“ท่านแม่ทัพ สายของเราส่งข่าวมาว่ามีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่จากทางนั้นแล้วขอรับ” “..........กระจายคำสั่งออกไป บอกให้ทุกคนเตรียมพร้อมอยู่ในสภาพพร้อมรบตลอดเวลา” แม่ทัพถังแห่งชายแดนแคว้นชิงเอ่ยกำลับทหารคนสนิท “ดูท่าที่ท่านคาดการไว้มันจะเป็นจริงน่ะ” เสียงของบุรุษคนหนึ่งดังขึ้น แม่ทัพถังพยักหน้าให้กับบุรุษที่พึ่งเข้าใหม่ บุรุษคนนั้นก็คือตงเจี้ยนสือ ยอดฝีมือประจำหมู่บ้านที่เคยเป็นครูสอนให้กับเว่ยเมิ่งนั้นเอง ตอนนี้ตงเจี้ยนสือกับยอดฝีมือบางส่วนในหมู่บ้านมาช่วยเหลือที่กองทัพชายแดนมาพักหนึ่งแล้ว แม้ครั้งแรกแม่ทัพถังจะกังวลเกี่ยวกับฝีมือและนิสัยของพวกตงเจี้ยนสือ แต่ไม่นานแม่ทัพแห่งชายแดนก็วางใจ พวกตงเจี้ยนไม่เพียงมีฝีมือที่สูงล้ำกว่าคนทั่วไปนิสัยใจคอยังกว้างขวางและไม่หยิ่งผยอง ทำให้คนในกองทัพต่างให้เกียรติและยกย่องเหล่ายอดฝีมือแปลกหน้าพวกนี้“ท่านรู้หรือเปล่าว่าเป็นพวกไหน?” ตงเจี้ยนสือถาม“...........หากสายข่าวของข้าลักลอบส่งข้อมูลมาไม่ผิดพลาด ดูท่าในครั้งนี้พวกเราคงต้องเผชิญหน้ากับคนของเหล่าตำหนักเทวะแล้ว” แม่ทัพถังเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด“ตำหนักเทวะ?” ตงเจี้ยนสือขมวดคิ้ว เรื่องราวบางอย่างในอดีตผุดขึ้นมาในหัว กองกำลังที่ครั้งหนึ่งเคยเกือบสามารถควบคุมพื้นแผ่นดินไว้ได้ หากในตอนนั้นพวกมันไม่ถูกสะกดข่มโดยปรมาจารย์รุ่นที่สามและพรรคพวก ไม่แน่ว่าตอนนี้แผ่นดินนี้อาจจะมีเจ้าของแค่กลุ่มๆเดียวก็เป็นได้“เป็นผู้ใด?”“เป็นไอ้เฒ่าชราอินทรีทองและลูกหลานศิษย์ของมัน”“เฒ่าชราอินทรีทอง? ยอดฝีมือระดับเก้างั้นรึ?” ตงเจี้ยนสือผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก “ไอ้ตอนแรกข้าก็นึกว่าพวกมันจะขนยอดฝีมือและสัตว์วิเศษระดับแก่นแท้ลมปราณมาเสียอีก....มาๆ ท่านเตรียมตัวรับมือกับพวกกองทัพแคว้นเสวี่ยนก็พอ ส่วนไอ้แก่จากตำหนักเทวะเดี่ยวพวกข้าจัดการเอง” ตงเจี้ยนสือยกนิ้วโป้งให้แม่ทัพถัง “ท่านตงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะล้อเล่นกันได้ เฒ่าชราอินทรีทองไม่ใช่ยอดฝีมือระดับเก้าทั่วไป” แม่ทัพถังพยายามโน้มน้าวไม่ให้ตงเจี้ยนสือประมาท ตงเจี้ยนสือที่ได้ก็หัวเราะ “เอาเถอะๆ ไม่ล้อเล่นก็ไม่ล้อเล่น ไหนท่านว่ามาสิว่าท่านมีแผนอย่างไร?”“ท่านว่าหากพวกเราวางกำลังไว้ตรง........” ทั้งสองแลกเปลี่ยนแผนการรบที่จะชี้ชะตาชายแดนแคว้นชิง
ในยามรุ่งเช้าแห่งชายแดนระหว่างแคว้นชิงและเสวี่ยน แม่ทัพถังแห่งชิงกำลังยืนอยู่ เบื้องหลังของแม่ทัพวัยกลางคนผู้นี้ยืนเต็มไปด้วยเหล่าทหารกล้าไร้ที่เปรียบแห่งชิง ใบหน้าดุดันและเหี้ยมหาญของแต่ละคนทำให้กองทัพนี้คล้ายกลับดูไม่มีวันที่จะพ่ายแพ้เสียงกึกก้องดังมาจากอีกฝากหนึ่งของชายแดนแคว้นชิงหรือหากจะพูดให้ถูกก็คือชายแดนแคว้นเสวี่ยน เสียงย่ำเท้าของม้าและคนดังเป็นจังหวะขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุด จากที่ไกลๆจนใกล้เข้ามาเรื่อยๆกองทัพแคว้นเสวี่ยนผู้มาจากทิศเหนือที่นำโดยองค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเสวี่ยน เสวี่ยนโม่ซือค่อยๆเข้ามาใกล้ชายแดนแคว้นชิงเสวี่ยนโมซือยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ กองทัพแคว้นเสวี่ยนทั้งหมดหยุดลงทันที องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเสวี่ยนควบม้าออกมาตามลำพัง แม่ทัพถังที่เห็นเช่นนั้นก็สะบัดแส้ในมือควบม้าออกไปเช่นกันทั้งสองควบม้าหยุดลงที่รอยต่อระหว่างแคว้น หนึ่งแม่ทัพและหนึ่งองค์ชายจ้องหน้ากันด้วยความเย็นชา“องค์ชายใหญ่เสวียนโม่ซือ” แม่ทัพถังเอ่ยทักทาย“แม่ทัพแห่งชายแดนถังมู่” เสวี่ยนโม่ซือเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ท่านและกองทัพออกมาเดินเล่นกันไกลเลยทีเดียวนี่?” ถังมู่เหลือบมองไปที่กองทัพแคว้นเสวียนที่อยู่เบื้องหลัง“..............”เสวียนโม่ซือนิ่งเงียบ ดวงตาเย็นชาราบเรียบ องค์ชายใหญ่แคว้นเสวียนในที่สุดก็เอ่ยปาก “เตรียมตัวเถอะถังมู่ กองทัพของข้าอยากเลี้ยงฉลองบนซากศพของพวกเจ้าจนจะอดใจไม่ไหวแล้ว”“.........เหอะ!” ถังมู่แค่นเสียง พวกมันทั้งสองต่างเป็นนักรบที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชนและรู้ดีว่าศึกครั้งนี้ไม่ทางจบลงได้อย่างด้วยดีแน่นอนมีแต่การห้ำหั่นไปจนตายกันไปข้างเท่านั้นถึงจะหยุดไฟแห่งสงครามครั้งนี้ได้ สงครามที่ไม่มีเหตุผลนอกจากคำว่าอำนาจหนึ่งแม่ทัพหนึ่งองค์ขายต่างสะบัดควบม้ากลับไปที่กองทัพของตน ทั้งสองยืนอยู่เบื้องหน้ากองทัพที่ได้ชื่อว่าเป็นกองทัพที่สุดของแต่ละฝ่ายถังมู่และเสวียนโมซือยกมือให้เป็นเชิงสัญญาณ เสียงแตรของแต่ละฝ่ายดังกึกก้องไปทั่วสนามรบที่กำลังจะเกิด เสียงโห่ร้องปลุกใจของพลทหารทั้งสองแคว้นเสียงแทงเข้าไปในจิตใจของพวกมันเอง“สังหารให้หมด!/เพื่อแคว้นชิง!” เสวียนโม่ซือและถังมู่คำรามกึกก้อง หนึ่งแม่ทัพหนึ่งองค์ชายควบม้านำของพวกตนเข่นฆ่าสังหารอีกฝ่าย“ตายย!” เสียงคำรามปริศนาดังขึ้นจากความว่างเปล่าข้างๆถังมู่ เป็นคุณชายฉิงที่ตรงไหล่นั่งไว้ด้วยหนอนที่เรืองโปร่งแสฃจนดูแทบไม่เห็น หนึ่งในอัจฉริยะแห่งตำหนักเทวะโจมตีด้วยกรีซที่ใบมีดเป็นสีดำและแผ่ความรู้สึกที่น่าขนลุกออกมา
