของพวกเขาไม่ได้นำมาซึ่งชัยชนะ หากแต่เพียงชะลอความพินาศไปเพียงเสี้ยวลมหายใจเท่านั้น
เมื่อสัจธรรมอันเลวร้ายปรากฏขึ้นอย่างชัดแจ้ง ท่ามกลางความสิ้นหวังที่ไหลวนอย่างไร้ที่สิ้นสุด จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างตะกุกตะกัก
“พะ… พันธมิตรล่ะ?”
“แจ้งไปยังเผ่าพันธุ์ที่เป็พันธมิตรของพวกเราหรือยัง?”
ชายผู้มีใบหน้าซีดเผือดเอ่ยถามพร้อมกับความหวังอันริบหรี่
“แจ้งแล้ว!”
ผู้หนึ่งตอบด้วยเสียงแหบพร่า
“เผ่าพันธุ์เอลฟ์ เผ่าพันธุ์ัจักรพรรดิ หรือแม้กระทั่งเผ่าพันธุ์เทวทูตศักดิ์สิทธิ์..”
“พวกเขาทั้งหมดปฏิเสธ พวกเขาไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับพวกเราอีกต่อไป!”
ความเงียบเข้าครอบงำทั้งห้อง สีหน้าของแต่ละคนเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ
จากความหวาดกลัวกลายเป็ความโกรธ จากความโกรธกลายเป็ความไม่เข้าใจ ก่อนจะจางหายเหลือเพียงความว่างเปล่าที่ไม่อาจประเมินได้ แสงไฟในดวงตาของพวกเขามอดลงจนเหลือเพียงประกายแห่งความพ่ายแพ้
พันธมิตรที่เคยร่วมต่อสู้ ร่วมแลกเปลี่ยนเวทมนตร์ ร่วมเขียนสนธิสัญญาอารยธรรม
ตอนนี้กลับทอดทิ้งพวกเขาไว้ท่ามกลางพายุหายนะที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างไม่ไว้หน้า
และในขณะที่จิตใจของทุกผู้กำลังจะจมสู่เหวลึกแห่งความสิ้นหวัง โซเฟียที่ยืนนิ่งอยู่นานก็พลันลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาของนางเปล่งประกายเรืองรองอย่างน่าสะพรึงในความสงบ และเอ่ยเพียงคำพูดเดียวที่สะท้านไปถึงจิติญญาของทุกผู้ที่ได้ยิน
“ข้าจะทำการปลดปล่อยโอดิน!”
คำพูดนั้นดังกึกก้องสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงวิหาร ปะทะกับเพดานโดมแล้วสะท้อนกลับลงมายังหัวใจของทุกคน
ความโกลาหลที่เคยกระหึ่มทั่วทั้งห้องเงียบสงัดลงในพริบตา ไม่มีเสียงพูด ไม่มีเสียงขยับ ทุกสรรพสิ่งกลายเป็เงียบงันดั่งป่าช้า
แววตาของทุกคนเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็ความตื่นตระหนก บางคนมือสั่น บางคนเหงื่อไหลทั่วร่าง แต่ยังไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยออกมา กระทั่งเสียงสั่นเครือแรกก็หลุดจากริมฝีปากของชายร่างสูงที่ยืนใกล้แท่นกลาง
“มะ.. ไม่นะท่านโซเฟีย! ถ้าโอดินถูกปลดปล่อยจากพันธนาการ.. สิ่งแรกที่เขาทำเลยก็คือสังหารพวกเราที่เคยทรยศเขา!”
“ใช่แล้ว! ไม่ว่ายังไงก็ห้ามปลดปล่อยโอดินออกมาโดยเด็ดขาด! ถึงแม้เขาจะเป็ตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่มนุษย์”
“แต่ในทางกลับกัน.. เ้านั่นที่ถูกพันธนาการเอาไว้มานับพันปีจะต้องโกรธแค้นพวกเรามนุษย์แน่ๆ!”
“มันอาจไม่ได้หยุดแค่เรา.. เขาอาจสังหารผู้บริสุทธิ์ที่เหลืออยู่ทั้งหมด!”
คำคัดค้านหลั่งไหลออกมาดั่งกระแสน้ำป่า เสียงจากทุกมุมห้องล้วนประสานด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ถูกกล่าวถึง นามของโอดินไม่เคยถูกเอ่ยออกมาอีกเลยั้แ่วันแห่งการทรยศ และบัดนี้มันถูกพูดด้วยความสะพรึงกลัวที่ไม่มีผู้ใดสามารถกลบเกลื่อนได้
ทว่าโซเฟียกลับเพียงยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาคู่นั้นเปล่งแสงเยือกเย็นก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นอย่างไร้อารมณ์
“มันเป็ไปไม่ได้หรอกที่จะไม่ปลดปล่อยเขา..”
“พวกเ้ารู้ใช่ไหมว่าผนึกที่พันธนาการโอดินเอาไว้.. มันถูกเชื่อมต่อเข้ากับชีวิตของผู้นำวิหารทั้งหก!”
พอได้ยินเช่นนั้น หัวใจของทุกคนก็กระตุกวูบและแทบจะหยุดเต้นลง
“ตอนนี้ผนึกสลายไปแล้วห้าชั้น เหลือเพียงข้าคนเดียวเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่..”
“ชั้นสุดท้าย.. ผนึกสุดท้าย.. พันธนาการสุดท้ายมันเชื่อมอยู่กับชีวิตของข้า!”
“และเมื่อข้าตายลง ผนึกชั้นสุดท้ายก็จะสลายไปในทันที..”
ใบหน้าของทุกคนซีดเผือดลงไปยิ่งกว่าเดิม
โซเฟียไม่พูดเสียงดัง ไม่พูดเร็ว แต่ทุกคำของนางกลับดังก้องอยู่ในใจของทุกคนเสมือนระฆังแห่งความตาย
“และเมื่อทุกสิ่งถูกทำลาย. ไม่ต้องรอให้ถึงมือของผู้รุกราน.. เพราะโอดินอาจเป็ผู้สังหารพวกเราทั้งหมดด้วยมือตนเอง!”
ดวงตาของโซเฟียยังคงเปล่งแสง ทว่าแสงนั้นในตอนนี้ไม่ใช่แสงแห่งปัญญาหรือความเมตตาอีกต่อไป หากแต่คือแสงแห่งเจตจำนงอันเด็ดเดี่ยวที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาทั้งมวลของเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปตลอดกาล