บทที่ 11 1/2
ชายหนุ่มผู้ถูกขัดความสุขตลอดเวลา
ความเดิมตอนที่แล้ว
คนที่เพิ่งถูกขัดขวางความสุขไปเมื่อกี้กลับฉุนกึก เขาถึงกับขบกรามและกำหมัดแน่น พร้อมทั้งปรายตามองไปยังเด็กพวกนั้นอย่างอาฆาตแค้น ก่อนตัดสินใจลุกขึ้นไปวิ่งไล่จับเด็กพวกนั้นด้วยความโมโหอย่างทันทีทันใด
ไอ้พวกก้างขวางคอเอ๊ย!!!
แต่เพราะเขายังสวมรองเท้าส้นสูงอยู่จึงทำให้เขาวิ่งถ่างขาอย่างเก้งก้าง ภาพที่ปรากฏออกมาจึงชวนดูน่าตลกขบขันยิ่งนัก เมนิลาเห็นแบบนั้นแล้วก็เผลอยกมือขึ้นมาปิดปากหัวเราะ
สักพัก มือนั้นก็ค่อยๆ เลื่อนลงไปกุมหัวใจของตัวเองที่กำลังสั่นไหวอยู่…
-------------------------------------------------------
ภายในห้องนั่งเล่นสี่เหลี่ยมเล็กๆนี้ ปรากฏหนุ่มสาวคู่หนึ่งนั่งนิ่งไม่พูดไม่จาอยู่บนโซฟากลางห้องท่ามกลางแสงสลัวจากพระอาทิตย์อัสดงที่ส่องเข้ามาตามช่องหน้าต่าง บรรยากาศรอบๆเงียบสงัดถึงขนาดที่ว่ายังได้ยินเสียงการทำงานของเครื่องปรับอากาศที่เปิดทิ้งไว้ร่วมชั่วโมงจนอุณหภูมิทั่วอาณาบริเวณแห่งนี้เริ่มเย็นะเืลงเรื่อยๆ
“หนาวเนอะ ว่าไหม” เมนิลาเอ่ยขึ้นอย่างแ่เบา
เตชินทร์ที่ได้ยินดังนั้นจึงขยับเข้าไปใกล้ๆเธอแล้วโอบเอวหญิงสาวข้างกายอย่างอ่อนโยน ทำเอาเมนิลาถึงกับสะดุ้งเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอย่างเหนียมอายหน่อยๆ พร้อมกันนั้นอัตราการเต้นของหัวใจก็เริ่มเต้นถี่ขึ้นจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก
“อุ่นขึ้นบ้างหรือเปล่า”
เขาโน้มหน้าเข้าไปกระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่กระเส่าสุดวาบหวาม
“อ๊ะ…ค่ะ”
บริเวณใบหน้าของเธอเริ่มแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดจนชายหนุ่มนึกมันเขี้ยวอยากแกล้งขึ้นมาเสียอย่างนั้น เขาจึงผ่อนลมหายใจบางๆที่ข้างหูเธอ
“อื้อ…”
เมนิลาถึงกับอ่อนระทวยแทบทรงตัวไม่อยู่ แต่โชคดีที่มีแผ่นอกหนาๆ ของเตชินทร์รองรับไว้อยู่ ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอได้ยินเสียงหัวใจของฝ่ายตรงข้ามดังก้องออกมาด้วยเช่นกัน
เขาเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันเธอเลยแม้แต่น้อย
เมื่อหญิงสาวตกอยู่ในอ้อมอกเขาแล้ว มีหรือเขาจะปล่อยให้เหยื่อหลุดออกจากพันธนาการไปเสียง่ายๆ คิดได้ดังนั้นก็ยื่นมือไปเชยคางของเมนิลาขึ้นแล้วค่อยๆโน้มหน้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อคิดได้ว่าเขาควรรอการอนุญาตจากเ้าของริมฝีปากอันอวบอิ่มนั้นก่อน
เขาส่งสายตาเว้าวอนสุดน่ารักไปให้เธอ แม้เมนิลาจะดูสั่นไหวเพียงใด ทว่าเธอก็ระบายรอยยิ้มออกมาบางๆ แล้วหลับตาพริ้มอนุญาตให้เขาได้ลิ้มรสความหวานในท้ายที่สุด
ปลายลิ้นนุ่มตวัดกันไปมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แสดงให้เห็นว่าเตชินทร์กำลังโกยความสุขอย่างไม่รู้จักอิ่ม ในขณะที่มืออีกข้างก็เริ่มซุกซนไล้ไปตามร่างกายของหญิงสาวตรงหน้าอย่างแ่เบา กระทั่งมาหยุดอยู่ที่เนินอกซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยชุดชั้นในลายลูกไม้สีขาวมุกสุดเซ็กซี่ เขาค่อยๆควานหาอะไรบางอย่าง จนในที่สุดก็พบกับจุกกระสันที่กำลังตอบสนองเขาอยู่
เตชินทร์ยิ้มมุมปากแล้วเลิกผ้าลูกไม้ขึ้น ก่อนจะค่อยๆผละออกจากริมฝีปากของหญิงสาว แล้วเลื่อนลงมารับความหวานยังที่แห่งใหม่แทน ส่งผลให้เมนิลาถึงกับหลุดเสียงครางออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ แต่นั่นก็ยิ่งเร้าความรู้สึกของชายหนุ่มให้โหยมันอย่างรุนแรงมากขึ้นเป็เท่าตัว
สักพักเสียงลมหายใจกับเสียงหวานก็ดังสลับกันไปมาจนก้องไปทั่วทั้งห้อง เขารับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของแก่นกายข้างล่างที่กำลังขยายอย่างเต็มที่และพร้อมที่จะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ
เตชินทร์จึงตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมาเพื่อส่งสายตาวิงวอน ร้องขอความ้าจากเธอ
“พี่ทนไม่ไหวแล้วเมย์”
เมนิลาที่ได้ยินดังนั้นก็ตัวสั่นระริก แม้ใจจะลังเล แต่ทว่าเธอก็หลวมตัวพยักหน้าให้เขาจนได้ เตชินทร์จึงไม่รีรอผลักเธอลงไปนอนกับโซฟา จากนั้นก็ขึ้นคร่อมร่างบางแล้วใช้ความสามารถพิเศษปลดเปลื้องเครื่องแต่งกายออกจนเปลือยเปล่าภายในไม่กี่วินาทีเพื่อเตรียมลงมือปฏิบัติในขั้นตอนต่อไป
“เบาๆ นะ”
เธอเอ่ยโดยไม่สบตา
“ครับ”
เขารับปากเธอก่อนจะใช้มือแง้มดูความงามของสตรีเพศอย่างเมนิลาอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม จนในที่สุดชายหนุ่มก็ไม่อาจสกัดกั้นมวลอารมณ์ความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาได้อีกต่อไป เตชินทร์จับขาอันเนียนนุ่มทั้งสองข้างของเธอขึ้นพาดบ่าเขาเพื่อเตรียมตักตวงความเสียวซ่านในอีกไม่กี่อึดใจ
ทันใดนั้น!
กริ๊งง กริ๊งง!
เตชินทร์สะดุ้งตื่นจากความฝันที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือที่ตั้งไว้เสียก่อน นั่นจึงทำให้เขาถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย แม้กระทั่งในฝัน เขาก็ยังถูกขัดเอาจนได้ราวกับเทวดาไม่้าให้เขาได้รับความสุขได้อย่างง่ายดายเสียอย่างนั้น
อย่างน้อยถ้าไม่ให้เขาสมหวังกับเหตุการณ์เมื่อสองวันที่แล้ว ก็ให้เขาได้ปฏิบัติภารกิจในฝันให้สำเร็จหน่อยก็ยังดี
ตูละเซ็ง!
เขาควานหยิบโทรศัพท์มือถือจากหัวเตียงมากดปิดการทำงานของโหมดนาฬิกาปลุก ก่อนจะเห็นข้อความของใครบางคนเด้งขึ้นมา ทันทีที่เขากดเปิดอ่านก็ทำให้เช้าที่ไม่สบอารมณ์ก่อนหน้ากลายเป็อรุณอันเบิกบานทันที
เมื่อได้เห็นว่าข้อความนั้นเป็ของเมนิลา!
[Menila : รีบมาทำงานได้แล้ว ตาคนขี้เซา]
ตามด้วยสติกเกอร์เด็กผู้หญิงกำลังยืนเท้าเอว
หลังจากที่ชีวิตของเขาผกผันไป ทั้งไลน์และข้อความของเมนิลาก็หายไปด้วย และถึงแม้ว่าเธอจะสร้างกลุ่มสำหรับลูกทัวร์และดึงเขาเข้าไปอยู่ในกลุ่มด้วย แต่เธอก็ไม่เคยส่งข้อความมาหาเขาโดยตรงเลยสักครั้ง หรือตอนที่เขากระหน่ำส่งข้อความไปจีบเธอใน่ที่ทำคะแนนแข่งกับชรัญ เธอก็ทั้งไม่อ่านและไม่ตอบเขาเลยแม้แต่ข้อความเดียว
ทว่าตอนนี้ เขากลับได้รับข้อความและสติกเกอร์น่ารักๆจากเธอแล้ว…แม้เขาจะไม่เข้าใจเธอมากนัก แต่ชายหนุ่มก็โมเมไปเองว่าบางทีอาจเป็เพราะเขาสามารถทลายกำแพงในใจของเธอได้กระมัง
เตชินทร์ยิ้มแป้นก่อนจะมองดูเวลาในโทรศัพท์มือถือ พบว่ายังค่อนข้างเช้าอยู่เลย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พิมพ์ตอบเธอกลับไปว่า
[Theshin : รับทราบคร๊าบบ คุณหัวหน้า!]