//อีก 50% ที่เหลือครับคมมีดพุ่งไปยังถังมู่อย่างรวดเร็ว ทว่าแม่ทัพแห่งชายแดนกลับไม่ลนลาน มือขวาเรียกทวนหางมังกรอาวุธคู่ใจออกมาเข้าปะทะกับมีดของคุณชายฉินเสียงสนั่นกึกก้องเมื่ออาวุธวิเศษทั้งสองเข้าปะทะกัน ผลการของการปะทะครั้งนี้คือเสมอส่งผลให้ร่างคุณชายฉินลอยถอยหลังกลับไปเช่นเดียวกับถังมู่ลอยถอยหลังตกจากม้า ทั้งสองมีสีหน้าที่ต่างกันออกไป คุณชายฉินมีสีหน้าที่ตกตะลึกเหมือนไม่อยากเชื่อว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งขนาดปะทะกับตนแล้วยังเสมอ ในขณะที่ถังมู่เองก็มีสีหน้าเคร่งเครียดเพียงแค่รุ่นเยาว์ของตำหนักเทวะยังแข็งแกร่งขนาดนี้แล้วรุ่นอาวุโสของพวกตำนักเทวะจะแข็งแกร่งขนาดไหน?คุณชายฉินแค่นเสียง ตัวมันถือเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งในตำหนักเทวะ การที่อีกฝ่ายสามารถรอดพ้นจากการโจมตีของมันไปได้ต้องถือได้ว่าอีกฝ่ายไม่ธรรมดาเลยทีเดียวไม่รอให้ยืดเยื้อคุณชายฉินคำรามพุ่งใส่ถังมู่อีกครั้ง กริชสีดำในมือคล้ายเปล่งอานุภาพถึงขีดสุดจนทำให้ใบมีดสี่ดำสั่นเบาๆ ถังมู่เองที่เห็นคู่ต่อสู้พุ่งเข้ามาก็คำรามอย่างไม่แพ้กัน ทวนหางมังกรในมือพุ่งไปอีกครั้ง ราวกับมังกรทะยาน คมทวนพุ่งประทะกับกริชสีดำในมือของคุณชายฉินอีกครั้ง ในครั้งนี้แรงปะทะคล้ายทวีคูณอำนาจขึ้นไปอีก ตูม!กริชสีดำเป็นอาวุธวิเศษที่ไม่ธรรมดา คุณชายฉินจ่ายค่าตอบแทนไปไม่น้อยกว่าจะได้มันมา พริบตาที่กริชสีดำปะทะกับทวนหางมังกร เสียงกรีดร้องโหยห้วนดังออกมาจากใบมีด ส่งผลให้การโจมตีของคุณชายฉินทวีอำนาจขึ้นไปอีก‘นะ นี่มัน!?’ ถังมู่ใจหายวาบเมื่อสัมผัสถังพลังชั่วร้ายที่แผ่กระจายออกมาจากกริชสีดำ ทวนหางมังกรถูกคุณชายฉินปัดออกอย่างง่ายดาย ร่างของคนจากตำหนักเทวะพุ่งเข้าประชิดถังมู่อย่างรวดเร็ว “ตาย!” คุณชายฉินยิ้มอย่างอำมหิตจ้วงแทงกริชไปทางลำคอของถังมู่ ครั้งนี้มันมั่นใจว่าต้องสามารถปลิดชีพคนผู้นี้ได้อย่างแน่นอนทว่าคุณชายฉินประเมินแม่ทัพแห่งชายแดนตรงหน้าต่ำเกินไป พริบตาก่อนที่กริชสีดำจะไปถึงลำคอ ดวงของถังมู่พลันสว่างวาบพร้อมๆกับสองมือที่แหวนมิติหลายวงในมือส่องแสงพร้อมๆกันแคร้ง!กริชสีดำถูกหยุดไว้ด้วยโล่ขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นจากแหวนมิติของถังมู่ และไม่ใช่มีเพียงโล่ที่ถูกเรียกออกมาหาแต่ยังมีกระบองไม้ขนาดใหญ่ที่แผ่กระจายความรู้สึกเก่าแก่ออกมาถังมู่คำรามกระแทกโล่กลับไป ส่งผลให้คุณชายฉินแซ่เล็กน้อย แต่ช่องว่างเพียงแค่นั้นก็เพียงพอสำหรับแม่ทัพผู้กรำศึกมาอย่างโชกโชนเช่นถังมู่แล้ว กระบองในมือหวดไปที่คุณชายฉินอย่างรุ่นแรงคุณชายฉินเบิกตากว้าง กระบองนี้ของถังมู่หากโจมตีถูกตัวมันคงไม่แคล้วตายก็เจ็บหนัก อัจฉริยะแห่งตำหนักเทวะกัดฟันกรอดสองมือขยับหมุนวนไปมา แหวนมิติในมือของคุณชายฉินส่องสว่าง“ออกมา!”ตูม! กรรรรร!พริบตาก่อนที่กระบอกไม้จะถึงตัวมัน ร่างมหึมาพลันปรากฏขึ้นรับการโจมตีของถังมู่ไว้ก่อน ถังมู่มีสีหน้าเคร่งเครียดกระบองนี้ของมันสามารถสังหารยอดฝีมือระดับแปดได้ด้วยซ้ำ หากทว่ามันกลับถูกหยุดไว้ด้วยสัตว์วิเศษตรงหน้า มันมีขนสีแดงเพลิงและร่างกายที่กำยำนี่คือวานรยักษ์ขนแดงสัตว์วิเศษระดับแปด!อันที่จริงตำหนักเทวะมีจุดเด่นหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพยากรที่จะใช้ฝึกฝนหรือวิชาที่โดดเด่นหรืออาวุธวิเศษต่างๆ แต่หากจะให้พูดถึงสิ่งที่เป็นความแข็งแกร่งของตำหนักเทวะจริงๆก็คงหนีไม้พ้น...เรื่องของสัตว์วิเศษวานรยักษ์ขนแดงคำรามเสียงดังกึกก้อง สองมือทุบหน้าอกเป็นจังหวะขู่คำรามถังมู่ ฝ่ามือขนาดใหญ่ตบลงไปที่แม่ทัพแห่งชายแดนอย่างรวดเร็วตูม!โชคดีที่ถังมู่สามารถยกโล่หยกมังกรขึ้นมาป้องกันได้ทันไม่เฃ่นนั้นร่างของมันลงแหลกเหลวเป็นชิ้นๆไปแล้ว“สังหารมัน!” คุณชายฉินคำรามพร้อมกับร่างที่ค่อยๆโปร่งแสงจนเลือนหายไป วานรยักษ์ขนแดงที่ได้รับคำสั่งก็กู่ร้องพุ่งไปหาถังมู่อย่างรวดเร็ว ถังมู่กัดฟันโกรธเก็บกระบองและโล่เข้าไปในแหวนและเรียกกระบี่คู่สีทองออกมา ถังมู่หลบการโจมตีของวานรยักษ์ขนแดงอย่างฉิวเฉียด ฝ่ามือใหญ่ตัวของวานรยักษ์ขนแดงทุบลงไปมที่พื้นจะแตกกระจาย อย่างไรก็ตามพริบตาที่ถังมู่หลบการโจมตี ร่างของคุณชายฉินก็ค่อยๆปรากฏขึ้นข้างๆและจ้วงแทงไปยังร่างของแม่ทัพแห่งชายแดนเคล้ง!ถังมู่ยกกระบี่ขึ้นมาป้องกันได้อย่างฉิวเฉียด อย่างไรก็ตามคุณชายฉินกลับยิ้มออกมาอย่างเย็นชา เพราะตอนนี้วานรยักษ์ขนแดงพุ่งเข้ามาและใช้สองมือทุบมาที่ถังมู่ที่กำลังยกกระบี่ขึ้นมากป้องกันกริชของมันอยู่‘ไม่ทันแล้ว!’ ถังมู่กัดฟันโคจรลมปราณเตรียมรับการโจมตี ตูม!ทว่าไม่ใช่ถังมู่ที่ถูกโจมตีกลับเป็นวานรยักษ์ขนแดงที่ลอยละลิ่วไปไกล ถังมู่หรือแม้แต่คุณชายฉินก็ยังเบิกตากว้าง มันรู้ความสามารถของสัตว์วิเศษของตนเองดี ร่ายกายของวานรยักษ์ขนแดงทนทานยากที่จะโจมตีและสร้างบาดแผลให้กับมันได้ง่าย ยิ่งการโจมตีที่ส่งวานรยักษ์ขนแดงที่มีน้ำหนักมหาศาลลอยไปไกลยิ่งแทบเป็นไปไม่ได้“อา ท่านใช้แม่ทัพถังหรือเปล่า” ถังมู่และคุณชายฉินสะดุ้งเมื่อพึ่งสัมผัสได้ว่ามีชายหนุ่มยืนอยู่ข้างๆพวกมัน ชายหนุ่มคนนั้นลูบคางไปมากวาดมองสนามรบที่พลทหารของสองแคว้นกำลังห้ำหั่นกัน“ในเมื่อพวกท่านเปิดกันแล้วงั้นข้าตามได้เลยใช่มั่ย?” เว่ยเมิ่งเอียงคอถามด้วยสายตาใสๆ