อาจเป็เพราะเพิ่งได้ปลดปล่อยอารมณ์อย่างเต็มที่ในวันหยุดพิเศษที่ผ่านมา จึงทำให้ไม่มีใครยอมแหกขี้ตาตื่นมาทำงานั้แ่เช้าตรู่เลยแม้แต่คนเดียว ขณะเดียวกันเตชินทร์ก็เดินผิวปากเข้าออฟฟิศอย่างอารมณ์ดีและมุ่งหน้าไปที่โต๊ะของตัวเอง แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงทักขึ้นจากทางข้างหลังเข้าเสียก่อน
“อารมณ์ดีแต่เช้าเลยนะ”
เมนิลาเอ่ยแซว
พอรู้ว่าเป็ใคร ภาพเหตุการณ์ในฝันก็ปรากฏขึ้นในหัวเตชินทร์อย่างอัตโนมัติ ชายหนุ่มถึงกับชะงักและหน้าแดงแปร๊ด ในขณะเดียวกันเขาก็ััได้ถึงอุณหภูมิบนใบหน้าที่สูงกว่าส่วนอื่นเป็พิเศษ
เขาจึงรีบสะบัดหัวไล่จินตนาการสุดวาบหวิวออกไป
“เป็อะไร ไม่สบายเหรอ?”
หญิงสาวเห็นอาการแปลกๆ ของเขาก็ทึกทักไปเอง
“ป เปล่าๆ เอ่อ…แค่มึนหัวน่ะ พอดีนอนน้อยไปหน่อย”
“ไหน ดูซิ”
ไม่พูดเปล่า เมนิลารีบเดินเข้าไปใกล้แล้วยื่นหลังมือขึ้นมาทาบที่หน้าผากของเขาเพื่อวัดอุณหภูมิ ทำเอาเตชินทร์ใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม ไม่เพียงแค่นั้นตัวของทั้งคู่ยังชิดใกล้กันมากเสียด้วย
เขาได้โอกาสแอบมองหน้าเธออย่างเงียบๆ
เมนิลาที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกมองก็รีบผละออกจากตัวเขา แล้วทำเป็บ่นเตชินทร์กระปอดกระแปดที่ไม่ยอมดูแลสุขภาพตัวเองเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังเกิดขึ้น
“่นี้ฉันไม่อนุญาตให้ป่วยหรอกนะ”
“ทำไม? กลัวไม่ได้เจอหน้าฉันละสิ” เตชินทร์นึกสนุก แอบแกล้งเธอ
“ช ใช่…เอ๊ย! จะบ้าเหรอ! ก็ถ้านายป่วย ใครจะอยู่ช่วยฉันกับกันต์ละ”
เมนิลาสวนคืนอย่างตะกุกตะกัก
“รีบไปทำงานได้แล้ว วันนี้เตรียมเคลียร์โปรแกรมทัวร์จนร้องขอชีวิตได้เลย!”
พูดจบก็รีบเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง เตชินทร์เห็นอาการของหญิงสาวแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เขาส่ายหัวเบาๆ แล้วเดินไปนั่งประจำที่ของตัวเองบ้าง ส่วนเมนิลาเองก็แอบอมยิ้มออกมาเล็กๆ ด้วยเช่นเดียวกัน
พวกเขาต่างตกอยู่ในภวังค์ความสุขโดยไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยว่าชรัญกำลังยืนมองอยู่อีกมุมหนึ่งของออฟฟิศอย่างเงียบๆ เขามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย แต่เมื่อมองลงไปที่มือของเขากลับพบว่า…
มันได้ถูกกำไว้อย่างแน่นเลยทีเดียว!
โปรดติดตามตอนต่อไป
-----------------------------------------------------------
เ้าต้นนุ่น:
กรี๊ดดดดดดด ใจหายหมด ฉันก็นึกว่าเจ้เมย์จะเสียตัวให้กับเฮียชินแล้ว
อย่านะ ฉันห่วงนะแก๊
ความในใจเ้าต้นนุ่น :
คอมเมนต์สักนิดเพื่อเป็กำลังใจให้เ้าต้นนุ่นได้มีแรงปั่นเฮียชินหน่อยนะคะพี่ๆ